<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สำนักกฎหมายธรรมนิติ</title>
	<atom:link href="https://www.dlo.co.th/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.dlo.co.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 29 May 2026 09:24:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.3.5</generator>
	<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือน พฤษภาคม 2569</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8951</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8951#respond</comments>
				<pubDate>Fri, 29 May 2026 09:24:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8951</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’s Tax Newsletter   ฉบับที่ 178 เดือนพฤษภาคม 2569   กฎหมายใหม่ล่าสุด      1.มอบหมายให้ข้าราชการปฏิบัติห [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8951">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือน พฤษภาคม 2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong>DLO’s Tax Newsletter</strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p style="text-align: right;"><strong>ฉบับที่ </strong><strong>178 เดือนพฤษภาคม 2569</strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong><u>กฎหมายใหม่ล่าสุด</u></strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>1.มอบหมายให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558</strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 367/2569 เรื่อง มอบหมายให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 กำหนดให้ ที่ปรึกษาหรือรองอธิบดีที่กำกับดูแลและปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากรในเรื่องราชการของกองตรวจสอบภาษีกลาง มีอำนาจพิจารณาอนุมัติงดเบี้ยปรับตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีการรับมรดก (ฉบับที่ 4) เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการงดหรือลดเบี้ยปรับภาษีการรับมรดก ลงวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2559</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก <a href="https://bit.ly/4v0DiKc">https://bit.ly/4v0DiKc</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>2.กำหนดจรรยาบรรณของผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร</strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 368/2569 เรื่อง กำหนดจรรยาบรรณของผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ ผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีที่ตรวจสอบและรับรองบัญชีเกินกว่า 30 รายต่อปี ต้องมีผู้ช่วยตรวจสอบและรับรองบัญชีที่มีวุฒิการศึกษาขั้นต่ำปริญญาตรีสาขาบัญชี โดยผู้ช่วยตรวจสอบและรับรองบัญชี 1 คน สามารถปฏิบัติงานได้สูงสุด 15 ราย ทั้งนี้ สำหรับกรณีการตรวจสอบและรับรองบัญชีตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก <a href="https://bit.ly/42IpWGk">https://bit.ly/42IpWGk</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><u>ข่าวภาษี</u></strong></p>
<p>&#8211;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><u>คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ</u></strong></p>
<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่   </strong><strong>5252/2560</strong></p>
<p>ระหว่าง                    นางสาว ป.                                    โจทก์</p>
<p>กรมสรรพากร                                 จำเลย</p>
<p>เรื่อง     อำนาจประเมินเบี้ยปรับตามประมวลรัษฎากร มาตรา 89 (4)</p>
<p><strong><u>ประเด็นข้อพิพาท</u></strong><strong>         </strong>:     การประเมินเบี้ยปรับตามมาตรา 89 (4) ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่</p>
<p><strong><u>คำพิพากษา</u></strong><strong>               </strong>: <strong> </strong>   ป.รัษฎากร มาตรา 89 (4) บัญญัติว่า “&#8230;ให้เสียเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของจำนวนภาษีขายที่แสดงไว้ขาดไปหรือจำนวนภาษีซื้อที่แสดงไว้เกินไป” ไม่ได้บัญญัติว่าต้องเสียเบี้ยปรับเพียง 1 เท่า ของจำนวนภาษีขายที่แสดงไว้ขาดไปหรือจำนวนภาษีซื้อที่แสดงไว้เกินไปอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ประกอบกับจำนวนภาษีขายที่แสดงไว้ขาดไป และจำนวนภาษีซื้อที่แสดงไว้เกินถือเป็นความรับผิดคนละส่วนแยกจากกัน เมื่อเจ้าพนักงานประเมินว่าตั้งแต่เดือนภาษีกันยายน 2549 ถึงเดือนกรกฎาคม 2551 โจทก์ผู้ประกอบการแสดงภาษีขายขาดจำนวน 915,570.63 บาท และแสดงภาษีซื้อไว้เกินจำนวน 7,185.82 บาท ซึ่งโจทก์ไม่ได้นำสืบโต้แย้งในส่วนของจำนวนเงินต่าง ๆ ในการประเมิน โจทก์จึงต้องเสียเบี้ยปรับ 1 เท่า ของจำนวนภาษีขายที่แสดงไว้ขาดและเสียเบี้ยปรับ 1 เท่า ของจำนวนภาษีซื้อที่แสดงไว้เกินไปทั้งสองส่วน</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>โจทก์กำหนดสัดส่วนรายรับจากค่าบริการต่ำและขัดกับต้นทุนจากการให้บริการที่แท้จริงตามที่ปรากฏในงบทดลองที่โจทก์เป็นผู้จัดการทำขึ้นเอง แสดงว่าโจทก์ทราบดีว่าต้นทุนค่าบริการและค่าเช่าห้องพักมีสัดส่วนที่แท้จริงเท่าใด แต่โจทก์กลับยื่นแบบ ภ.พ.30 โดยกำหนดสัดสวนรายรับค่าบริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มต่ำกว่าความเป็นจริง ถือว่าโจทก์มีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงทำให้ภาษีขายมีจำนวนที่ต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อขอคืนภาษี หากเจ้าพนักงานตรวจสอบไม่พบจะทำให้รัฐต้องเสียหายกรณีจึงไม่มีเหตุที่จะงดหรือลดเบี้ยปรับให้แก่โจทก์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><u>ความเห็นของผู้เขียน</u></strong>     :   ผู้เขียนเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลฎีกาข้างต้น เนื่องจากประมวลรัษฎากร มาตรา 89 (4) ไม่ได้บัญญัติจำกัดไว้เฉพาะว่าต้องเสียเบี้ยปรับเพียง 1 เท่าของจำนวนภาษีขายที่แสดงไว้ขาดไปหรือจำนวนภาษีซื้อที่แสดงไว้เกินไปอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ประกอบกับจำนวนภาษีขายที่แสดงไว้ขาดไป และจำนวนภาษีซื้อที่แสดงไว้เกินถือเป็นความรับผิดคนละส่วน จึงต้องคำนวณเบี้ยปรับแยกจากกัน</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>นอกจากนี้ การตีความคำว่า “หรือ” ในมาตรา 89 (4) ตามเจตนารมณ์นั้น มิได้หมายถึงการให้เลือกฐานความผิดใดฐานหนึ่ง แต่เป็นการระบุประเภทความผิดที่อาจเกิดขึ้นได้ และหลักความรับผิดแยกส่วน เนื่องจากภาษีขายและภาษีซื้อเป็นองค์ประกอบที่แยกกัน การกระทำผิดในทั้งสองส่วนย่อมถือเป็นความรับผิดที่เกิดขึ้นต่างวาระและต่างพฤติการณ์ การลงโทษเบี้ยปรับสะสมทั้งสองฐานจึงมีความสมเหตุสมผลตามหลักการป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ดังนั้น เมื่อมีการแสดงภาษีขายขาดและแสดงภาษีซื้อไว้เกิน จึงต้องเสียเบี้ยปรับ 1 เท่าของจำนวนภาษีขายที่แสดงไว้ขาดและเสียเบี้ยปรับ 1 เท่าของจำนวนภาษีซื้อที่แสดงไว้เกินไป ทั้งสองส่วน มิใช่เลือกเสียเพียงฐานใดฐานหนึ่ง</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>อนึ่ง กรณีดังกล่าวเป็นเพียงการแสดงความเห็นทางกฎหมายของผู้เขียนเท่านั้น ซึ่งกฎหมายภาษีอากรเป็นกฎหมายที่ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการตีความกฎหมายในมุมมองที่แตกต่างภายใต้บทบัญญัติกฎหมายเดียวกัน การหยิบยกคำพิพากษาศาลฎีกานี้ในการนำเสนอมีเพียงวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจกฎหมายภาษีอากรมากขึ้น และเสียภาษีอากรได้อย่างถูกต้องเท่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><strong>ฉวีวรรณ อรัญเยาว์</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8951">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือน พฤษภาคม 2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8951/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>การวางแผนภาษีอย่างชาญฉลาด ด้วยมาตรการลดหย่อนภาษี</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/8942</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/8942#respond</comments>
				<pubDate>Wed, 27 May 2026 03:27:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมนิติในข่าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8942</guid>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด  ได้ยกระดับองค์ความรู้ภายในองค์กร โดยการจัดกิจกรรมบรรยายในหัวข้อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/8942">การวางแผนภาษีอย่างชาญฉลาด ด้วยมาตรการลดหย่อนภาษี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;">เมื่อวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด  ได้ยกระดับองค์ความรู้ภายในองค์กร โดยการจัดกิจกรรมบรรยายในหัวข้อ “<strong>การวางแผนภาษีอย่างชาญฉลาดด้วยมาตรการลดหย่อนภาษี</strong>” ได้รับเกียรติจากคุณอารีญา เพ็ชรประไพ และคุณณัฏฐณิชา ศรีเจริญวณิชกุล นักกฎหมายจากสำนักกฎหมายภาษี มาเป็นวิทยากรในการบรรยายครั้งนี้</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8943" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติแนวตั้ง-4.jpg" alt="" width="540" height="675" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติแนวตั้ง-4.jpg 540w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติแนวตั้ง-4-240x300.jpg 240w" sizes="(max-width: 540px) 100vw, 540px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-large wp-image-8944" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-22-1024x768.jpg" alt="" width="800" height="600" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-22-1024x768.jpg 1024w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-22-300x225.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-22-768x576.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-22.jpg 1080w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p style="font-weight: 400;">กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่นักกฎหมายและบุคลากรภายในสำนักงาน เพื่อให้สามารถนำเทคนิคและมาตรการลดหย่อนภาษีต่าง ๆ ครอบคลุมทั้งกลุ่มลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว กลุ่มประกันภัย ตลอดจนกลุ่มการออมและการลงทุน ไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และเหมาะสมกับฐานเงินได้ของแต่ละบุคคล</p>
