<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เมษยา สีลาวรรณ &#8211; สำนักกฎหมายธรรมนิติ</title>
	<atom:link href="https://www.dlo.co.th/author/maysayas/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.dlo.co.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 19 Apr 2023 02:52:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.3.5</generator>
	<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนธันวาคม 2564</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/6736</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/6736#respond</comments>
				<pubDate>Wed, 05 Jan 2022 12:36:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[เมษยา สีลาวรรณ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=6736</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’S Tax Newsletter ฉบับที่ 125 เดือนธันวาคม 2564 กฎหมายใหม่ล่าสุด 1. กำหนดอำนาจอธิบดีกรมสรรพากรในการแลกเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/newsletter/6736">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนธันวาคม 2564</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ<br />
DLO’S Tax Newsletter</p>
<p style="text-align: right;">ฉบับที่ 125 เดือนธันวาคม 2564</p>
<p><strong>กฎหมายใหม่ล่าสุด</strong><br />
1. กำหนดอำนาจอธิบดีกรมสรรพากรในการแลกเปลี่ยนข้อมูล<br />
2. ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลให้แก่ SMEs สำหรับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์<br />
3. ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานผู้พ้นโทษ<br />
4. สิทธิประโยชย์ทางภาษีให้แก่บุคคลในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ<br />
5. ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา<br />
6. ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับรายจ่ายในการซื้อชุดตรวจ ATK ให้แก่พนักงาน<br />
7. สิทธิประโยชน์ทางภาษีเกี่ยวกับองค์กรการเงินชุมชนและสถาบันการเงินประชาชน<br />
8. สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมกิจการวิสาหกิจเพื่อสังคม<br />
9. สิทธิประโยชน์ทางภาษี กรณีการขาย / โอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่เวนคืนหรือได้มาโดยวิธีการซื้อขาย<br />
10. เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การคำนวณส่วนของหนี้สูญ เพื่อนำมาหักออกจากภาษีขาย</p>
<p><strong>ข่าวภาษี</strong><br />
1. ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เพื่อสนับสนุนการบริจาคด้านสาธารณสุข<br />
2. ผู้เสียภาษีสามารถยื่นเอกสารให้กรมสรรพากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์</p>
<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ</strong><br />
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 489/2562<br />
ระหว่าง<code>     </code>นาย ส. จำกัด<code>     </code>โจทก์<br />
<code>          </code>บริษัท อ.<code>       </code>จำเลย<br />
เรื่อง<code>      </code>รายจ่ายต้องห้าม กรณีรายจ่ายซึ่งกำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริง</p>
<p><strong>กฎหมายใหม่ล่าสุด</strong><br />
<strong>1. กำหนดอำนาจอธิบดีกรมสรรพากรในการแลกเปลี่ยนข้อมูล</strong></p>
<p>พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 54 พ.ศ. 2564 กำหนดอำนาจอธิบดีกรมสรรพากรในการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ได้มาโดยหน้าที่ราชการ เพื่อการปฏิบัติตามพันธกรณีตามความตกลงหรือ DTA และเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างประเทศในการป้องกันการเลี่ยงภาษีอากร</p>
<p>รายละเอียดตาม <a href="https://bit.ly/3H6A3IW">https://bit.ly/3H6A3IW</a></p>
<p><strong>2. ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลให้แก่ SMEs สำหรับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์</strong></p>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 725) พ.ศ. 2564 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลให้แก่ SMEs สำหรับเงินได้จำนวนร้อยละ 100 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าซื้อหรือจ้างทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือค่าใช้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือผู้ให้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เฉพาะในส่วนที่ไม่เกิน 1 แสนบาท สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด<br />
รายละเอียดตาม <a href="https://bit.ly/30dOcDm">https://bit.ly/30dOcDm</a></p>
<p><strong>3. ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานผู้พ้นโทษ</strong></p>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 726) พ.ศ. 2564 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล จำนวนร้อยละ 50 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานผู้พ้นโทษ เฉพาะในส่วนที่ไม่เกิน 15,000 บาท / คน / เดือน สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2564</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด<br />
รายละเอียดตาม <a href="https://bit.ly/30ga555">https://bit.ly/30ga555</a></p>
<p><strong>4. สิทธิประโยชย์ทางภาษีให้แก่บุคคลในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ</strong></p>
<p>พระราชกฤษฎีกากำหนดสิทธิประโยชย์ทางภาษีให้แก่บุคคลในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ สรุปได้ดังนี้<br />
4.1 พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 727) พ.ศ. 2564 กำหนดสิทธิประโยชย์ทางภาษีให้แก่ผู้ประกอบกิจการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ รวมทั้งผู้มีเงินได้ที่ได้รับเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด<br />
รายละเอียดตาม <a href="https://bit.ly/3knwS62">https://bit.ly/3knwS62</a></p>
<p>4.2 พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 728) พ.ศ. 2564 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล จำนวนร้อยละ 100 ของเงินได้ที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อและค่าติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ณ สถานประกอบกิจการที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด<br />
รายละเอียดตาม <a href="https://bit.ly/3H66kjb">https://bit.ly/3H66kjb</a></p>
<p>4.3 พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 729) พ.ศ. 2564 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จำนวนร้อยละ 100 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนหรือการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการให้ดีขึ้นตามจำนวนที่จ่ายจริง ต้องจ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2566</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด<br />
รายละเอียดตาม <a href="https://bit.ly/3kkiZoP">https://bit.ly/3kkiZoP</a></p>
<p>4.4 พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 730) พ.ศ. 2564 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่ SMEs รายใหม่ สำหรับกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมายและตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด<br />
รายละเอียดตาม <a href="https://bit.ly/3n3mK48">https://bit.ly/3n3mK48</a></p>
<p>4.5 พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 731) พ.ศ. 2564 กำหนดให้ลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย และคงจัดเก็บในอัตราร้อยละ 3 ของเงินได้ สำหรับเงินได้ที่ได้รับเนื่องจากการจ้างแรงงานในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ และยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่อยู่นอกเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจที่ลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจเป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายที่ได้จ่ายจริง</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด<br />
รายละเอียดตาม <a href="https://bit.ly/3H8eA2f">https://bit.ly/3H8eA2f</a></p>
<p><strong>5. ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong></p>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 732) พ.ศ. 2564 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2566<br />
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด<br />
รายละเอียดตาม <a href="https://bit.ly/3qwX7ui">https://bit.ly/3qwX7ui</a></p>
<p><strong>6. ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับรายจ่ายในการซื้อชุดตรวจ ATK ให้แก่พนักงาน</strong></p>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 733) พ.ศ. 2564 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล จำนวนร้อยละ 50 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าซื้อชุดตรวจและน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อ SARS-CoV-2 (เชื้อก่อโรค COVID -19) แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง (COVID -19 Antigen test self-test kits) เพื่อใช้สำหรับพนักงานหรือลูกจ้างของตนเอง ตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2565<br />
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่พระราชกฤษฎีกาประกาศกำหนด<br />
รายละเอียดตาม <a href="https://bit.ly/3qmqI9Z">https://bit.ly/3qmqI9Z</a></p>
<p><strong>7. สิทธิประโยชน์ทางภาษีเกี่ยวกับองค์กรการเงินชุมชนและสถาบันการเงินประชาชน</strong></p>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 734) พ.ศ. 2564 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ เพื่อลดภาระต้นทุนในการเปลี่ยนสถานะขององค์กรการเงินชุมชนในการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสถาบันการเงินประชาชน และส่งเสริมการออมทรัพย์และบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่สมาชิกของสถาบันการเงินประชาชน</p>
<p>รายละเอียดตาม <a href="https://bit.ly/3F1yjyS">https://bit.ly/3F1yjyS</a></p>
<p><strong>8. สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมกิจการวิสาหกิจเพื่อสังคม</strong></p>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 735) พ.ศ. 2564 กำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมกิจการวิสาหกิจเพื่อสังคม</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด<br />
รายละเอียดตาม <a href="https://bit.ly/3qlqY9a">https://bit.ly/3qlqY9a</a></p>
<p><strong>9. สิทธิประโยชน์ทางภาษี กรณีการขาย / โอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่เวนคืนหรือได้มาโดยวิธีการซื้อขาย</strong></p>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 736) พ.ศ. 2564 กำหนดให้ยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ สำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์หรือการโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่เวนคืนหรือได้มาโดยวิธีการซื้อขายเพื่อบรรเทาภาระภาษีและจูงใจให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ตกลงทำสัญญาซื้อขาย</p>
<p>รายละเอียดตาม <a href="https://bit.ly/3qqSKRE">https://bit.ly/3qqSKRE</a></p>
<p><strong>10. เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การคำนวณส่วนของหนี้สูญ เพื่อนำมาหักออกจากภาษีขาย</strong></p>
<p>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 242) กำหนดให้เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การคำนวณส่วนของหนี้สูญ เพื่อนำมาหักออกจากภาษีขายตามมาตรา 82/11 แห่งประมวลรัษฎากร โดยให้ใช้บังคับสำหรับการดำเนินการที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 ของเดือนภาษีถัดจากวันที่ประกาศในประกาศนี้เป็นต้นไป (เดือนธันวาคม 2564 เป็นต้นไป)</p>
<p>รายละเอียดตาม <a href="https://bit.ly/3104rnV">https://bit.ly/3104rnV</a></p>
<p><strong>ข่าวภาษี</strong><br />
<strong>1. ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เพื่อสนับสนุนการบริจาคด้านสาธารณสุข</strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร กรณี<br />
ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยให้หักลดหย่อนหรือหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่า ของจำนวนเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาค สำหรับการบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ของกรมสรรพากร ให้แก่ ศิริราชมูลนิธิ หรือมูลนิธิจุฬาภรณ์ และยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สินหรือการขายสินค้า หรือสำหรับการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการบริจาคให้แก่มูลนิธิดังกล่าวที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป<br />
ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3lJmHJJ">https://bit.ly/3lJmHJJ</a></p>
<p><strong>2. ผู้เสียภาษีสามารถยื่นเอกสารให้กรมสรรพากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์</strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวง ออกตามความในประมวลรัษฎากร กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากร ผู้มีหน้าที่นำส่งภาษี ผู้ประกอบการจดทะเบียน หรือบุคคลใด อาจยื่นแบบแสดงรายการภาษี แบบยื่นรายการนำส่งภาษี แบบยื่นรายการภาษี แบบนำส่งภาษี รายงาน บัญชีพิเศษ บัญชีงบดุลหรือบัญชีอื่น ๆ ประกอบแบบแสดงรายการ คำร้องคืนภาษีอากร คำอุทธรณ์ คำร้อง คำขอ หรือเอกสารหรือหนังสืออื่นใดให้กรมสรรพากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป<br />
ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3lJmHJJ">https://bit.ly/3lJmHJJ</a></p>
<p>คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ<br />
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 489/2562<br />
ระหว่าง<code>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</code>นาย ส. จำกัด<code>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</code>โจทก์<br />
<code>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</code>บริษัท อ.<code>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</code>จำเลย<br />
