<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วรรณนิภา สงวนราษฎร์ &#8211; สำนักกฎหมายธรรมนิติ</title>
	<atom:link href="https://www.dlo.co.th/author/wannipas/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.dlo.co.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 21 Feb 2023 04:34:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.3.5</generator>
	<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนสิงหาคม 2565</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/7116</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/7116#respond</comments>
				<pubDate>Sun, 14 Aug 2022 09:42:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[วรรณนิภา สงวนราษฎร์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=7116</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’s Tax Newsletter   ฉบับที่ 133 เดือนสิงหาคม 2565 กฎหมายใหม่ล่าสุด กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/7116">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนสิงหาคม 2565</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong>DLO’s Tax Newsletter</strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p style="text-align: right;"><strong>ฉบับที่ 133 เดือนสิงหาคม 2565</strong></p>
<p><span style="color: #004191;"><strong>กฎหมายใหม่ล่าสุด</strong></span></p>
<ol>
<li>กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ของบริษัทที่ประกอบกิจการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ</li>
<li>ยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการบริจาคให้แก่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี</li>
<li>ขยายเวลายกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับค่าซื้อชุดตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง (COVID-19 Antigen test self-test kits)</li>
<li>ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีข้อกำหนดในการซื้อทรัพย์สินคืน (REIT Buy-back)</li>
<li>ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับการบริจาคให้แก่มูลนิธิที่กฎหมายกำหนด</li>
<li>ขยายเวลายกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้สำหรับการนำเข้าสินค้าต้าน COVID-19 เพื่อการบริจาค</li>
<li>กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานหรือหนังสือด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์</li>
</ol>
<p><span style="color: #004191;"><strong>ข่าวภาษี</strong></span></p>
<ol>
<li>มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง</li>
<li>มาตรการลดภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยระบบพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว</li>
<li>มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคด้านสาธารณสุข</li>
<li>ความคืบหน้าในการดำเนินการในฐานะสมาชิก Global Forum on Transparency and Exchange of Information for Tax Information for Tax Purposes (Global Forum)</li>
</ol>
<p><span style="color: #004191;"><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ</strong></span></p>
<p>คำพิพากษาศาลฎีกาที่      2871/2564</p>
<p>ระหว่าง                       กรมศุลกากร ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน          โจทก์</p>
<p><code>                </code>บริษัท ค.                                          จำเลย</p>
<p>เรื่อง      การส่งแบบแจ้งการประเมินให้แก่บริษัทที่ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน</p>
<p><span style="color: #004191;"><strong>กฎหมายใหม่ล่าสุด</strong></span></p>
<p><span style="color: #004191;"><strong><code>     </code>1. กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ของบริษัทที่ประกอบกิจการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ</strong></span></p>
<p><code>     </code>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 426) กำหนดคุณสมบัติของผู้มีเงินได้ที่เป็นแรงงานฝีมือหรือผู้เชี่ยวชาญที่จะได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้ตามมาตรา 4 และมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 731) พ.ศ. 2564 และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายที่ได้จ่ายจริงสำหรับเงินลงทุนในหุ้นหรือการเป็นหุ้นส่วนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจตามมาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 731) พ.ศ. 2564</p>
<p><code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3d6LPZA">https://bit.ly/3d6LPZA</a></p>
<p><strong><code>     </code><span style="color: #004191;">2. ยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการบริจาคให้แก่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี</span></strong></p>
<p><code>     </code>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 751) พ.ศ. 2565 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการบริจาคเงินผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ และยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการบริจาคสินค้า ให้แก่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม 2565 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566</p>
<p><code>     </code>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด</p>
<p><code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3DgkwGZ">https://bit.ly/3DgkwGZ</a></p>
<p><span style="color: #004191;"><strong><code>     </code>3. ขยายเวลายกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับค่าซื้อชุดตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง (COVID-19 Antigen test self-test kits)</strong></span></p>
<p><code>     </code>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 752) พ.ศ. 2565 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นจำนวนร้อยละ 50 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าซื้อชุดตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง (COVID-19 Antigen test self-test kits) เพื่อใช้สำหรับพนักงานหรือลูกจ้างของตนเองตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565</p>
<p><code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3eLmntd">https://bit.ly/3eLmntd</a></p>
<p><span style="color: #004191;"><strong><code>     </code>4. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีข้อกำหนดในการซื้อทรัพย์สินคืน (REIT Buy-back)</strong></span></p>
<p><code>     </code>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 753) พ.ศ. 2565 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับเงินได้ มูลค่าของฐานภาษี รายรับ และการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขายทรัพย์สินให้แก่ทรัสตีของกองทรัสต์ที่มีข้อกำหนดขายคืนภายใน 2 ปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับ และยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับมูลค่าของฐานภาษี รายรับ และการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการขายทรัพย์สินที่ทรัสตีของกองทรัสต์ที่มีข้อกำหนดขายคืนได้ซื้อมาดังกล่าวคืนให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลภายใน 5 ปีนับแต่วันที่ได้ซื้อทรัพย์สินนั้น</p>
<p><code>     </code>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด</p>
<p><code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3eDKWrL">https://bit.ly/3eDKWrL</a></p>
<p><strong><code>     </code><span style="color: #004191;">5. ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับการบริจาคให้แก่มูลนิธิที่กฎหมายกำหนด</span></strong></p>
<p><code>     </code>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 754) พ.ศ. 2565 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์เป็นจำนวน 2 เท่า และยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับเงินที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน หรือการขายสินค้า หรือการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการบริจาคให้แก่มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ หรือมูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนฯ หรือมูลนิธิโรคมะเร็ง โรงพยาบาลศิริราช หรือมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี หรือมูลนิธิสมเด็จพระปิ่นเกล้า หรือมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ฯ ที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2565 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565</p>
<p><code>     </code>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด</p>
<p><code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3xiHaLc">https://bit.ly/3xiHaLc</a></p>
<p><strong><code>     </code><span style="color: #004191;">6. ขยายเวลายกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้สำหรับการนำเข้าสินค้าต้าน COVID-19 เพื่อการบริจาค</span></strong></p>
<p><code>     </code>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 755) พ.ศ. 2565 กำหนดให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าสินค้าที่ใช้รักษา วินิจฉัย หรือป้องกันโรค COVID-19 เพื่อบริจาคให้แก่สถานพยาบาลที่กำหนด และยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน หรือการขายสินค้าอันเนื่องมาจากการบริจาคสินค้าต้าน COVID-19 ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566</p>
<p><code>     </code>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด</p>
<p><code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3qykKld">https://bit.ly/3qykKld</a></p>
<p><strong><code>     </code><span style="color: #004191;">7. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานหรือหนังสือด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์</span></strong></p>
<p><code>     </code>กฎกระทรวง ฉบับที่ 384 (พ.ศ. 2565) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำและยื่นเอกสารหลักฐานหรือหนังสือที่ใช้ในการติดต่อกับกรมสรรพากรของผู้เสียภาษีอากรที่ดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร</p>
<p><code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3RxMDWp">https://bit.ly/3RxMDWp</a></p>
<p><span style="color: #004191;"><strong>ข่าวภาษี </strong></span></p>
<p><span style="color: #004191;"><strong><code>     </code>1. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง</strong></span></p>
<p><code>     </code>เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกับมาตรการภาษีที่กระทรวงการคลังเสนอ ดังนี้</p>
<ol>
<li>มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ โดยยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าอบรมสัมมนาภายในประเทศตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2565 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 เป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายที่จ่ายจริง สำหรับการอบรมสัมมนาที่จัดในจังหวัดท่องเที่ยวรองหรือในเขตพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นที่อธิบดีกำหนด และจำนวน 1.5 เท่าของรายจ่ายที่จ่ายจริง สำหรับการอบรมสัมมนาที่จัดในท้องที่อื่นที่ไม่ใช่จังหวัดท่องเที่ยวรองหรือในเขตท้องเที่ยวอื่นที่อธิบดีกำหนด</li>
