Menu
Menu
  • ธรรมนิติ
  • /
  • ข่าว
  • /
  • ศาลปกครองสูงสุดรับฟ้องของนักวิชาการ ระงับการย้ายการบินไทยจากดอนเมืองไปสุวรรณภูมิ สหภาพฯและคณะกรรมาธิการฯ ก็ค้าน

ศาลปกครองสูงสุดรับฟ้องของนักวิชาการ ระงับการย้ายการบินไทยจากดอนเมืองไปสุวรรณภูมิ สหภาพฯและคณะกรรมาธิการฯ ก็ค้าน

นายสมคิด หอมเนตร นักวิชาการอิสระ เปิดเผยว่า การยื่นฟ้องครั้งนี้ เป็นการฟ้องในฐานะที่ตนเป็นประชาชนที่เสียสิทธิ์ ได้รับความเดือดร้อน หากมีการย้ายสนามบินจากดอนเมืองไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะการย้ายสนามบินดังกล่าวเป็นการลิดรอนสิทธิ์ประชาชน โดยได้ยื่นต่อศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา และศาลประทับรับฟ้องแล้ว

ผู้ที่ถูกฟ้อง ได้แก่ นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม พร้อมกับ อธิบดีกรมการขนส่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด , กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย (THAI), กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOT) , นายศรีสุข จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการฟื้นฟูพัฒนาโครงข่ายขนส่งทางอากาศ และคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ

นายสมคิด เห็นว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการดำเนินการโดยมิชอบ เป็นการขัดแย้งภายในระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย อีกทั้งมีหลักฐานเชื่อว่า การย้ายครั้งนี้ มีผลประโยชน์ทับซ้อนและมีหลักฐาน เป็นเอกสารมติของคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

โดยมติดังกล่าวเป็นการยืนยันว่า จะพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางราง เชื่อมโยงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกับระบบไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพสายสีเขียว ที่สถานีพญาไท และเชื่อมต่อกับโครงการระบบรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่ เข้าสู่ท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อให้การเดินทางเชื่อมต่อท่าอากาศยานทั้ง 2 แห่งเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว

รายงานดังกล่าวเป็นการระบุชัดเจน ให้มีการสร้างระบบขนส่งเชื่อมต่อท่าอากาศยานทั้ง 2 แห่ง แต่กลับจะสั่งย้ายสนามบิน จากดอนเมืองไปยังสุวรรณภูมิ จึงเห็นได้ชัดว่า นายโสภณที่ยังยืนยันจะย้ายเที่ยวบินของการบินไทยและบริษัทอื่น ๆ ภายในวันที่ 29 มี.ค.นี้ มีวาระซ่อนเร้น มีผลประโยชน์ทับซ้อนในเชิงนโยบาย

ขณะเดียวกัน ในวันนี้ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.การบินไทย ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 11 เพื่อคัดค้านการย้ายเที่ยวบินการบินไทย จากท่าอากาศยานดอนเมือง กลับไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยระบุว่า สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) รวมทั้งสหภาพฯ ได้ลงสัตยาบันร่วมกัน คัดค้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจทุกรูปแบบ รวมทั้งคัดค้านการย้ายการบริการเที่ยวบินที่ท่าอากาศยานดอนเมืองไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

แถลงการณ์ระบุว่า องค์กรสมาชิกของ สรส.มีมติร่วมกันที่จะขอความชัดเจนในเรื่องการย้ายท่าอากาศยานดอนเมือง จากรมว.คมนาคม เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม กระทบต่อระบบขนส่งสินค้าและการโดยสารของประเทศ และกระทบต่อสภาพแวดล้อมของชุมชนรอบสนามบิน

ขณะที่การบินไทยเป็นสมบัติของชาติ ประชาชนคนไทยทุกคนเป็นเจ้าของบริษัทการบินไทย ไม่ใช่สมบัติของนักการเมือง ไม่ใช่สมบัติของพนักงานการบินไทยคนใดคนหนึ่ง รวมทั้งต้องร่วมมือกันในการตรวจสอบปัญหาในบริษัท ย่อมเป็นประโยชน์ต่อพนักงาน และการบริหารงานต้องโปร่งใส ซึ่งอยู่ที่การตรวจสอบอย่างจริงจังจากสังคม

ด้านว่าที่ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย
พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม
กล่าวถึง ผลการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ศึกษาเรื่องการย้ายสนามบิน
ซึ่งให้บริการรับ – ส่งผู้โดยสารภายในประเทศทั้งหมด ไปรวม ณ
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า คณะกรรมาธิการฯ
ไม่เห็นด้วยกับการยุติให้บริการของสายการบินไทยที่ท่าอากาศยานดอนเมือง

จึงมีมติทำหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ให้ทบทวนเรื่องดังกล่าว เพราะก่อให้เกิดผลเสียหายหลายเรื่อง  รวมถึง
ผลสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างประชาชนจำนวน 2,000 คน ร้อยละ 80-90
ก็ไม่เห็นด้วยให้การบินไทยย้าย

“ อยากตั้งข้อสังเกตว่า หากการบินไทยย้ายไป สายการบินอีกสองสาย คือ
นกแอร์และวันทูโก จะอยู่ได้ไม่นาน
เพราะบริษัทที่ขายน้ำมันให้กับสายการบินที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ร้อยละ 60
ขายน้ำมันให้กับการบินไทย

ถ้าการบินไทยไม่อยู่
ในอนาคตบริษัทน้ำมัน คงไม่ขายให้กับสายการบินทั้งสองสาย
ส่งผลให้ท่าอากาศยานดอนเมืองต้องปิดโดยปริยาย
เท่ากับว่าเป็นการบีบให้ใช้สนามบินเดียวโดยทางอ้อม
จึงมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์อะไรหรือไม่” ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธ์ กล่าว

ที่มา – กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ข่าว 1 และ ข่าว 2