จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ
DLO’s Tax Newsletter
ฉบับที่ 174 เดือน มกราคม 2569
กฎหมายใหม่ล่าสุด
1.หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคำนวณค่าตอบแทนลูกจ้างและมูลค่าทรัพย์สินที่มีตัวตน เพื่อการพิจารณาส่วนที่ยอมให้หักออกจากเงินได้สุทธิ
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 4) ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณค่าตอบแทนลูกจ้างและมูลค่าทรัพย์สินที่มีตัวตนเพื่อใช้ในการพิจารณาหักออกจากเงินได้รวมสุทธิ สำหรับการคำนวณภาษีส่วนเพิ่ม ซึ่งค่าตอบแทนลูกจ้างที่ยอมให้หักออกจากเงินได้สุทธิเท่ากับตัวเลขงบการเงินของบริษัทในเครือที่นำไปจัดทำงบการเงินรวมของกลุ่มบริษัทข้ามชาติและต้องเข้าเงื่อนไขตามที่กำหนด ส่วนมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนกฎหมายฉบับดังกล่าวระบุถึงวิธีการในการคำนวณ ประเภททรัพย์สินที่นำมารวมและไม่ให้มารวมในการคำนวณ โดยประกาศฉบับนี้ใช้บังคับในการพิจารณาหน้าที่ในการเสียภาษีส่วนเพิ่มสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มต้นในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2568 เป็นต้นไป
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก https://bit.ly/4ccafeF
2. หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการพิจารณาจำนวนลูกจ้างและมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนในการคำนวณภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือที่ประเทศไทยได้รับการปันส่วน
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 5) ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาจำนวนลูกจ้างและมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนในการคำนวณภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือที่ประเทศไทยได้รับการปันส่วน ซึ่งกฎหมายฉบับนี้กำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาจำนวนลูกจ้างและวิธีในการคำนวณมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนที่อยู่ในประเทศไทย เพื่อนำไปเป็นส่วนลดตามวิธีในการคำนวณ โดยประกาศฉบับนี้ใช้บังคับในการพิจารณาหน้าที่ในการเสียภาษีส่วนเพิ่มสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มต้นในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2568 เป็นต้นไป
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก https://bit.ly/4t4xIpB
3. อัตราแลกเปลี่ยนเพื่อการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 6) ได้กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย ในการพิจารณาเงินไทยเทียบเท่าเงินยูโรสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีใดให้ใช้อัตราถัวเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและขายของเดือนธันวาคมปีก่อนหน้ารอบระยะเวลาบัญชีนั้นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคำนวณไว้ หากเปรียบเทียบมูลค่ารายการที่ใช้จัดทำงบการเงินหรือใช้คำนวณภาษีส่วนเพิ่มไม่ได้ระบุเป็นเงินตราไทย ให้คำนวณมูลค่าของรายการดังกล่าวเป็นเงินตราไทยโดยใช้อัตราถัวเฉลี่ยข้างต้นเช่นเดียวกัน หากการชำระภาษีหรือคืนภาษีหากใช้เงินตราสกุลอื่นให้ใช้เงินตราไทย โดยคำนวณตามอัตราถัวเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและขายของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคำนวณไว้ในวันทำการสุดท้ายก่อนวันชำระภาษี หรือวันที่อนุมัติให้คืนเงินภาษี โดยประกาศฉบับนี้ใช้บังคับในการพิจารณาหน้าที่ในการเสียภาษีส่วนเพิ่มสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มต้นในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2568 เป็นต้นไป
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก https://bit.ly/4tlKP5X
4. ลักษณะของนิติบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลในเครือ
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 7) ได้กำหนดลักษณะของนิติบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลในเครือได้แก่ หน่วยงานรัฐตามมาตรา 27 (1), องค์การระหว่างประเทศตามมาตรา 27 (2), องค์การไม่แสวงหากำไรตามมาตรา 27 (3), กองทุนบำนาญตามมาตรา 27 (4), กองทุนเพื่อการลงทุนตามมาตรา 27 (5) และเครื่องมือเพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 27(6) เป็นต้น โดยประกาศฉบับนี้ใช้บังคับในการพิจารณาหน้าที่ในการเสียภาษีส่วนเพิ่มสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มต้นในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2568 เป็นต้นไป
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก https://bit.ly/4tDfon4
5. หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการพิจารณาภาษีส่วนเพิ่มสำหรับนิติบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 8) ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาภาษีส่วนเพิ่มไว้เป็นการเฉพาะสำหรับนิติบุคคลในเครือที่นิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดเป็นเจ้าของส่วนน้อย นิติบุคคลเพื่อการลงทุน และนิติบุคคลผู้ไร้ที่ตั้งทางภาษี โดยประกาศฉบับนี้ใช้บังคับในการพิจารณาหน้าที่ในการเสียภาษีส่วนเพิ่มสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มต้นในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2568 เป็นต้นไป
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก https://bit.ly/48DCuSt
6. หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการลงทุนในยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 464) ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการลงทุนในยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร ที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก https://bit.ly/4dyVvcd
ข่าวภาษี
- การกำหนดกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และการปรับปรุงรายได้ รายจ่าย และภาษีที่อยู่ในขอบข่ายเพื่อการคำนวณภาษีส่วนเพิ่มจำนวน 4 ฉบับ
เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎหมายลำดับรองออกตามความในพระราขกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ.2567 เกี่ยวกับการกำหนดกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีส่วนเพิ่ม และการปรับปรุงรายได้ รายจ่าย และภาษีที่อยู่ในขอบข่ายเพื่อการคำนวณภาษีส่วนเพิ่ม จำนวน 4 ฉบับ ดังนี้ ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ
- ร่างพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาการอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีส่วนเพิ่ม สำหรับกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่มีการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร พ.ศ. ….. พร้อมบันทึกหลักการและเหตุผลและบันทึกวิเคราะห์สรุป จำนวน 1 ฉบับ กำหนดกรณีการรวมกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและกรณีการแยกกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ร่างพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยกำหนดนิติบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลในเครือ พ.ศ. …. พร้อมบันทึกหลักการและเหตุผลและบันทึกวิเคราะห์สรุป จำนวน 1 ฉบับ กำหนดให้นิติบุคคลที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ไม่ใช่นิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่ม
- ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ..) ออกตามความในพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 ว่าด้วยการปันส่วนภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือที่ประเทศไทยได้รับให้แก่นิติบุคคลในเครือที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย พร้อมบันทึกหลักการและเหตุผลและบันทึกวิเคราะห์สรุป จำนวน 1 ฉบับ
- ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. …) ออกตามความในพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 ว่าด้วยการปรับปรุงรายได้ รายจ่าย และภาษีที่อยู่ในขอบข่ายเพื่อการคำนวณภาษีส่วนเพิ่มพร้อมบันทึกหลักการและเหตุผลและบันทึกวิเคราะห์สรุป จำนวน 1 ฉบับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10701/2555
ระหว่าง นาย พ. โจทก์
กรมสรรพากร จำเลย
เรื่อง เงินได้จากการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายต้องเสียภาษีหรือไม่
ประเด็นข้อพิพาท : กรณีเงินได้จากการเล่นพนันหวยใต้ดิน เป็นเงินได้พึงประเมินหรือไม่
คำพิพากษา : เงินได้จากการเล่นพนันสลากกินรวบ (หวยใต้ดิน) แม้เป็นเงินได้ที่มาจากการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็เข้าลักษณะเป็นเงินได้จากการอื่น นอกจากที่ระบุไว้ตามมาตรา 40 (1) ถึง (7) จึงเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) เงินได้จากการพนันหวยใต้ดินไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ เมื่อโจทก์ทั้งสามไม่สามารถพิสูจน์ค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรได้ จึงไม่สามารถหักค่าใช้จ่ายแก่โจทก์ทั้งสามได้…
ความเห็นของผู้เขียน : ผู้เขียนเห็นด้วยกับคำพิพากษาข้างต้นเนื่องจากนิยามคำว่า เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ครอบคลุมถึงรายได้ทั้งหมดและไม่ได้กำหนดถึงที่มาของเงินนั้นว่าจะได้มาโดยถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมาย หากเข้าลักษณะเป็นเงินได้ เงินดังกล่าวย่อมอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีทั้งสิ้น
เนื่องจากเงินได้พึงประเมินในแต่ละประเภทมีต้นทุนในการได้มาซึ่งเงินได้แตกต่างกันออกไป กฎหมายจึงกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้แต่ละประเภทไม่เท่ากัน ส่วนกรณีการหักค่าใช้จ่ายตามตามาตรา 40 (8) ตามคำพิพากษาดังกล่าวกรณีเป็นเงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่งหรือการอื่น ๆ นอกจากที่ระบุไว้ตามมาตรา 40 (1) ถึง (7) รวมถึงการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร การหักค่าใช้จ่ายสามารถใช้สิทธิในการเลือกหักได้วิธีใดวิธีหนึ่งดังนี้ คือ วิธีที่ 1 การหักค่าใช้จ่ายจริงตามความจำเป็นและสมควร และวิธีที่ 2 หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาในอัตราร้อยละ 40-60* ดังนั้นหากผู้มีเงินได้มีค่าใช้จ่ายเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดก็สามารถใช้สิทธิเลือกหักตามความจำเป็นและสมควรได้ แต่การหักตามวิธีดังกล่าวต้องมีหลักฐานหรือมีการจัดทำบัญชีตามรายจ่ายที่เกิดขึ้นจริง ดังนั้นการที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาดังกล่าวมาจึงชอบแล้ว
อนึ่ง การแสดงความคิดเห็นดังกล่าวนี้เป็นเพียงการแสดงความเห็นทางกฎหมายของผู้เขียนเท่านั้น ซึ่งกฎหมายภาษีอากรเป็นกฎหมายที่ต้องพิจารณาถึงข้อเท็จจริงต่าง ๆ ประกอบด้วย ซึ่งกรณีอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการตีความกฎหมายในมุมมองที่แตกต่างภายใต้บทบัญญัติกฎหมายเดียวกัน การนำเสนอคำพิพากษาของศาลฎีกาดังกล่าวนี้มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อต้องการให้ผู้อ่านมีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายภาษีอากรมากยิ่งขึ้น และเสียภาษีอากรได้อย่างถูกต้องเท่านั้น
ศิรประภา พิมพการ