<li>มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจัดนิทรรศการงานแสดงสินค้าภายในประเทศ โดยยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้ที่จ่ายไปเป็นค่าเช่าพื้นที่หรือค่าบริการในงานนิทรรศการ หรืองานแสดงสินค้าภายในประเทศตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2565 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 เป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายที่จ่ายจริง</li>
</ol>
<p><code>     </code>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป</p>
<p><code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3qynJKr">https://bit.ly/3qynJKr</a></p>
<p><strong><code>     </code><span style="color: #004191;">2. มาตรการลดภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยระบบพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว</span></strong></p>
<p><code>     </code>เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการให้ลดอัตราภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวที่จดทะเบียนระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2565 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2568 ลงร้อยละ 80 เป็นระยะเวลา 1 ปีนับแต่วันที่จดทะเบียน</p>
<p><code>     </code>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป</p>
<p><code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3RFnEAB">https://bit.ly/3RFnEAB</a></p>
<p><strong><code>     </code><span style="color: #004191;">3. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคด้านสาธารณสุข</span></strong></p>
<p><code>     </code>เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 คณะรัฐมนตรีรับทราบการปรับปรุงหลักเกณฑ์การบริจาคด้านสาธารณสุข และมีมติอนุมัติหลักการให้ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยให้หักลดหย่อนหรือหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าของจำนวนเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคสำหรับการบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ให้แก่มูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศฯ และมูลนิธิรามาธิบดีฯ และยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน หรือการขายสินค้า หรือการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการบริจาคให้แก่มูลนิธิดังกล่าวที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567</p>
<p><code>     </code>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป</p>
<p><code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3RFnEAB">https://bit.ly/3RFnEAB</a></p>
<p><strong><code>     </code><span style="color: #004191;">4. ความคืบหน้าในการดำเนินการในฐานะสมาชิก Global Forum on Transparency and Exchange of Information for Tax Information for Tax Purposes (Global Forum)</span></strong></p>
<p><code>     </code>เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 คณะรัฐมนตรีรับทราบความคืบหน้าในการดำเนินการในฐานะสมาชิก Global Forum on Transparency and Exchange of Information for Tax Information for Tax Purposes (Global Forum) ที่ประเทศไทยได้ดำเนินการ ดังนี้</p>
<ol>
<li>เข้าเป็นพหุภาคีว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือด้านการบริหารภาษี ซึ่งมีผลผูกพันเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2564 โดยมีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 54) พ.ศ. 2564 รองรับการเข้าเป็นภาคีดังกล่าวแล้ว</li>
<li>อยู่ระหว่างการเข้าร่วมเป็นภาคีในความตกลงพหุภาคีระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการเงินแบบอัตโนมัติ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดส่งคำแถลงการณ์ผ่านช่องทางการทูตให้องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organization for Economic Co-operation and Development: OECD)</li>
<li>เข้าร่วมเป็นสมาชิกในโครงการ The Asia Initiative ระหว่างปี 2565 ถึงปี 2569 แล้ว</li>
<li>อยู่ระหว่างเตรียมการเพื่อเข้ารับการประเมินการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบร้องขอ (Exchange of Information on Request Peer Reviews: EOIR Peer Reviews) ระหว่างเดือนกันยายน 2565 ถึงเดือนเมษายน 2566</li>
</ol>
<p><code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3RFnEAB">https://bit.ly/3RFnEAB</a></p>
<p><span style="color: #004191;"><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ</strong></span></p>
<p>คำพิพากษาศาลฎีกาที่      2871/2564</p>
<p>ระหว่าง                       กรมศุลกากร ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน          โจทก์</p>
<p><code>                </code>บริษัท ค.                                         จำเลย</p>
<p>เรื่อง การส่งแบบแจ้งการประเมินให้แก่บริษัทที่ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน</p>
<p><strong>ประเด็นข้อพิพาท</strong> : การส่งแบบแจ้งการประเมินให้แก่บริษัทที่ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนแล้วเป็นการส่งแบบแจ้งการประเมินที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่</p>
<p><strong>ข้อเท็จจริง </strong>: เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2551 จำเลยนำเข้าวุ้นเส้นจากสาธารณรัฐประชาชนจีนและพนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ที่ 1 ได้ตรวจปล่อยสินค้าทั้งหมดแล้ว ต่อมาวันที่ 3 มีนาคม 2552 พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ที่ 1 เข้าตรวจสอบหลังการตรวจปล่อย ณ สถานประกอบการของจำเลย และพบว่าจำเลยสำแดงราคาสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริงและมีสินค้าที่จำเลยไม่ได้สำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข้า พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ที่ 1 จึงออกแบบแจ้งการประเมินเพื่อเรียกเก็บอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชำระขาด พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม โดยจำเลยได้รับแบบแจ้งการประเมินดังกล่าวเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 ซึ่งเป็นช่วงเวลาภายหลังจากที่จำเลยถูกขีดชื่อบริษัทออกจากทะเบียนเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2552 ต่อมาโจทก์ที่ 1 ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ให้จดชื่อจำเลยกลับคืนเข้าสู่ทะเบียนและเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2558 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้มีคำสั่งให้จดชื่อจำเลยกลับคืนเข้าสู่ทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทแล้ว</p>
<p><strong>คำพิพากษา</strong> : ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท จำเลยจึงสิ้นสภาพนิติบุคคลตั้งแต่วันที่นายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1273/3 และจะกลับคืนฐานะนิติบุคคลได้อีกครั้งเมื่อศาลมีคำสั่งให้จดชื่อจำเลยกลับคืนเข้าสู่ทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1273/4 ซึ่งการที่จะถือเสมือนว่าจำเลยคงอยู่ตลอดมาเสมือนมิได้มีการขีดชื่อออกนั้นก็เป็นเพียงการรับรองสภาพนิติบุคคลภายหลังศาลมีคำสั่งให้จดชื่อจำเลยกลับคืนสู่ทะเบียน การที่โจทก์ที่ 1  ออกแบบแจ้งการประเมินภายหลังจากที่จำเลยถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนเกือบสามปี โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองได้ดำเนินการใด ๆ เพื่อตรวจสอบสภาพนิติบุคคลของจำเลยและดำเนินการให้มีการจดชื่อจำเลยกลับคืนเข้าสู่ทะเบียนก่อนมีการออกแบบแจ้งการประเมินและส่งแบบแจ้งการประเมินให้แก่จำเลย ทั้ง ๆ ที่มีระยะเวลานานที่จะดำเนินการได้และการตรวจสอบสภาพนิติบุคคลกระทำได้ไม่ยาก แม้ในขณะที่มีการส่งแบบแจ้งการประเมินจะมีผู้ลงลายมือชื่อรับตามไปรษณีย์ตอบรับ แต่ขณะนั้นศาลยังไม่ได้มีคำสั่งให้จดชื่อจำเลยกลับคืนเข้าสู่ทะเบียน จำเลยจึงยังไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคลในขณะที่มีการส่งแบบแจ้งการประเมินดังกล่าว ดังนั้น การส่งแบบแจ้งการประเมินให้แก่จำเลยซึ่งสิ้นสภาพนิติบุคคลในขณะนั้นจึงไม่สามารถทำได้และยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งสองได้แจ้งการประเมินแก่จำเลยแล้ว และเมื่อการส่งแบบแจ้งการประเมินดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ทั้งสองจะอ้างว่าจำเลยไม่ได้อุทธรณ์การประเมิน การประเมินจึงเป็นที่ยุติแล้วไม่ได้</p>
<p><strong>ความเห็น</strong> : ผู้เขียนเห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลฎีกา เนื่องจากแบบแจ้งการประเมินเป็นคำสั่งทางปกครองซึ่งมีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ในอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของผู้รับแบบแจ้งการประเมิน หากผู้รับแบบแจ้งการประเมินไม่เห็นด้วยกับการประเมินดังกล่าว ผู้รับแบบแจ้งการประเมินจะต้องยื่นอุทธรณ์การประเมินภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย ดังนั้น หากผู้รับแบบแจ้งการประเมินไม่มีสภาพบุคคลอยู่ในขณะที่ได้รับแบบแจ้งการประเมิน ผู้รับแบบแจ้งการประเมินย่อมไม่อาจใช้สิทธิอุทธรณ์ตามกฎหมายได้ การออกแบบแจ้งการประเมินและการส่งแบบแจ้งการประเมินจึงต้องกระทำในขณะที่ผู้รับแบบแจ้งการประเมินยังมีสภาพบุคคลอยู่ คำวินิจฉัยและคำพิพากษาของศาลฎีกาดังกล่าวชอบแล้ว</p>
<p style="text-align: center;"><strong>นางสาววรรณนิภา สงวนราษฎร์</strong></p>
<p>หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่</p>
<p>บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด</p>
<p>2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330</p>
<p>หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9725</p>
<p>Email: <a href="mailto:wannipas@dlo.co.th">wannipas@dlo.co.th</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/7116">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนสิงหาคม 2565</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/7116/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนกุมภาพันธ์ 2565</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/6856</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/6856#respond</comments>
				<pubDate>Mon, 14 Feb 2022 05:31:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[วรรณนิภา สงวนราษฎร์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=6856</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’s Tax Newsletter ฉบับที่ 127 เดือนกุมภาพันธ์ 2565 กฎหมายใหม่ล่าสุด 1. กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/newsletter/6856">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนกุมภาพันธ์ 2565</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ<br />
DLO’s Tax Newsletter</p>
<p style="text-align: right;"><strong>ฉบับที่ 127 เดือนกุมภาพันธ์ 2565</strong></p>
<p style="text-align: left;"><strong>กฎหมายใหม่ล่าสุด</strong></p>
<p style="text-align: left;">1. กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าซื้อและติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด<br />
2. กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับค่าซื้อหรือจ้างทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือค่าใช้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์<br />
3. ยกเว้นภาษีเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการตามมาตรการ “ช้อปดีมีคืน”<br />
4. กำหนดลักษณะและเงื่อนไขค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร<br />
5. กำหนดวิธีการและผู้ยื่นรายการแจ้งข้อความตามรายงานข้อมูลรายประเทศ (Country-by-Country Report)<br />
6. กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการบริจาคทรัพย์สินให้แก่ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรม 4.0<br />
7. กำหนดวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์<br />
8. กำหนดวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินตามแบบ อ.ส.9 ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสำหรับตราสารบางลักษณะ<br />
9. เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ที่ถือว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้ยื่น Disclosure Form แล้ว<br />
10. กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการลดอัตราภาษีเงินได้ของกิจการที่มีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ</p>
<p style="text-align: left;"><strong>ข่าวภาษี</strong><br />
1. กำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้มีสิทธิขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้<br />
2. มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินและประโยชน์ใด ๆ ที่ได้รับจากโครงการของภาครัฐ<br />
3. กรมสรรพากรออกคู่มือการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับคริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล</p>
<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ</strong><br />
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4125/2564<br />
ระหว่าง<code>     </code>บริษัท อ. จำกัด<code>     </code>โจทก์<br />
<code>          </code>กรมสรรพากร<code>     </code>จำเลย<br />
เรื่อง<code>       </code>การจ่ายเงินลดทุนตามมาตรา 40 (4) (ง) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p><strong>กฎหมายใหม่ล่าสุด</strong></p>
<p><strong>1. หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าซื้อและติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด</strong><br />
<code>     </code>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 416) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลเป็นจำนวนร้อยละ 100 ของเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อและค่าติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ณ สถานประกอบกิจการที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ที่ได้จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566<br />
<code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3f7PmEe" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3f7PmEe</a> และ <a href="https://bit.ly/3F9DiwV" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3F9DiwV</a></p>
<p><strong>2. หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับค่าซื้อหรือจ้างทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือค่าใช้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์</strong><br />
<code>     </code>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 417) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่ SMEs สำหรับรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อหรือจ้างทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือค่าใช้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นจำนวนร้อยละ 100 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2564 แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2565<br />
<code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3Gjkixp" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3Gjkixp</a> และ <a href="https://bit.ly/3F9EIHL" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3F9EIHL</a></p>
<p><strong>3. ยกเว้นภาษีเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการตามมาตรการ “ช้อปดีมีคืน”</strong><br />
<code>     </code>กฎกระทรวง ฉบับที่ 379 (พ.ศ. 2564) กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการในราชอาณาจักรบางประเภทให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้รับใบกำกับภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565<br />
<code>     </code>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด<br />
<code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3t8xiCm" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3t8xiCm</a> และ <a href="https://bit.ly/3qFrQ8j" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3qFrQ8j</a></p>
<p><strong>4. ลักษณะและเงื่อนไขค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร</strong><br />
<code>     </code>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 243) กำหนดให้มูลค่าของค่าไฟฟ้าของรอบชำระตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 ถึงเดือนมิถุนายน 2563 หรือมูลค่าส่วนลดของค่าไฟฟ้าของรอบชำระเดือนเมษายน 2563 ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนพึงเรียกเก็บจากหรือได้ให้ส่วนลดแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยตามลักษณะและเงื่อนไขที่กำหนด เป็นค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร<br />
<code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3FGylfr" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3FGylfr</a></p>
<p><strong>5. กำหนดวิธีการและผู้ยื่นรายการแจ้งข้อความตามรายงานข้อมูลรายประเทศ (Country-by-Country Report)</strong><br />
<code>     </code>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 419) ได้แก้ไขเพิ่มเติมประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 408) ดังนี้</p>
<p><code>     </code>1. ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลลงทะเบียนการใช้ระบบรายงานข้อมูลรายประเทศ (Country-by-Country Report) และแจ้งข้อความผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร www.rd.go.th โดยตรง หรือผ่านระบบบริการ Tax Single Sign On ของกระทรวงการคลัง<br />
<code>     </code>2. หากเข้าหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลลำดับสูงสุดของกลุ่มบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลข้ามชาติที่เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในต่างประเทศหรือเขตเศรษฐกิจอื่นอาจแต่งตั้งตัวแทนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลลำดับสูงสุดที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเป็นผู้แจ้งข้อความตามรายงานข้อมูลรายประเทศ (Country-by-Country Report) ได้<br />
<code>     </code>ทั้งนี้ สำหรับการแจ้งข้อความสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป<br />
<code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3qGXimP" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3qGXimP</a></p>
<p><strong>6. กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการบริจาคทรัพย์สินให้แก่ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรม 4.0</strong><br />
<code>     </code>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 39) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการบริจาคทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้แก่ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรม 4.0 ที่จัดตั้งโดยสถานศึกษาที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สินหรือการขายสินค้า อันเนื่องมาจากการบริจาคทรัพย์สินให้แก่ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรม 4.0<br />
<code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3tE04uM" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3tE04uM</a></p>
<p><strong>7. กำหนดวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์</strong><br />
<code>     </code>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 64) กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียอากรจะเลือกยื่นขอเสียอากรเป็นตัวเงินและชำระอากร ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา โดยใช้แบบขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดทำขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ก็ได้<br />
<code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3nyVNFd" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3nyVNFd</a></p>
<p><strong>8. กำหนดวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินตามแบบ อ.ส.9 ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสำหรับตราสารบางลักษณะ</strong><br />
<code>     </code>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 65) กำหนดให้ตราสารตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด 6 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร บางลักษณะที่ได้จัดทำขึ้นตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 สามารถชำระอากรเป็นตัวเงินตามแบบ อ.ส.9 ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้<br />
<code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3Ig0oE6" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3Ig0oE6</a></p>
<p><strong>9. เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ที่ถือว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้ยื่น Disclosure Form แล้ว</strong><br />
<code>     </code>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข สําหรับการยื่นแบบรายงานข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน และมูลค่ารวมของธุรกรรมระหว่างกันในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 18 มกราคม 2565 กำหนดให้ถือว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้ยื่น Disclosure Form เมื่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นได้รับเลขที่ใบรับแบบจากระบบการยื่น Discloser Form<br />
<code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3FNZxZB" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3FNZxZB</a></p>
<p><strong>10. กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการลดอัตราภาษีเงินได้ของกิจการที่มีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ</strong><br />
<code>     </code>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 420) กำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีรายได้ทั้งจากการประกอบกิจการที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจซึ่งได้รับการลดอัตราภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 727) พ.ศ. 2564 และรายได้จากกิจการอื่นคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของแต่ละกิจการแยกต่างหากจากกัน แต่ให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลโดยใช้เลขประจำตัวผู้ภาษีเสียอากรเดียวกัน โดยแยกกระดาษทำการของแต่ละกิจการออกจากกัน<br />
<code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3HkFp2P" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3HkFp2P</a></p>
<p><strong>ข่าวภาษี</strong></p>
<p><strong>1. กำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้มีสิทธิขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้</strong><br />
<code>     </code>เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2565 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการให้กิจการให้บริการหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียนที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต มีสิทธิแจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากร เพื่อขอจดทะเบียนและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้<br />
<code>     </code>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป<br />
