ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้สมัครงานและผู้สมัครเข้ารับการฝึกงาน
(Applicant and Intern Privacy Notice)
บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด

       บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด (“บริษัท”) ได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะผู้สมัครงาน ผู้สมัครเข้ารับการฝึกงาน และบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้อง (“ท่าน”) และเพื่อเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ บริษัทได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้สมัครงานและผู้สมัครเข้ารับการฝึกงาน ซึ่งแจ้งวิธีที่บริษัทจัดการกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังนี้

๑. คำนิยาม

“ข้อมูลส่วนบุคคล”                     หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

“ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนา หรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

“การประมวลผลข้อมูล”                หมายถึง การดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

“บริษัทในเครือธรรมนิติ”               หมายถึง บริษัท ธรรมนิติ จำกัด (มหาชน), บริษัท ฝึกอบรมและสัมมนาธรรมนิติ จำกัด, บริษัท สำนักพัฒนาการบริหารธรรมนิติ จำกัด, บริษัท ธรรมนิติ เพรส จำกัด, บริษัท ดีไอทีซี จำกัด, บริษัท สอบบัญชีธรรมนิติ จำกัด, บริษัท ธรรมนิติการบัญชีและภาษีอากร จำกัด และบริษัท ตรวจสอบภายในธรรมนิติ จำกัด

๒. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

    บริษัทจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านหลายช่องทาง อาทิ ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท ผ่านทางอีเมล หรือกรณีที่ท่านยื่นใบสมัครด้วยตัวเองผ่านบูธสมัครงาน หรือยื่นโดยตรงที่บริษัท รวมไปถึงการสมัครผ่านเว็บไซต์สมัครงาน บริษัทจัดหางาน เป็นต้น โดยข้อมูลที่บริษัทเก็บ รวบรวมเพื่อใช้ในการพิจารณาการสมัครนี้ รวมถึงเอกสารประกอบการสมัครทั้งในรูปแบบสำเนาและเอกสารที่ผู้สมัครอัปโหลดผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ

๓. ข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม

    บริษัทเก็บ รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านหลายช่องทาง โดยแบ่งประเภทของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้

      ๓.๑ ข้อมูลผู้สมัครงานหรือผู้สมัครฝึกงาน

           เมื่อท่านสมัครงาน หรือสมัครฝึกงานกับบริษัทผ่านทางเว็บไซต์ อีเมล หรือช่องทางติดต่ออื่น ๆ บริษัทขอทราบข้อมูลที่จำเป็นต่อการสมัครดังต่อไปนี้

           ๓.๑.๑ ตำแหน่งที่สมัคร เงินเดือนที่ต้องการ

           ๓.๑.๒ ข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ ชื่อ-นามสกุล ชื่อเล่น รูปถ่าย วันเดือนปีเกิด อีเมล เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ ข้อมูลติดต่อ เลขบัตรประจำตัวประชาชน เลขที่ใบอนุญาตขับขี่ เลขที่ใบอนุญาตทนายความ อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง เพศ สถานภาพทางทหาร สถานภาพการสมรส เป็นต้น

           ๓.๑.๓ รายละเอียดบุคคลอื่น อาทิ ข้อมูลบิดา มารดา พี่น้อง ข้อมูลบุคคลติดต่อฉุกเฉิน บุคคลอ้างอิง (หากท่านให้รายละเอียดข้อมูลของบุคคลอื่น หรือข้อมูลที่ระบุถึงบุคคลที่สามอื่นใด ท่านมีหน้าที่ต้องขอรับความยินยอมจากบุคคลที่สามดังกล่าวก่อนที่จะมอบข้อมูลส่วนบุคคลนั้นให้บริษัท)

           ๓.๑.๔ ประวัติการศึกษา ประวัติการฝึกอบรม ความสามารถพิเศษ และประสบการณ์การทำงาน

           ๓.๑.๕ เอกสารประกอบการสมัคร อาทิ CV ประวัติการทำงาน จดหมายแนะนำตัว

           ๓.๑.๖ เอกสารเพื่อใช้ระบุตัวตนของผู้สมัคร อาทิ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบอนุญาตทนายความ

           ๓.๑.๗ การตอบคำถามคัดกรองเกี่ยวกับการสมัคร

           ๓.๑.๘ ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว อาทิ ข้อมูลสุขภาพ

      ๓.๒ ข้อมูลอื่นๆ

           บริษัทอาจจัดเก็บข้อมูลคุกกี้ (Cookie) หรือข้อมูลการเข้าออกเว็บไซต์ (Log Files) ของท่านโดยจะจัดเก็บข้อมูลดังนี้ หมายเลขไอพี (IP Address) เวลาการเข้าใช้งาน เป็นต้น ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของคุกกี้ในประกาศการใช้งานคุกกี้ได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlo.co.th/policy/cookies

      โปรดทราบว่าหากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความจำเป็นต่อการสมัคร การปฏิบัติตามสัญญา การเข้าทำสัญญา หรือการปฏิบัติตามกฎหมายแก่บริษัท บริษัทอาจจะไม่สามารถพิจารณาจ้างงาน หรือรับเข้าฝึกงานได้หากปราศจากข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว

      การเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ศาสนา ปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ จะอยู่ภายใต้ความยินยอมของท่าน เว้นแต่จะเป็นการเก็บ ใช้ เปิดเผยหรือส่งต่อซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามกฎหมาย

๔. ระยะเวลาการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

    บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายในระยะเวลาที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการประมวลผล หรือภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายระบุไว้ภายใต้มาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม โดยมีระยะเวลาการเก็บข้อมูล ดังนี้

      ๔.๑ บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลการสมัคร เพื่อพิจารณาการรับเข้าทำงาน หรือเข้ารับการฝึกงานภายในระยะเวลา ๓๐ วันนับแต่วันที่บริษัทได้รับข้อมูลดังกล่าว โดยหากไม่ผ่านการพิจารณารับเข้าทำงาน หรือรับเข้าฝึกงานแล้วแต่กรณี ข้อมูลในใบสมัคร รวมถึงข้อมูลอื่นใดที่ได้ให้ไว้แก่บริษัทจะถูกจัดเก็บเป็นระยะเวลาประมาณ ๑-๒ ปี เพื่อให้บริษัท หรือบริษัทในเครือพิจารณาเสนอตำแหน่งงานอื่นที่อาจเหมาะสมกับท่านต่อไปได้

๕. วัตถุประสงค์การเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

    บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่ท่านได้ให้มา เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ภายใต้ฐานตามกฎหมายดังต่อไปนี้

      – ฐานสัญญา (Contract) เพื่อเป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญากับบริษัท หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญานั้น หรือเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี อาทิ การคัดเลือกผู้สมัครงาน ผู้สมัครฝึกงาน การติดต่อกับผู้สมัครเพื่อนัดหมายสัมภาษณ์ หรือแจ้งผลการสมัคร การจ้างตามสัญญาจ้างแรงงาน การรับเข้าฝึกงาน เป็นต้น

      – ฐานความยินยอม (Consent) กรณีที่บริษัทจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยต้องอาศัยฐานความยินยอมเป็นหลัก บริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมจากท่าน โดยท่านมีสิทธิเพิกถอนความยินยอมดังกล่าวได้ทุกเมื่อผ่านช่องทางการติดต่อตามข้อที่ ๘ บริษัทจะดำเนินการตามคำร้องขอดังกล่าวเว้นแต่จะมีเหตุในการปฏิเสธ หรือข้อยกเว้น หรือข้อปฏิบัติตามกฎหมายระบุเอาไว้

      – ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest) บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย อาทิ การบันทึกภาพวงจรปิด (CCTV) การจัดกิจกรรม การจัดสิ่งอำนวยความสะดวก สวัสดิการ การบริหารความเสี่ยง หรือการจัดการอื่นใดอันเป็นประโยชน์โดยชอบธรรมของบริษัท หรือของบุคคลอื่น

      – ฐานประโยชน์สำคัญต่อชีวิต (Vital Interest) บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อป้องกัน หรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูล อาทิ การติดต่อฉุกเฉิน การควบคุมป้องกันโรคติดต่อ

      – ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย (Legal Obligation) บริษัทอาจประมวลผลเพื่อปฏิบัติตามบทบัญญัติกฎหมาย กฎระเบียบ หรือคำสั่งผู้ที่มีอำนาจตามกฎหมาย อาทิ กฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายประกันสังคม กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัท

๖. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

    บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ขอบเขตที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ หรือที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของบริษัท โดยบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่หน่วยงานดังต่อไปนี้

      ๖.๑ บริษัทในเครือ บริษัทอาจส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านระหว่างบริษัทในเครือธรรมนิติด้วยกัน รวมไปถึงฝ่ายทรัพยากรบุคคล ผู้บังคับบัญชา ฝ่ายบริหาร ฝ่ายบัญชี ฝ่ายสารสนเทศ เพื่อการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุตามวัตถุประสงค์ โดยจะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์ในการพิจารณาการสมัคร หรือการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลเท่านั้น

      ๖.๒ หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลตามกฎหมาย อาทิ กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กระทรวงพาณิชย์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ธนาคาร ศาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือหน่วยงานราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง

      ๖.๓ หน่วยงานอื่น ๆ อาทิ สถาบันฝึกอบรมภายนอก บริษัทประกันภัย โรงพยาบาล (สำหรับสวัสดิการของบริษัท) เป็นต้น

      เว็บไซต์ของบริษัทอาจมีลิงก์ไปยังเว็บไซต์อื่น ๆ โปรดทราบว่าบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อการปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้โดยเว็บไซต์อื่น นอกเหนือจากเว็บไซต์ของบริษัทเอง

๗. การรักษาความมั่นคงปลอดภัย

    บริษัทมีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมเพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ ดัดแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนี้