<p><img class="aligncenter size-large wp-image-8947" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-27-1024x768.jpg" alt="" width="800" height="600" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-27-1024x768.jpg 1024w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-27-300x225.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-27-768x576.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-27.jpg 1080w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><img class="aligncenter size-large wp-image-8946" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-25-1024x768.jpg" alt="" width="800" height="600" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-25-1024x768.jpg 1024w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-25-300x225.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-25-768x576.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-25.jpg 1080w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><img class="aligncenter size-large wp-image-8948" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-29-1024x768.jpg" alt="" width="800" height="600" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-29-1024x768.jpg 1024w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-29-300x225.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-29-768x576.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-29.jpg 1080w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8949" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติแนวตั้ง-5.jpg" alt="" width="540" height="675" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติแนวตั้ง-5.jpg 540w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติแนวตั้ง-5-240x300.jpg 240w" sizes="(max-width: 540px) 100vw, 540px" /></p>
<p><img class="aligncenter size-large wp-image-8945" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-24-1024x768.jpg" alt="" width="800" height="600" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-24-1024x768.jpg 1024w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-24-300x225.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-24-768x576.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/05/temธรรมนิติ-24.jpg 1080w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/8942">การวางแผนภาษีอย่างชาญฉลาด ด้วยมาตรการลดหย่อนภาษี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/8942/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>เพื่อนบ้านขุดดินชิดแนวเขตที่ดินของเรา จนที่ดินพังทลายหรือเสี่ยงพังทลาย ทำอย่างไรได้บ้าง ?</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/legal-articles/8934</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/legal-articles/8934#respond</comments>
				<pubDate>Tue, 19 May 2026 07:52:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความกฎหมาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8934</guid>
				<description><![CDATA[<p>     ปัญหาเพื่อนบ้านหรือเจ้าของที่ดินข้างเคียง “ขุดดินติดแนวเขต” จนทำให้ที่ดินของเราทรุดตัวพังทลาย หรือเสี่ยงจะพังทลาย เป็นเรื่องที่อาจพบได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/legal-articles/8934">เพื่อนบ้านขุดดินชิดแนวเขตที่ดินของเรา จนที่ดินพังทลายหรือเสี่ยงพังทลาย ทำอย่างไรได้บ้าง ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ปัญหาเพื่อนบ้านหรือเจ้าของที่ดินข้างเคียง “ขุดดินติดแนวเขต” จนทำให้ที่ดินของเราทรุดตัวพังทลาย หรือเสี่ยงจะพังทลาย เป็นเรื่องที่อาจพบได้และอาจก่อให้เกิดความเสียหายทั้งต่อที่ดิน บ้าน รั้ว หรือสิ่งปลูกสร้างของเราได้ แล้วเราทำอย่างไรได้บ้าง? แล้วกฎหมายคุ้มครองเจ้าของที่ดินที่ได้รับความเสียหายหรือเสี่ยงที่จะได้รับความเสียหายในอนาคตหรือไม่? วันนี้เราจะมาหาตอบคำถามนี้กันครับ</p>
<p><strong>(1) สิทธิของเจ้าของที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์</strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>เจ้าของที่ดินมีสิทธิใช้ประโยชน์และจัดการทรัพย์สินของตนได้ แต่ต้องไม่ใช้สิทธินั้นในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หากการขุดดินของเพื่อนบ้านทำให้ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างของเราพังทลายหรือเสียหาย การขุดดินดังกล่าวจึงถือเป็นการทำละเมิด ซึ่งต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย เราสามารถเรียกให้เจ้าของที่ดินที่ทำการขุดดินหยุดดำเนินการได้หากการขุดดินดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสิ่งปลูกสร้างในที่ดินของเราได้</p>
<p><strong>(2) การขออนุญาตขุดดินและการป้องกันความเสียหาย</strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>การขุดดินโดยมีความลึกจากระดับพื้นดินเกิน 3 เมตร หรือมีพื้นที่ปากบ่อเกิน 10,000 ตารางเมตร หรือมีความลึกหรือพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดนั้น ผู้ดำเนินการขุดดินจะต้องแจ้งขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น โดยก่อนทำการขุดดินต้องมีการเว้นระยะห่างจากที่ดินข้างเคียง หรือที่สาธารณะเป็นระยะไม่น้อยกว่า 2 เท่าของลึกบ่อดินที่จะทำการขุด ยกเว้นในกรณีที่ได้มีการจัดการป้องกันความเสียหายตามหลักวิศวกรรมโดยวิศวกรสาขาโยธาแล้ว ตามมาตรา 17 และ 24 ตามพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543 จึงจะสามารถขุดดินโดยเว้นระยะห่างน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดได้</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>หากการขุดดินดังกล่าวนั้นมีความลึกเกิน 20 เมตรจากระดับพื้นดินจะต้องมีมาตรการป้องกันอันตรายและติดตั้งอุปกรณ์สำหรับวัดการเคลื่อนตัวของดินขณะทำการขุดดิน พร้อมมีแบบแปลน รายประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณของวิศวกร สาขาโยธา ระดับวุฒิวิศวกร เพื่อป้องกันอันตรายและความเสียหายต่อทรัพย์สิน เช่น ก่อสร้างกำแพงกันดินป้องกันการพังทลายของดินที่อยู่ข้างเคียง เป็นต้น ดังนั้นการขุดดินเว้นระยะห่างน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดสามารถทำได้แต่ต้องมีมาตรการป้องกันตามหลักวิศวกรรม ซึ่งการป้องกันการพังทลายของดินนั้น หากผู้ดำเนินการขุดดินฝ่าฝืนเจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งระงับหรือสั่งแก้ไขได้ในกรณีที่ผู้ดำเนินการขุดดินไม่ดำเนินการตามพระราชบัญญัติขุดและถมดิน พ.ศ. 2543 และกฎกระทรวงกำหนดมาตรการป้องการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้างในการถมดินหรือถมดิน พ.ศ. 2548 และการกระทำดังกล่าวก็จะกลายเป็นความผิดตามกฎหมายซึ่งมีโทษในทางอาญา</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>สำหรับการขุดดินที่ไม่จำเป็นต้องแจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นกฎหมายกำหนดไว้เพียง 2 กรณีเท่านั้น คือ การขุดดินโดยมีความลึกจากระดับพื้นดินไม่เกิน 3 เมตร หรือมีพื้นที่ปากบ่อไม่เกิน 10,000 ตารางเมตร และการขุดบ่อน้ำใช้ที่มีพื้นปากบ่อดินไม่เกินสี่ตารางเมตร แต่อย่างไรก็ตามการขุดดินเพื่อทำบ่อน้ำ หรือบ่อปลา ก็ควรต้องเว้นระยะห่างจากที่ดินข้างเคียงตามสมควรเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ที่ดินข้างเคียง หากเกิดความเสียหายแก่ที่ดินข้างเคียงเจ้าของที่ดินก็สามารถใช้สิทธิ์ฟ้องเรียกค่าเสียหายได้</p>
<p><strong>กรณีที่ดินของเรา “ยังไม่พังทลาย” แต่เสี่ยงจะพังทลายในอนาคต ทำอย่างไรได้บ้าง?</strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>หากเพื่อนบ้านหรือเจ้าของที่ดินข้างเคียงขุดดินชิดแนวเขตจนมีความเสี่ยงว่าที่ดินของเราจะทรุดตัวหรือพังทลาย แม้ยังไม่เกิดความเสียหาย เราสามารถดำเนินการได้ ดังนี้</p>
<ul>
<li>แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาล/อบต./เขต) ให้เข้าตรวจสอบ</li>
<li>ขอให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นใช้อำนาจตามกฎหมาย มีคำสั่งให้หยุดการขุดดินและป้องกันความเสียหาย</li>
<li>ทำหนังสือเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้หยุดดำเนินการขุดดินและป้องกันข้อพิพาทในอนาคต</li>
</ul>
<p><u>กฎหมายคุ้มครองแม้มีเพียง “ความเสี่ยง” ที่จะเกิดการพังทลายหรืออันตรายต่อทรัพย์สิน ไม่จำเป็นต้องรอให้ที่ดินเราพังทลายเสียหายก่อน</u></p>
<p><strong>กรณีที่ดินของเรา “พังทลายเสียหายแล้ว” เราสามารถทำอย่างไรได้บ้าง?</strong></p>
<p>ถ้าที่ดิน รั้ว หรือสิ่งปลูกสร้างของเราได้รับความเสียหายแล้ว สามารถดำเนินการได้ดังนี้:</p>
<ul>
<li>เรียกร้องให้เพื่อนบ้านซ่อมแซมหรือชดใช้ค่าเสียหาย</li>
<li>หากตกลงกันไม่ได้ สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายและให้ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้</li>
<li>แจ้งหน่วยงานท้องถิ่นให้มีคำสั่งระงับการขุดดิน หากพบว่าเป็นการขุดดินโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานท้องถิ่นสามารถฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ทำการขุดดินได้ ซึ่งมีโทษในทางอาญา</li>
</ul>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ในบางกรณีหากการกระทำมีลักษณะก่อให้เกิดอันตรายและความเสียหายแก่ประชาชนและทรัพย์สิน อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชนซึ่งมีโทษปรับและจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญาด้วย</p>
<p><strong>สิ่งที่ควรทำทันทีเมื่อพบปัญหา</strong></p>
<ol>
<li>ถ่ายภาพ/วิดีโอเก็บหลักฐาน</li>
<li>ตรวจสอบแนวเขตที่ดินให้ชัดเจน</li>
<li>แจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้ทำการขุดดิน</li>
<li>หากมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อทรัพย์สิน ควรรีบแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นทันที</li>