<code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3fXuobE" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3fXuobE</a></p>
<p><strong>2. มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินและประโยชน์ใด ๆ ที่ได้รับจากโครงการของภาครัฐ</strong><br />
<code>     </code>เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2565 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการ ดังนี้<br />
<code>     </code>1. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับเงินเยียวยาที่ได้รับตามโครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตน และเงินอุดหนุนที่ได้รับตามโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ SMEs สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้รับเงินดังกล่าว<br />
<code>     </code>2. ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้ตามโครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการกำลังใจ โครงการทัวร์เที่ยวไทย โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเซษ โครงการคนละครั้ง ระยะที่ 1 &#8211; 3 โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ โครงการเราชนะ โครงการ ม.33 เรารักกัน โครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตน โครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา และโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ SMEs สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับในปีภาษี 2564<br />
<code>     </code>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป<br />
<code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3fXuobE" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3fXuobE</a></p>
<p><strong>3. กรมสรรพากรออกคู่มือการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับคริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล</strong><br />
<code>     </code>เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2565 กรมสรรพากรได้ออกคู่มือแนะนำการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับคริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลสำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2564 พร้อมตัวอย่างการคำนวณ ทั้งนี้ ตามแนวทาง “ทำให้ชัด ผ่อนปรน มองอนาคต”<br />
<code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3s9mqlo" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3s9mqlo</a> และ <a href="https://bit.ly/32LeK02" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/32LeK02</a></p>
<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ</strong><br />
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4125/2564<br />
ระหว่าง<code>     </code>บริษัท อ. จำกัด<code>     </code>โจทก์<br />
<code>          </code>กรมสรรพากร<code>     </code>จำเลย<br />
เรื่อง<code>       </code>การจ่ายเงินลดทุนตามมาตรา 40 (4) (ง) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p><strong>ประเด็นข้อพิพาท :</strong> ฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย สำหรับเงินลดทุนเฉพาะที่จ่ายไม่เกินกว่ากำไรและเงินที่กันไว้รวมกันตามมาตรา 40 (4) (ง) คำนวณอย่างไร</p>
<p><strong>ข้อเท็จจริง :</strong> โจทก์ประกอบกิจการลงทุนในบริษัทในเครือ มีทุนจดทะเบียน 435,000,000 บาท และมีทุนสำรองตามกฎหมาย 43,500,000 บาท ต่อมาโจทก์ได้จดทะเบียนลดทุนลง 325,250,000 บาท คงเหลือทุนจดทะเบียน 108,750,000 บาท และลดทุนสำรองตามกฎหมายลง 32,625,000 บาท คงเหลือทุนสำรองตามกฎหมาย 10,875,000 บาท จากนั้นโจทก์โอนทุนสำรองตามกฎหมายที่ลดลงไปเป็นกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร ทำให้มีกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร 43,972,139.42 บาท แล้วจ่ายเป็นเงินปันผล 43,935,000 บาท และหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่าย เป็นเงิน 4,393,499.99 บาท ต่อมาโจทก์ได้จ่ายเงินลดทุนคืนให้แก่ผู้ถือหุ้น และหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่าย เป็นเงิน 2,448,641.81 บาท โดยคำนวณจากเงินลดทุนส่วนที่จ่ายไม่เกินกว่าทุนสำรองตามกฎหมาย 10,875,000 บาท และกำไรสะสม 37,139.42 บาท แต่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยเห็นว่า ฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินลดทุนของโจทก์เฉพาะส่วนที่จ่ายไม่เกินกว่ากำไรและเงินที่กันไว้รวมกันตามมาตรา 40 (4) (ง) แห่งประมวลรัษฎากร คือ ทุนสำรองตามกฎหมาย 43,500,000 บาท และกำไรสะสม 11,347,139.42 บาท รวมทั้งสิ้น 54,847,139.42 บาท ซึ่งปรากฏตามงบดุล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 โจทก์จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 18,068,441.60 บาท โจทก์ไม่เห็นด้วยกับการประเมินภาษีดังกล่าว โจทก์จึงยื่นอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลย ต่อมาคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยได้มีคำวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ โจทก์จึงฟ้องคดีต่อศาลเพื่อขอให้เพิกถอนหนังสือแจ้งการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย</p>
<p><strong>คำพิพากษา :</strong> ศาลฎีกาเห็นว่า การจ่ายเงินปันผลตามมาตรา 40 (4) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร เป็นการจ่ายจากกำไรของกิจการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วนการจ่ายเงินลดทุนตามมาตรา 40 (4) (ง) แห่งประมวลรัษฎากร เป็นการจ่ายเงินได้ที่ทำให้ส่วนของเจ้าของลดลงไป ไม่เข้าลักษณะเป็นการจ่ายเงินปันผลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของโจทก์เห็นชอบให้โอนทุนสำรองตามกฎหมาย 32,625,000 บาท ไปเป็นกำไรสะสมที่ยังไม่จัดสรร เป็นการจ่ายเงินได้ที่ทำให้ส่วนหนึ่งของเจ้าของลดลง จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นการจ่ายเงินปันผลหรือส่วนแบ่งของกำไรตามมาตรา 40 (4) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร เมื่องบแสดงฐานะการเงินของโจทก์ของรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2554 ก่อนจ่ายเงินลดทุน โจทก์มีกำไรสุทธิจัดสรรไว้เป็นทุนสำรองตามกฎหมาย 43,500,000 บาท และมีกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร 11,347,139.42 บาท โจทก์จึงต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย จากฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจำนวน 54,847,139.42 บาท และไม่อาจเอาทุนสำรองตามกฎหมายไปเป็นเงินกำไรสะสมที่ยังไม่จัดสรรอันเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (4) (ข) แห่งประมวลรัษฎากรด้วย หนังสือแจ้งการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยไม่ขัดต่อหลักการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามเกณฑ์เงินสดตามมาตรา 39 และมาตรา 50 (2) แห่งประมวลรัษฎากร อย่างไรก็ดี เนื่องจากจำเลยไม่ได้นำเงินภาษีหัก ณ ที่จ่าย 4,393,999.99 บาท มาถือเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีให้กับโจทก์ จำเลยจึงต้องนำเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายดังกล่าวมาถือเป็นเครดิตในการคำนวณก่อนคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย</p>
<p><strong>ความเห็น :</strong> ผู้เขียนเห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ว่า การจ่ายเงินลดทุนตามมาตรา 40 (4) (ง) แห่งประมวลรัษฎากร ไม่เข้าลักษณะเป็นการจ่ายเงินปันผลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ ด้วยความเคารพต่อคำพิพากษาของศาลฎีกา ผู้เขียนยังมีความเห็นแตกต่างกับคำวินิจฉัยของศาลฎีกาใน 2 ประเด็นที่มีนัยสำคัญ ดังนี้</p>
<p><code>     </code><strong>(1) ประเด็นเรื่องการโอนทุนสำรองเป็นกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรแล้วจ่ายเป็นเงินปันผล ซึ่งศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การจ่ายเงินลักษณะนี้ไม่ถือว่าเป็นการจ่ายเงินปันผลหรือส่วนแบ่งของกำไรตามมาตรา 40 (4) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร นั้น</strong><br />
<code>     </code>ผู้เขียนเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1202 กำหนดให้ทุกคราวที่บริษัทจ่ายเงินปันผล บริษัทจะต้องจัดสรรเงินไว้เป็นทุนสำรองจนกว่าจะมีจำนวนถึง 1 ใน 10 ของทุนจดทะเบียน ทุนสำรองดังกล่าวจึงมาจากกำไรสะสมของบริษัทที่ได้จัดสรรไว้ตามที่กฎหมายกำหนด การที่โจทก์โอนทุนสำรองกลับไปเป็นกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรแล้วจ่ายเป็นเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นจึงเป็นการจ่ายจากกำไรของบริษัทอย่างแท้จริงตามมาตรา 1201 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และเป็นการจ่ายเงินปันผลหรือส่วนแบ่งของกำไรตามมาตรา 40 (4) (ข) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว<br />
<code>     </code>นอกจากนี้ ผู้เขียนเห็นว่าการจ่ายเงินดังกล่าวไม่ใช่เป็นการจ่ายเงินลดทุนตามมาตรา 40 (4) (ง) แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากการจ่ายเงินลดทุนที่จะต้องเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 40 (4) (ง) แห่งประมวลรัษฎากรนั้น เจตนารมณ์ของกฎหมายมีขึ้นเพื่อป้องกันการจ่ายกำไรสะสมให้แก่ผู้ถือหุ้นโดยวิธีการลดทุนแทนที่จะนำไปจ่ายเป็นเงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไรเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร ซึ่งหากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้นำกำไรสะสมไปจ่ายเป็นเงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไรก็จะถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (4) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อคดีนี้ โจทก์ได้นำทุนสำรองโอนกลับไปเป็นกำไรสะสมที่ยังไม่จัดสรรและนำไปจ่ายเป็นเงินปันผล การจ่ายเงินดังกล่าวจึงเป็นการจ่ายเงินปันผลตามมาตรา 40 (4) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร และไม่อาจเข้าลักษณะเป็นการจ่ายเงินลดทุนตามมาตรา 40 (4) (ง) แห่งประมวลรัษฎากรได้อีก</p>
<p><code>     </code><strong>(2) ประเด็นเรื่องฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย สำหรับเงินลดทุนของโจทก์เฉพาะส่วนที่จ่ายไม่เกินกว่ากำไรและเงินที่กันไว้รวมกันตามมาตรา 40 (4) (ง) แห่งประมวลรัษฎากร เท่ากับ 54,847,139.42 บาท (ทุนสำรองตามกฎหมาย 43,500,000 บาท + กำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร 11,347,139.42 บาท)</strong></p>
<p><code>     </code>ผู้เขียนเห็นว่า ฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย สำหรับเงินลดทุนของโจทก์เฉพาะส่วนที่จ่ายไม่เกินกว่ากำไรและเงินที่กันไว้รวมกันตามมาตรา 40 (4) (ง) แห่งประมวลรัษฎากรนั้น จะต้องพิจารณาจากกำไรและเงินที่กันไว้รวมกัน ณ วันที่มีการจ่ายเงินลดทุน คือ วันที่ 24 กันยายน 2555 เมื่อโจทก์มีกำไรสะสมที่จัดสรรไว้เป็นทุนสำรองตามกฎหมาย 10,875,000 บาท และมีกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร 37,139.42 บาท ซึ่งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ตรวจสอบและรับรองงบการเงินของโจทก์สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ที่มีการลดทุนและจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแล้ว ฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หัก ณ ที่จ่าย จึงควรเท่ากับ 10,912,139.42 บาท ซึ่งจะเป็นไปตามเกณฑ์เงินสดตามมาตรา 39 และมาตรา 50 (2) แห่งประมวลรัษฎากรอย่างแท้จริง</p>