เรื่อง<code>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</code>รายจ่ายต้องห้าม กรณีรายจ่ายซึ่งกำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริง</p>
<p><strong>ประเด็นข้อพิพาท :</strong> มูลหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อตอบแทนในการที่โจทก์ช่วยจำเลยหลีกเลี่ยงภาษีเงินได้นิติบุคคลขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือไม่</p>
<p><strong>ข้อเท็จจริง :</strong> นาย อ กรรมการคนหนึ่งของจำเลยเรียกโจทก์ไปพบบอกว่า จำเลยจะออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ เมื่อวางตลาดแล้วจำเลยจะมีกำไรประมาณปีละ 100 ล้านบาท ซึ่งมีผลให้จำเลยต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 30 ล้านบาท ขอให้โจทก์หาทางเสียภาษีอย่างประหยัด</p>
<p>โจทก์แจ้งนาย อ ว่า โจทก์สามารถทำให้จำเลยเสียภาษีอย่างถูกต้องและน้อยลงได้ หลังจากนั้นโจทก์ได้ตรวจสอบบัญชีของจำเลยกับบริษัทอื่น ๆ ในเครือของจำเลยอีก 4 บริษัท พบว่า หากสามารถบันทึกค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นได้อีกปีละ 39 ล้านบาท ทำให้ภาษีเงินได้นิติบุคคลของจำเลยลดลงได้ปีละ 11 ล้านบาท</p>
<p>จำเลยตกลงกับโจทก์ว่า จะออกตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 23 ล้านบาท ให้แก่โจทก์โดยมีเงื่อนไขว่า จะจ่ายเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินนี้ ถ้าการทำหลักฐานประกอบการลงบัญชีให้เสียภาษีน้อยลงได้ผลและไม่ถูกกรมสรรพากรตรวจพบ</p>
<p>เพื่อให้จำเลยเสียภาษีน้อยลง จำเลยต้องช่วยจ่ายผลขาดทุนให้กับบริษัท ธ และบริษัท ส จำเลยจึงร่วมกับบริษัท พ สร้างหลักฐานว่า ได้จ่ายเงินให้แก่บริษัท ธ เพื่อวางแผนการขายเป็นเงิน 30 ล้านบาท และให้บริษัท พ จ่ายเงินจ้างบริษัท ส ทำการวิจัยเกี่ยวกับสินค้าเป็นเงิน 9 ล้านบาท ซึ่งไม่มีการจ้างกันจริง จากการทำเช่นนี้ทำให้กำไรของบริษัท พ. ลดลงไป 39 ล้านบาท สามารถหลบเลี่ยงภาษีในปี 2542 ได้จำนวน 11 ล้านบาท โจทก์จึงเรียกให้จำเลยชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 23 ล้านบาทดังกล่าวแก่โจทก์ แต่จำเลยปฏิเสธการชำระเงิน</p>
<p><strong>คำพิพากษา :</strong> ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า การที่จำเลยสามารถลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเนื่องจากโจทก์ทำหลักฐานว่ามีรายจ่ายซึ่งโจทก์กำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริงและนำไปหักออกจากกำไรจากการประกอบกิจการของจำเลย นั้น ถือว่าผิดกฎหมาย ตามมาตรา 65 ตรี (9) แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ สำหรับรายจ่ายซึ่งกำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริง ฉะนั้น โจทก์จึงไม่อาจนำเงินค่าใช้จ่ายดังกล่าวที่โจทก์กำหนดขึ้นเองไปหักออกจากกำไรสุทธิของจำเลยได้ ซึ่งโจทก์และจำเลยควรรู้ได้ว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นการไม่ชอบ ดังนั้น การที่จำเลยออกตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 23 ล้านบาท ให้แก่โจทก์เพื่อตอบแทนในการที่โจทก์ช่วยจำเลยหลีกเลี่ยงภาษีเงินได้นิติบุคคลจึงมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายและเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงตกเป็นโมฆะเสียเปล่าตามมาตรา 150 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวแก่โจทก์</p>
<p><strong>ความเห็น :</strong> ผู้เขียนเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลฎีกา เนื่องด้วยการเสียภาษีถือเป็นหน้าที่ตามกฎหมายไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ก็ล้วนแต่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีทั้งสิ้น อย่างไรก็ดี เพื่อความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี ประมวลรัษฎากรได้กำหนดให้ผู้ประกอบการสามารถนำรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการ หรือรายจ่ายที่กฎหมายกำหนดสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม มาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดและไม่มีลักษณะเป็นการหลบเลี่ยงการเสียภาษี</p>
<p>การที่โจทก์และจำเลยร่วมกันในการสร้างรายจ่ายค่าวางแผนการขายและค่าทำวิจัยให้แก่บริษัท ธ และบริษัท พ โดยไม่มีการจ่ายเงินกันจริง ถือเป็นการสร้างรายจ่ายอันเป็นเท็จหรือรายจ่ายที่กำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริง อันเป็นข้อที่กฎหมายกำหนดห้ามไว้อย่างชัดแจ้งตามมาตรา 65 ตรี (9) แห่งประมวลรัษฎากร และเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เมื่อนำรายจ่ายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ ย่อมส่งผลให้การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลน้อยลง อันเป็นการหลบเลี่ยงการเสียภาษีและกระทบต่อผลประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีของประเทศ ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระเงินจำนวน 23 ล้านบาท ตามตั๋วสัญญาใช้เงินอันเกิดจากการกระทำดังกล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><strong>นางสาวเมษยา สีลาวรรณ</strong></p>
<p>หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่<br />
บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด<br />
2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330<br />
หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9725<br />
Email: Maysayas@dlo.co.th</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/newsletter/6736">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนธันวาคม 2564</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/6736/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>สิ้นสุดการรอคอย !!! กฎหมาย Transfer Pricing กำหนดรายการเอกสารที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน จะต้องจัดเตรียมเพื่อยื่นต่อเจ้าพนักงานสรรพากร หากได้รับหนังสือ</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/press-releases/6634</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/press-releases/6634#respond</comments>
				<pubDate>Thu, 04 Nov 2021 03:57:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[เมษยา สีลาวรรณ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=6634</guid>
				<description><![CDATA[<p>ตามที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์ตามกฎหมาย (“บริษัทที่มีความสัมพันธ์กัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/press-releases/6634">สิ้นสุดการรอคอย !!! กฎหมาย Transfer Pricing กำหนดรายการเอกสารที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน จะต้องจัดเตรียมเพื่อยื่นต่อเจ้าพนักงานสรรพากร หากได้รับหนังสือ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>ตามที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์ตามกฎหมาย (“บริษัทที่มีความสัมพันธ์กัน”) ได้ยื่น Disclosure Form เพื่อรายงานข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่มีความสัมพันธ์กันและมูลค่ารวมของธุรกรรมระหว่างกันต่อกรมสรรพากรในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีแล้ว ภายใน 5 ปีนับจากวันที่ได้ยื่น Disclosure Form เจ้าพนักงานสรรพากรมีอำนาจส่งหนังสือให้บริษัทที่มีความสัมพันธ์กัน ยื่นเอกสารหรือหลักฐานแสดงข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์ข้อกำหนดของธุรกรรมระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน (TP Document/Master File/Local File) ได้<sup>1</sup></p>
<p>โดยเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าว ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 407) ซึ่งมีผลใช้บังคับสำหรับเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป ได้ประกาศกำหนดรายการเอกสารหรือหลักฐาน โดยมีสาระสำคัญสรุปดังนี้</p>
<p><strong>1. เอกสารหรือหลักฐานที่ต้องจัดเตรียม เพื่อยื่นต่อเจ้าพนักงานสรรพากร กรณีได้รับหนังสือ แบ่งเป็น 3 ส่วนใหญ่ดังนี้</strong><br />
<code>   </code><strong>ส่วนที่ 1 เอกสารหรือหลักฐานแสดงข้อมูลเกี่ยวกับผู้มีหน้าที่ยื่นเอกสารหรือหลักฐาน<sup>2</sup></strong></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-6635" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2021/11/slide_1_11-4-64.jpg" alt="" width="1280" height="720" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2021/11/slide_1_11-4-64.jpg 1280w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2021/11/slide_1_11-4-64-300x169.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2021/11/slide_1_11-4-64-1024x576.jpg 1024w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2021/11/slide_1_11-4-64-768x432.jpg 768w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></p>
<p><code>   </code><strong>ส่วนที่ 2 . เอกสารหรือหลักฐานแสดงข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมระหว่างบริษัทที่มีความสัมพันธ์กันของผู้มีหน้าที่ยื่นเอกสารหรือหลักฐาน</strong></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-6636" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2021/11/slide_2_11-4-64.jpg" alt="" width="1280" height="720" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2021/11/slide_2_11-4-64.jpg 1280w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2021/11/slide_2_11-4-64-300x169.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2021/11/slide_2_11-4-64-1024x576.jpg 1024w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2021/11/slide_2_11-4-64-768x432.jpg 768w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></p>
<p><code>   </code><strong>ส่วนที่ 3 เอกสารหรือหลักฐานแสดงอื่นๆ นอกจาก 1 และ 2 ที่เจ้าพนักงานสรรพากรมีหนังสือให้ยื่นเพิ่มเติม</strong></p>
<p><strong>2. การยื่นเอกสารหรือหลักฐานตามข้อ 1 ต้องทำเป็นภาษาไทย และยื่นต่อเจ้าพนักงานสรรพากร ณ กองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ กรมสรรพากร หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่ในท้องที่ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นตั้งอยู่</strong></p>
<p>ทั้งนี้ ติดตามรายละเอียดประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 407) ที่ <a href="https://bit.ly/2ZNdtDO" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/2ZNdtDO</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><sup>1</sup> มาตรา 71 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร<br />
<sup>2</sup> ผู้มีหน้าที่ยื่นเอกสารหรือหลักฐาน” หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอื่นในลักษณะของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน และได้รับหนังสือจากเจ้าพนักงานประเมินโดยอนุมัติอธิบดี ให้ยื่นเอกสารหรือหลักฐานแสดงข้อมูลทีจำเป็นสำหรับการวิเคราะห์ข้อกำหนดของธุรกรรมระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามมาตรา 71 ตรี วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/press-releases/6634">สิ้นสุดการรอคอย !!! กฎหมาย Transfer Pricing กำหนดรายการเอกสารที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน จะต้องจัดเตรียมเพื่อยื่นต่อเจ้าพนักงานสรรพากร หากได้รับหนังสือ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/press-releases/6634/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนมิถุนายน 2564</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/6208</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/6208#respond</comments>
				<pubDate>Thu, 10 Jun 2021 07:39:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[เมษยา สีลาวรรณ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=6208</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’S Tax Newsletter ฉบับที่ 119 เดือนมิถุนายน 2564 กฎหมายใหม่ล่าสุด 1. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การจำหน่ายหนี้สูญ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/6208">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนมิถุนายน 2564</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: right;"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></p>
<p style="text-align: right;"><strong>DLO’S Tax Newsletter</strong><br />
<strong>ฉบับที่ 119 เดือนมิถุนายน 2564</strong></p>
<p><strong>กฎหมายใหม่ล่าสุด</strong><br />
1. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้<br />
2. หลักเกณฑ์การหักและนำส่งเงินได้พึงประเมินเพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)<br />
3. การขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบและชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต<br />
4. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายไปในการอบรมสัมมนาภายในประเทศ<br />
5. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์</p>
<p><strong>ข่าวภาษี</strong><br />
1. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจ้างงานผู้พ้นโทษ<br />
2. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคเพื่อจัดหาวัคซีน<br />
3. มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่เศรษฐกิจดิจิทัล<br />
4. ขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรม 4.0 และมาตรการภาษีเพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ (Thailand Plus Package)<br />
5. กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการบังคับใช้กฎหมาย e -Service</p>
<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ</strong><br />
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3615/2561<br />
ระหว่าง<code>     </code>บริษัท ท. จำกัด<code>     </code>โจทก์<br />
<code>          </code>กรมสรรพากร<code>      </code>จำเลย<br />
เรื่อง<code>       </code>รายจ่ายต้องห้าม กรณีไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายตามสัญญา</p>
<p><strong>กฎหมายใหม่ล่าสุด</strong></p>
<p><strong>1. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้</strong></p>
<p><code>     </code>กฎกระทรวง (ฉบับที่ 374) พ.ศ. 2564 กำหนดให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ โดยมีสาระสำคัญดังนี้</p>
