จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือน พฤศจิกายน 2568

จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ

DLO’s Tax Newsletter

ฉบับที่ 172 เดือน พฤศจิกายน 2568

กฎหมายใหม่ล่าสุด

     1.กำหนดรายชื่อประเทศที่หลักการบัญชีที่ได้รับการยอมรับเป็นการทั่วไป เป็นมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับ

     ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 1) เรื่อง กำหนดรายชื่อประเทศที่หลักการบัญชีที่ได้รับการยอมรับเป็นการทั่วไปเป็นมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับ กำหนดให้รายชื่อประเทศที่หลักการบัญชีที่ได้รับการยอมรับเป็นการทั่วไปในประเทศนั้น ๆ เป็นมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับ ได้แก่ ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา ประเทศที่เป็นรัฐสมาชิกสหภาพยุโรป ประเทศที่เป็นรัฐสมาชิกเขตเศรษฐกิจยุโรป ฮ่องกง ญี่ปุ่น เม็กซิโก นิวซีแลนด์ จีน อินเดีย เกาหลี รัสเซีย สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา

     ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก https://bit.ly/3LE1qRP

     2.กำหนดลักษณะของภาษีเงินปันผลที่ขอคืนได้ที่ไม่เป็นภาษีที่อยู่ในขอบข่าย

     ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 2) เรื่อง กำหนดลักษณะภาษีเงินปันผลที่ขอคืนได้ที่ไม่เป็นภาษีที่อยู่ในขอบข่าย ได้กำหนดลักษณะของภาษีอิมพิวเทชั่นที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และลักษณะของภาษีแบบอิมพิวเทชั่นที่เป็นไปตามเกณฑ์ ซึ่งลักษณะของภาษีเงินปันผลที่ขอคืนได้ที่ไม่รวมเป็นภาษีที่อยู่ในขอบข่ายตามมาตรา 24 แห่งพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 นั้นจะต้องเป็นภาษีแบบอิมพิวเทชั่นที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์

     ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก https://bit.ly/3Z0zyKM

     3. กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาประเทศที่ตั้งของนิติบุคคลที่มีแหล่งที่ตั้งมากกว่าหนึ่งประเทศ และการพิจารณาแหล่งที่ตั้งของนิติบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ

     ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 3) เรื่อง การพิจารณาประเทศที่ตั้งของนิติบุคคลที่มีหลายแหล่งที่ตั้งและของนิติบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ มีการกำหนดนิยามของ “นิติบุคคลประเภทโฟลธรู” นิยามของ “กฎการจัดเก็บภาษีโดยคำนวณจากเงินได้ของนิติบุคคลต่างชาติที่ถูกควบคุม”เป็นต้น

     ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก https://bit.ly/4pZMziE

ข่าวภาษี

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่   6054/2549

ระหว่าง                    นายป.                                                   โจทก์

กรมสรรพากร                                          จำเลย

เรื่อง ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ประเด็นข้อพิพาท         : กรณีเงินเดือนหรือค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับในระหว่างไปทำงานต่างประเทศตามคำสั่งของนายจ้างต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่

คำพิพากษา               : จำเลยเป็นลูกจ้างของบริษัท อ. ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างทั้งภายในและนอกประเทศไทย การที่บริษัท อ. ส่งจำเลยไปทำงานที่บริษัท อ. รับจ้างถมทะเลนอกประเทศ ค่าจ้างที่บริษัท อ. จ่ายให้แก่จำเลยจึงเป็นเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานตาม ป.รัษฎากร มาตรา 40 (1) ที่จำเลยได้รับเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย จึงต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่ประเทศไทย ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 41 วรรคหนึ่ง

ความเห็นของผู้เขียน    : ผู้เขียนเห็นด้วยกับคำพิพากษาข้างต้น โดยฎีกาฉบับนี้มีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจที่ใช้พิจารณาพิพากษาดังนี้ บริษัทอ.เป็นนายจ้างในประเทศไทย จ่ายเงินค่าจ้างตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากรให้แก่ลูกจ้างซึ่งไปทำงานต่างประเทศตามคำสั่งของนายจ้าง กรณีเป็นเงินได้เนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย ไม่ว่าเงินดังกล่าวจะจ่ายจากในประเทศไทย หรือจ่ายนอกประเทศไทย ลูกจ้างซึ่งได้รับเงินได้ดังกล่าวต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 41 วรรคหนึ่งแห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น การที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาดังกล่าวมาจึงชอบแล้ว

     อนึ่ง การแสดงความคิดเห็นดังกล่าวนี้เป็นเพียงการแสดงความเห็นทางกฎหมายของผู้เขียนเท่านั้น ซึ่งกฎหมายภาษีอากรเป็นกฎหมายที่ต้องพิจารณาถึงข้อเท็จจริงต่าง ๆ ประกอบด้วย ซึ่งกรณีอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการตีความกฎหมายในมุมมองที่แตกต่างภายใต้บทบัญญัติกฎหมายเดียวกัน การนำเสนอคำพิพากษาของศาลฎีกาดังกล่าวนี้มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อต้องการให้ผู้อ่านมีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายภาษีอากรมากยิ่งขึ้น และเสียภาษีอากรได้อย่างถูกต้องเท่านั้น

ศิรประภา พิมพการ