<p><code>     </code>นอกจากนี้ การที่ศาลฎีกาให้นำกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร 11,347,139.42 บาท มารวมคำนวณเป็นฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย สำหรับการจ่ายเงินลดทุน โดยไม่หักเงินปันผลระหว่างกาลออกก่อน ทั้งที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1201 วรรคสอง ให้อำนาจกรรมการในการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแก่ผู้ถือหุ้นได้ กรณีอาจเข้าลักษณะเป็นการจัดเก็บภาษีซ้ำซ้อน ซึ่งจะทำให้ผู้เสียภาษีต้องแบกรับภาระภาษีมากเกินสมควร ดังนั้น เมื่อโจทก์มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลก่อนการจ่ายเงินลดทุนแก่ผู้ถือหุ้น จึงควรหักเงินปันผลระหว่างกาลจำนวน 11,310,000 บาท ก่อนนำมาคำนวณเป็นฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย สำหรับการจ่ายเงินลดทุนของโจทก์ ซึ่งจะทำให้ฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย เท่ากับ 43,537,139.42 บาท (ทุนสำรองตามกฎหมาย 43,500,000 บาท + กำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร 37,139.42 บาท) ซึ่งจะสอดคล้องกับหนังสือของกรมสรรพากรที่เคยตอบข้อหารือของผู้เสียภาษีอากรอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><strong>นางสาววรรณนิภา สงวนราษฎร์</strong></p>
<p>หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่<br />
บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด<br />
2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330<br />
หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9725<br />
Email: wannipas@dlo.co.th</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/newsletter/6856">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนกุมภาพันธ์ 2565</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/6856/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนสิงหาคม 2564</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/6527</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/6527#respond</comments>
				<pubDate>Sat, 14 Aug 2021 10:01:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[วรรณนิภา สงวนราษฎร์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=6527</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’S Tax Newsletter ฉบับที่ 121 เดือนสิงหาคม 2564 กฎหมายใหม่ล่าสุด 1. ยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/newsletter/6527">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนสิงหาคม 2564</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: right;"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong><br />
<strong>DLO’S Tax Newsletter</strong></p>
<p style="text-align: right;"><strong>ฉบับที่ 121 เดือนสิงหาคม 2564</strong></p>
<p><strong>กฎหมายใหม่ล่าสุด</strong><br />
1. ยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการบริจาคให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ<br />
2. ขยายระยะเวลายกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้สำหรับการนำเข้าสินค้าต้าน COVID-19 เพื่อการบริจาค<br />
3. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้<br />
4. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้</p>
<p><strong>ข่าวภาษี</strong><br />
1. กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการขอคืนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จากดอกเบี้ยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์</p>
<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ</strong><br />
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8376/2563<br />
ระหว่าง<code>     </code>บริษัท ว. จำกัด<code>     </code>โจทก์<br />
<code>          </code>กรมศุลกากร<code>      </code>จำเลย<br />
เรื่อง อำนาจฟ้อง กรณีอุทธรณ์การประเมินอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มแยกกัน</p>
<p><strong>กฎหมายใหม่ล่าสุด</strong></p>
<p><strong>1. ยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการบริจาคให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ</strong></p>
<p><code>     </code>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 719) พ.ศ. 2564 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลสำหรับการบริจาคเงินผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ และยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการบริจาคสินค้า ให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566</p>
<p><code>     </code>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด</p>
<p><code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3wSKt8y" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3wSKt8y</a> และ <a href="https://bit.ly/3l83TUC" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3l83TUC</a></p>
<p><strong>2. ขยายระยะเวลายกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้สำหรับการนำเข้าสินค้าต้าน COVID-19 เพื่อการบริจาค</strong></p>
<p><code>     </code>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 720) พ.ศ. 2564 กำหนดให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการนำเข้าสินค้าที่ใช้รักษา วินิจฉัย หรือป้องกันโรค COVID-19 เพื่อบริจาคให้แก่สถานพยาบาลที่กำหนด โดยไม่นำต้นทุนของทรัพย์สินที่บริจาคนั้นมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ สำหรับการนำเข้าและบริจาคตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2565</p>
<p><code>     </code>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด</p>
<p><code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/2UqT4Cb" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/2UqT4Cb</a> และ <a href="https://bit.ly/3xROrQ3" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3xROrQ3</a></p>
<p><strong>3. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้</strong></p>
<p><code>     </code>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 721) พ.ศ. 2564 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลให้แก่ลูกหนี้สถาบันการเงินสำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการปลดหนี้ของสถาบันการเงิน และยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ให้แก่ลูกหนี้ของสถาบันการเงินและสถาบันการเงิน สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน การขายสินค้า และการกระทำตราสาร อันเนื่องมาจากการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้</p>
<p><code>     </code>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด</p>
<p><code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/3rlJuwD" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3rlJuwD</a> และ <a href="https://bit.ly/3xLF2cS" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/3xLF2cS</a></p>
<p><strong>4. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้</strong></p>
<p><code>     </code>กฎกระทรวง ฉบับที่ 375 (พ.ศ. 2564) เพิ่มข้อ 6 เตรส ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2563) โดยกำหนดให้การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ของสถาบันการเงินที่ได้ปลดหนี้ให้แก่ลูกหนี้ตามมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้สามารถกระทำได้โดยไม่ต้องดำเนินการตามข้อ 4 ข้อ 5 และข้อ 6 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2563)</p>
<p><code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/36Iy3p5" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/36Iy3p5</a></p>
<p><strong>ข่าวภาษี</strong></p>
<p><strong>1. กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการขอคืนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จากดอกเบี้ยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์</strong></p>
<p><code>     </code>เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2564 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยื่นคำร้องขอคืนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย สำหรับดอกเบี้ยที่ได้จากพันธบัตรออมทรัพย์ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ออก ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสถาบันการเงิน</p>
<p><code>     </code>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป</p>
<p><code>     </code>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/36W6vNj" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://bit.ly/36W6vNj</a></p>
<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ</strong><br />
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8376/2563<br />
ระหว่าง<code>     </code>บริษัท ว. จำกัด<code>     </code>โจทก์<br />
<code>          </code>กรมศุลกากร<code>      </code>จำเลย<br />
เรื่อง : อำนาจฟ้อง กรณีอุทธรณ์การประเมินอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มแยกกัน</p>
<p><strong>ประเด็นข้อพิพาท :</strong> โจทก์มีอำนาจฟ้องเพิกถอนการประเมินในส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่</p>
<p><strong>ข้อเท็จจริง :</strong> โจทก์นำเข้าสินค้าเครื่องจัดเก็บอุปกรณ์เลื่อนได้อัตโนมัติควบคุมการทำงานโดยคอมพิวเตอร์ โดยสำแดงพิกัด 8479.890 อัตราอากร ร้อยละ 1 (ลดอัตราอากรตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและการยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 (ฉบับที่ 12) ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2546) แต่จำเลยแจ้งการประเมินว่าสินค้าดังกล่าวจัดอยู่ในพิกัด 9403.20 อัตราอากร ร้อยละ 20 โจทก์จึงยื่นอุทธรณ์การประเมินอากรขาเข้าต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลย และอุทธรณ์การประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของกรมสรรพากร ต่อมาจำเลยได้พิจารณาและมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์มายังโจทก์ โจทก์จึงฟ้องคดีต่อศาลเพื่อขอให้เพิกถอนแบบแจ้งการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งในส่วนอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม</p>
<p><strong>คำพิพากษา :</strong> ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์ยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของกรมสรรพากร และยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของกรมสรรพากร จึงอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของกรมสรรพากรที่จะต้องวินิจฉัยชี้ขาดต่อไป โจทก์ไม่อาจก้าวล่วงมาฟ้องขอเพิกถอนการประเมินในส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มได้</p>
<p><strong>ความเห็น :</strong> ผู้เขียนเห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลฎีกา เนื่องจากการฟ้องคดีเพื่อขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร ผู้ฟ้องคดีจะต้องอุทธรณ์การประเมินภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย และได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เสียก่อนจึงจะนำคดีมาฟ้องต่อศาลได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 7 (1) และมาตรา 8 ซึ่งเป็นไปตามลำดับขั้นตอนการพิจารณาและวินิจฉัยของกฎหมาย ดังนั้น เมื่อการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มยังอยู่ระหว่างการพิจารณาอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของกรมสรรพากร จึงเท่ากับว่าการพิจารณาในส่วนนี้ยังไม่แล้วเสร็จ จึงไม่อาจข้ามขั้นตอนมาฟ้องคดีต่อศาลได้ เพราะไม่มีกฎหมายให้อำนาจที่จะกระทำได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่มนี้จนกว่าจะได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของกรมสรรพากร</p>
