Menu
Menu
  • ธรรมนิติ
  • /
  • ข่าว
  • /
  • สรรพากร แฉแพทย์ นักบัญชี ทนายความ ดารา นักร้อง นักแสดง ผู้รับเหมา ตั้งคณะบุคคลเลี่ยงภาษี

สรรพากร แฉแพทย์ นักบัญชี ทนายความ ดารา นักร้อง นักแสดง ผู้รับเหมา ตั้งคณะบุคคลเลี่ยงภาษี

นายวินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมสรร พากร
เปิดเผยว่ากรมได้เชิญตัวแทนกลุ่มบุคคลและดารา
มารับฟังการชี้แจงเรื่องการเสียภาษีของนักแสดงสาธารณะ
เพื่อประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในการเสียภาษีที่ถูกต้องของนัก
แสดงสาธารณะให้ทราบถึงรายละเอียดในการคำนวณภาษีที่ถูกต้อง
รวมทั้งซักซ้อมความเข้าใจในการจัดตั้งคณะบุคคลเพื่อประกอบธุรกิจและเสียภาษีอย่างถูกต้อง หลังจากนี้จะเชิญกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยเฉพาะรายกลาง
รายใหญ่มารับฟังต่อไป

เนื่องจากที่ผ่านมา กลุ่มบุคคลอาชีพอิสระกว่า 6 กลุ่มอาชีพ อาทิ แพทย์
นักบัญชี ทนายความ นักแสดง
แม้ไม่ใช่กลุ่มใหญ่
แต่เป็นกลุ่มที่มีการจัดตั้งคณะบุคคลมากพอสมควร
ขณะที่ปีก่อน มีกลุ่มมิจฉาชีพ กลุ่มผู้มีรายได้สูง ตั้งคณะบุคคลจำนวนมาก
เพื่อกระจายฐานภาษีให้ลดต่ำลงและสร้างรายจ่ายเทียม แล้วมาขอคืนเงินภาษี
ซึ่งทำให้รัฐเสียหาย เป็นสิ่งที่กรมยอมรับไม่ได้
และจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด อีกทั้งพบว่า กลุ่มนักแสดง ผู้รับเหมาก่อสร้าง
เป็นกลุ่มที่ตั้งคณะบุคคลจำนวนมาก

“กรมจะเร่งแก้กฎหมายเรื่องการจัดตั้งคณะบุคคลให้รัดกุมยิ่งขึ้น
เพื่อไม่ให้คนหัวหมอที่อาศัยช่องโหว่ทางกฎหมาย ใช้ในทางไม่ถูกต้อง
หากไม่จัดการให้เด็ดขาด อนาคตการจัดตั้งคณะ บุคคลจะมีมากกว่านี้ จนไม่เป็นผลดีต่อระบบภาษี เพราะถูกบิดเบือนไปแล้ว
และในกลุ่มดารา นักร้อง นักแสดงเหล่านี้
กรมเห็นว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง เป็นที่ชื่นชอบของประชาชน
เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่สังคมและเยาวชน สมควรทำหน้าที่เป็นพลเมืองดี
เสียภาษีอย่างถูกต้อง

แม้ว่าที่ผ่านมา
อาจมีบางรายเสียภาษีผิดพลาดคลาดเคลื่อนไป อาจเกิดจากความไม่รู้  ไม่เข้าใจ
ซึ่งต้องปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง
และจะทำให้ภาพลักษณ์ที่ปรากฏสู่สาธารณชน เป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมต่อไป”

นายวินัย กล่าวว่า ส่วนกรณีการคืนภาษีบุคคลธรรมดานั้น
ยืนยันว่ากรมได้เร่งดำเนินการคืนภาษีให้โดยเร็วที่สุดอยู่แล้ว
ไม่ได้ล่าช้าแต่อย่างใด โดยปีนี้ กรมคืนภาษีไปแล้ว 50%
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 50 กรมคืนภาษีได้เพียง 40% เท่านั้น
แต่ที่ประชาชนรู้สึกล่าช้านั้นอาจเป็นเพราะปีนี้ มีผู้ขอคืนภาษี 9.2
ล้านราย ซึ่งมากกว่าปีที่ผ่านมาที่มีเพียง 8.9 ล้านรายเท่านั้น

และส่วนใหญ่มายื่นแบบพร้อมกันในปลายเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา
ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายเพิ่มค่าลดหย่อนมากขึ้น
และยกเว้นเงินได้สุทธิสูงขึ้น เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับภาษีคืนเพิ่มขึ้น 20%
เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา คิดเป็นวงเงินขอคืนภาษีสูงกว่าปีก่อน 10%

นอกจากนี้ ที่ผ่านมา มีกลุ่มมิจฉาชีพขอคืนภาษีเป็นเท็จปะปนด้วย
จึงทำให้ต้องเฝ้าระวังการคืน เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบเอกสารก่อนคืน
รวมทั้งบางรายต้องขอเอกสารประกอบเพิ่มเติมด้วย
ทั้งนี้ยืนยันว่า มีเงินคืนแน่นอน ไม่ได้ถังแตกอย่างที่มีข่าว

ที่มา เดลินิวส์