</ol>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>เจ้าของที่ดินมีสิทธิใช้ที่ดินของตนได้ตามกฎหมาย แต่อย่างก็ตามการใช้สิทธิของตนก็จะต้องไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนได้รับความเสียหาย หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่กำลังได้รับผลกระทบจากการขุดดินดังกล่าวของเพื่อนบ้านหรือเจ้าของที่ดินข้างเคียง คุณไม่จำเป็นต้องนิ่งเฉย สามารถแจ้งหน่วยงานรัฐ ขอให้ระงับการกระทำดังกล่าว และสามารถใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้ตามกฎหมาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;">โดย นาย   ศุภกฤต ประหา เป็นผู้เรียบเรียง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/legal-articles/8934">เพื่อนบ้านขุดดินชิดแนวเขตที่ดินของเรา จนที่ดินพังทลายหรือเสี่ยงพังทลาย ทำอย่างไรได้บ้าง ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/legal-articles/8934/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>งานทำบุญเลี้ยงพระและพิธีไหว้ครู ประจำปี 2569</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/8884</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/8884#respond</comments>
				<pubDate>Mon, 20 Apr 2026 06:26:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมนิติในข่าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8884</guid>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อวันเสาร์ที่ 18 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา นักวิชาชีพและบุคลากรของบริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมที่มีความสำคัญ คือ งาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/8884">งานทำบุญเลี้ยงพระและพิธีไหว้ครู ประจำปี 2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันเสาร์ที่ 18 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา นักวิชาชีพและบุคลากรของบริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมที่มีความสำคัญ คือ งานทำบุญเลี้ยงพระและพิธีไหว้ครูประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้น ณ สำนักกฎหมายธรรมนิติ อาคารภักดี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความเคารพและสำนึกในพระคุณของครูบาอาจารย์ รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคลากรในการประกอบวิชาชีพด้านกฎหมายอย่างมีจริยธรรม</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8886" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/012Wrongful-Acts.jpg" alt="" width="768" height="576" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/012Wrongful-Acts.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/012Wrongful-Acts-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8890" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/007Wrongful-Acts.jpg" alt="" width="768" height="576" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/007Wrongful-Acts.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/007Wrongful-Acts-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<p>ในช่วงเช้าของวันงาน ได้มีพิธีทำบุญเลี้ยงพระสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บุคลากรในองค์กร มีการนิมนต์พระสงฆ์มาประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และถวายภัตตาหารเพล ซึ่งนับเป็นกิจกรรมสำคัญที่แสดงถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนา</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8887" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/001Wrongful-Acts.jpg" alt="" width="768" height="576" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/001Wrongful-Acts.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/001Wrongful-Acts-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8895" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/006Wrongful-Acts.jpg" alt="" width="768" height="576" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/006Wrongful-Acts.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/006Wrongful-Acts-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8893" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/011Wrongful-Acts.jpg" alt="" width="768" height="576" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/011Wrongful-Acts.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/011Wrongful-Acts-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8892" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/010Wrongful-Acts.jpg" alt="" width="768" height="576" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/010Wrongful-Acts.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/010Wrongful-Acts-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8897" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/015Wrongful-Acts.jpg" alt="" width="768" height="576" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/015Wrongful-Acts.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/015Wrongful-Acts-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<p>เข้าสู่ช่วงบ่าย ได้มีการจัดพิธีไหว้ครูขึ้น โดยได้รับเกียรติอย่างสูงจาก อาจารย์จิระ โชติพงศ์ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลอุทธรณ์ และ คุณนพคุณ พุ่มทองตรู ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด มาร่วมเป็นประธานในพิธี ซึ่งทั้งสองท่านได้เมตตากล่าวโอวาทให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน โดยเน้นถึงหลักธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพกฎหมาย พร้อมทั้งให้ข้อคิดและแนวทางในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน อันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่บุคลากรขององค์กรในการประกอบอาชีพอย่างมีคุณธรรม</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8898" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/020Wrongful-Acts.jpg" alt="" width="768" height="576" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/020Wrongful-Acts.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/020Wrongful-Acts-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8900" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/023Wrongful-Acts.jpg" alt="" width="768" height="576" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/023Wrongful-Acts.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/023Wrongful-Acts-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<p>ในโอกาสนี้ ตัวแทนของศิษย์ชาวธรรมนิติได้พร้อมใจกันนำพานดอกไม้ขึ้นมอบแด่ อาจารย์จิระ โชติพงศ์ กับ คุณนพคุณ พุ่มทองตรู และได้กล่าวคำปฏิญาณตน เพื่อแสดงความเคารพและสำนึกในพระคุณของบูรพาจารย์ที่ได้ให้ความรู้ ความเมตตา และแนวทางในการดำรงชีวิต ทั้งนี้ พิธีไหว้ครูยังถือเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกด้านคุณธรรม ความกตัญญูรู้คุณ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมทั้งด้านวิชาการและจิตใจ</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8901" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/024Wrongful-Acts.jpg" alt="" width="768" height="576" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/024Wrongful-Acts.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/024Wrongful-Acts-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8902" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/025-1Wrongful-Acts.jpg" alt="" width="768" height="576" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/025-1Wrongful-Acts.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/025-1Wrongful-Acts-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8903" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/025Wrongful-Acts.jpg" alt="" width="768" height="576" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/025Wrongful-Acts.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/025Wrongful-Acts-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8905" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/027Wrongful-Acts.jpg" alt="" width="768" height="576" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/027Wrongful-Acts.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/027Wrongful-Acts-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<p>งานทำบุญเลี้ยงพระและพิธีไหว้ครูในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมองค์กร และความผูกพันระหว่างบุคลากรในองค์กรกับผู้มีพระคุณ โดยมีเป้าหมายเพื่อสืบสานคุณค่าทางจิตวิญญาณ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่บุคลากรในการดำเนินชีวิตด้วยสติ ปัญญา และจริยธรรม เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่สังคมโดยรวม</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8906" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/028Wrongful-Acts.jpg" alt="" width="768" height="576" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/028Wrongful-Acts.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/028Wrongful-Acts-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8907" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/029Wrongful-Acts.jpg" alt="" width="768" height="576" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/029Wrongful-Acts.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2026/04/029Wrongful-Acts-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/8884">งานทำบุญเลี้ยงพระและพิธีไหว้ครู ประจำปี 2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/8884/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือน มีนาคม 2569</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8924</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8924#respond</comments>
				<pubDate>Tue, 31 Mar 2026 07:46:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8924</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’s Tax Newsletter  ฉบับที่ 176 เดือนมีนาคม 2569 กฎหมายใหม่ล่าสุด      1.ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่าท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8924">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือน มีนาคม 2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong>DLO’s Tax Newsletter</strong></p>