<p><code>     </code>1.1 ปรับปรุงวิธีการจำหน่ายหนี้สูญตามจำนวนหนี้ของลูกหนี้แต่ละราย ดังนี้</p>
<p><img class="aligncenter wp-image-6219" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2021/06/taxnewsletter_detail_10-june-2021.png" alt="" width="700" height="942" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2021/06/taxnewsletter_detail_10-june-2021.png 541w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2021/06/taxnewsletter_detail_10-june-2021-223x300.png 223w" sizes="(max-width: 700px) 100vw, 700px" /></p>
<p><code>     </code>1.2 กรณีที่ได้ดำเนินการทางศาลที่ได้กระทำในต่างประเทศหรือการดำเนินการอื่นในลักษณะทำนองเดียวกันที่ได้กระทำในต่างประเทศ ต้องมีเอกสารหลักฐานแห่งการดำเนินการที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ ออกให้ และหลักฐานดังกล่าวต้องได้รับการรับรองคำแปลจากภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย ตามระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร (เดิมกรมสรรพากรไม่ยอมรับคำพิพากษา คำบังคับ หรือคำสั่งของศาลต่างประเทศเป็นเอกสารในการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้)<br />
<code>     </code>1.3 กำหนดหลักเกณฑ์การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ของสถาบันการเงิน โดยกำหนดให้การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ของสถาบันการเงินในส่วนของหนี้จากการให้สินเชื่อที่ได้กันเงินสำรองครบร้อยละ 100 ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด และมีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนด ให้กระทำได้โดยไม่ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ในข้อ 1.1<br />
<code>     </code>1.4 ระยะเวลาในการอนุมัติให้จำหน่ายหนี้สูญของกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ กรณีจำนวนหนี้ไม่เกิน 2,000,000 บาท ที่ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ 1.1 ข้อ 2 (2) หรือ (3) ซึ่งต้องมีคำสั่งอนุมัติให้จำหน่ายหนี้นั้น กฎหมายกำหนดให้ต้องดำเนินการภายในระยะเวลา ดังนี้<br />
<code>          </code>(1) สำหรับการดำเนินการในรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม. – 31 ธันวาคม 2563 ให้กรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้เป็นเจ้าหนี้มีคำสั่งอนุมัติให้จำหน่ายหนี้นั้นเป็นหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ได้ภายใน 60 วันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีนั้นหรือภายใน 60 วันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (29 เมษายน 2564) แล้วแต่วันใดจะเป็นวันหลัง<br />
<code>          </code>(2) สำหรับการดำเนินการในรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป ให้กรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้เป็นเจ้าหนี้มีคำสั่งอนุมัติให้จำหน่ายหนี้นั้นเป็นหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีนั้นตามเดิม</p>
<p><code>     </code>ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายประกาศกำหนด สามารถติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/2RrT6bs" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/2RrT6bs</a></p>
<p><strong>2. หลักเกณฑ์การหักและนำส่งเงินได้พึงประเมินเพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)</strong></p>
<p><code>     </code>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการหักเงินได้พึงประเมินเพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 (ฉบับที่ 3) กำหนดให้หน่วยงานของรัฐและเอกชน ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เป็นต้น ตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่พนักงานหรือลูกจ้างในสังกัด มีหน้าที่หักเงินได้พึงประเมินดังกล่าวตามจำนวนที่ กยศ. แจ้งให้ทราบ เพื่อชำระเงินกู้ยืมของผู้กู้ยืมเงินซึ่งเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของตน โดยดำเนินการผ่านระบบ DSL และนำส่งเงินที่ได้หักดังกล่าวให้แก่กรมสรรพากรผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชี “กรมสรรพากร 2 เพื่อรับชำระเงินคืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา” ภายในกำหนดระยะเวลานำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย โดยประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป</p>
<p><code>     </code>ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายประกาศกำหนด สามารถติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/2S2ZNkb" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/2S2ZNkb</a></p>
<p><strong>3. การขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบและชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต</strong></p>
<p><code>     </code>ประกาศกระทรวงการคลังเรื่อง การขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (ฉบับที่ 5) กำหนดให้การขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบและชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.2, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53 และ ภ.ง.ด.54) และภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30 และ ภ.พ.36) ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ดังนี้<br />
<code>     </code>3.1 การยื่นแบบและชำระภาษีสำหรับเดือนมิถุนายน 2564 จากกำหนดเดิมที่ต้องยื่นภายในวันที่ 15 หรือ 23 กรกฎาคม 2564 ขยายออกไปเป็นภายในวันที่ 30 กรกฎาคม 2564<br />
<code>     </code>3.2 การยื่นแบบและชำระภาษีสำหรับเดือนกรกฎาคม 2564 จากกำหนดเดิมที่ต้องยื่นภายในวันที่ 15 หรือ 23 สิงหาคม 2564 ขยายออกไปเป็นภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2564</p>
<p><strong>4. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายไปในการอบรมสัมมนาภายในประเทศ</strong></p>
<p><code>     </code>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 716) พ.ศ. 2564 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล จำนวนร้อยละ 100 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง หรือรายจ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องในการอบรมสัมมนาภายในประเทศที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้จัดขึ้นให้แก่ลูกจ้าง หรือรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์เพื่อการอบรมสัมมนาดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2564<br />
<code>     </code>ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายประกาศกำหนด สามารถติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3fIfirv" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3fIfirv</a></p>
<p><strong>5. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์</strong></p>
<p><code>     </code>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 718) พ.ศ. 2564 กำหนดหลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้</p>
<p><code>     </code>5.1 ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เป็นจำนวนร้อยละ 100 ของรายจ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริง ที่จ่ายเพื่อการลงทุนในระบบการจัดทำข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ระบบการรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือการจัดซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์อุปกรณ์เก็บใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นใดที่ใช้ร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการจัดทำส่งมอบ รับ หรือเก็บรักษาใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับกิจการของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น แต่ไม่ใช่การซ่อมแซม ให้คงสภาพเดิม สำหรับเงินได้เท่ากับรายจ่ายที่ได้จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565<br />
<code>     </code>5.2 ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่นำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้ หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม และผู้ให้บริการนำส่งเงินภาษี เป็นจำนวนร้อยละ 100 ของรายจ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริง ที่จ่ายเพื่อการลงทุนในระบบการนำส่งภาษี หรือการจัดซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เก็บใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์เครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นใดที่ใช้ร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการนำส่งภาษี สำหรับกิจการของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น แต่ไม่ใช่การซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม สำหรับเงินได้เท่ากับรายจ่ายที่ได้จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565<br />
<code>     </code>5.3 ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เป็นจำนวนร้อยละ 100 ของรายจ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริง สำหรับเงินได้เท่ากับรายจ่ายที่ได้จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ดังนี้<br />
<code>          </code>(1) ค่าบริการที่ได้จ่ายให้แก่ผู้ให้บริการจัดทำข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือผู้ให้บริการนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ค่าบริการใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ หรือค่าบริการใช้พื้นที่เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้จ่ายไปเพื่อการจัดทำ ส่งมอบ รับ หรือเก็บรักษาใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์<br />
<code>          </code>(2) ค่าบริการที่ได้จ่ายให้แก่ผู้ให้บริการนำส่งเงินภาษี ค่าบริการใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ หรือค่าบริการใช้พื้นที่เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้จ่ายไปเพื่อการนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม</p>
<p><code>     </code>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/34zguqv" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/34zguqv</a></p>
<p><strong>ข่าวภาษี</strong></p>
<p><strong>1. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจ้างงานผู้พ้นโทษ</strong></p>
<p><code>     </code>เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งรับผู้พ้นโทษที่ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเป็นระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับการปล่อยตัว เข้าทำงาน สำหรับเงินได้เป็นจำนวนร้อยละ 50 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานผู้พ้นโทษเฉพาะในส่วนที่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อคนต่อเดือน สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2564 แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2564<br />
<code>     </code>นอกจากนี้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าว ต้องไม่ได้รับสิทธิยกเว้นนิติบุคคลตามพระราชกฤษฎีกาอื่นที่ออกตามความในประมวลรัษฎากรไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน<br />
<code>     </code>ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายประกาศกำหนด สามารถติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3uXfacO" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3uXfacO</a></p>
<p><strong>2. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคเพื่อจัดหาวัคซีน</strong></p>
<p><code>     </code>เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการ กำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการบริจาคให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ โดยมีสาระสำคัญดังนี้<br />
<code>     </code>2.1 บุคคลธรรมดาบริจาคเงินให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติสามารถนำมาหักเป็นค่าลดหย่อนได้เท่าจำนวนที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคตามมาตรา 47 (7) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักค่าลดหย่อนอื่น ๆ แล้ว<br />
<code>     </code>2.2 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติสามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายได้เท่าจำนวนที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ ตามมาตรา 65 ตรี (3) (ข) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ<br />
<code>     </code>2.3 การบริจาคตามข้อ 2.1 และ 2.2 ต้องบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ของกรมสรรพากร ที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566<br />
<code>     </code>2.4 ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีบริจาคทรัพย์สินให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติเพื่อสนับสนุนการวิจัย การพัฒนา การผลิต และการกระจายวัคซีนให้มีคุณภาพและปริมาณเพียงพอ ที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566<br />
<code>     </code>ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายประกาศกำหนด สามารถติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3uXfacO" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3uXfacO</a></p>
<p><strong>3. มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่เศรษฐกิจดิจิทัล</strong></p>
<p><code>     </code>เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการ ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งมีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาทและมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท สำหรับเงินได้เป็นจำนวนร้อยละ 100 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อหรือค่าจ้างทำหรือค่าใช้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือซอฟต์แวร์ (Software) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เฉพาะในส่วนที่ไม่เกิน 1 แสนบาท สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565<br />
<code>     </code>นอกจากนี้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าว ต้องไม่ได้รับสิทธิยกเว้นนิติบุคคลตามพระราชกฤษฎีกาอื่นที่ออกตามความในประมวลรัษฎากรไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เช่น BOI EEC<br />