<p><code>     </code>จากปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจฟ้องดังกล่าว ผู้เขียนเห็นว่ายังมีผู้ประกอบการหลายรายที่ไม่ทราบว่าการอุทธรณ์การประเมินอากรและภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถรวมยื่นที่กรมศุลกากรเพียงจุดเดียวได้ โดยยื่นต้นฉบับคำอุทธรณ์ตามแบบ กศก.171 จำนวน 1 ชุด และสำเนา 1 ชุด ภายในกำหนดเวลา 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแบบแจ้งการประเมิน เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของกรมศุลกากรและกรมสรรพากรพิจารณาในคราวเดียวกัน ซึ่งจะเป็นผลทำให้ผู้ประกอบการสามารถนำคดีขึ้นสู่ศาลภาษีอากรกลางเพื่อขอให้เพิกถอนหรือแก้ไขการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ทั้งในส่วนอากรและภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมกันได้ ทั้งนี้ ตามประกาศกรมศุลกากร ที่ 189/2560 ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2560</p>
<p><code>     </code>อย่างไรก็ดี สำหรับภาษีสรรพสามิตนั้น ผู้ประกอบการยังคงต้องยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีสรรพสามิตตามแบบ อส.1 ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ หรือสำนักงานสรรพสามิตภาค หรือสำนักกฎหมาย กรมสรรพสามิต เท่านั้น ไม่สามารถรวมยื่นที่กรมศุลกากรได้ ทั้งนี้ ตามประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอุทธรณ์การประเมินภาษี พ.ศ. 2560 ลงวันที่ 16 กันยายน 2560</p>
<p style="text-align: center;">นางสาววรรณนิภา สงวนราษฎร์</p>
<p>หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่<br />
บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด<br />
2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330<br />
หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9725<br />
Email: wannipas@dlo.co.th</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/newsletter/6527">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนสิงหาคม 2564</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/newsletter/6527/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนมีนาคม 2561</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2829</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2829#respond</comments>
				<pubDate>Thu, 08 Mar 2018 23:52:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[วรรณนิภา สงวนราษฎร์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2829</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’S Tax Newsletter   ฉบับที่ 87 มีนาคม 2561 &#160; กฎหมายใหม่ล่าสุด 1. ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการบริจาคใ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2829">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนมีนาคม 2561</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 align="center"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></h3>
<h3 align="center"><strong>DLO’S Tax Newsletter</strong></h3>
<p><strong> </strong></p>
<p align="right"><strong>ฉบับที่ 87 มีนาคม 2561</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong>กฎหมายใหม่ล่าสุด</strong></h5>
<p>1. ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการบริจาคให้แก่กองทุนยุติธรรม</p>
<p>2. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้ที่ได้รับเป็นเงินสนับสนุนจากกองทุนเพิ่มขีดความสามารถ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong>ข่าวภาษี</strong></h5>
<p>1. มาตรการภาษีสำหรับการบริจาคให้แก่กองทุนวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม</p>
<p>2. มาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่นักลงทุนที่ลงทุนในวิสาหกิจเริ่มต้น</p>
<p>3. มาตรการภาษีเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ</p>
<p>4. มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong>คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</strong></h5>
<p>คำพิพากษาฎีกาที่ 2640/2560</p>
<p>ระหว่าง             บริษัท อ.                        โจทก์</p>
<p>กรมสรรพากร                 จำเลย</p>
<p>เรื่อง                  ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีบัตรเติมเงินเกมออนไลน์</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong>กฎหมายใหม่ล่าสุด</strong></h5>
<h5>1. ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการบริจาคให้แก่กองทุนยุติธรรม</h5>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 651) พ.ศ. 2561 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการบริจาค 2 เท่า เมื่อบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่กองทุนยุติธรรม ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด</p>
<p>&#8211; สำหรับบุคคลธรรมดาต้องบริจาคเป็นเงินเท่านั้น</p>
<p>&#8211; สำหรับนิติบุคคลบริจาคเป็นเงินหรือทรัพย์สินก็ได้</p>
<p>ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2561 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/n6FtfM">https://goo.gl/n6FtfM</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5> 2. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้ที่ได้รับเป็นเงินสนับสนุนจากกองทุนเพิ่มขีดความสามารถ</h5>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 652) พ.ศ. 2561 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่นิติบุคคลที่ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้นไป</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/2rjqXg">https://goo.gl/2rjqXg</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong>ข่าวภาษี</strong></h5>
<h5>1. มาตรการภาษีสำหรับการบริจาคให้แก่กองทุนวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม</h5>
<p>เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2561 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร (ฉบับที่&#8230; ) พ.ศ. &#8230; โดยยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการบริจาคเป็นจำนวน 2 เท่า ให้แก่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ที่บริจาคเงิน ให้แก่กองทุนวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม ตั้งแต่วันที่ กฎหมายมีผลใช้บังคับ ถึงวันที่  31 ธันวาคม 2562</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/Hm8JAX">https://goo.gl/Hm8JAX</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>2. มาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่นักลงทุนที่ลงทุนในวิสาหกิจเริ่มต้น</h5>
<p>เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2561 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง (ฉบับที่ &#8230;) พ.ศ. &#8230; โดยยกเว้นเงินได้ให้แก่ นักลงทุนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับการจ่ายเงินลงทุนในหุ้นเพื่อจัดตั้งหรือลงทุนในหุ้นเพิ่มทุนให้แก่นิติบุคคล (SMEs) ที่ประกอบกิจการเป้าหมายและจัดตั้งขึ้นในระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2558 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/Hm8JAX">https://goo.gl/Hm8JAX</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>3. มาตรการภาษีเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ</h5>
<p>เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2561 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร (ฉบับที่&#8230;) พ.ศ. &#8230; โดยยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่นิติบุคคลที่มีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชี ไม่เกิน 100 ล้านบาท และมีการจ้างแรงงานไม่เกิน 200 คน ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับรายจ่ายค่าจ้างรายวันให้แก่ลูกจ้าง ในระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2561 ถึง 31 ธันวาคม 2561 เป็นจำนวนไม่เกินร้อยละ 15 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าจ้างรายวันให้แก่ลูกจ้าง</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/Hm8JAX">https://goo.gl/Hm8JAX</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>4. มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ</h5>
<p>เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร (ฉบับที่&#8230;) พ.ศ. &#8230; โดยยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการบริจาคเป็นจำนวน 2 เท่า เมื่อบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่สถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป และตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ดังนี้</p>
<p>&#8211; สำหรับบุคคลธรรมดา ต้องบริจาคเป็นเงินเท่านั้น</p>
<p>&#8211; สำหรับนิติบุคคลบริจาคเป็นเงินหรือทรัพย์สินก็ได้</p>
<p>ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ให้แก่บุคคลธรรมดาหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน หรือขายสินค้า หรือสำหรับการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการบริจาคให้แก่สถาบันดังกล่าวข้างต้น</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/rPTzQE">https://goo.gl/rPTzQE</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong>คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</strong></h5>
<p>คำพิพากษาฎีกาที่ 2640/2560</p>
<p>ระหว่าง             บริษัท อ.                        โจทก์</p>
<p>กรมสรรพากร                 จำเลย</p>
<p>เรื่อง                  ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีบัตรเติมเงินเกมออนไลน์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: justify;">         โจทก์ตกลงทำสัญญาให้บริษัท ฟ. สามารถใช้บัตรเติมเงินเกมออนไลน์ของโจทก์มาเล่นเกมของบริษัท ฟ. ได้ โดยผู้เล่นเกมสามารถซื้อบัตรเติมเงินเกมออนไลน์ของโจทก์แล้วนำรหัสประจำบัตร (Serial Code) และรหัสผ่าน (Password) ของบัตรที่ซื้อมาไปกรอกในช่องข้อมูลเพื่อแลกคะแนนในเว็บไซต์ของโจทก์และเลือกเล่นเกมออนไลน์ของบริษัท ฟ. จากนั้นผู้เล่นเกมจะได้รหัสลำดับ (Serial Code) และรหัสผ่าน (Password) อีกชุดของบริษัท ฟ. ที่โจทก์จัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลของโจทก์ โดยผู้เล่นเกมจะต้องเข้าไปในเว็บไซต์ของบริษัท ฟ. ที่เชื่อมต่อกับเว็บไซต์ของโจทก์ และนำรหัสลำดับและรหัสผ่านที่ได้รับมาไปกรอกเพื่อแลกคะแนนในเว็บไซต์ของบริษัท ฟ.อีกครั้งจากนั้นโปรแกรมคอมพิวเตอร์จะเปลี่ยนราคาหน้าบัตรเติมเงินเกมออนไลน์ดังกล่าวเป็นคะแนนเพื่อให้ผู้เล่นเกมใช้ซื้อของสมมติในเกมออนไลน์ของบริษัท ฟ. ต่อไป ในการนี้ ระบบของโจทก์จะทำหน้าที่บันทึกการใช้บัตรเติมเงินเกมออนไลน์เพื่อการเล่นเกมของบริษัท ฟ. และสรุปรายงานการใช้บัตรดังกล่าวไปยังบริษัท ฟ. ในแต่ละรอบเดือน เมื่อบริษัท ฟ. ได้รับสรุปรายงานการใช้บัตรจากโจทก์ก็จะออกใบเรียกเก็บเงินตามราคามูลค่าบัตรเติมเงินเกมออนไลน์ที่ใช้ โดยหักส่วนลดให้แก่โจทก์ในอัตราที่ตกลงกัน ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่ากรณีดังกล่าวไม่ใช่กรณีที่โจทก์และบริษัท ฟ. ซื้อขายสิทธิในการแลกคะแนนเพื่อซื้อสิ่งของสมมติในการเล่นเกมของบริษัท ฟ. และบริษัท ฟ. ตกลงจะให้ส่วนลดหรือค่าลดหย่อนขณะขายสินค้าหรือให้บริการตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากรแต่อย่างใด แต่มีลักษณะเป็นการหักค่าบริการที่โจทก์ได้ดำเนินการวางระบบโปรแกรมเพื่อเชื่อมต่อเว็บไซต์ของโจทก์กับเว็บไซต์ของบริษัท ฟ. เพื่อให้ผู้ถือบัตรเติมเงินเกมออนไลน์ของโจทก์สามารถเข้าเล่นเกมของบริษัท ฟ. ได้ ซึ่งมีลักษณะเป็นการให้บริการตามมาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น เงินส่วนที่บริษัท ฟ. หักลดให้แก่โจทก์จึงเป็นมูลค่าของฐานภาษีที่โจทก์ต้องนำมาคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มในแต่ละเดือน โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวจากบริษัท ฟ. ไม่ใช่นำไปหักลดกับค่าซื้อสิ่งของสมมติจากเกมที่โจทก์ต้องจ่ายแทนผู้ถือบัตรเติมเงินเกมออนไลน์ของโจทก์</p>