<p style="text-align: right;"><strong> </strong><strong>ฉบับที่ </strong><strong>176 เดือนมีนาคม 2569</strong></p>
<p><strong><u>กฎหมายใหม่ล่าสุด</u></strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>1.ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่าที่ได้จ่ายไปเป็นค่าซื้อ ค่าจ้างทำ หรือค่าใช้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ หรืออุปกรณ์อัจฉริยะ รวมถึงการใช้บริการด้านดิจิทัล</strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 802) พ.ศ. 2569 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สำหรับเงินได้เป็นจำนวนร้อยละหนึ่งร้อยของรายจ่ายที่จ่ายไปเป็นค่าซื้อ ค่าจ้างทำ หรือค่าใช้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ หรืออุปกรณ์อัจฉริยะ รวมถึงการใช้บริการด้านดิจิทัล แต่ไม่รวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งจ่ายให้แก่ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้บริการที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีบริการดิจิทัลของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลเฉพาะในส่วนที่ไม่เกินสามแสนบาท ซึ่งได้จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก <a href="https://bit.ly/4sL80Gc">https://bit.ly/4sL80Gc</a></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>2. กำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(6) แห่งประมวลรัษฎากร</strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 803) พ.ศ. 2569 กำหนดให้ ยอมให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 60 สำหรับเงินได้จากวิชาชีพอิสระการประกอบโรคศิลปและประณีตศิลปกรรม ส่วนเงินได้จากวิชาชีพอิสระอื่นให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 30 เว้นแต่ผู้มีเงินได้จะแสดงหลักฐานต่อเจ้าพนักงานประเมินและพิสูจน์ได้ว่า มีค่าใช้จ่ายมากกว่านั้น ก็ยอมให้หักค่าใช้จ่ายได้ตามความจำเป็นและสมควร</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก <a href="https://bit.ly/47yD5Va">https://bit.ly/47yD5Va</a></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>3.ยกเว้นภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายไปในการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ</strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 467) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การยกเว้นภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายไปในการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ กำหนดให้ ยกเว้นภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายไปสำหรับการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศที่ได้กระทำไปตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก <a href="https://bit.ly/4bWZbSt">https://bit.ly/4bWZbSt</a></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>4.ขยายกำหนดเวลาการนำส่งเงินภาษีเพิ่มเติมสำหรับการนำส่งเงินภาษีผ่านระบบหักภาษี ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์</strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการนำส่งเงินภาษีเพิ่มเติมสำหรับการนำส่งเงินภาษี ผ่านระบบหักภาษี ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 กำหนดให้ ขยายกำหนดเวลาการนำส่งเงินภาษีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่กระทำระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 มีนาคม 2569 โดยให้ขยายไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก <a href="https://bit.ly/4v4VL97">https://bit.ly/4v4VL97</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><u>ข่าวภาษี</u></strong></p>
<p><strong>&#8211;</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><u>คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ</u></strong></p>
<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่     </strong><strong>4498/2543</strong></p>
<p>ระหว่าง                     บริษัท ต.                                      โจทก์</p>
<p>กรมสรรพากร                                 จำเลย</p>
<p>เรื่อง     รายจ่ายค่าส่วนลดที่ให้แก่ลูกค้า</p>
<p><strong><u>ประเด็นข้อพิพาท</u></strong><strong>         </strong>: ค่าส่วนลดที่ให้แก่ลูกค้าสามารถนำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้หรือไม่</p>
<p><strong><u>คำพิพากษา</u></strong><strong>               </strong>: โจทก์ประกอบกิจการให้เช่าเครื่องจักรผลิตกล่องและบรรจุอาหารโดยโจทก์เช่าเครื่องจักรจากบริษัทในประเทศสิงคโปร์แล้วนำมาให้ลูกค้าในประเทศไทยเช่าช่วง ลูกค้าเช่าช่วงเครื่องจักรจากโจทก์เพื่อนำไปผลิตกล่องใช้บรรจุนมและผลไม้ โจทก์คิดค่าเช่าช่วงตามจำนวนกล่องที่ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่บรรจุในกล่องได้แล้ว ซึ่งจะมีการบันทึกไว้ในมิเตอร์ของเครื่องจักรในแต่ละเดือน โดยโจทก์ได้ให้ส่วนลดเพื่อจูงใจลูกค้าของบริษัทโดยกำหนดหลักเกณฑ์การให้ส่วนลดไว้แน่นอนและใช้สำหรับลูกค้าทุกรายของโจทก์ดังนี้</p>
<p>(1) ลูกค้าที่บรรจุและขายผลิตภัณฑ์บริษัทได้มากกว่า 5 ล้านกล่อง จะให้ส่วนลดร้อยละ 2 ของราคาวัตถุดิบ</p>
<p>(2) ลูกค้าที่บรรจุและขาย ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้มากกว่า 75 ล้านกล่องจะให้ส่วนลดร้อยละ 3 ของราคาวัตถุดิบ</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>การให้ส่วนลดนี้ถ้าลูกค้าสามารถบรรจุและขายผลิตภัณฑ์ได้มากแล้ว โจทก์จะมีรายได้เพิ่มขึ้น ค่าส่วนลดที่โจทก์ ให้แก่ลูกค้าตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวจึงเป็นรายจ่ายเพื่อประกอบธุรกิจตามวัตถุประสงค์ของโจทก์อันเกี่ยวข้องกับธุรกิจของโจทก์โดยตรง โจทก์ย่อมนำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร และลำพังเพียงแต่โจทก์ไม่ได้แจ้งให้ลูกค้าของโจทก์ทราบทุกรายถึงแผนการให้ส่วนลดดังกล่าวก็ยังไม่อาจถือว่าส่วนลดดังกล่าวเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัวการให้โดยเสน่หาหรือการกุศลตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร อันจะเป็นรายจ่ายต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิ</p>
<p><strong><u>ความเห็นของผู้เขียน</u></strong>     :   ผู้เขียนเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลฎีกาข้างต้น เนื่องจากรายจ่ายซึ่งต้องห้ามมิให้นำมาเป็นรายจ่ายตามมาตรา 65 ตรี (3) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากรนั้น จะต้องเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว หรือรายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ ซึ่งการพิจารณาว่ารายจ่ายใดเป็นรายจ่ายที่มีลักษณะเป็นการส่วนตัวหรือเป็นรายจ่ายที่ไม่ใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะนั้น ต้องพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างรายจ่ายและการประกอบกิจการ รวมถึงความจำเป็นและความสมควรในการประกอบกิจการประกอบด้วย และเมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าการให้ส่วนลดแก่ลูกค้าของโจทก์เป็นการกระทำไปเพื่อจูงใจลูกค้า ซึ่งจะทำให้โจทก์มีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งโจทก์ได้กำหนดหลักเกณฑ์การให้ส่วนลดไว้แน่นอนและใช้สำหรับลูกค้าทุกรายของโจทก์ ค่าส่วนลดที่ให้แก่ลูกค้าดังกล่าวจึงถือเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการของโจทก์ และแม้ว่าโจทก์จะไม่ได้แจ้งให้ลูกค้าทุกรายทราบถึงแผนการให้ส่วนลดดังกล่าวย่อมไม่ทำให้ถือว่าค่าส่วนลดเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หา หรือการกุศล อันเป็นรายจ่ายต้องห้ามแต่อย่างใด ทั้งนี้ ตามมาตรา 65 ตรี (3) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>อนึ่ง กรณีดังกล่าวเป็นเพียงการแสดงความเห็นทางกฎหมายของผู้เขียนเท่านั้น ซึ่งกฎหมายภาษีอากรเป็นกฎหมายที่ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการตีความกฎหมายในมุมมองที่แตกต่างภายใต้บทบัญญัติกฎหมายเดียวกัน การหยิบยกคำพิพากษาศาลฎีกานี้ในการนำเสนอมีเพียงวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจกฎหมายภาษีอากรมากขึ้น และเสียภาษีอากรได้อย่างถูกต้องเท่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><strong>มัญจา บุญช่วย</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8924">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือน มีนาคม 2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8924/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือน กุมภาพันธ์ 2569</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8909</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8909#respond</comments>
				<pubDate>Wed, 25 Feb 2026 07:43:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8909</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’s Tax Newsletter ฉบับที่ 175 เดือน กุมภาพันธ์ 2569 กฎหมายใหม่ล่าสุด      1.ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8909">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือน กุมภาพันธ์ 2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong>DLO’s Tax Newsletter</strong></p>
<p style="text-align: right;"><strong>ฉบับที่ 1</strong><strong>75 เดือน กุมภาพันธ์ 2569</strong></p>
<p><strong><u>กฎหมายใหม่ล่าสุด</u></strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>1.ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเพื่อการลงทุนทรัพย์สินในบางกรณี </strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>พระราขกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 800) พ.ศ. 2568 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมสำหรับเงินได้เท่ากับรายจ่ายที่ได้จ่ายเพื่อการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการ แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมตามมาตรา 65 ตรี (5) เป็นจำนวนร้อยละหนึ่งร้อยของรายจ่ายตามจำนวนที่ได้จ่ายจริง โดยต้องเป็นทรัพย์สินตามที่กำหนด และต้องเป็นรายจ่ายที่จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2569</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก <a href="https://bit.ly/3N7PAQJ">https://bit.ly/3N7PAQJ</a></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>2.หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเพื่อการลงทุนหรือการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการประกอบกิจการโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม</strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 466) ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเพื่อการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร ที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ.2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก <a href="https://bit.ly/4uNGl9g">https://bit.ly/4uNGl9g</a></p>