<code>     </code>ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป สามารถติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/33OY70E" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/33OY70E</a></p>
<p><strong>4. ขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรม 4.0 และมาตรการภาษีเพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ (Thailand Plus Package)</strong></p>
<p><code>     </code>เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการ ขยายระยะเวลาการกำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อเป็นการจูงใจนักลงทุนให้มีการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมและบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรม 4.0 ส่งเสริมการลงทุนในเครื่องจักรและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับเครื่องจักรตามโครงการลงทุนในระบบอัตโนมัติ ส่งเสริมการจ้างบุคลากรที่มีทักษะสูง และส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะสูง ออกไปอีก 2 ปี จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 เป็นสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565</p>
<p><strong>5. กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการบังคับใช้กฎหมาย e -Service</strong></p>
<p><code>     </code>เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการ กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการบังคับใช้กฎหมาย e -Service ดังนี้<br />
<code>     </code>5.1 กำหนดหลักเกณฑ์การจัดทำ การส่ง การรับ และการเก็บรักษาหมายเรียก หนังสือแจ้งให้เสียภาษีอากร แบบ รายงานเอกสารหลักฐานหรือหนังสืออื่นใดด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศและอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม โดยดำเนินการผ่านทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร<br />
<code>     </code>5.2 กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับกระบวนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและการแจ้งการเปลี่ยนแปลงรายการทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศและอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มในสาระสำคัญ เช่น ชื่อผู้ประกอบการ เว็บไซต์ของผู้ประกอบการและจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ประกอบการ เป็นต้น โดยให้ดำเนินการด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร<br />
<code>     </code>ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป สามารถติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3vGPtNJ" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3vGPtNJ</a></p>
<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ</strong><br />
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3615/2561<br />
ระหว่าง<code>     </code>บริษัท ท. จำกัด<code>     </code>โจทก์<br />
<code>          </code>กรมสรรพากร<code>      </code>จำเลย<br />
เรื่อง<code>       </code>รายจ่ายต้องห้าม กรณีไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายตามสัญญา<br />
<strong>ประเด็นข้อพิพาท :</strong> เงินค่าเบี้ยประกันภัยที่โจทก์จ่ายให้บริษัท อ. เพื่อเป็นการประกันความเสี่ยงจากการนำลูกหนี้การค้าของบริษัทในเครือของโจทก์ไปขายลดให้ธนาคาร ส. เป็นรายจ่ายต้องห้ามหรือไม่<br />
<strong>ข้อเท็จจริง :</strong> โจทก์ประกอบธุรกิจการลงทุนและการให้บริการด้านการตลาด และการจัดการแก่บุคคลอื่น รวมทั้งบริษัทในเครือจำนวน 3 บริษัท (“บริษัทในเครือ”) และโจทก์ได้ทำสัญญาให้บริการจัดการธุรกิจด้านสินเชื่อแก่บริษัทในเครือ โดยโจทก์จะนำหนี้ของลูกหนี้การค้าของบริษัทในเครือที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระไปขายลดให้กับธนาคาร ส. แต่ธนาคาร ส.จะทำสัญญาซื้อขายหนี้ดังกล่าว ก็ต่อเมื่อหนี้ของลูกหนี้การค้านั้น ๆ ได้ทำประกันภัยไว้ โจทก์จึงชำระค่าเบี้ยปรับประกันภัยหนี้ของลูกหนี้การค้าของบริษัทในเครือให้กับบริษัท อ. เพื่อให้บริษัท อ. เป็นผู้ค้ำประกันธนาคาร ส. แทนการที่โจทก์จะต้องทำสัญญาเป็นผู้ค้ำประกันกับธนาคาร ส. โดยตรง และโจทก์ได้นำรายจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยนั้นไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล</p>
<p><code>     </code>จำเลยได้ให้การว่า การที่ธนาคาร ส. ผู้ซื้อลูกหนี้การค้าจากบริษัทในเครือของโจทก์ได้กำหนดเงื่อนไขไว้ว่า จะต้องทำประกันภัยลูกหนี้การค้าด้วย ย่อมเป็นหน้าที่ของบริษัทในเครือแต่ละบริษัทที่จะต้องชำระค่าเบี้ยประกันภัยนั้น ตามสัดส่วนจำนวนและมูลค่าของบัญชีลูกหนี้การค้าของตน นอกจากนี้ในสัญญา ไม่มีข้อความกำหนดให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการจัดการให้บริการของโจทก์ แต่กลับปรากฏว่าในสัญญาข้อ 3 ว่า กรณีที่โจทก์ได้ดูแลจัดการให้บริษัทในเครือตามสัญญาไปแล้วมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการบริหารจัดการธุรกิจภายใต้การดูแลและการบริหารงานของโจทก์ ค่าใช้จ่ายนั้น ๆ ย่อมเป็นของบริษัทในเครือ หากโจทก์ได้ทดรองออกค่าใช้จ่ายนั้นไปก่อนบริษัทในเครือจะต้องจ่ายเงินดังกล่าวคืนให้โจทก์ด้วย ค่าเบี้ยประกันที่โจทก์อ้างว่าตนได้จ่ายไปนั้น จึงมีลักษณะเป็นเงินทดรองจ่ายแทนบริษัทในเครือซึ่งจะต้องมีการเรียกคืนตามสัญญา รายจ่ายดังกล่าวมิใช่รายจ่ายเพื่อกิจการของโจทก์โดยเฉพาะ ถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามไม่ให้นำมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล</p>
<p><strong>คำพิพากษา :</strong> ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ตามสัญญาให้บริการจัดการธุรกิจด้านงานสินเชื่อ ระหว่างโจทก์กับบริษัทในเครือตามสัญญาตามข้อเท็จจริงข้างต้นกำหนดว่า หากมีค่าใช้จ่ายใด ๆ เกิดเนื่องจากการปฏิบัติตามสัญญานี้ ซึ่งโจทก์ได้ทดรองจ่ายไปก่อน บริษัทในเครือจะต้องชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวคืนให้แก่โจทก์ทั้งหมด ซึ่งสัญญาระบุไว้ชัดเจนว่าให้บริษัทในเครือเป็นผู้จ่าย ไม่ใช่หน้าที่ของโจทก์โดยตรง และไม่ปรากฏว่าโจทก์มีหน้าที่หรือความจำเป็นอย่างไรที่ต้องไปจ่ายแทนบริษัทในเครือทั้งสาม และค่าเบี้ยประกันภัยที่โจทก์ได้จ่ายไปผลประโยชน์ส่วนใหญ่ก็ตกแก่บริษัทในเครือของโจทก์ ดังนั้น จากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมานั้นยังไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า เงินค่าเบี้ยประกันภัยที่โจทก์จ่ายเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการของโจทก์โดยเฉพาะ ดังนั้น จึงเป็นรายจ่ายต้องห้ามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p><strong>ความเห็น :</strong> ผู้เขียนเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลฎีกา เนื่องด้วยในการประกอบธุรกิจนั้น แม้จะเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน แต่ในทางกฎหมายแล้ว แต่ละบริษัทถือเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกันอย่างชัดเจน และแต่ละบริษัทก็จะต่างมีหน้าที่ดำเนินกิจการของตนให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัท และแบกรับภาระค่าใช้จ่ายตามความเหมาะสม จากคำพิพากษาข้างต้น การที่สัญญาให้บริการจัดการธุรกิจด้านงานสินเชื่อระหว่างโจทก์กับบริษัทในเครือได้ระบุไว้ชัดเจนว่าบริษัทในเครือเป็นผู้มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามสัญญาดังกล่าว ไม่ใช่หน้าที่ของโจทก์โดยตรง การที่โจทก์ได้จ่ายค่าประกันภัยดังกล่าวทั้งที่ตนไม่มีหน้าที่ต้องจ่าย ย่อมเป็นการแบกรับภาระแก่บริษัทเกินสมควร อีกทั้งผลประโยชน์แห่งการทำจ่ายค่าประกันภัยนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นประโยชน์กับบริษัทในเครือไม่ใช่โจทก์ รายจ่ายดังกล่าวจึงไม่เกี่ยวข้องกับกิจการ ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม โจทก์ไม่สามารถนำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้</p>
<p style="text-align: center;">นางสาวเมษยา สีลาวรรณ</p>
<p>หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่<br />
บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด<br />
2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330<br />
หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9716<br />
Email: Maysayas@dlo.co.th</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/6208">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนมิถุนายน 2564</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/6208/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>Transfer Pricing ตอนที่ 4 รู้ก่อนและเตรียมความพร้อมก่อน กับหลักเกณฑ์การปรับปรุงรายได้รายจ่าย</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/tax-articles/6099</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/tax-articles/6099#respond</comments>
				<pubDate>Wed, 24 Mar 2021 01:58:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[เมษยา สีลาวรรณ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=6099</guid>
				<description><![CDATA[<p>ตามที่ผู้ประกอบการได้ยื่น Disclosure Form สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562 ซึ่งเป็นรายงานที่กำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/6099">Transfer Pricing ตอนที่ 4 รู้ก่อนและเตรียมความพร้อมก่อน กับหลักเกณฑ์การปรับปรุงรายได้รายจ่าย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;">ตามที่ผู้ประกอบการได้ยื่น Disclosure Form สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562 ซึ่งเป็นรายงานที่กำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันและมูลค่ารวมของธุรกรรมระหว่างกันในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี ซึ่งมีผู้ประกอบการบางรายที่ไม่ได้ยื่นแบบภายในกำหนดเวลา ไม่ว่าจะเนื่องมาจากข้อมูลที่ต้องรวบรวมมีปริมาณมาก หรือยังคงมีความสับสนในการตีความหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด จนเป็นเหตุให้ได้รับหนังสือแจ้งจากกองบริหารการเสียภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ต้องชำระค่าปรับอาญา เมื่อเป็นดังนี้ ผู้ประกอบการจึงต้องเตรียมความพร้อมมากยิ่งขึ้น ในการยื่น Disclosure Form สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2563 ที่ต้องยื่นตามกำหนดเวลาในปี 2564 นี้ ทั้งนี้ ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องได้ในบทความ Transfer Pricing ตอนอื่นๆ ตามลิงค์ท้ายบทความนี้ ซึ่งผู้เขียนได้สรุปไว้ในเบื้องต้นแล้ว</p>
<p style="text-align: justify;">สำหรับบทความ Transfer Pricing ตอนที่ 4 นี้ หลักใหญ่ใจความในการนำเสนอคือ เพื่อให้ผู้ประกอบการที่เข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน ได้ทราบถึงหลักเกณฑ์ในการปรับปรุงรายได้รายจ่ายของกรมสรรพากร ซึ่งหากผู้ประกอบการได้รับแจ้งให้ปรับปรุงแล้ว ผู้ประกอบการจะต้องนำรายได้ที่พึงได้รับและรายจ่ายที่พึงได้จ่ายไปใช้ในการคำนวณกำไรสุทธิหรือเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี เนื่องจากภายหลังที่ได้ยื่น Disclosure form ต่อกรมสรรพากรแล้ว เจ้าพนักงานประเมินจะวิเคราะห์ รวมทั้งประเมินความเสี่ยงจากข้อมูลที่ท่านรายงานไปว่า มีความเสี่ยงที่จะเข้าลักษณะมีการถ่ายโอนกำไรระหว่างกันหรือไม่ ซึ่งหากเจ้าพนักงานประเมินเห็นว่ามีความเสี่ยงแล้ว จะส่งหนังสือแจ้งให้ผู้ประกอบการยื่นเอกสารหรือหลักฐานแสดงข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์ข้อกำหนดของธุรกรรมระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน (TP Document) รวมทั้งเข้าชี้แจงต่อเจ้าพนักงานประเมิน เมื่อเป็นเช่นนี้ เรามาดูกันว่า หลักเกณฑ์ในการปรับปรุงรายได้รายจ่ายของกรมสรรพากรตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 369 (พ.ศ. 2563) และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 400) ที่ใช้บังคับสำหรับเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป มีหลักเกณฑ์อย่างไรบ้าง เบื้องต้นผู้เขียนได้สรุปสาระสำคัญดังนี้</p>
<p><strong>1. กฎกระทรวง ฉบับที่ 369 (พ.ศ. 2563)</strong><br />
กฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดถึงหลักเกณฑ์ในการปรับปรุงรายได้และรายจ่าย กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันที่มีข้อกำหนดทางด้านการพาณิชย์หรือการเงินระหว่างกัน แตกต่างไปจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั่วไปที่ได้ดำเนินการโดยอิสระ ในลักษณะที่เชื่อได้ว่ามีการถ่ายโอนกำไร โดยสรุปได้ดังนี้</p>
<p><img class="aligncenter wp-image-6104" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2021/03/transferpricing_part4_24-march-2021-1-1024x481.png" alt="" width="1100" height="567" /></p>
<p><strong>2. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 400)</strong><br />
กฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดถึงหลักเกณฑ์ในการปรับปรุงรายได้และรายจ่าย ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 369 (พ.ศ. 2563) โดยสรุปได้ดังนี้</p>
<p><strong>2.1 นิยาม</strong></p>
<p><strong>“บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน”</strong> หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามมาตรา 71 ทวิ วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร<br />
<strong>“ธุรกรรมที่ถูกควบคุม”</strong> หมายความว่า ธุรกรรมระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน<br />
<strong>“ธุรกรรมที่ไม่ถูกควบคุม”</strong> หมายความว่า ธุรกรรมระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่คู่สัญญาของธุรกรรมนั้นไม่ใช่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน<br />
<strong>“ผลตอบแทนสำหรับธุรกรรม”</strong> หมายความรวมถึง ตัวชี้วัดทางการเงินซึ่งสัมพันธ์กับวิธีการกำหนดราคาที่เลือกใช้ ดังต่อไปนี้ หรือตัวชี้วัดทางการเงินอื่นที่เหมาะสมซึ่งสัมพันธ์กับวิธีการกำหนดราคาอื่นแล้วแต่กรณี<br />
<code>     </code>(1) ราคา สำหรับวิธีการเปรียบเทียบราคาที่มิได้ถูกควบคุม<br />
<code>     </code>(2) อัตรากำไรจากการขายต่อ สำหรับวิธีราคาขายต่อ<br />
<code>     </code>(3) อัตรากำไรส่วนเพิ่มจากต้นทุน สำหรับวิธีราคาทุนบวกกำไรส่วนเพิ่ม<br />
<code>     </code>(4) อัตรากำไรสุทธิสำหรับวิธีอัตรากำไรสุทธิที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกรรม<br />
