• ธรรมนิติ
  • /
  • บทความกฎหมาย
  • /
  • เพื่อนบ้านขุดดินชิดแนวเขตที่ดินของเรา จนที่ดินพังทลายหรือเสี่ยงพังทลาย ทำอย่างไรได้บ้าง ?

เพื่อนบ้านขุดดินชิดแนวเขตที่ดินของเรา จนที่ดินพังทลายหรือเสี่ยงพังทลาย ทำอย่างไรได้บ้าง ?

     ปัญหาเพื่อนบ้านหรือเจ้าของที่ดินข้างเคียง “ขุดดินติดแนวเขต” จนทำให้ที่ดินของเราทรุดตัวพังทลาย หรือเสี่ยงจะพังทลาย เป็นเรื่องที่อาจพบได้และอาจก่อให้เกิดความเสียหายทั้งต่อที่ดิน บ้าน รั้ว หรือสิ่งปลูกสร้างของเราได้ แล้วเราทำอย่างไรได้บ้าง? แล้วกฎหมายคุ้มครองเจ้าของที่ดินที่ได้รับความเสียหายหรือเสี่ยงที่จะได้รับความเสียหายในอนาคตหรือไม่? วันนี้เราจะมาหาตอบคำถามนี้กันครับ

(1) สิทธิของเจ้าของที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

     เจ้าของที่ดินมีสิทธิใช้ประโยชน์และจัดการทรัพย์สินของตนได้ แต่ต้องไม่ใช้สิทธินั้นในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หากการขุดดินของเพื่อนบ้านทำให้ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างของเราพังทลายหรือเสียหาย การขุดดินดังกล่าวจึงถือเป็นการทำละเมิด ซึ่งต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย เราสามารถเรียกให้เจ้าของที่ดินที่ทำการขุดดินหยุดดำเนินการได้หากการขุดดินดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสิ่งปลูกสร้างในที่ดินของเราได้

(2) การขออนุญาตขุดดินและการป้องกันความเสียหาย

     การขุดดินโดยมีความลึกจากระดับพื้นดินเกิน 3 เมตร หรือมีพื้นที่ปากบ่อเกิน 10,000 ตารางเมตร หรือมีความลึกหรือพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดนั้น ผู้ดำเนินการขุดดินจะต้องแจ้งขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น โดยก่อนทำการขุดดินต้องมีการเว้นระยะห่างจากที่ดินข้างเคียง หรือที่สาธารณะเป็นระยะไม่น้อยกว่า 2 เท่าของลึกบ่อดินที่จะทำการขุด ยกเว้นในกรณีที่ได้มีการจัดการป้องกันความเสียหายตามหลักวิศวกรรมโดยวิศวกรสาขาโยธาแล้ว ตามมาตรา 17 และ 24 ตามพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543 จึงจะสามารถขุดดินโดยเว้นระยะห่างน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดได้

     หากการขุดดินดังกล่าวนั้นมีความลึกเกิน 20 เมตรจากระดับพื้นดินจะต้องมีมาตรการป้องกันอันตรายและติดตั้งอุปกรณ์สำหรับวัดการเคลื่อนตัวของดินขณะทำการขุดดิน พร้อมมีแบบแปลน รายประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณของวิศวกร สาขาโยธา ระดับวุฒิวิศวกร เพื่อป้องกันอันตรายและความเสียหายต่อทรัพย์สิน เช่น ก่อสร้างกำแพงกันดินป้องกันการพังทลายของดินที่อยู่ข้างเคียง เป็นต้น ดังนั้นการขุดดินเว้นระยะห่างน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดสามารถทำได้แต่ต้องมีมาตรการป้องกันตามหลักวิศวกรรม ซึ่งการป้องกันการพังทลายของดินนั้น หากผู้ดำเนินการขุดดินฝ่าฝืนเจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งระงับหรือสั่งแก้ไขได้ในกรณีที่ผู้ดำเนินการขุดดินไม่ดำเนินการตามพระราชบัญญัติขุดและถมดิน พ.ศ. 2543 และกฎกระทรวงกำหนดมาตรการป้องการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้างในการถมดินหรือถมดิน พ.ศ. 2548 และการกระทำดังกล่าวก็จะกลายเป็นความผิดตามกฎหมายซึ่งมีโทษในทางอาญา

