จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือน มีนาคม 2569

จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ

DLO’s Tax Newsletter

 ฉบับที่ 176 เดือนมีนาคม 2569

กฎหมายใหม่ล่าสุด

     1.ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่าที่ได้จ่ายไปเป็นค่าซื้อ ค่าจ้างทำ หรือค่าใช้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ หรืออุปกรณ์อัจฉริยะ รวมถึงการใช้บริการด้านดิจิทัล

     พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 802) พ.ศ. 2569 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สำหรับเงินได้เป็นจำนวนร้อยละหนึ่งร้อยของรายจ่ายที่จ่ายไปเป็นค่าซื้อ ค่าจ้างทำ หรือค่าใช้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ หรืออุปกรณ์อัจฉริยะ รวมถึงการใช้บริการด้านดิจิทัล แต่ไม่รวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งจ่ายให้แก่ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้บริการที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีบริการดิจิทัลของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลเฉพาะในส่วนที่ไม่เกินสามแสนบาท ซึ่งได้จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

     ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก https://bit.ly/4sL80Gc

     2. กำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(6) แห่งประมวลรัษฎากร

     พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 803) พ.ศ. 2569 กำหนดให้ ยอมให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 60 สำหรับเงินได้จากวิชาชีพอิสระการประกอบโรคศิลปและประณีตศิลปกรรม ส่วนเงินได้จากวิชาชีพอิสระอื่นให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 30 เว้นแต่ผู้มีเงินได้จะแสดงหลักฐานต่อเจ้าพนักงานประเมินและพิสูจน์ได้ว่า มีค่าใช้จ่ายมากกว่านั้น ก็ยอมให้หักค่าใช้จ่ายได้ตามความจำเป็นและสมควร

     ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก https://bit.ly/47yD5Va

     3.ยกเว้นภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายไปในการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ

     ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 467) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การยกเว้นภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายไปในการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ กำหนดให้ ยกเว้นภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายไปสำหรับการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศที่ได้กระทำไปตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

     ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก https://bit.ly/4bWZbSt

     4.ขยายกำหนดเวลาการนำส่งเงินภาษีเพิ่มเติมสำหรับการนำส่งเงินภาษีผ่านระบบหักภาษี ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์

     ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการนำส่งเงินภาษีเพิ่มเติมสำหรับการนำส่งเงินภาษี ผ่านระบบหักภาษี ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 กำหนดให้ ขยายกำหนดเวลาการนำส่งเงินภาษีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่กระทำระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 มีนาคม 2569 โดยให้ขยายไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569

     ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก https://bit.ly/4v4VL97

 

ข่าวภาษี

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่     4498/2543

ระหว่าง                     บริษัท ต.                                      โจทก์

กรมสรรพากร                                 จำเลย

เรื่อง     รายจ่ายค่าส่วนลดที่ให้แก่ลูกค้า

ประเด็นข้อพิพาท         : ค่าส่วนลดที่ให้แก่ลูกค้าสามารถนำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้หรือไม่

คำพิพากษา               : โจทก์ประกอบกิจการให้เช่าเครื่องจักรผลิตกล่องและบรรจุอาหารโดยโจทก์เช่าเครื่องจักรจากบริษัทในประเทศสิงคโปร์แล้วนำมาให้ลูกค้าในประเทศไทยเช่าช่วง ลูกค้าเช่าช่วงเครื่องจักรจากโจทก์เพื่อนำไปผลิตกล่องใช้บรรจุนมและผลไม้ โจทก์คิดค่าเช่าช่วงตามจำนวนกล่องที่ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่บรรจุในกล่องได้แล้ว ซึ่งจะมีการบันทึกไว้ในมิเตอร์ของเครื่องจักรในแต่ละเดือน โดยโจทก์ได้ให้ส่วนลดเพื่อจูงใจลูกค้าของบริษัทโดยกำหนดหลักเกณฑ์การให้ส่วนลดไว้แน่นอนและใช้สำหรับลูกค้าทุกรายของโจทก์ดังนี้

(1) ลูกค้าที่บรรจุและขายผลิตภัณฑ์บริษัทได้มากกว่า 5 ล้านกล่อง จะให้ส่วนลดร้อยละ 2 ของราคาวัตถุดิบ

(2) ลูกค้าที่บรรจุและขาย ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้มากกว่า 75 ล้านกล่องจะให้ส่วนลดร้อยละ 3 ของราคาวัตถุดิบ

     การให้ส่วนลดนี้ถ้าลูกค้าสามารถบรรจุและขายผลิตภัณฑ์ได้มากแล้ว โจทก์จะมีรายได้เพิ่มขึ้น ค่าส่วนลดที่โจทก์ ให้แก่ลูกค้าตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวจึงเป็นรายจ่ายเพื่อประกอบธุรกิจตามวัตถุประสงค์ของโจทก์อันเกี่ยวข้องกับธุรกิจของโจทก์โดยตรง โจทก์ย่อมนำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร และลำพังเพียงแต่โจทก์ไม่ได้แจ้งให้ลูกค้าของโจทก์ทราบทุกรายถึงแผนการให้ส่วนลดดังกล่าวก็ยังไม่อาจถือว่าส่วนลดดังกล่าวเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัวการให้โดยเสน่หาหรือการกุศลตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร อันจะเป็นรายจ่ายต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิ

ความเห็นของผู้เขียน     :   ผู้เขียนเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลฎีกาข้างต้น เนื่องจากรายจ่ายซึ่งต้องห้ามมิให้นำมาเป็นรายจ่ายตามมาตรา 65 ตรี (3) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากรนั้น จะต้องเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว หรือรายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ ซึ่งการพิจารณาว่ารายจ่ายใดเป็นรายจ่ายที่มีลักษณะเป็นการส่วนตัวหรือเป็นรายจ่ายที่ไม่ใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะนั้น ต้องพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างรายจ่ายและการประกอบกิจการ รวมถึงความจำเป็นและความสมควรในการประกอบกิจการประกอบด้วย และเมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าการให้ส่วนลดแก่ลูกค้าของโจทก์เป็นการกระทำไปเพื่อจูงใจลูกค้า ซึ่งจะทำให้โจทก์มีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งโจทก์ได้กำหนดหลักเกณฑ์การให้ส่วนลดไว้แน่นอนและใช้สำหรับลูกค้าทุกรายของโจทก์ ค่าส่วนลดที่ให้แก่ลูกค้าดังกล่าวจึงถือเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการของโจทก์ และแม้ว่าโจทก์จะไม่ได้แจ้งให้ลูกค้าทุกรายทราบถึงแผนการให้ส่วนลดดังกล่าวย่อมไม่ทำให้ถือว่าค่าส่วนลดเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หา หรือการกุศล อันเป็นรายจ่ายต้องห้ามแต่อย่างใด ทั้งนี้ ตามมาตรา 65 ตรี (3) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากร

     อนึ่ง กรณีดังกล่าวเป็นเพียงการแสดงความเห็นทางกฎหมายของผู้เขียนเท่านั้น ซึ่งกฎหมายภาษีอากรเป็นกฎหมายที่ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการตีความกฎหมายในมุมมองที่แตกต่างภายใต้บทบัญญัติกฎหมายเดียวกัน การหยิบยกคำพิพากษาศาลฎีกานี้ในการนำเสนอมีเพียงวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจกฎหมายภาษีอากรมากขึ้น และเสียภาษีอากรได้อย่างถูกต้องเท่านั้น

 

มัญจา บุญช่วย