<code>     </code>(5) ส่วนแบ่งกำไรจากการดำเนินงาน สำหรับวิธีแบ่งสรรกำไรของธุรกรรม</p>
<p><strong>2.2 หลักเกณฑ์และวิธีการในการปรับปรุงรายได้และรายจ่ายของเจ้าพนักงานประเมิน </strong>มีดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>2.2.1 การพิจารณาเทียบเคียงผลตอบแทนสำหรับธุรกรรม</strong><br />
1) ธุรกรรมที่นำมาเทียบเคียงกันนั้นจะต้องไม่มีความแตกต่างอันอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตัวชี้วัดทางการเงินที่ถูกตรวจสอบด้วยวิธีการกำหนดราคาที่รับรองแล้ว หรือหากมีความแตกต่างดังกล่าวต้องมีการปรับปรุงความสามารถในการเทียบเคียงกันของธุรกรรมนั้นอย่างเหมาะสมเพื่อขจัดผลกระทบของความแตกต่างดังกล่าวแล้ว<br />
2) การพิจารณาลักษณะของธุรกรรมที่สามารถเทียบเคียงได้ข้างต้น จะต้องพิจารณาปัจจัยดังต่อไปนี้ ประกอบด้วยเท่าที่มีความเกี่ยวพันในเชิงเศรษฐกิจกับข้อเท็จจริงและสถานการณ์<br />
<code>     </code>(1) ข้อตกลงตามสัญญาในการทำธุรกรรม<br />
<code>     </code>(2) หน้าที่งานที่คู่สัญญาแต่ละรายรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมนั้น โดยคำนึงถึงสินทรัพย์ที่ใช้และความเสี่ยงที่รับ<br />
<code>     </code>(3) ลักษณะของทรัพย์สินที่โอนหรือบริการที่ทำ<br />
<code>     </code>(4) สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในขณะที่ทำธุรกรรม และ<br />
<code>     </code>(5) กลยุทธ์ทางธุรกิจซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันใช้ในการทำธุรกรรม</p>
<p><strong>2.2.2 วิธีการกำหนดราคา ในการพิจารณาผลตอบแทนสำหรับธุรกรรมที่ถูกควบคุม</strong><br />
ในการพิจารณาว่า ผลตอบแทนสำหรับธุรกรรมระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันเป็นผลตอบแทนสำหรับธุรกรรมที่พึงกำหนดหากได้ดำเนินการโดยอิสระ (หากไม่ใช่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน) ผู้ประกอบการสามารถพิจารณาเลือกใช้วิธีการกำหนดราคาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสถานการณ์ในแต่ละกรณี ตามวิธีการกำหนดราคาที่ได้รับการรับรองแล้ว ดังต่อไปนี้</p>
<p><img class="aligncenter wp-image-6103" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2021/03/transferpricing_part4_24-march-2021-2-1024x578.png" alt="" width="1100" height="657" /></p>
<p>ทั้งนี้ ในการพิจารณาเลือกใช้วิธีการกำหนดราคาที่เหมาะสมข้างต้น ผู้ประกอบการจะต้องคำนึงถึงปัจจัยดังต่อไปนี้<br />
1) จุดแข็งและจุดอ่อนของแต่ละวิธีการกำหนดราคา<br />
2) ความเหมาะสมของวิธีการกำหนดราคาตามลักษณะของธุรกรรมที่ถูกควบคุมผ่านการวิเคราะห์หน้าที่งานของคู่สัญญาแต่ละรายในธุรกรรมที่ถูกควบคุมนั้นโดยคำนึงถึงสินทรัพย์ที่ใช้และความเสี่ยงที่ได้รับ<br />
3) ความมีอยู่ของข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่จำเป็นในการปรับใช้วิธีการกำหนดราคาที่เลือกใช้<br />
4) ระดับความสามารถในการเทียบเคียงกันได้ระหว่างธุรกรรมที่ถูกควบคุมและธุรกรรมที่ไม่ถูกควบคุม รวมถึงความน่าเชื่อถือของการปรับปรุงความสามารถในการเทียบเคียงกันของธุรกรรมนั้นอย่างเหมาะสมเพื่อขจัดผลกระทบของความแตกต่างกันแล้ว</p>
<p><strong>2.2.3 กรณีที่ธุรกรรมที่ถูกควบคุมเป็นการบริการ</strong><br />
ในกรณีที่ธุรกรรมที่ถูกควบคุมเป็นการบริการจะถือว่าค่าตอบแทนสำหรับการบริการดังกล่าวเป็นค่าตอบแทนที่พึงกำหนดหากได้ดำเนินการโดยอิสระต่อเมื่อ<br />
1) เป็นค่าตอบแทนสำหรับการบริการที่ได้กระทำจริง<br />
2) บริการนั้นมีประโยชน์หรือพึงคาดหมายได้ว่าจะมีประโยชน์เชิงเศรษฐกิจหรือในทางการค้าแก่ผู้รับบริการ<br />
3) เป็นบริการที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นอิสระภายใต้สถานการณ์ที่อาจเทียบเคียงกันได้พึงจ่ายค่าตอบแทนเพื่อให้ได้รับบริการนั้นจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน หรือเพื่อให้มีการทำบริการนั้นโดยหน่วยงานภายในของตนเอง และ<br />
4) จำนวนค่าตอบแทนเป็นจำนวนที่พึงกำหนดหากได้ดำเนินการโดยอิสระสำหรับการบริการที่อาจเทียบเคียงกันได้ ค่าตอบแทนของธุรกรรมการบริการซึ่งเป็นไปเพื่อประโยชน์ของความเป็นเจ้าของของผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่ถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่พึงกำหนดหากได้ดำเนินการโดยอิสระ</p>
<p><strong>2.2.4 กรณีที่ธุรกรรมที่ถูกควบคุมเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินไม่มีตัวตน</strong><br />
ในกรณีที่ธุรกรรมที่ถูกควบคุมเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินไม่มีตัวตน ให้คำนึงถึงประเด็นดังต่อไปนี้ ประกอบการพิจารณาผลตอบแทนสำหรับธุรกรรมที่ถูกควบคุมด้วย<br />
1) กรณีที่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาประโยชน์ในทรัพย์สินไม่มีตัวตนให้คำนึงถึงหน้าที่งานที่คู่สัญญาแต่ละรายรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา การปรับปรุง การบำรุงรักษา การคุ้มครอง และการแสวงหาประโยชน์ในทรัพย์สินไม่มีตัวตนนั้น โดยคำนึงถึงสินทรัพย์ที่ใช้และความเสี่ยงที่รับ<br />
2) กรณีที่เกี่ยวข้องกับการให้สิทธิการใช้ ขาย หรือโอนทรัพย์สินไม่มีตัวตนให้คำนึงถึงประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์คุณลักษณะที่เฉพาะตัวหรือไม่เฉพาะตัว และสิทธิในการมีส่วนร่วมพัฒนาในทรัพย์สินไม่มีตัวตน</p>
<p style="text-align: justify;">เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับหลักเกณฑ์เบื้องต้นที่ผู้เขียนได้สรุปสาระสำคัญมาให้เป็นบางส่วน เนื่องจากรายละเอียดที่เกี่ยวข้องค่อนข้างเยอะและซับซ้อน ผู้เขียนจึงขอนำเสนอเพิ่มเติมในบทความต่อไป อย่างไรก็ดี เนื่องจากหลักเกณฑ์ข้างต้นผู้ประกอบการแต่ละท่านอาจมีข้อมูลหรือคุ้นเคยกับข้อมูลต่างๆ ข้างต้นอยู่แล้วในการดำเนินธุรกิจ เพียงแต่ยังไม่ได้มีการวิเคราะห์หรือรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นหมวดหมู่หรือเป็นรูปธรรม ดังนั้น ท่านจึงควรศึกษาและจัดเตรียมข้อมูลไว้ก่อน เพื่อเตรียมความพร้อมกรณีที่เจ้าพนักงานประเมินหมายตาต้องใจบริษัทท่านหรือกลุ่มของบริษัทท่าน จะได้สามารถชี้แจงและแสดงเอกสารได้อย่างสมเหตุสมผลและน่าเชื่อถือต่อไป</p>
<p><strong>ที่มา / รายละเอียดเพิ่มเติม</strong><br />
1. <a href="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/pdf/กฎกระทรวง ฉ 369.pdf" target="_blank" rel="noopener noreferrer">กฎกระทรวง ฉบับที่ 369 (พ.ศ. 2563)</a><br />
2. <a href="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/pdf/ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉ 400.pdf" target="_blank" rel="noopener noreferrer">ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 400)</a><br />
3. <a href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5217" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Update!!!… 5 ข้อต้องรู้เพื่อเตรียมความพร้อมและรับมือกฎหมาย Transfer Pricing</a><br />
4. <a href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5610" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Transfer Pricing ตอนที่ 2 สิ่งที่บริษัทในเครือเดียวกันต้องรู้ก่อนยื่น Disclosure Form สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562</a><br />
5. <a href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5782" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Transfer Pricing ตอนที่ 3 คลายประเด็นสงสัยในการเตรียมข้อมูลสำหรับยื่น Disclosure Form สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562</a></p>
<p style="text-align: center;">นางสาวเมษยา สีลาวรรณ<br />
บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด<br />
23 มีนาคม 2564</p>
<p>หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่</p>
<p>บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด<br />
2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330<br />
หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9716<br />
Email: maysayas@dlo.co.th</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/6099">Transfer Pricing ตอนที่ 4 รู้ก่อนและเตรียมความพร้อมก่อน กับหลักเกณฑ์การปรับปรุงรายได้รายจ่าย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/tax-articles/6099/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>Update!!! กฎหมาย Transfer Pricing กำหนดหลักเกณฑ์การปรับปรุงรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/5916</link>
				<pubDate>Fri, 04 Dec 2020 04:04:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[เมษยา สีลาวรรณ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=5916</guid>
				<description><![CDATA[<p>สืบเนื่องการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการกำหนดราคาโอนระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน ( Tr [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/5916">Update!!! กฎหมาย Transfer Pricing กำหนดหลักเกณฑ์การปรับปรุงรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>สืบเนื่องการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการกำหนดราคาโอนระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน ( Transfer Pricing ) โดยเพิ่มเติม 3 มาตราหลัก คือ มาตรา 35 ตรี มาตรา 71 ทวิ และมาตรา 71 ตรี ในการนี้ผู้เขียนขออัพเดตหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายได้ประกาศเพิ่มเติม สำหรับหลักเกณฑ์การปรับปรุงรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่อาจมีข้อกำหนดในการทำธุรกรรมระหว่างกันแตกต่างจากที่ควรกำหนดหากเป็นคู่ค้าอิสระ (ไม่ใช่บริษัทในเครือเดียวกัน) ในลักษณะที่เชื่อได้ว่ามีการถ่ายโอนกำไร อันจะส่งผลให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจปรับปรุงรายได้และรายจ่าย ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล</p>
<p><strong>กฎกระทรวงฉบับ 396 พ.ศ. 2563</strong> กำหนดหลักเกณฑ์การปรับปรุงรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามมาตรา 71 ทวิ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร โดยมีสาระสำคัญสรุปดังนี้</p>
<p><strong>&#8220;ข้อกำหนดทางด้านการพาณิชย์หรือการเงิน&#8221;</strong> หมายความว่า ข้อกำหนด ข้อตกลง หรือสัญญาใดๆ ที่เกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าหรือบริการ การตลาด การโฆษณา หรือการอื่นใดในทางพาณิชย์ หรือที่เกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน การให้ความช่วยเหลือหรือความร่วมมือทางการเงิน หรือการอื่นใดในทางการเงิน ไม่ว่าจะมีการทำเป็นหนังสือหรือไม่ก็ตาม</p>
<p><strong>1. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันซึ่งมีข้อกำหนดทางด้านการพาณิชย์หรือการเงินระหว่างกันแตกต่างไปจากที่ควรได้กำหนดหากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวได้ดำเนินการโดยอิสระ ในลักษณะที่เชื่อได้ว่ามีการถ่ายโอนกำไร</strong> จะต้องเข้าลักษณะ ดังต่อไปนี้</p>
<p>(1) มีข้อกำหนดทางด้านการพาณิชย์หรือการเงินระหว่างกัน<br />
(2) ข้อกำหนดดังกล่าวแตกต่างไปจากข้อกำหนดในลักษณะเดียวกันที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ดำเนินการโดยอิสระควรได้กำหนด<br />
(3) ข้อกำหนดดังกล่าวมีผลทำให้เกิดการถ่ายโอนกำไรระหว่างกัน ผ่านกลไกอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้<br />
<code>     </code>(ก) ราคาซื้อขายสินค้าหรือบริการ รวมถึงเงื่อนไขหรือวิธีการชำระค่าสินค้าหรือบริการที่แตกต่างไป เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ดำเนินการโดยอิสระใช้ในการซื้อขายสินค้าหรือบริการชนิดหรือประเภทเดียวกันและภายใต้สภาวการณ์เดียวกัน<br />
<code>     </code>(ข) ดอกเบี้ย ค่าบริการทางการเงิน หรือค่าธรรมเนียมทางการเงินอื่นใดที่ได้รับหรือได้จ่ายระหว่างกันที่แตกต่างไป เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ดำเนินการโดยอิสระพึงได้รับหรือพึงได้จ่าย<br />
<code>     </code>(ค) รายได้หรือรายจ่ายอื่นๆ ที่ได้รับหรือได้จ่ายระหว่างกันแตกต่างไป เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ดำเนินการโดยอิสระพึงได้รับหรือพึงได้จ่าย</p>
<p><strong>2. การปรับปรุงรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน</strong> เพื่อให้ได้จำนวนรายได้ที่พึงได้รับและรายจ่ายที่พึงได้จ่ายหากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวได้ดำเนินการโดยอิสระ ให้เจ้าพนักงานประเมินดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้</p>
<p>(1) กรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันมีการทำธุรกรรมในลักษณะเดียวกันกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอื่นที่ดำเนินการโดยอิสระอย่างเป็นปกติธุระ ให้ใช้ข้อมูลเกี่ยวกับรายได้หรือรายจ่ายจากธุรกรรมดังกล่าวในการพิจารณากำหนดจำนวนรายได้ที่พึงได้รับและรายจ่ายที่พึงได้จ่าย<br />
(2) กรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันไม่มีการทำธุรกรรมตาม (1) ให้ใช้ข้อมูลการทำธุรกรรมลักษณะเดียวกันระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอื่น ไม่ว่าธุรกรรมนั้นจะกระทำในหรือนอกประเทศหรือกระทำโดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ ในการพิจารณากำหนดจำนวนรายได้ที่พึงได้รับและรายจ่ายที่พึงได้จ่าย</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีจะประกาศกำหนดต่อไป<br />
ที่มา <a href="https://bit.ly/2Id46VK" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/2Id46VK</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/5916">Update!!! กฎหมาย Transfer Pricing กำหนดหลักเกณฑ์การปรับปรุงรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
										</item>
		<item>
		<title>มาตรการภาษี 3 ฉบับ เพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ (Thailand Plus Package)</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/5881</link>
				<pubDate>Tue, 29 Sep 2020 08:38:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[เมษยา สีลาวรรณ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=5881</guid>