     สำหรับการขุดดินที่ไม่จำเป็นต้องแจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นกฎหมายกำหนดไว้เพียง 2 กรณีเท่านั้น คือ การขุดดินโดยมีความลึกจากระดับพื้นดินไม่เกิน 3 เมตร หรือมีพื้นที่ปากบ่อไม่เกิน 10,000 ตารางเมตร และการขุดบ่อน้ำใช้ที่มีพื้นปากบ่อดินไม่เกินสี่ตารางเมตร แต่อย่างไรก็ตามการขุดดินเพื่อทำบ่อน้ำ หรือบ่อปลา ก็ควรต้องเว้นระยะห่างจากที่ดินข้างเคียงตามสมควรเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ที่ดินข้างเคียง หากเกิดความเสียหายแก่ที่ดินข้างเคียงเจ้าของที่ดินก็สามารถใช้สิทธิ์ฟ้องเรียกค่าเสียหายได้

กรณีที่ดินของเรา “ยังไม่พังทลาย” แต่เสี่ยงจะพังทลายในอนาคต ทำอย่างไรได้บ้าง?

     หากเพื่อนบ้านหรือเจ้าของที่ดินข้างเคียงขุดดินชิดแนวเขตจนมีความเสี่ยงว่าที่ดินของเราจะทรุดตัวหรือพังทลาย แม้ยังไม่เกิดความเสียหาย เราสามารถดำเนินการได้ ดังนี้

  • แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาล/อบต./เขต) ให้เข้าตรวจสอบ
  • ขอให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นใช้อำนาจตามกฎหมาย มีคำสั่งให้หยุดการขุดดินและป้องกันความเสียหาย
  • ทำหนังสือเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้หยุดดำเนินการขุดดินและป้องกันข้อพิพาทในอนาคต

กฎหมายคุ้มครองแม้มีเพียง “ความเสี่ยง” ที่จะเกิดการพังทลายหรืออันตรายต่อทรัพย์สิน ไม่จำเป็นต้องรอให้ที่ดินเราพังทลายเสียหายก่อน

กรณีที่ดินของเรา “พังทลายเสียหายแล้ว” เราสามารถทำอย่างไรได้บ้าง?

ถ้าที่ดิน รั้ว หรือสิ่งปลูกสร้างของเราได้รับความเสียหายแล้ว สามารถดำเนินการได้ดังนี้:

  • เรียกร้องให้เพื่อนบ้านซ่อมแซมหรือชดใช้ค่าเสียหาย
  • หากตกลงกันไม่ได้ สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายและให้ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้
  • แจ้งหน่วยงานท้องถิ่นให้มีคำสั่งระงับการขุดดิน หากพบว่าเป็นการขุดดินโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานท้องถิ่นสามารถฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ทำการขุดดินได้ ซึ่งมีโทษในทางอาญา

     ในบางกรณีหากการกระทำมีลักษณะก่อให้เกิดอันตรายและความเสียหายแก่ประชาชนและทรัพย์สิน อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชนซึ่งมีโทษปรับและจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญาด้วย

สิ่งที่ควรทำทันทีเมื่อพบปัญหา

  1. ถ่ายภาพ/วิดีโอเก็บหลักฐาน
  2. ตรวจสอบแนวเขตที่ดินให้ชัดเจน
  3. แจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้ทำการขุดดิน
  4. หากมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อทรัพย์สิน ควรรีบแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นทันที

     เจ้าของที่ดินมีสิทธิใช้ที่ดินของตนได้ตามกฎหมาย แต่อย่างก็ตามการใช้สิทธิของตนก็จะต้องไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนได้รับความเสียหาย หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่กำลังได้รับผลกระทบจากการขุดดินดังกล่าวของเพื่อนบ้านหรือเจ้าของที่ดินข้างเคียง คุณไม่จำเป็นต้องนิ่งเฉย สามารถแจ้งหน่วยงานรัฐ ขอให้ระงับการกระทำดังกล่าว และสามารถใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้ตามกฎหมาย

 

โดย นาย   ศุภกฤต ประหา เป็นผู้เรียบเรียง