<p><strong><u>ข่าวภาษี</u></strong></p>
<p><strong>&#8211;</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ</strong></p>
<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ </strong><strong>  731/2568</strong></p>
<p><strong>ระหว่าง</strong><strong>                    นางว.                                         โจทก์</strong></p>
<p><strong>กรมสรรพากร                                          จำเลย</strong></p>
<p><strong>เรื่อง</strong> <strong>เงินด้วยไมตรีจิตและเงินสำหรับวัดหยุดที่ไม่ได้ใช้ </strong></p>
<p><strong><u>ประเด็นข้อพิพาท</u></strong><strong>         :</strong> เงินด้วยไมตรีจิตและเงินสำหรับวันหยุดที่ยังไม่ใช้เป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานตามประมวลรัษฎากร มาตรา 48 (5) หรือไม่</p>
<p><strong><u>คำพิพากษา</u></strong><strong>               :</strong> สัญญาจ้างเดิมระหว่างโจทก์กับบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน อ. สิ้นสุดไปตามหนังสือลาออกของโจทก์ ฉบับลงวันที่ 27 มีนาคม 2561 แล้ว พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า การที่โจทก์ยื่นหนังสือลาออกและได้รับเงินด้วยไมตรีจิต แม้โจทก์จะกลับมาทำงานกับบริษัทเดิม ในเวลาต่อมานั้น ก็ถือเป็นการออกจากงานตาม ป.รัษฎากร มาตรา 48 (5) แล้ว โจทก์ได้รับเงินจำนวน 16,344,650 บาท จากนายจ้าง เนื่องจากโจทก์ลาออกจากงานตามสัญญาจ้างเดิมด้วยความสมัครใจ มิใช่การเลิกจ้างที่จะเป็นเหตุให้ได้รับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน เงินจำนวนดังกล่าวจึงไม่ใช่เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน ตาม ข้อ 1 (ค) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45) ฯ แต่ถือได้ว่าเป็นเงินได้พึงประเมินที่จ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานที่มีวิธีการคำนวนแตกต่างไปจากวิธีการตาม (ก) ตามข้อ 1 (ง) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45) ฯ โจทก์จึงสามารถนำเงินได้จำนวนดังกล่าวไปใช้สิทธิเสียภาษีตาม ป.รัษฎากร มาตรา 48 (5) แต่เงินได้ตามข้อ 1 (ง) ดังกล่าว จะใช้สิทธิเสียภาษีในกรณีนี้ได้เพียงเฉพาะส่วนที่ไม่เกินกว่าจำนวนเงินเดือนสุดท้ายคูณด้วยจำนวนปีที่ทำงาน ตามข้อ 3 (2) วรรคสอง ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45) ฯ</p>
<p><strong><u>ความเห็นของผู้เขียน</u></strong><strong>     : </strong>เงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานตามมาตรา 40 (1) และ (2) ผู้มีเงินได้ดังกล่าวสามารถใช้สิทธิเลือกเสียภาษีโดยไม่นำเงินดังกล่าวไปรวมคำนวณกับเงินได้ประเภทอื่นได้ ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 48 (5) เงินได้ที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานได้แก่ เงินที่จ่ายจากกองทุนบำเหน็จข้าราชการ เงินที่จ่ายจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน เงินได้ออกจากงานที่มีวิธีการคำนวณที่แตกต่าง เป็นต้นแต่ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45) คือ 1.ต้องมีระยะเวลาทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปีเต็ม 2.เฉพาะเงินได้ที่มีการจ่ายในภาษีปีแรกเท่านั้น 3.เฉพาะผู้มีเงินได้ ไม่นำเงินดังกล่าวไปรวคำนวณภาษีตามมาตรา 48 (1) และ (2) แห่งประมวลรัษฎากรไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน</p>
<p>ผู้เขียนเห็นด้วยกับคำพิพากษาข้างต้นเนื่องจาก ในคดีนี้ศาลพิจารณาตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกล่าวคือ</p>
<p>ในประเด็นแรก แม้จะมีการลาออกโดยสมัครใจและมีการว่าจ้างให้กลับเข้าทำงานใหม่ สัญญาฉบับใหม่มีข้อเสนอการจ้างงานต่างไปจากเดิม เช่น ลดจำนวนเงินสมทบที่บริษัทจ่ายให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพลงจากเดิมจ่ายร้อยละ 10 คงเหลือ ร้อยละ 5 นอกจากนี้อายุการทำงานยังเริ่มนับใหม่ รวมถึงรหัสประจำตัวพนักงานก็เป็นรหัสใหม่ไม่ใช่รหัสประจำตัวพนักงานเดิม</p>
<p>ประเด็นต่อมา การที่พนักงานสมัครใจลาออกโดยบริษัทยินยอมจ่ายประโยชน์ตอบแทนให้แก่พนักงานทุกคนที่ยื่นลาออกและจ่ายให้โจทก์เป็นจำนวนมากถึง 16,344,650 เป็นการชี้ชัดว่าบริษัทต้องการยุติสัญญาจ้างกับพนักงานทุกคนที่ยื่นลาออกและต้องการสิ้นสุดอายุการทำงานของพนักงาน ทั้งที่สามารถใช้วิธีโอนการจ้างงานที่เคยปฏิบัติได้โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินจำนวนมากให้แก่พนักงาน นอกจากนี้ไม่ใช่พนักงานทุกคนที่ลาออกจะได้รับการจ้างงานใหม่ ดังนั้นการที่โจทก์ยื่นลาออกแม้จะได้กลับเข้ามาทำงานใหม่ในวันรุ่งขึ้น ก็ถือได้ว่าเป็นการออกจากงานตามประมวลรัษฎากร มาตรา 48 (5) แล้ว</p>
<p>อนึ่ง การแสดงความคิดเห็นดังกล่าวนี้เป็นเพียงการแสดงความเห็นทางกฎหมายของผู้เขียนเท่านั้น ซึ่งกฎหมายภาษีอากรเป็นกฎหมายที่ต้องพิจารณาถึงข้อเท็จจริงต่าง ๆ ประกอบด้วย ซึ่งกรณีอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการตีความกฎหมายในมุมมองที่แตกต่างภายใต้บทบัญญัติกฎหมายเดียวกัน การนำเสนอคำพิพากษาของศาลฎีกาดังกล่าวนี้มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อต้องการให้ผู้อ่านมีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายภาษีอากรมากยิ่งขึ้น และเสียภาษีอากรได้อย่างถูกต้องเท่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><strong>ศิรประภา พิมพการ</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8909">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือน กุมภาพันธ์ 2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8909/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือน มกราคม 2569</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8912</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8912#respond</comments>
				<pubDate>Sat, 31 Jan 2026 06:42:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8912</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’s Tax Newsletter ฉบับที่ 174 เดือน มกราคม 2569 กฎหมายใหม่ล่าสุด      1.หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8912">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือน มกราคม 2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong>DLO’s Tax Newsletter</strong></p>
<p style="text-align: right;"><strong>ฉบับที่ 1</strong><strong>74 เดือน มกราคม 2569</strong></p>
<p><strong><u>กฎหมายใหม่ล่าสุด </u></strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>1.หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคำนวณค่าตอบแทนลูกจ้างและมูลค่าทรัพย์สินที่มีตัวตน เพื่อการพิจารณาส่วนที่ยอมให้หักออกจากเงินได้สุทธิ</strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 4) ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณค่าตอบแทนลูกจ้างและมูลค่าทรัพย์สินที่มีตัวตนเพื่อใช้ในการพิจารณาหักออกจากเงินได้รวมสุทธิ สำหรับการคำนวณภาษีส่วนเพิ่ม ซึ่งค่าตอบแทนลูกจ้างที่ยอมให้หักออกจากเงินได้สุทธิเท่ากับตัวเลขงบการเงินของบริษัทในเครือที่นำไปจัดทำงบการเงินรวมของกลุ่มบริษัทข้ามชาติและต้องเข้าเงื่อนไขตามที่กำหนด ส่วนมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนกฎหมายฉบับดังกล่าวระบุถึงวิธีการในการคำนวณ ประเภททรัพย์สินที่นำมารวมและไม่ให้มารวมในการคำนวณ โดยประกาศฉบับนี้ใช้บังคับในการพิจารณาหน้าที่ในการเสียภาษีส่วนเพิ่มสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มต้นในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2568 เป็นต้นไป</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก <a href="https://bit.ly/4ccafeF">https://bit.ly/4ccafeF</a></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>2</strong><strong>. หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการพิจารณาจำนวนลูกจ้างและมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนในการคำนวณภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือที่ประเทศไทยได้รับการปันส่วน</strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 5) ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาจำนวนลูกจ้างและมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนในการคำนวณภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือที่ประเทศไทยได้รับการปันส่วน ซึ่งกฎหมายฉบับนี้กำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาจำนวนลูกจ้างและวิธีในการคำนวณมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนที่อยู่ในประเทศไทย เพื่อนำไปเป็นส่วนลดตามวิธีในการคำนวณ โดยประกาศฉบับนี้ใช้บังคับในการพิจารณาหน้าที่ในการเสียภาษีส่วนเพิ่มสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มต้นในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2568 เป็นต้นไป</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก <a href="https://bit.ly/4t4xIpB">https://bit.ly/4t4xIpB</a></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>3</strong><strong>. อัตราแลกเปลี่ยนเพื่อการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย</strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 6) ได้กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย ในการพิจารณาเงินไทยเทียบเท่าเงินยูโรสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีใดให้ใช้อัตราถัวเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและขายของเดือนธันวาคมปีก่อนหน้ารอบระยะเวลาบัญชีนั้นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคำนวณไว้ หากเปรียบเทียบมูลค่ารายการที่ใช้จัดทำงบการเงินหรือใช้คำนวณภาษีส่วนเพิ่มไม่ได้ระบุเป็นเงินตราไทย ให้คำนวณมูลค่าของรายการดังกล่าวเป็นเงินตราไทยโดยใช้อัตราถัวเฉลี่ยข้างต้นเช่นเดียวกัน หากการชำระภาษีหรือคืนภาษีหากใช้เงินตราสกุลอื่นให้ใช้เงินตราไทย โดยคำนวณตามอัตราถัวเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและขายของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคำนวณไว้ในวันทำการสุดท้ายก่อนวันชำระภาษี หรือวันที่อนุมัติให้คืนเงินภาษี โดยประกาศฉบับนี้ใช้บังคับในการพิจารณาหน้าที่ในการเสียภาษีส่วนเพิ่มสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มต้นในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2568 เป็นต้นไป</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก <a href="https://bit.ly/4tlKP5X">https://bit.ly/4tlKP5X</a></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>4</strong><strong>. ลักษณะของนิติบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลในเครือ </strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 7) ได้กำหนดลักษณะของนิติบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลในเครือได้แก่ หน่วยงานรัฐตามมาตรา 27 (1), องค์การระหว่างประเทศตามมาตรา 27 (2), องค์การไม่แสวงหากำไรตามมาตรา 27 (3), กองทุนบำนาญตามมาตรา 27 (4), กองทุนเพื่อการลงทุนตามมาตรา 27 (5) และเครื่องมือเพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 27(6) เป็นต้น โดยประกาศฉบับนี้ใช้บังคับในการพิจารณาหน้าที่ในการเสียภาษีส่วนเพิ่มสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มต้นในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2568 เป็นต้นไป</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก  <a href="https://bit.ly/4tDfon4">https://bit.ly/4tDfon4</a></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>5</strong><strong>. หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการพิจารณาภาษีส่วนเพิ่มสำหรับนิติบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ</strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 8) ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาภาษีส่วนเพิ่มไว้เป็นการเฉพาะสำหรับนิติบุคคลในเครือที่นิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดเป็นเจ้าของส่วนน้อย นิติบุคคลเพื่อการลงทุน และนิติบุคคลผู้ไร้ที่ตั้งทางภาษี โดยประกาศฉบับนี้ใช้บังคับในการพิจารณาหน้าที่ในการเสียภาษีส่วนเพิ่มสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มต้นในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2568 เป็นต้นไป</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก <a href="https://bit.ly/48DCuSt">https://bit.ly/48DCuSt</a></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>6</strong><strong>. หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการลงทุนในยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่</strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 464) ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการลงทุนในยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร ที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก <a href="https://bit.ly/4dyVvcd">https://bit.ly/4dyVvcd</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><u>ข่าวภาษี</u></strong></p>
<ol>
<li><strong> การกำหนดกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และการปรับปรุงรายได้ รายจ่าย และภาษีที่อยู่ในขอบข่ายเพื่อการคำนวณภาษีส่วนเพิ่มจำนวน 4 ฉบับ</strong></li>
</ol>
<p><strong>          </strong>เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎหมายลำดับรองออกตามความในพระราขกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ.2567 เกี่ยวกับการกำหนดกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีส่วนเพิ่ม และการปรับปรุงรายได้ รายจ่าย และภาษีที่อยู่ในขอบข่ายเพื่อการคำนวณภาษีส่วนเพิ่ม จำนวน 4 ฉบับ ดังนี้ ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ</p>
<ol>
<li>ร่างพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาการอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีส่วนเพิ่ม สำหรับกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่มีการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร พ.ศ. &#8230;.. พร้อมบันทึกหลักการและเหตุผลและบันทึกวิเคราะห์สรุป จำนวน 1 ฉบับ กำหนดกรณีการรวมกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและกรณีการแยกกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม</li>
<li>ร่างพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยกำหนดนิติบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลในเครือ พ.ศ. &#8230;. พร้อมบันทึกหลักการและเหตุผลและบันทึกวิเคราะห์สรุป จำนวน 1 ฉบับ กำหนดให้นิติบุคคลที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ไม่ใช่นิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่ม</li>
<li>ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ..) ออกตามความในพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 ว่าด้วยการปันส่วนภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือที่ประเทศไทยได้รับให้แก่นิติบุคคลในเครือที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย พร้อมบันทึกหลักการและเหตุผลและบันทึกวิเคราะห์สรุป จำนวน 1 ฉบับ</li>
<li>ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. &#8230;) ออกตามความในพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 ว่าด้วยการปรับปรุงรายได้ รายจ่าย และภาษีที่อยู่ในขอบข่ายเพื่อการคำนวณภาษีส่วนเพิ่มพร้อมบันทึกหลักการและเหตุผลและบันทึกวิเคราะห์สรุป จำนวน 1 ฉบับ</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ</strong></p>
<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ </strong><strong>  10701/2555</strong></p>
<p><strong>ระหว่าง</strong><strong>                    นาย พ.                                                 โจทก์</strong></p>
<p><strong>กรมสรรพากร                                          จำเลย</strong></p>
<p><strong>เรื่อง</strong> <strong>เงินได้จากการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายต้องเสียภาษีหรือไม่ </strong></p>
<p><strong><u>ประเด็นข้อพิพาท</u></strong><strong>         :</strong> กรณีเงินได้จากการเล่นพนันหวยใต้ดิน เป็นเงินได้พึงประเมินหรือไม่</p>
<p><strong><u>คำพิพากษา</u></strong><strong>               :</strong> เงินได้จากการเล่นพนันสลากกินรวบ (หวยใต้ดิน) แม้เป็นเงินได้ที่มาจากการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็เข้าลักษณะเป็นเงินได้จากการอื่น นอกจากที่ระบุไว้ตามมาตรา 40 (1) ถึง (7) จึงเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) เงินได้จากการพนันหวยใต้ดินไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ เมื่อโจทก์ทั้งสามไม่สามารถพิสูจน์ค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรได้ จึงไม่สามารถหักค่าใช้จ่ายแก่โจทก์ทั้งสามได้&#8230;</p>
<p><strong><u>ความเห็นของผู้เขียน</u></strong><strong>     : </strong>ผู้เขียนเห็นด้วยกับคำพิพากษาข้างต้นเนื่องจากนิยามคำว่า เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ครอบคลุมถึงรายได้ทั้งหมดและไม่ได้กำหนดถึงที่มาของเงินนั้นว่าจะได้มาโดยถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมาย หากเข้าลักษณะเป็นเงินได้ เงินดังกล่าวย่อมอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีทั้งสิ้น</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>เนื่องจากเงินได้พึงประเมินในแต่ละประเภทมีต้นทุนในการได้มาซึ่งเงินได้แตกต่างกันออกไป กฎหมายจึงกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้แต่ละประเภทไม่เท่ากัน ส่วนกรณีการหักค่าใช้จ่ายตามตามาตรา 40 (8) ตามคำพิพากษาดังกล่าวกรณีเป็นเงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่งหรือการอื่น ๆ นอกจากที่ระบุไว้ตามมาตรา 40 (1) ถึง (7) รวมถึงการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร การหักค่าใช้จ่ายสามารถใช้สิทธิในการเลือกหักได้วิธีใดวิธีหนึ่งดังนี้ คือ วิธีที่ 1 การหักค่าใช้จ่ายจริงตามความจำเป็นและสมควร และวิธีที่ 2 หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาในอัตราร้อยละ 40-60* ดังนั้นหากผู้มีเงินได้มีค่าใช้จ่ายเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดก็สามารถใช้สิทธิเลือกหักตามความจำเป็นและสมควรได้ แต่การหักตามวิธีดังกล่าวต้องมีหลักฐานหรือมีการจัดทำบัญชีตามรายจ่ายที่เกิดขึ้นจริง ดังนั้นการที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาดังกล่าวมาจึงชอบแล้ว</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>อนึ่ง การแสดงความคิดเห็นดังกล่าวนี้เป็นเพียงการแสดงความเห็นทางกฎหมายของผู้เขียนเท่านั้น ซึ่งกฎหมายภาษีอากรเป็นกฎหมายที่ต้องพิจารณาถึงข้อเท็จจริงต่าง ๆ ประกอบด้วย ซึ่งกรณีอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการตีความกฎหมายในมุมมองที่แตกต่างภายใต้บทบัญญัติกฎหมายเดียวกัน การนำเสนอคำพิพากษาของศาลฎีกาดังกล่าวนี้มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อต้องการให้ผู้อ่านมีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายภาษีอากรมากยิ่งขึ้น และเสียภาษีอากรได้อย่างถูกต้องเท่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><strong>ศิรประภา พิมพการ</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8912">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือน มกราคม 2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8912/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือน ธันวาคม 2568</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8865</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8865#respond</comments>
				<pubDate>Tue, 27 Jan 2026 07:09:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8865</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’s Tax Newsletter ฉบับที่ 173 เดือนธันวาคม 2568 กฎหมายใหม่ล่าสุด      1.หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขใน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8865">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือน ธันวาคม 2568</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong>DLO’s Tax Newsletter</strong></p>