				<description><![CDATA[<p>ฉบับที่ 1 ยกเว้นภาษีเงินได้ 100% สำหรับมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในระบบอัตโนมัติ (Automation) พระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 710 พ.ศ. 2563 กำหน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/5881">มาตรการภาษี 3 ฉบับ เพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ (Thailand Plus Package)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p><strong><u>ฉบับที่ 1</u> ยกเว้นภาษีเงินได้ 100% สำหรับมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในระบบอัตโนมัติ (Automation)</strong></p>
<p>พระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 710 พ.ศ. 2563 กำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยมีสาระสำคัญสรุปดังนี้</p>
<p>1. ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้เป็นจำนวน <u>100% ของรายจ่ายที่เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนในเครื่องจักรและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับเครื่องจักร</u> ตามโครงการลงทุนในระบบอัตโนมัติ แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซ่มให้คงสภาพเดิม</p>
<p>2. <u>จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563</u></p>
<p>3. เครื่องจักรและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้<br />
<code>     </code>3.1 เป็นเครื่องจักรและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามโครงการลงทุนในระบบอัตโนมัติที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่อธิบดีประกาศกำหนด<br />
<code>     </code>3.2 ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน<br />
<code>     </code>3.3 เป็นเครื่องจักรและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่นำมาหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินได้ โดยต้องได้มาและอยู่ในสภาพพร้อมใช้การตามประสงค์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563<br />
<code>     </code>3.4 อยู่ในราชอาณาจักร<br />
<code>     </code>3.5 ไม่เป็นเครื่องจักรและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในประมวลรัษฎากร ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน<br />
<code>     </code>3.6 ไม่เป็นเครื่องจักรและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่นำไปใช้ในกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กฎหมายว่าด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือกฎหมายว่าด้วยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน</p>
<p>4. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จะใช้สิทธิจะต้องจัดทำโครงการลงทุนในเครื่องจักรและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับเครื่องจักรในระบบอัตโนมัติและแผนการจ่ายเงิน และแจ้งต่ออธิบดี</p>
<p><code>     </code>ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด<br />
<code>     </code>ติดตามรายละเอียดพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 710 พ.ศ. 2563 ได้ที่ <a href="https://bit.ly/3igbknI" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3igbknI</a></p>
<p><strong><u>ฉบับที่ 2</u> ยกเว้นภาษีเงินได้ 50% สำหรับมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการจ้างบุคลากรที่มีทักษะสูง</strong></p>
<p>พระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 711 พ.ศ. 2563 กำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยมีสาระสำคัญสรุปดังนี้</p>
<p>1. ยกเว้นภาษีเงินนิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในอุตสาหกรรมเป้าหมายตามกฎหมายว่าด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย สำหรับเงินได้เป็นจำนวน <u>50% ของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นเงินเดือนให้แก่การจ้างงานลูกจ้างที่มีทักษะสูงด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์</u> เฉพาะส่วนที่เป็นเงินเดือน (จำนวนที่จ่ายจริงเฉพาะส่วนค่าจ้างที่ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อเดือน)</p>
<p>2. เป็นเงินเดือนที่ได้<u>จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563</u></p>
<p>3. ลูกจ้างดังกล่าวจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้<br />
<code>     </code>3.1 ได้รับการรับรองว่าเป็นผู้มีทักษะสูงด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ และทำงานในตำแหน่งหน้าที่งานดังกล่าว โดยหน่วยงานที่อธิบดีประกาศกำหนด<br />
<code>     </code>3.2 เริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างแรงงานในระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2562 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563<br />
<code>     </code>3.3 ไม่เป็นลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามข้อ 1. ในระยะเวลา 1 ปี ก่อนวันเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างแรงงานตามข้อ 3.2</p>
<p><code>     </code>ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด<br />
<code>     </code>ติดตามรายละเอียดพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 711 พ.ศ. 2563 ได้ที่ <a href="https://bit.ly/34bPlcA" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/34bPlcA</a></p>
<p><strong><u>ฉบับที่ 3</u> ยกเว้นภาษีเงินได้ 150% สำหรับมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะสูง</strong></p>
<p>พระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 712 พ.ศ. 2563 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล <u>150% ของรายจ่ายที่เป็นค่าใช้จ่ายในการส่งลูกจ้างเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมหรือค่าใช้จ่ายในการจัดฝึกอบรมลูกจ้างในหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานของรัฐ</u>ที่อธิบดีประกาศกำหนด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2562 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563</p>
<p>ทั้งนี้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ข้างต้น ต้องไม่นำรายจ่ายดังกล่าวไปใช้ในกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กฎหมายว่าด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือกฎหมายว่าด้วยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน</p>
<p><code>     </code>ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด<br />
<code>     </code>ติดตามรายละเอียดพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 712 พ.ศ. 2563 ได้ที่ <a href="https://bit.ly/36bCgTc" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/36bCgTc</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/5881">มาตรการภาษี 3 ฉบับ เพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ (Thailand Plus Package)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
										</item>
		<item>
		<title>ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 25% ของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้เองทางชีวภาพ</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/press-releases/5824</link>
				<pubDate>Wed, 16 Sep 2020 08:08:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[เมษยา สีลาวรรณ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=5824</guid>
				<description><![CDATA[<p>เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น จึงได้กำหนดสิทธิประโยชน์ทางภา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/press-releases/5824">ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 25% ของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้เองทางชีวภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น จึงได้กำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 388 โดยมีสาระสำคัญสรุปดังนี้</p>
<p>1. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับเงินได้เป็นจำนวน 25% ของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยมีหนังสือรับรองการผลิตผลิตภัณฑ์จากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม สำหรับรายจ่ายที่ได้จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564</p>
<p>2. ผู้ใช้สิทธิยกเว้นตามข้อ 1. จะต้องซื้อผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพตามประเภทดังนี้<br />
<code>   </code>(1) ถุงหูหิ้ว<br />
<code>   </code>(2) ถุงขยะ<br />
<code>   </code>(3) แก้วพลาสติก<br />
<code>   </code>(4) จาน ชาม ถาดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว<br />
<code>   </code>(5) ช้อน ส้อม มีดพลาสติก<br />
<code>   </code>(6) หลอดพลาสติก<br />
<code>   </code>(7) ถุงพลาสติกสำหรับเพาะชำ<br />
<code>   </code>(8) ฟิล์มคลุมหน้าดิน<br />
<code>   </code>(9) ขวดพลาสติก<br />
<code>   </code>(10) ฝาแก้วน้ำ<br />
<code>   </code>(11) ฟิล์มปิดฝาแก้ว</p>
<p>3. ผู้ใช้สิทธิข้างต้น ต้องจัดทำรายงานแสดงรายละเอียดของการซื้อผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ตามที่ประกาศอธิบดีกำหนดดังตัวอย่างด้านล่างนี้ และเก็บรักษารายงานดังกล่าว รวมทั้งเอกสารประกอบการลงรายการในรายงานไว้ ณ สถานประกอบการพร้อมให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้</p>
<p><img class="aligncenter size-large wp-image-5828" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2020/09/0003-plastictax-724x1024.jpg" alt="" width="724" height="1024" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2020/09/0003-plastictax-724x1024.jpg 724w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2020/09/0003-plastictax-212x300.jpg 212w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2020/09/0003-plastictax-768x1086.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2020/09/0003-plastictax-1086x1536.jpg 1086w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2020/09/0003-plastictax-1448x2048.jpg 1448w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2020/09/0003-plastictax-scaled.jpg 1810w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></p>
<p>ติดตามรายละเอียดประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 388 ได้ที่ <a href="https://bit.ly/3iz7iYM" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3iz7iYM</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/press-releases/5824">ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 25% ของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้เองทางชีวภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
										</item>
		<item>
		<title>Transfer Pricing ตอนที่ 3 คลายประเด็นสงสัยในการเตรียมข้อมูลสำหรับยื่น Disclosure Form สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/tax-articles/5782</link>
				<pubDate>Thu, 06 Aug 2020 08:07:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[เมษยา สีลาวรรณ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=5782</guid>
				<description><![CDATA[<p>เมษยา สีลาวรรณ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด &#160;      ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการหลายรายได้จัดเตรียมข้อมูลเพื่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5782">Transfer Pricing ตอนที่ 3 คลายประเด็นสงสัยในการเตรียมข้อมูลสำหรับยื่น Disclosure Form สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: right;">เมษยา สีลาวรรณ<br />
<strong>บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: left;"><code>     </code>ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการหลายรายได้จัดเตรียมข้อมูลเพื่อใช้ในการยื่นแบบ Disclosure Form สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562 โดยส่วนใหญ่จะมอบหมายให้นักบัญชีเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งก็ทำเอานักบัญชีหลายท่านหัวหมุนกันอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่งเหมือนกัน หากเป็นบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ก็ยังพอมีเวลาได้หายใจหายคออยู่พอสมควรในการเตรียมข้อมูล เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส Covid-19 กฎหมายได้เลื่อนกำหนดระยะเวลาการยื่นแบบออกไปถึงเดือนสิงหาคม 2563 แต่สำหรับบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์นั้น กฎหมายมิได้ขยายระยะเวลาให้ จึงต้องยื่นภายในกำหนดระยะเวลาคือ 150 วันนับแต่สิ้นรอบระยะเวลาบัญชีตามเดิม จึงต้องเร่งเตรียมข้อมูล และนักบัญชีหลายท่านก็เกิดประเด็นสงสัยในการเตรียมข้อมูลสำหรับยื่น Disclosure Form อยู่พอสมควร โดยเฉพาะประเด็นการพิจารณาลักษณะของบริษัทที่มีความสัมพันธ์กันตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งจะต้องพิจารณาในสองลักษณะทั้งทางตรงและทางอ้อม ตามที่ผู้เขียนได้นำเสนอไปแล้วในบทความ <a href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5610" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Transfer Pricing ตอนที่ 2 สิ่งที่บริษัทในเครือเดียวกันต้องรู้ก่อนยื่น Disclosure Form สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562</a> ในครั้งนี้ผู้เขียนจึงขอนำเสนอประเด็นการพิจารณาลักษณะของบริษัทที่มีความสัมพันธ์กันตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร เพื่อขยายความและเป็นแนวทางสำหรับผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้ยื่นแบบดังกล่าว</p>
<p><code>     </code>มาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดว่า &#8220;ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันมีข้อกำหนดทางด้านการพาณิชย์หรือการเงินระหว่างกันแตกต่างไปจากที่ควรได้กำหนด หากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวได้ดำเนินการโดยอิสระในลักษณะที่เชื่อได้ว่ามีการถ่ายโอนกำไร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจปรับปรุงรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าว ให้ได้จำนวนรายได้ที่พึงได้รับและรายจ่ายที่พึงได้จ่าย หากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวได้ดำเนินการโดยอิสระเสมือนว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวได้รับและได้จ่ายตามนั้นเพื่อใช้คำนวณกำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษีตามมาตรา 65 หรือเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีตามมาตรา 70 หรือมาตรา 70 ทวิ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง</p>