<h5><strong>ความเห็น</strong></h5>
<p>การให้ส่วนลดหรือค่าลดหย่อนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีนั้น จะต้องเป็นการให้ส่วนลดหรือค่าลดหย่อนที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ลดให้ในขณะขายสินค้าหรือให้บริการ และได้หักส่วนลดหรือค่าลดหย่อนดังกล่าวออกจากราคาสินค้าหรือค่าบริการ โดยได้แสดงให้เห็นไว้โดยชัดแจ้งว่าได้มีการหักส่วนลดหรือค่าลดหย่อนไว้ในใบกำกับภาษีในแต่ละครั้ง ตามมาตรา 79 วรรคสาม (1) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p style="text-align: justify;">          กรณีนี้ มีความเชื่อมโยงกันระหว่างกรณีที่ บริษัท ฟ. ขายสินค้าไม่มีรูปร่างให้แก่ผู้เล่นเกมออนไลน์ซึ่งมิได้ขายให้โจทก์โดยให้ส่วนลด กับกรณีโจทก์ได้รับส่วนลดจากการเชื่อมต่อเว็บไซต์ของโจทก์กับเว็บไซต์ของบริษัท ฟ. โดย บริษัท ฟ. พิจารณาให้ส่วนลดจากมูลค่าที่ผู้เล่นเกมออนไลน์ซื้อสินค้าที่ไม่มีรูปร่าง</p>
<p>          สำหรับความแตกต่างของการขายสินค้าที่ไม่มีรูปร่างและกรณีการให้บริการนั้น การขายสินค้าที่ไม่มีรูปร่างเป็นกรณีของโอนกรรมสิทธิ์หรือความเป็นเจ้าของทรัพย์สินซึ่งมีลักษณะที่ไม่สามารถจับต้องได้แต่ทรัพย์สินดังกล่าวอาจมีราคาหรือถือเอาได้ตามมาตรา 77/1(8) มาตรา 77/1(9) และมาตรา 77/5 แห่งประมวลรัษฎากร ส่วนการให้บริการนั้น หมายถึง การกระทำใดๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่า ซึ่งมิใช่เป็นการขายสินค้า ตามมาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p style="text-align: justify;">      การดำเนินงานของโจทก์ ที่มีการวางระบบโปรแกรมเพื่อเชื่อมต่อเว็บไซต์ของโจทก์กับเว็บไซต์ของบริษัท ฟ. เพื่อให้ผู้ถือบัตรเติมเงินเกมออนไลน์ของโจทก์สามารถเข้าเล่นเกมของบริษัท ฟ. ได้นั้น มีลักษณะเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดประโยชน์อันมีมูลค่า การที่โจทก์ได้ส่วนลดจากบริษัท ฟ. โดยคำนวณจากค่าซื้อสิ่งสมมติในเกมออนไลน์ เพื่อให้ผู้เล่นเกมออนไลน์ซื้อต่อจากโจทก์นั้น มีลักษณะเป็นการซื้อสินค้าที่ไม่มีรูปร่าง ซึ่งส่วนลดดังกล่าวจะต้องได้รับในขณะที่มีการซื้อสินค้าหรือได้รับบริการและได้รับในลักษณะเป็นประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือรับบริการฝ่ายเดียว แต่กรณีตามข้อเท็จจริง ส่วนลดที่โจทก์ได้รับมีผลมาจากการที่โจทก์ได้ให้บริการแก่บริษัท ฟ. ซึ่งมีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทน ส่วนลดดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นค่าตอบแทนหรือค่าบริการที่โจทก์ได้รับ ดังนั้น โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำค่าบริการดังกล่าวมารวมเป็นเป็นมูลค่าของฐานภาษีสำหรับคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มในแต่ละเดือนด้วย ผู้เขียนจึงเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลฎีกา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p align="center">นางสาววรรณนิภา  สงวนราษฎร์</p>
<p>หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด 2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9760 Email: <strong><a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="nl-box">
<div class="nl-box-services">
<p><strong><span data-mce-mark="1">บริการกฎหมายภาษีอากร</span> :</strong></p>
<p><strong>1. งานให้คำปรึกษาภาษี</strong></p>
<p><strong>2. งานขอคืนภาษี</strong></p>
<p><strong>3. งานวางแผนภาษี</strong></p>
<p><strong>4. งานตรวจสอบภาษี</strong></p>
<p><strong>5. งานกรอกแบบแสดงรายการภาษี</strong></p>
<p><strong>6. งานให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่</strong></p>
<p><strong>7. งานอุทธรณ์การประเมินภาษี</strong></p>
<p><strong>8. งานคดีภาษีอากร</strong></p>
<p><strong>    เป็นต้น</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact-title">
<p><strong>สอบถามบริการโปรดติดต่อ :</strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>กัมพล ทรัพย์ปรุง</strong></p>
<p><strong>+662 680-9724</strong></p>
<p><strong><a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact"></div>
<div class="nl-box-contact">
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong> </strong></p>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2829">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนมีนาคม 2561</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2829/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนกุมภาพันธ์ 2561</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2817</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2817#respond</comments>
				<pubDate>Thu, 01 Feb 2018 02:03:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[วรรณนิภา สงวนราษฎร์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2817</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’S Tax Newsletter   ฉบับที่ 86 กุมภาพันธ์ 2561 &#160; กฎหมายใหม่ล่าสุด 1. กำหนดหลักเกณฑ์จ่ายเบี้ยประกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2817">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนกุมภาพันธ์ 2561</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 align="center"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></h3>
<h3 align="center"><strong>DLO’S Tax Newsletter</strong></h3>
<p align="center"><strong> </strong></p>
<p align="right"><strong><span style="text-decoration: underline;">ฉบับที่ 86 กุมภาพันธ์ 2561</span></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></strong></h5>
<p>1. กำหนดหลักเกณฑ์จ่ายเบี้ยประกันสุขภาพที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span></strong></h5>
<p>1. ขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมรายใหม่ (อุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 สาขา)</p>
<p>2. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและจัดอบรมสัมมนาในจังหวัดท่องเที่ยวรอง</p>
<p>3. ความคืบหน้าการบังคับใช้ภาษีบำรุงท้องที่</p>
<p>4. มาตรการป้องกันการกำหนดราคาโอนระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน (Transfer pricing)</p>
<p>5. มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับคนพิการซึ่งไม่มีสัญชาติไทย</p>
<p>6. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการมีบุตร</p>
<p>7. มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์รับเลี้ยงเด็กเพื่อเป็นสวัสดิการของลูกจ้างสำหรับสถานประกอบการของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล</p>
<p>8. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคให้แก่สถานพยาบาลตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></strong></h5>
<p>คำพิพากษาฎีกาที่ 9882/2559</p>
<p>ระหว่าง             นาย ช.                          โจทก์</p>
<p>กรมสรรพากร                 จำเลย</p>
<p>เรื่อง      การประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยเจ้าพนักงานประเมิน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></strong></h5>
<p>1. กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพ ที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</p>
<p style="text-align: justify;">             ตามที่ข้อ 2 (97) ของกฎกระทรวงฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)  ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ 334 (พ.ศ. 2560) กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้เท่าที่จ่ายเป็นค่าเบี้ยประกันสุขภาพของผู้มีเงินได้นั้น</p>
<p style="text-align: justify;">            ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 315) กำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพ โดยจ่ายให้แก่บริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกันวินาศภัยที่ประกอบกิจการในราชอาณาจักร เพื่อประกันความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลอันเกิดจากการเจ็บป่วย การบาดเจ็บ การชดเชยการทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะเนื่องจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ อุบัติเหตุ โรคร้ายแรง การดูแลระยะยาว ทั้งนี้ สำหรับการใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป ผู้มีเงินได้ต้องแจ้งความประสงค์ที่จะใช้สิทธิต่อบริษัทผู้รับประกันที่ได้เอาประกันไว้ ส่วนการใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับปี 2560 ผู้มีเงินได้ต้องมีใบเสร็จรับเงินหรือหนังสือรับรองจากบริษัทผู้รับประกันซึ่งต้องมีข้อความตามที่กำหนด</p>
<p>            ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด</p>
<p style="text-align: justify;">            ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/SaZbPp">https://goo.gl/SaZbPp</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span></strong></h5>
<h5>1. ขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมรายใหม่ (อุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 สาขา)</h5>
<p style="text-align: justify;">      เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2560 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลา 5 รอบระยะเวลาบัญชี ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 สาขา ที่มีศักยภาพขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยอาศัยการใช้เทคโนโลยีเป็นฐานในการออกแบบและพัฒนาเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตหรือให้บริการอย่างเป็นระบบ โดยต้องมีรายรับที่เกี่ยวเนื่องจากธุรกิจดังกล่าวในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของรายรับที่ได้จากกิจการทั้งหมด และต้องไม่ใช้สิทธิการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ทั้งนี้ สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นตั้งแต่ 1 มกราคม 2561 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 โดยมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากธุรกิจดังกล่าวในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท</p>
<p style="text-align: justify;">            ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดต่อไป</p>
<p>            ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/8Cj8En">https://goo.gl/8Cj8En</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>2. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและจัดอบรมสัมมนาในจังหวัดท่องเที่ยวรอง</h5>
<p style="text-align: justify;">           เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2560 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรายได้เป็นจำนวนร้อยละหนึ่งร้อยของรายจ่ายที่เกี่ยวข้องในการจัดอบรมสัมมนา หรือรายจ่ายที่ได้จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้จัดให้แก่ลูกจ้าง ตั้งแต่ 1 มกราคม 2561 ถึง 31 ธันวาคม 2561 ทั้งนี้ สำหรับรายจ่ายในจังหวัดท่องเที่ยวรองที่กำหนด (เบื้องต้น 55 จังหวัด)</p>
<p style="text-align: justify;">          อนุมัติหลักการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวรอง หรือสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวรองร่วมกับจังหวัดอื่นตามเส้นทางท่องเที่ยวที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าที่พักในโรงแรมหรือในโฮมสเตย์ ทั้งนี้ ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท และเฉพาะที่ได้จ่ายไปตั้งแต่ 1 มกราคม 2561 ถึง 31 ธันวาคม 2561</p>
<p style="text-align: justify;">             ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดต่อไป</p>