<p style="text-align: right;"><strong>ฉบับที่ 173</strong><strong> เดือนธันวาคม 2568</strong></p>
<p><strong><u>กฎหมายใหม่ล่าสุด</u></strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>1.หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยกเว้นเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้องานศิลปะด้านทัศนศิลป์ในราชอาณาจักร </strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>กฎกระทรวงฉบับที่ 400 (พ.ศ. 2568) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยกเว้นเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้องานศิลปะด้านทัศนศิลป์ในราชอาณาจักร ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินหนึ่งแสนบาทในแต่ละปีภาษี โดยผู้มีเงินได้ต้องมีหลักฐานเป็นใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร หรือใบรับตามมาตรา 105 แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก <a href="https://bit.ly/4blUP98">https://bit.ly/4blUP98</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>2.หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการยกเว้นรายจ่ายค่าที่พักโรงแรม ค่าที่พักในสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม หรือค่าบริการร้านอาหารในราชอาณาจักร</strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>กฎกระทรวงฉบับที่ 401 (พ.ศ. 2568) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นรายจ่ายค่าที่พักโรงแรม ตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม ค่าที่พักโฮมสเตย์ไทย ค่าที่พักในสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม หรือค่าบริการร้านอาหารในราชอาณาจักร สำหรับการเดินทางในราชอาณาจักร ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ทั้งนี้ ผู้มีเงินได้ต้องมีหลักฐานเป็นใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร โดยสามารถใช้ได้ทั้งในรูปแบบกระดาษและรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก <a href="https://bit.ly/4pWswRZ">https://bit.ly/4pWswRZ</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>3</strong><strong>. ขยายเวลาในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี การชำระภาษี และการนำส่งภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต </strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (ฉบับที่ 9) ได้ขยายเวลาในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี การชำระภาษี และการนำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงิได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ออกไปอีก 8 วัน เพื่อสนับสนุนการใช้งานระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก <a href="https://bit.ly/45y64Yb">https://bit.ly/45y64Yb</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>4</strong><strong>. หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณค่าตอบแทนลูกจ้างและมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนสำหรับการพิจารณาคำนวณส่วนที่ยอมให้หักออกจากเงินได้รวมสุทธิ</strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ประกาศกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 1) เรื่อง กำหนดอัตราร้อยละของค่าตอบแทนลูกจ้างและมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนสำหรับการคำนวณส่วนที่ยอมให้หักออกจากเงินได้รวมสุทธิ ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณค่าตอบแทนลูกจ้างและมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนสำหรับการพิจารณาคำนวณส่วนที่ยอมให้หักออกจากเงินได้รวมสุทธิ ทั้งนี้ สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มต้นในหรือหลัง วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก <a href="https://bit.ly/4bhjFqB">https://bit.ly/4bhjFqB</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><u>ข่าวภาษี</u></strong></p>
<p><strong>          </strong>&#8211;</p>
<p style="text-align: center;"><strong>ณัฏฐณิชา ศรีเจริญวณิชกุล</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8865">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือน ธันวาคม 2568</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8865/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือน พฤศจิกายน 2568</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8915</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8915#respond</comments>
				<pubDate>Fri, 21 Nov 2025 07:20:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8915</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’s Tax Newsletter ฉบับที่ 172 เดือน พฤศจิกายน 2568 กฎหมายใหม่ล่าสุด      1.กำหนดรายชื่อประเทศที่หลักการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8915">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือน พฤศจิกายน 2568</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong>DLO’s Tax Newsletter</strong></p>
<p style="text-align: right;"><strong>ฉบับที่ 172</strong><strong> เดือน พฤศจิกายน 2568</strong></p>
<p><strong><u>กฎหมายใหม่ล่าสุด</u></strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>1.กำหนดรายชื่อประเทศที่หลักการบัญชีที่ได้รับการยอมรับเป็นการทั่วไป เป็นมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับ </strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 1) เรื่อง กำหนดรายชื่อประเทศที่หลักการบัญชีที่ได้รับการยอมรับเป็นการทั่วไปเป็นมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับ กำหนดให้รายชื่อประเทศที่หลักการบัญชีที่ได้รับการยอมรับเป็นการทั่วไปในประเทศนั้น ๆ เป็นมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับ ได้แก่ ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา ประเทศที่เป็นรัฐสมาชิกสหภาพยุโรป ประเทศที่เป็นรัฐสมาชิกเขตเศรษฐกิจยุโรป ฮ่องกง ญี่ปุ่น เม็กซิโก นิวซีแลนด์ จีน อินเดีย เกาหลี รัสเซีย สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก <a href="https://bit.ly/3LE1qRP">https://bit.ly/3LE1qRP</a></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>2.กำหนดลักษณะของภาษีเงินปันผลที่ขอคืนได้ที่ไม่เป็นภาษีที่อยู่ในขอบข่าย </strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 2) เรื่อง กำหนดลักษณะภาษีเงินปันผลที่ขอคืนได้ที่ไม่เป็นภาษีที่อยู่ในขอบข่าย ได้กำหนดลักษณะของภาษีอิมพิวเทชั่นที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และลักษณะของภาษีแบบอิมพิวเทชั่นที่เป็นไปตามเกณฑ์ ซึ่งลักษณะของภาษีเงินปันผลที่ขอคืนได้ที่ไม่รวมเป็นภาษีที่อยู่ในขอบข่ายตามมาตรา 24 แห่งพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 นั้นจะต้องเป็นภาษีแบบอิมพิวเทชั่นที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก <a href="https://bit.ly/3Z0zyKM">https://bit.ly/3Z0zyKM</a></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>3</strong><strong>. กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาประเทศที่ตั้งของนิติบุคคลที่มีแหล่งที่ตั้งมากกว่าหนึ่งประเทศ และการพิจารณาแหล่งที่ตั้งของนิติบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ </strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 3) เรื่อง การพิจารณาประเทศที่ตั้งของนิติบุคคลที่มีหลายแหล่งที่ตั้งและของนิติบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ มีการกำหนดนิยามของ “นิติบุคคลประเภทโฟลธรู” นิยามของ “กฎการจัดเก็บภาษีโดยคำนวณจากเงินได้ของนิติบุคคลต่างชาติที่ถูกควบคุม”เป็นต้น</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก <a href="https://bit.ly/4pZMziE">https://bit.ly/4pZMziE</a></p>
<p><strong><u>ข่าวภาษี</u></strong></p>
<p><strong>&#8211;</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ</strong></p>
<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ </strong><strong>  6054/2549</strong></p>
<p><strong>ระหว่าง</strong><strong>                    นายป.                                                   โจทก์</strong></p>
<p><strong>กรมสรรพากร                                          จำเลย</strong></p>
<p><strong>เรื่อง</strong> <strong>ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา </strong></p>
<p><strong><u>ประเด็นข้อพิพาท</u></strong><strong>         :</strong> กรณีเงินเดือนหรือค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับในระหว่างไปทำงานต่างประเทศตามคำสั่งของนายจ้างต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่</p>
<p><strong><u>คำพิพากษา</u></strong><strong>               :</strong> จำเลยเป็นลูกจ้างของบริษัท อ. ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างทั้งภายในและนอกประเทศไทย การที่บริษัท อ. ส่งจำเลยไปทำงานที่บริษัท อ. รับจ้างถมทะเลนอกประเทศ ค่าจ้างที่บริษัท อ. จ่ายให้แก่จำเลยจึงเป็นเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานตาม ป.รัษฎากร มาตรา 40 (1) ที่จำเลยได้รับเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย จึงต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่ประเทศไทย ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 41 วรรคหนึ่ง</p>