<p><code>     </code>บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า บริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตั้งแต่สองนิติบุคคลขึ้นไปที่มีความสัมพันธ์กันในลักษณะ ดังต่อไปนี้</p>
<p><code>     </code>(1) นิติบุคคลหนึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในอีกนิติบุคคลหนึ่งไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของทุนทั้งหมด</p>
<p><code>     </code>(2) ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในนิติบุคคลหนึ่งไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของทุนทั้งหมด ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในอีกนิติบุคคลหนึ่งไม่ว่าโดยตรง หรือโดยอ้อมไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของทุนทั้งหมด หรือ</p>
<p><code>     </code>(3) นิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์ระหว่างกันในด้านทุน การจัดการ หรือการควบคุมในลักษณะ ที่นิติบุคคลหนึ่งไม่อาจดำเนินการโดยอิสระจากอีกนิติบุคคลหนึ่งตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง&#8230;&#8221;</p>
<p><code>     </code>จากหลักกฎหมายข้างต้น ท่านจะต้องพิจารณาก่อนว่าบริษัทของท่านและกลุ่มบริษัทของท่านเข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันหรือไม่ โดยยังไม่ต้องพิจารณาว่า มีการทำธุรกรรมระหว่างกันหรือไม่ และยังไม่ต้องพิจารณาถึงรายได้ของบริษัทท่านว่า จะได้รับยกเว้นไม่ต้องจัดทำรายงานตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่</p>
<p><code>     </code>ดังที่ได้นำเสนอไปแล้วว่า ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562 กรมสรรพากรจะพิจารณาลักษณะความสัมพันธ์ของบริษัท 2 ลักษณะ ตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งผู้เขียนจะอธิบายประกอบกับตัวอย่างการพิจารณาความสัมพันธ์แต่ละลักษณะเพื่อเป็นแนวทางดำเนินการดังนี้</p>
<p><strong><span style="color: #0070c0;"><u>ลักษณะที่ 1</u> นิติบุคคลหนึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในอีกนิติบุคคลหนึ่งไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของทุนทั้งหมด</span></strong><br />
<strong><u>ตัวอย่าง 1</u></strong></p>
<p><img class="aligncenter wp-image-5784" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2020/08/transfer_pricing_ep3_1.jpg" alt="" width="171" height="292" /></p>
<p>บริษัท AB เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น และบริษัท ก. และบริษัท ข. เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย</p>
<p><strong><u>คำถาม</u></strong> บริษัทใดบ้างที่มีความสัมพันธ์กันกับบริษัท ข.</p>
<p><strong><u>แนวทางพิจารณา</u></strong></p>
<p><strong>1. พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท ก. และบริษัท ข.</strong><br />
บริษัท ก. ถือหุ้นในบริษัท ข. โดยตรง 100% ของทุนทั้งหมด เข้าลักษณะเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์กันตามลักษณะ 1</p>
<p><strong>2. พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท AB และบริษัท ข.</strong><br />
บริษัท AB ถือหุ้นในบริษัท ก. โดยตรง 50% ของทุนทั้งหมด และคิดสัดส่วนการถือหุ้นโดยอ้อมในบริษัท ข. ผ่านทางบริษัท ก. คิดเป็น 50% ของทุนทั้งหมด เข้าลักษณะเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์กันตามลักษณะ 1<br />
ดังนั้น บริษัท ก. และบริษัท AB เป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์กันกับบริษัท ข.</p>
<p><strong><span style="color: #0070c0;"><u>ลักษณะที่ 2</u> ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในนิติบุคคลหนึ่งไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของทุนทั้งหมด ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในอีกนิติบุคคลหนึ่งไม่ว่าโดยตรง หรือโดยอ้อมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของทุนทั้งหมด</span></strong><br />
<strong><u>ตัวอย่าง 2</u></strong></p>
<p><img class="aligncenter wp-image-5785" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2020/08/transfer_pricing_ep3_2-1024x557.jpg" alt="" width="515" height="268" /></p>
<p>บริษัท CD เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น และบริษัท ค. บริษัท ง. บริษัท จ. บริษัท ช. บริษัท ช. และบริษัท ต. เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย</p>
<p><strong><u>คำถาม</u></strong> บริษัทใดบ้างที่มีความสัมพันธ์กันกับบริษัท จ.</p>
<p><strong><u>แนวทางพิจารณา</u></strong><br />
<strong><span style="color: #0070c0;">1. พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท จ. และบริษัท ค.</span></strong></p>
<p>บริษัท ค. ถือหุ้นในบริษัท จ. โดยตรง 50% ของทุนทั้งหมด ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท จ. และบริษัท ค.เข้าลักษณะเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์กันตามลักษณะ 1</p>
<p><strong><span style="color: #0070c0;">2. พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท จ. และบริษัท CD</span></strong></p>
<p>บริษัท CD ถือหุ้นในบริษัท ค. โดยตรง 100% ของทุนทั้งหมด และคิดสัดส่วนการถือหุ้นโดยอ้อมในบริษัท จ. ผ่านทางบริษัท ค. คิดเป็น 50% ของทุนทั้งหมด ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท จ. และบริษัท CD เข้าลักษณะเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์กันตามลักษณะ 1</p>
<p><strong><span style="color: #0070c0;">3. พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท จ. และบริษัท ง</span></strong></p>
<p>บริษัท CD ถือหุ้นในบริษัท จ. โดยอ้อม 50% ของทุนทั้งหมด และบริษัท CD ถือหุ้นในบริษัท ง. โดยตรง 50% ของทุนทั้งหมด ทั้งสองบริษัทมีผู้ถือหุ้นร่วมกันตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท จ. และบริษัท ง. เข้าลักษณะเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์กันตามลักษณะ 2</p>
<p><strong><span style="color: #0070c0;">4. พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท จ. และบริษัท ช</span></strong></p>
<p>บริษัท CD ถือหุ้นในบริษัท จ. โดยอ้อม 50% ของทุนทั้งหมด และบริษัท CD ถือหุ้นในบริษัท ช. โดยตรง 40% ของทุนทั้งหมด และถือหุ้นในบริษัท ช. คิดสัดส่วนการถือหุ้นโดยอ้อม ผ่านทางบริษัท ง. คิดเป็น 20% ของทุนทั้งหมด เมื่อพิจารณาสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท CD ในบริษัท ช. แล้ว คิดเป็น 60% ของทุนทั้งหมด กรณีดังกล่าวถือว่าทั้งสองบริษัทมีผู้ถือหุ้นร่วมกันตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท จ. และบริษัท ช. เข้าลักษณะเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์กันตามลักษณะ 2</p>
<p><strong><span style="color: #0070c0;">5. พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท จ. และบริษัท ต</span></strong></p>
<p>บริษัท CD ถือหุ้นในบริษัท จ. โดยอ้อม 50% ของทุนทั้งหมด และบริษัท CD ถือหุ้นในบริษัท ต. คิดสัดส่วนการถือหุ้นโดยอ้อม ผ่านทางบริษัท ง. คิดเป็น 20% ของทุนทั้งหมด จะเห็นว่า สัดส่วนการถือหุ้นที่บริษัท CD ถือหุ้นในบริษัท ต. มีสัดส่วนน้อยกว่า 50% ของทุนทั้งหมด ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท จ. และบริษัท ต. ไม่เข้าลักษณะเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์กันทั้งตามลักษณะ 1 และ 2</p>
<p><strong>หมายเหตุ:<br />
</strong>1. ในการพิจารณาจำนวนการถือหุ้นทั้งสองลักษณะข้างต้นนั้น ให้พิจารณาจากจำนวนหุ้นทั้งหมดโดยไม่จำแนกประเภทของหุ้น<br />
2. การพิจารณาการถือหุ้นทางอ้อม ให้ผู้ประกอบการพิจารณาตามสัดส่วนการถือหุ้น</p>
<p><strong><u>คำถามที่พบบ่อย</u></strong><br />
1. บริษัทมีรายการธุรกรรมกับกลุ่มบริษัทในเครือ แต่ไม่ได้มีการถือหุ้นระหว่างกัน เพียงแต่มีกรรมการคนเดียวกันเท่านั้น บริษัทจะต้องยื่น Disclosure Form สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562 หรือไม่</p>
<p><span style="color: #0070c0;">ท่านต้องพิจารณาก่อนว่า บริษัทท่านและกลุ่มบริษัทในเครือเดียวกันเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์กันตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ จึงไปพิจารณาถึงรายได้ของกิจการหรือรายการธุรกรรมระหว่างกันต่อไป จากข้อสอบถาม เมื่อบริษัทท่านกับบริษัทในเครือมีเพียงกรรมการคนเดียวกัน มิได้มีการถือหุ้นระหว่างกัน จึงไม่เข้าลักษณะเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์กันตามกฎหมายลักษณะที่ 1 และ 2 บริษัทท่านจึงไม่มีหน้าที่ยื่น Disclosure Form ต่อกรมสรรพากร ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562<br />
อย่างไรก็ดี เนื่องการมีกรรมการคนเดียวกัน หากกรรมการดังกล่าวมีอำนาจในการควบคุมหรือจัดการอีกบริษัทหนึ่ง อาจเข้าลักษณะเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์กันลักษณะที่ 3 คือ เป็นนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์ระหว่างกันในด้านทุน การจัดการ หรือการควบคุมในลักษณะที่นิติบุคคลหนึ่งไม่อาจดำเนินการโดยอิสระจากอีกนิติบุคคลหนึ่ง ทั้งนี้ต้องรอกฎกระทรวงประกาศในลำดับถัดไป</span></p>
<p>2. บริษัทมีการถือหุ้นจากบริษัทแม่ในต่างประเทศเกิน 50% ของทุนทั้งหมด แต่มีรายการธุรกรรมระหว่างกันไม่ถึง 200 ล้านบาท ต้องยื่น Disclosure Form หรือไม่</p>
<p><span style="color: #0070c0;">บริษัทท่านถือหุ้นโดยบริษัทแม่ในต่างประเทศเกิน 50% ของทุนทั้งหมด ย่อมเข้าลักษณะเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์กันตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว บริษัทท่านมีหน้าที่ต้องยื่น Disclosure Form เว้นแต่บริษัทท่านมีรายได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชี ไม่เกิน 200 ล้านบาท จากข้อเท็จจริงข้างต้น ท่านจะต้องพิจารณารายได้ของบริษัทท่านว่าเข้าข่ายได้รับยกเว้นหรือไม่ โดยไม่จำต้องพิจารณามูลค่าของธุรกรรมระหว่างกัน</span></p>
<p>3. บริษัท ก. ถือหุ้นในบริษัท ข. 40% ของทุนทั้งหมด และบริษัท ข. ถือหุ้นในบริษัท ค. 40% ของทุนทั้งหมด นอกจากนี้บริษัท ก ยังถือหุ้นในบริษัท ค. อีก 40% ของทุนทั้งหมด บริษัท ค. ต้องยื่น Disclosure Form หรือไม่</p>
<p><span style="color: #0070c0;"><u>พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท ก. กับบริษัท ค.</u><br />
บริษัท ก. ถือหุ้นในบริษัท ค. โดยตรง 40% ของทุนทั้งหมด และคิดสัดส่วนการถือหุ้นโดยอ้อมในบริษัท ค. ผ่านทางบริษัท ข. คิดเป็น 16% ของทุนทั้งหมด เมื่อพิจารณาสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท ก. ในบริษัท ค. แล้ว คิดเป็น 56% ของทุนทั้งหมด ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท ก. และบริษัท ค. เข้าลักษณะเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์กันตามลักษณะ 1</span></p>
<p><span style="color: #0070c0;"><u>พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท ข. กับบริษัท ค.</u><br />
บริษัท ข. ถือหุ้นในบริษัท ค. น้อยกว่า 50% ของทุนทั้งหมด ไม่เข้าลักษณะเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์กัน<br />
ดังนั้น หากบริษัท ค. มีรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีเกินกว่า 200 ล้านบาท บริษัท ค. จะต้องยื่น Disclosure Form โดยระบุข้อมูลบริษัทที่มีความสัมพันธ์กันเฉพาะของบริษัท ก.เท่านั้น</span></p>
<p>4. บริษัท ก. และบริษัท ข. มีผู้ถือหุ้นคนเดียวกันคือ นาย A โดยนาย A ถือหุ้นในบริษัท ก. 45% ของทุนทั้งหมด ถือหุ้นในบริษัท ข. 60% และในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562 บริษัท ก มีรายได้เกิน 200 ล้านบาท ส่วนบริษัท ข. มีรายได้ไม่เกิน 200 ล้านบาท ทั้งสองบริษัทต้องยื่น Disclosure Form หรือไม่</p>
<p><span style="color: #0070c0;">การพิจารณาลักษณะความสัมพันธ์ตามสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้น มาตรา 71 ทวิ วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดว่า ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในนิติบุคคลหนึ่งไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของทุนทั้งหมด ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในอีกนิติบุคคลหนึ่งไม่ว่าโดยตรง หรือโดยอ้อมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของทุนทั้งหมด จากข้อสอบถามข้างต้น นาย A ถือหุ้นในบริษัท ก. น้อยกว่า 50% ของทุนทั้งหมด แม้นาย A จะไปถือหุ้นในบริษัท ข. เกิน 50% ของทุนทั้งหมด ทั้งสองบริษัทก็ไม่เข้าลักษณะเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์กัน จึงไม่มีหน้าที่ต้องยื่น Disclosure Form สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5782">Transfer Pricing ตอนที่ 3 คลายประเด็นสงสัยในการเตรียมข้อมูลสำหรับยื่น Disclosure Form สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
										</item>
		<item>
		<title>Transfer Pricing ตอนที่ 2 สิ่งที่บริษัทในเครือเดียวกันต้องรู้ก่อนยื่น Disclosure Form สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/tax-articles/5610</link>
				<pubDate>Fri, 13 Mar 2020 01:57:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[เมษยา สีลาวรรณ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษากฎหมายภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[บริการภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักกฎหมายธรรมนิติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=5610</guid>
				<description><![CDATA[<p>เมษยา สีลาวรรณ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด สืบเนื่องจากบทความตอนที่ 1 เรื่อง Update!!!… 5 ข้อต้องรู้เพื่อเตรียมความพร้อมและรับมือกฎหมาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5610">Transfer Pricing ตอนที่ 2 สิ่งที่บริษัทในเครือเดียวกันต้องรู้ก่อนยื่น Disclosure Form สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: right;">เมษยา สีลาวรรณ<br />
<strong>บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด</strong></p>