      ๗.๑ บริษัทจำกัดคนเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลไว้สำหรับพนักงานที่จำเป็นต้องทราบข้อมูลนั้นเพื่อทำการประมวลผลข้อมูลโดยที่บุคคลเหล่านั้นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับตามสัญญาของบริษัทอย่างเข้มงวด

      ๗.๒ ในกรณีที่บริษัทว่าจ้างบริษัทอื่น ๆ เพื่อให้บริการในนามของบริษัทและมอบหมายให้บริษัทเหล่านั้นรับผิดชอบในการจัดการกับข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะเลือกผู้รับจ้างช่วงที่เหมาะสมและกำหนดให้บริษัทดังกล่าวลงนามในข้อตกลงทั้งหมดที่จำเป็นเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล

      ๗.๓ การเข้ารหัส บริษัทใช้การเข้ารหัสแบบ Secure Sockets Layer (SSL) เพื่อให้แน่ใจได้ว่าการส่งผ่านข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นไปอย่างปลอดภัย

๘. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

    ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิตามกฎหมายดังต่อไปนี้ และในกรณีที่ท่านประสงค์ใช้สิทธิท่านสามารถแจ้งให้ทางบริษัททราบเป็นลายลักษณ์อักษร โดยกรอก “แบบคำร้องขอใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject Request Form)” และส่งมายังอีเมล info@dlo.co.th เพื่อแจ้งความประสงค์ดังกล่าว

      ๘.๑ สิทธิการเพิกถอนความยินยอม ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับบริษัท ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่ในความครอบครองของบริษัท ทั้งนี้บริษัทจะแจ้งให้ทราบถึงผลของการเพิกถอนความยินยอมภายหลังจากที่บริษัทได้รับคำร้องขอเพิกถอนดังกล่าว

      ทั้งนี้ การขอถอนความยินยอมของท่านไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บ รวบรวม ใช้ และหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบ

      ๘.๒ สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวส่งต่อให้แก่ท่าน รวมถึงมีสิทธิขอให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้เก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยได้

      ๘.๓ สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บ รวบรวม ใช้ และหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในเวลาใดก็ได้ ในกรณีที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บ รวบรวม ใช้ และหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์หรือสถิติ

      ทั้งนี้ บริษัทสามารถปฏิเสธคำร้องขอได้หากเป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท หรือในกรณีที่บริษัทแสดงให้เห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า หรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง การใช้สิทธิเรียกร้อง หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย

      ๘.๔ สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิที่จะขอรับข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่านในรูปแบบที่สามารถอ่าน หรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ รวมถึงมีสิทธิขอให้ส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

      ๘.๕ สิทธิในการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านอาจขอให้บริษัทลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคล หากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด หรือเมื่อท่านถอนความยินยอม หรือมีเหตุให้เชื่อว่าบริษัทได้เก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

      ๘.๖ สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัทอยู่ในระหว่างการดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ท่านร้องขอ แต่หากกรณีข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบ หรือทำลาย หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอีกต่อไป ท่านขอให้บริษัทระงับการใช้แทน หรือขอให้บริษัทเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง การปฏิบัติตาม หรือการใช้สิทธิเรียกร้อง หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายก็ได้

      ๘.๗ สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบันสมบูรณ์ครบถ้วน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

      ๘.๘ สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียน เมื่อมีเหตุให้เชื่อได้ว่าบริษัทมีการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

      เมื่อท่านหรือตัวแทนโดยชอบของท่านได้ยื่นคำร้องขอใช้สิทธิ บริษัทจะดำเนินการตามคำร้องขอของท่านเท่านั้น เว้นแต่มีข้อจำกัด หรือเหตุอันสมควรในการปฏิเสธตามกฎหมาย ทั้งนี้ บริษัทจะชี้แจงเหตุผลในการปฏิเสธคำร้องขอของท่านให้ทราบอย่างชัดเจน

      โปรดทราบว่าทางบริษัทอาจมีการส่งต่อ หรือเปิดเผยคำร้องดังกล่าวไปยังบริษัทในเครือธรรมนิติ เพื่อให้การปฏิบัติตามคำร้องของท่านเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทจะเก็บ รวบรวมข้อมูลดังกล่าวจนกว่าการโต้แย้งหรือการดำเนินการตามคำร้องดังกล่าวจะสิ้นสุดลง

๙. ติดต่อบริษัท

บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด

เลขที่ ๒/๒ อาคารภักดี ชั้น ๒ ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๓๐

โทรศัพท์ : (๐๒) ๖๘๐-๙๗๗๗

โทรสาร : (๐๒) ๖๘๐-๙๗๑๑

จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) : info@dlo.co.th

 

หมายเหตุ:       

– การเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว ทางบริษัทอาจดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เพื่อให้สอดคล้องครอบคลุมตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายอื่น ๆ กำหนด ทั้งนี้ บริษัทจะประกาศบนเว็บไซต์พร้อมระบุวันที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งล่าสุด

                                                                   วันที่แก้ไขล่าสุด ๒๓ เมษายน ๒๕๖๘