<p><strong><u>ความเห็นของผู้เขียน</u></strong><strong>    : </strong>ผู้เขียนเห็นด้วยกับคำพิพากษาข้างต้น โดยฎีกาฉบับนี้มีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจที่ใช้พิจารณาพิพากษาดังนี้ บริษัทอ.เป็นนายจ้างในประเทศไทย จ่ายเงินค่าจ้างตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากรให้แก่ลูกจ้างซึ่งไปทำงานต่างประเทศตามคำสั่งของนายจ้าง กรณีเป็นเงินได้เนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย ไม่ว่าเงินดังกล่าวจะจ่ายจากในประเทศไทย หรือจ่ายนอกประเทศไทย ลูกจ้างซึ่งได้รับเงินได้ดังกล่าวต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 41 วรรคหนึ่งแห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น การที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาดังกล่าวมาจึงชอบแล้ว</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>อนึ่ง การแสดงความคิดเห็นดังกล่าวนี้เป็นเพียงการแสดงความเห็นทางกฎหมายของผู้เขียนเท่านั้น ซึ่งกฎหมายภาษีอากรเป็นกฎหมายที่ต้องพิจารณาถึงข้อเท็จจริงต่าง ๆ ประกอบด้วย ซึ่งกรณีอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการตีความกฎหมายในมุมมองที่แตกต่างภายใต้บทบัญญัติกฎหมายเดียวกัน การนำเสนอคำพิพากษาของศาลฎีกาดังกล่าวนี้มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อต้องการให้ผู้อ่านมีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายภาษีอากรมากยิ่งขึ้น และเสียภาษีอากรได้อย่างถูกต้องเท่านั้น</p>
<p style="text-align: center;"><strong>ศิรประภา พิมพการ</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8915">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือน พฤศจิกายน 2568</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/8915/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ประกาศแล้ว ! กฎหมายลำดับรอง 3 ฉบับ ตามพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม (Top-up Tax)</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/8842</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/8842#respond</comments>
				<pubDate>Mon, 03 Nov 2025 09:37:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8842</guid>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา อธิบดีกรมสรรพากรได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 24 และมาตรา 25 แห่งพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 (Top-up Tax [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/8842">ประกาศแล้ว ! กฎหมายลำดับรอง 3 ฉบับ ตามพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม (Top-up Tax)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา อธิบดีกรมสรรพากรได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 24 และมาตรา 25 แห่งพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 (Top-up Tax) ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร จำนวน 3 ฉบับ เพื่อกำหนดบทนิยามที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้</p>
<p><strong>1.ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 1) เรื่อง กำหนดรายชื่อประเทศที่หลักการบัญชีที่ได้รับการยอมรับเป็นการทั่วไป เป็นมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับ</strong></p>
<p>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรข้างต้น ได้กำหนดรายชื่อประเทศที่หลักการบัญชีที่ได้รับการยอมรับเป็นการทั่วไปในประเทศนั้น ๆ เป็นมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับตามความใน (2) ของบทนิยามคำว่า <strong><em>“มาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับ”</em></strong> ตามมาตรา 24 แห่งพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 จำนวน 17 ประเทศ โดยมีรายชื่อดังต่อไปนี้</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8844" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/11/01edited.jpg" alt="" width="725" height="367" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/11/01edited.jpg 725w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/11/01edited-300x152.jpg 300w" sizes="(max-width: 725px) 100vw, 725px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>2.ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 2) เรื่อง กำหนดลักษณะภาษีเงินปันผลที่ขอคืนได้ ที่ไม่เป็นภาษีที่อยู่ในขอบข่าย </strong></p>
<p>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรข้างต้น ได้กำหนดลักษณะของภาษีเงินปันผลที่ขอคืนได้ ที่ไม่เป็นภาษีที่อยู่ในขอบข่าย ตามความใน (4) ของวรรคสองของบทนิยามคำว่า <strong><em>“ภาษีที่อยู่ในขอบข่าย”</em></strong> ตามมาตรา 24 แห่งพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 โดยมีลักษณะดังต่อไปนี้</p>
<p><strong><u>ภาษีเงินปันผลที่ขอคืนได้ที่ไม่รวมเป็นภาษีที่อยู่ในขอบข่ายตามความ ในมาตรา 24 นั้น จะต้องเป็นภาษีแบบอิมพิวเทชั่นที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์</u></strong> โดยภาษีแบบอิมพิวเทชั่นที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และภาษีแบบอิมพิวเทชั่นที่เป็นไปตามเกณฑ์ มีลักษณะดังต่อไปนี้</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8845" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/11/02new.jpg" alt="" width="660" height="952" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/11/02new.jpg 660w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/11/02new-208x300.jpg 208w" sizes="(max-width: 660px) 100vw, 660px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>3.ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 3) เรื่อง การพิจารณาประเทศที่ตั้งของนิติบุคคล ที่มีหลายแหล่งที่ตั้งและของนิติบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ</strong></p>
<p>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรข้างต้น ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาประเทศที่ตั้งของนิติบุคคลที่มีแหล่งที่ตั้งมากกว่าหนึ่งประเทศ และในการพิจารณาแหล่งที่ตั้งของนิติบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ ตามมาตรา 25 แห่งพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1.คำนิยามที่เกี่ยวข้อง</strong></p>
<p><strong>“<em>นิติบุคคลประเภทโฟลธรู”</em></strong><em> (Flow-through Entity) หมายความว่า <u>นิติบุคคลที่ไม่ได้มีสถานะในทางภาษีอากรที่จะมีรายได้ รายจ่าย กำไร หรือขาดทุนในประเทศที่นิติบุคคลนั้นก่อตั้งขึ้น </u>เว้นแต่ นิติบุคคลดังกล่าวเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีและต้องเสียภาษีที่อยู่ในขอบข่ายจากรายได้หรือกำไรในประเทศอื่น ทั้งนี้ ให้ถือว่านิติบุคคลรายหนึ่งไม่ได้มีสถานะในทางภาษีอากรที่จะมีรายได้ รายจ่าย กำไร หรือ ขาดทุน หากกฎหมายของประเทศที่พิจารณาสถานะของนิติบุคคลนั้นได้ถือว่ารายได้ รายจ่าย กำไร หรือขาดทุนของนิติบุคคลดังกล่าวได้รับโดยหรือเกิดขึ้นแก่ผู้มีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของในนิติบุคคลนั้น ตามส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของ </em></p>
<p><strong><em>“กฎการจัดเก็บภาษีโดยคำนวณจากเงินได้ของนิติบุคคลต่างชาติซึ่งถูกควบคุม”</em></strong><em> หมายความว่า กฎเกณฑ์ที่จัดเก็บภาษีจากผู้ถือหุ้นโดยตรงหรือโดยอ้อมในนิติบุคคลต่างชาติ สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่ง โดยคำนวณจากส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของที่ผู้ถือหุ้นมีอยู่ในกำไรของนิติบุคคลต่างชาตินั้น ไม่ว่ากำไรนั้นจะมีการจำหน่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นหรือไม่ก็ตาม แต่ไม่รวมถึง กฎการรวมเงินได้ (</em><em>Income Inclusion Rule) ตามมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>2.การพิจารณาประเทศที่ตั้งของนิติบุคคล</strong></p>
<p><strong>2.1 กรณีนิติบุคคลหนึ่งที่ไม่ใช่นิติบุคคลประเภทโฟลธรูได้ตั้งอยู่ในหลายประเทศ </strong></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8846" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/11/3edited.jpg" alt="" width="803" height="573" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/11/3edited.jpg 803w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/11/3edited-300x214.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/11/3edited-768x548.jpg 768w" sizes="(max-width: 803px) 100vw, 803px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>2.2 กรณีนิติบุคคลไม่อยู่ในบังคับของกฎการรวมเงินได้ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ในประเทศที่นิติบุคคลนั้นตั้งอยู่ตามข้อ 2.1</strong></p>
<p>กรณีที่ได้พิจารณาประเทศที่เป็นที่ตั้งของนิติบุคคลหนึ่งตามข้อ 2.1 แล้ว ปรากฏว่า นิติบุคคลนั้นไม่อยู่ในบังคับของกฎการรวมเงินได้ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ในประเทศที่นิติบุคคลนั้นตั้งอยู่ตามข้อ 2.1 แต่มีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของในนิติบุคคลอื่น ให้ถือว่านิติบุคคลดังกล่าวตั้งอยู่ในอีกประเทศหนึ่ง ที่นิติบุคคลนั้นได้ตั้งอยู่เพื่อวัตถุประสงค์ของการเสียภาษีส่วนเพิ่มตามกฎการรวมเงินได้ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ เว้นแต่ต้องห้ามตาม <strong>DTA</strong> ที่บังคับใช้ระหว่างกัน</p>
<p><strong>2.3 กรณีของนิติบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะที่เป็นนิติบุคคลประเภทโฟลธรู </strong></p>
<p>กรณีของนิติบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะที่เป็นนิติบุคคลประเภทโฟลธรู ให้พิจารณาประเทศที่ตั้งของนิติบุคคลดังกล่าวดังต่อไปนี้</p>
<p>(1) ในกรณีที่นิติบุคคลประเภทโฟลธรู เป็นนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติ หรืออยู่ในบังคับต้องเสียภาษีส่วนเพิ่มตามกฎการรวมเงินได้ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ ให้นิติบุคคลประเภทโฟลธรูนั้นตั้งอยู่ในประเทศที่นิติบุคคลดังกล่าวก่อตั้งขึ้น</p>
<p>(2) ในกรณีอื่นนอกเหนือจาก (1) ให้ถือว่านิติบุคคลประเภทโฟลธรูตั้งอยู่ในประเทศที่แยกเป็นเอกเทศจากประเทศอื่น</p>
<p>ทั้งนี้ ประกาศอธิบดีทั้งสามฉบับนี้ ให้ใช้บังคับสำหรับการพิจารณาหน้าที่การเสียภาษีส่วนเพิ่ม สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มต้นในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป</p>
<p>ที่มา <a href="https://www.rd.go.th/67365/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8.html">https://www.rd.go.th/67365/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8.html</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/8842">ประกาศแล้ว ! กฎหมายลำดับรอง 3 ฉบับ ตามพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม (Top-up Tax)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/8842/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
	</channel>
</rss>