<p>สืบเนื่องจากบทความตอนที่ 1 เรื่อง <a href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5217" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Update!!!… 5 ข้อต้องรู้เพื่อเตรียมความพร้อมและรับมือกฎหมาย Transfer Pricing</a> ที่ผู้เขียนได้นำเสนอไปก่อนหน้าแล้ว ซึ่งหนึ่งในประเด็นร้อนแรงที่ถือว่าเป็นประเด็นสำคัญที่หลายบริษัทกำลังดำเนินการจัดเตรียมข้อมูลอยู่นั้น คงหนีไม่พ้นเรื่องข้อมูลที่ต้องกรอกลงในรายงานประจำปีสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร หรือ Disclosure Form<sup>1</sup> ซึ่งต้องยื่นพร้อม ภ.ง.ด.50 ในอีกไม่กี่เดือนนี้ หลายท่านคงมีความกังวลใจว่า จะกรอกข้อมูลอย่างไร ต้องใช้ข้อมูลส่วนใดบ้าง โดยเฉพาะนักบัญชีที่มีหน้าที่ต้องรวบรวมข้อมูลและยื่นต่อกรมสรรพากร เนื่องจากหากกรอกข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วนโดยไม่มีเหตุอันสมควรแล้ว อาจต้องถูกปรับสูงสุดถึง 2 แสนบาท ในครั้งนี้ผู้เขียนจึงขอนำเสนอสิ่งที่ท่านต้องรู้ก่อนยื่น Disclosure Form ดังนี้</p>
<p><strong>1. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน</strong></p>
<p>ท่านจะต้องกรอกข้อมูลของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันกับบริษัทท่านใน Disclosure Form ส่วน ก โดยไม่คำนึงถึงว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น จะมีการทำธุรกรรมกับบริษัทท่านในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562 หรือไม่</p>
<p>บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน ได้แก่ บริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตั้งแต่สองนิติบุคคลขึ้นไปที่มีความสัมพันธ์กันในลักษณะดังต่อไปนี้<sup>2</sup></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5612" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2020/03/13-march-63_transferprincing_part2_1.jpg" alt="" width="800" height="500" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2020/03/13-march-63_transferprincing_part2_1.jpg 800w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2020/03/13-march-63_transferprincing_part2_1-300x188.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2020/03/13-march-63_transferprincing_part2_1-768x480.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>สำหรับการพิจารณาบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562 นั้น กรมสรรพากรจะพิจารณาเฉพาะ ลักษณะความสัมพันธ์ตามลักษณะที่ 1 และ 2 เท่านั้น ดังนั้น ท่านจะต้องพิจารณาบริษัทในเครือเดียวกันกับท่านว่า บริษัทดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่</p>
<p>อย่างไรก็ดี ในการพิจารณาลักษณะความสัมพันธ์ทั้งสองลักษณะนั้น ท่านจะต้องพิจารณาทั้งการถือหุ้น<strong>ทางตรงและทางอ้อม (ย้ำ!!!)</strong> ซึ่งหากบริษัทท่านมีโครงสร้างการถือหุ้นที่ไม่ซับซ้อน หรือมีเพียงการถือหุ้นโดยนิติบุคคลหนึ่งถือหุ้นในอีกนิติบุคคลหนึ่งทางตรงไม่น้อยกว่า 50% ของทุนทั้งหมด ก็เป็นการง่ายในการพิจารณา สำหรับการกรอก Disclosure Form แต่ในทางกลับกัน หากบริษัทท่านมีโครงสร้างการถือหุ้นหลายชั้นหรือมีความซับซ้อนมาก ท่านจะต้องพิจารณาทั้งการถือหุ้นทางตรงและทางอ้อมร่วมด้วย ดังเช่นตัวอย่างต่อไปนี้</p>
<p><strong>ตัวอย่าง บริษัทที่มีความสัมพันธ์กันกับบริษัท ก</strong></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5647" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2020/03/transfer-pricing-part2-2-edit-1.jpg" alt="" width="1024" height="423" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2020/03/transfer-pricing-part2-2-edit-1.jpg 1024w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2020/03/transfer-pricing-part2-2-edit-1-300x124.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2020/03/transfer-pricing-part2-2-edit-1-768x317.jpg 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นว่า การพิจารณาความสัมพันธ์ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน มีความสำคัญมากในการวิเคราะห์และรวบรวมข้อมูล ท่านจึงต้องพิจารณาข้อมูลสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทท่านและบริษัทในเครือเดียวกันอย่างละเอียดทั้งที่เป็นบริษัทที่ประกอบกิจการในประเทศไทยและต่างประเทศ และไล่สายจนสุดความสัมพันธ์ทุกชั้น ซึ่งอาจจะต้องให้เวลาในการพิจารณาส่วนนี้พอสมควรทีเดียว แต่อย่างไรก็ดีข้อมูลบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน ที่ท่านจัดเตรียมนี้ ท่านสามารถนำไปเป็นฐานข้อมูลในการกรอก Disclosure Form ในปีต่อๆ ไป รวมถึงสามารถใช้เป็นฐานข้อมูลในการจัดทำเอกสาร / หลักฐานสำหรับการวิเคราะห์ข้อกำหนดของธุรกรรมระหว่างกัน (TP Document) ได้ด้วย โดยไม่จำต้องจัดเตรียมซ้ำซ้อนหลายคราว เพียงแต่ท่านจะต้องรวบรวมเอกสาร/ข้อมูลให้เป็นหมวดหมู่เพื่อง่ายต่อการจัดทำเอกสาร / หลักฐานที่กฎหมายจะประกาศต่อไป</p>
<p><strong>2. มูลค่ารวมของธุรกรรมระหว่างกันในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี</strong></p>
<p>เมื่อท่านพิจารณาได้แล้วว่า บริษัทในเครือเดียวกันบริษัทใดบ้างที่เข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน ส่วนที่ท่านต้องจัดเตรียมข้อมูลต่อไปคือ การรวบรวมมูลค่ารวมของธุรกรรมระหว่างกันในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี 2562 กรณีที่บริษัทมีการทำธุรกรรมกับบริษัทในเครือเดียวกัน ซึ่งท่านต้องกรอกข้อมูลในส่วน ข ของ Disclosure Form โดยข้อมูลที่ท่านต้องรวบรวมมีรายการดังต่อไปนี้</p>
<p>2.1 รายได้โดยตรงจากการประกอบกิจการ<br />
2.2 รายได้อื่น<br />
2.3 ซื้อวัตถุดิบ/สินค้า<br />
2.4 ซื้อที่ดินอาคารและอุปกรณ์<br />
2.5 รายจ่ายอื่น เช่น ค่าสิทธิ ค่านายหน้า ดอกเบี้ยจ่าย เป็นต้น<br />
2.6 จำนวนเงินกู้ยืม ณ วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี<br />
2.7 จำนวนเงินให้กู้ยืม ณ วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี</p>
<p>ทั้งนี้ ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในคำอธิบายประกอบการกรอกแบบรายงานประจำปีสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร (Disclosure Form) ที่ <a href="https://bit.ly/2IHRenb" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/2IHRenb</a></p>
<p>จากที่ผู้เขียนกล่าวมาข้างต้น น่าจะพอเป็นแนวทางให้กับท่านในการจัดเตรียมข้อมูลสำหรับการจัดทำ <strong>Disclosure Form</strong> ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562 นี้ ส่วนข้อมูลที่ท่านต้องจัดเตรียมในรอบระยะเวลาบัญชีถัดไป จะต้องติดตามกฎหมายและแนวทางของ<strong>กรมสรรพากร</strong>และผู้เขียนจะอัพเดตข้อมูลให้ท่านทราบต่อไป</p>
<hr />
<p><sup>1</sup>ตามมาตรา 71 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร<br />
<sup>2</sup>ตามมาตรา 71 ทวิ วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับ<strong>กฎหมายภาษีอากร</strong> สามารถติดต่อได้ที่</p>
<p><strong>บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด</strong><br />
2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330<br />
หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9716<br />
Email: maysayas@dlo.co.th</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5610">Transfer Pricing ตอนที่ 2 สิ่งที่บริษัทในเครือเดียวกันต้องรู้ก่อนยื่น Disclosure Form สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
										</item>
		<item>
		<title>Update!!!&#8230; 5 ข้อต้องรู้เพื่อเตรียมความพร้อมและรับมือกฎหมาย Transfer Pricing</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/tax-articles/5217</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/tax-articles/5217#respond</comments>
				<pubDate>Wed, 25 Dec 2019 05:11:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[เมษยา สีลาวรรณ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[Transfer Pricing]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษากฎหมายภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ประมวลรัษฎากร]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักกฎหมายธรรมนิติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=5217</guid>
				<description><![CDATA[<p>&#160; Update!!!&#8230; 5 ข้อต้องรู้เพื่อเตรียมความพร้อมและรับมือกฎหมาย Transfer Pricing &#160; เมษยา สีลาวรรณ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5217">Update!!!&#8230; 5 ข้อต้องรู้เพื่อเตรียมความพร้อมและรับมือกฎหมาย Transfer Pricing</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5233" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2019/12/tax-articles-transferpricing.jpg" alt="" width="800" height="600" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2019/12/tax-articles-transferpricing.jpg 800w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2019/12/tax-articles-transferpricing-300x225.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2019/12/tax-articles-transferpricing-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><strong>Update!!!&#8230; 5 ข้อต้องรู้เพื่อเตรียมความพร้อมและรับมือกฎหมาย Transfer Pricing</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: right;">เมษยา สีลาวรรณ<br />
บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สืบเนื่องการแก้ไขเพิ่มเติม<strong>ประมวลรัษฎากร</strong>เกี่ยวกับมาตรการป้องกันการกำหนดราคาโอนระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน ( <strong>Transfer Pricing</strong> ) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา กรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีข้อกำหนดในการทำธุรกรรมระหว่างกันแตกต่างจากที่ควรกำหนดหากเป็นคู่ค้าอิสระ ในลักษณะถ่ายโอนกำไรระหว่างกัน ซึ่งมีผลใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป จึงต้องเตรียมความพร้อมและทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าวอย่างน้อย 5 หัวข้อดังนี้</p>
<p><strong>1. Transfer Pricing</strong></p>
<p><strong>Transfer Pricing</strong> หมายถึง การที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันทำธุรกรรมระหว่างกันแตกต่างจากที่ควรกำหนดหากเป็นคู่ค้าอิสระ ในลักษณะถ่ายโอนกำไร หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เป็นกรณีการกำหนดราคาซื้อขายสินค้า หรือให้บริการที่แตกต่างไปจากราคาตลาดนั่นเอง</p>
<p><strong>2. ลักษณะของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน[1]</strong></p>
<p>มีลักษณะต่อไปนี้</p>
<p><img class="aligncenter size-large wp-image-5224" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2019/12/transfer_pricing_DLO-1-1024x497.jpg" alt="" width="800" height="388" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2019/12/transfer_pricing_DLO-1-1024x497.jpg 1024w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2019/12/transfer_pricing_DLO-1-300x146.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2019/12/transfer_pricing_DLO-1-768x373.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2019/12/transfer_pricing_DLO-1.jpg 1378w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>3. หน้าที่ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน[2]</strong></p>
<p>3.1 ยื่น Disclosure Form ซึ่งเป็นรายงานข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันและมูลค่ารวมของธุรกรรมระหว่างกันในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี เว้นแต่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีรายได้ไม่เกิน 200 ล้านบาทต่อปี</p>
<p>ยื่นเมื่อไหร่ ?</p>
<p>&#8211; ต้องยื่นต่อกรมสรรพากรภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี (ยื่นพร้อมแบบ ภ.ง.ด. 50) โดยจะเริ่มต้นยื่นครั้งแรกปี 2563 นี้</p>
<p>3.2 จัดเตรียมเอกสาร / หลักฐานสำหรับการวิเคราะห์ข้อกำหนดของธุรกรรมระหว่างกัน ตามที่อธิบดีกำหนด (ปัจจุบันยังไม่ประกาศ)</p>
<p>เพื่ออะไร ?</p>
<p>&#8211; เตรียมพร้อมสำหรับให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบเอกสาร / หลักฐานดังกล่าวได้ภายใน 5 ปีนับแต่ยื่น Disclosure Form</p>
<p><strong>4. ใช้บังคับเมื่อไหร่</strong></p>
<p>ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป</p>
<p><strong>5. บทลงโทษ</strong></p>
<p><strong>ทางแพ่ง</strong>[3]</p>
<p>หากเจ้าพนักงานประเมินพบว่า มีข้อกำหนดในการทำธุรกรรมระหว่างกันแตกต่างจากที่ควรกำหนดหากเป็นคู่ค้าอิสระ (ไม่ใช่บริษัทในเครือเดียวกัน) ในลักษณะที่เชื่อได้ว่ามีการถ่ายโอนกำไร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจปรับปรุงรายได้และรายจ่าย ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล พร้อมกับต้องรับผิดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มได้</p>
<p><strong>ทางอาญา</strong>[4]</p>
<p>หากไม่จัดทำรายงานหรือเอกสาร หรือจัดทำโดยแสดงข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วนโดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท</p>
<p><strong>รายละเอียดเพิ่มเติม</strong><br />
1. พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 47)พ.ศ. 2561 ที่ <a href="https://bit.ly/2SmeuNm" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/2SmeuNm</a><br />
2. Disclosure Form ที่ <a href="https://bit.ly/378Xaj1" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/378Xaj1</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่</p>
<p><strong>บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด<br />
</strong>2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330<br />
หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9716<br />
Email: maysayas@dlo.co.th</p>
<p>[1] มาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร<br />
[2] มาตรา 71 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร<br />
[3] มาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร<br />
[4] มาตรา 35 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5217">Update!!!&#8230; 5 ข้อต้องรู้เพื่อเตรียมความพร้อมและรับมือกฎหมาย Transfer Pricing</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/tax-articles/5217/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
	</channel>
</rss>