<p>             ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/8Cj8En">https://goo.gl/8Cj8En</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>3. ความคืบหน้าการบังคับใช้ภาษีบำรุงท้องที่</h5>
<p style="text-align: justify;">            เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2560 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการกำหนดให้นำราคาปานกลางของที่ดินที่ใช้อยู่ในการประเมินภาษีบำรุงท้องที่ประจำปี พ.ศ. 2521 ถึง พ.ศ. 2524 มาใช้ในการประเมินภาษีบำรุงท้องที่สำหรับปี พ.ศ. 2561 โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป</p>
<p>              ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/8Cj8En">https://goo.gl/8Cj8En</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>4. มาตรการป้องกันการกำหนดราคาโอนระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน (Transfer pricing)</h5>
<p style="text-align: justify;">            เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2561 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลรัษฎากรซึ่งกำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันจัดทำรายงานข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์และมูลค่ารวมของธุรกรรมระหว่างกันในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีและยื่นต่อเจ้าพนักงานประเมินพร้อมกับยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ยกเว้น กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกินจำนวนที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ต้องไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท หากฝ่าฝืนหรือจัดทำรายงานหลักฐานหรือแสดงข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วนจะได้รับโทษและเจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจปรับปรุงรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนดังกล่าวให้ได้จำนวนที่พึงได้รับและได้จ่ายเพื่อคำนวณกำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษี</p>
<p>                ทั้งนี้ สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 และตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/DcKYsg">https://goo.gl/DcKYsg</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>5. มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับคนพิการซึ่งไม่มีสัญชาติไทย</h5>
<p style="text-align: justify;">        เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2561 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่ผู้มีเงินได้ที่เป็นคนพิการซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่มีหนังสือรับรองความพิการจากกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และมีอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์</p>
<p>            ทั้งนี้ สำหรับเงินได้ที่ไม่เกิน 190,000 บาทต่อปีและได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 และตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/DcKYsg">https://goo.gl/DcKYsg</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>6. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการมีบุตร</h5>
<p style="text-align: justify;">              เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการกำหนดให้ปรับเพิ่มค่าลดหย่อนบุตรชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่คนที่ 2 ของผู้มีเงินได้หรือของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ซึ่งเกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นไปและไม่ว่าบุตรคนก่อนหน้าจะมีชีวิตอยู่หรือไม่ โดยให้หักลดหย่อนได้เพิ่มอีก 30,000 บาท ต่อคนต่อปีภาษี และให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปีภาษี พ.ศ. 2561 ที่จะต้องยื่นรายการในปี พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป</p>
<p>                กำหนดให้ผู้มีเงินได้หรือคู่สมรสสามารถนำค่าฝากครรภ์หรือค่าคลอดบุตรไปหักเป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามจำนวนที่จ่ายจริง สำหรับการตั้งครรภ์แต่ละคราว แต่ไม่เกิน 60,000 บาท</p>
<p>ทั้งนี้ สำหรับค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตรที่จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไปและตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/o21THs">https://goo.gl/o21THs</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>7. มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์รับเลี้ยงเด็กเพื่อเป็นสวัสดิการของลูกจ้างสำหรับสถานประกอบการของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล</h5>
<p style="text-align: justify;">            เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการกำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีค่าใช้จ่ายเพื่อจัดตั้งศูนย์รับเลี้ยงเด็กในสถานประกอบการสามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาหักเป็นรายจ่ายได้ตามที่จ่ายจริง และสามารถหักได้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท</p>
<p>             ทั้งนี้ สำหรับค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2561 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 และตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/o21THs">https://goo.gl/o21THs</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>8. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคให้แก่สถานพยาบาลตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541</h5>
<p>เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการกำหนดให้บุคคลธรรมดาซึ่งบริจาคเงินให้แก่สถานพยาบาลของรัฐสามารถหักลดหย่อนได้เป็นจำนวน 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาสำหรับโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความเห็นชอบแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนอื่น ๆ แล้ว ส่วนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้หักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าของเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาและเพื่อการสาธารณประโยชน์อื่นแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ และรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬาตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p style="text-align: justify;">         อนุมัติหลักการยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ให้แก่บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน หรือการขายสินค้า หรือสำหรับการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการบริจาคให้แก่สถานพยาบาลข้างต้น โดยผู้โอนจะต้องไม่นำต้นทุนของทรัพย์สินหรือสินค้าซึ่งได้รับยกเว้นภาษีดังกล่าวมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือภาษีเงินได้นิติบุคคล</p>
<p>             ทั้งนี้ สำหรับการบริจาคที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป และตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/o21THs">https://goo.gl/o21THs</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></strong></h5>
<p>คำพิพากษาฎีกาที่ 9882/2559</p>
<p>ระหว่าง             นาย ช.                          โจทก์</p>
<p>กรมสรรพากร                 จำเลย</p>
<p>เรื่อง      การประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยเจ้าพนักงานประเมิน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: justify;">             โจทก์ประกอบกิจการค้าขายทองรูปพรรณโดยใช้ชื่อว่าร้านทอง น. ปรากฏว่าบัญชีธนาคารของโจทก์และครอบครัวมีเงินฝากเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่สัมพันธ์กับจำนวนเงินฝากที่เข้ามา เจ้าพนักงานประเมินจึงหมายเรียกโจทก์ โดยเปิดโอกาสให้โจทก์หรือภริยาโจทก์มาชี้แจงที่มาของรายการเงินฝากในบัญชีธนาคาร ซึ่งแบ่งเป็นเงินได้ที่โจทก์สามารถพิสูจน์แหล่งที่มาของเงินฝากได้ และเงินได้ที่โจทก์ไม่สามารถพิสูจน์แหล่งที่มาของเงินฝากได้ เจ้าพนักงานประเมินจึงได้ประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มมายังโจทก์ โดยแบ่งเงินได้พึงประเมินที่โจทก์ได้รับออกเป็นเงินได้หลายประเภทแล้วนำมาหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้แต่ละประเภท จากนั้นจึงหักค่าลดหย่อน เหลือเป็นเงินได้สุทธิเท่าใดก็นำไปคำนวณตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เว้นแต่ในส่วนของเงินได้ที่โจทก์ไม่สามารถพิสูจน์แหล่งที่มาได้เจ้าพนักงานประเมินถือว่าเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (8) และไม่ให้หักค่าใช้จ่ายเนื่องจากโจทก์ไม่มีหลักฐานมาแสดงว่ามีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นจริง ซึ่งการประเมินภาษีของเจ้าพนักงานประเมินดังกล่าวเป็นการประเมินโดยวิธีปกติตามมาตรา 19 ถึงมาตรา 27 หาใช่การประเมินโดยวิธีพิเศษตามมาตรา 49 อย่างที่โจทก์อุทธรณ์ไม่ ดังนั้น การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงชอบแล้ว</p>
<p><strong>ความเห็น</strong></p>
<p style="text-align: justify;">ประมวลรัษฎากรให้อำนาจเจ้าพนักงานประเมินในการไต่สวนตรวจสอบและประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2 กรณี คือ กรณีประเมินโดยวิธีปกติตามมาตรา 19 ถึงมาตรา 27 และกรณีประเมินโดยวิธีพิเศษตามมาตรา 49 แยกพิจารณาได้เป็น</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="text-decoration: underline;">กรณีแรก</span> การประเมินโดยวิธีปกติตามมาตรา 19 ถึงมาตรา 27 ใช้กับกรณีที่เจ้าพนักงานประเมินมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้มีเงินได้แสดงรายการตามแบบ<span style="text-decoration: underline;">ที่ยื่นไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงหรือไม่สมบูรณ์</span> หรือผู้มีเงินได้ไม่ยื่นแบบแสดงรายการ ซึ่งเจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจตามกฎหมายในการออกหมายเรียกตัวผู้นั้นมาไต่สวนและมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นนำบัญชีหรือพยานหลักฐานมาแสดงได้ วิธีการดังกล่าวเป็นวิธีหนึ่งในการตรวจสอบไต่สวนหาว่าเงินได้พึงประเมินที่ได้รับนั้นเป็นเงินได้ประเภทใด จากนั้นเจ้าพนักงานประเมินจะนำเงินได้ที่แบ่งประเภทแล้วมาหักด้วยค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน เหลือเท่าใดให้ถือเป็นเงินได้สุทธิที่จะต้องนำไปคำนวณภาษีเงินได้ตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแล้วจึงแจ้งจำนวนภาษีอากรที่ต้องชำระไปยังผู้เสียภาษีอากร</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="text-decoration: underline;">กรณีที่สอง</span> การประเมินโดยวิธีพิเศษตามมาตรา 49 ใช้กับกรณีที่ผู้มีเงินได้ไม่ยื่นรายการ หรือเจ้าพนักงานประเมินเห็นว่าผู้มีเงินได้<span style="text-decoration: underline;">ยื่นรายการต่ำกว่าจำนวนที่ควรต้องยื่น</span>เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจตามกฎหมายในการขออนุมัติอธิบดีเพื่อกำหนดจำนวนเงินได้สุทธิขึ้น ซึ่งเงินได้สุทธิดังกล่าวได้มาจากการคำนวณหาค่าสุทธิของทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น (Net Worth) โดยเจ้าพนักงานประเมินจะคำนวณจากผลต่างระหว่างมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันต้นปี เปรียบเทียบกับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันสิ้นปีของปีภาษี แล้วนำมาบวกกับค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวกับการหารายได้ จากนั้นหักด้วยเงินได้ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีตามมาตรา 42 โดยไม่มีการนำค่าใช้จ่ายใด ๆ มาหักออกอีก ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็นเงินได้สุทธิที่นำไปคำนวณภาษีเงินได้ตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทั้งนี้ เจ้าพนักงานประเมินโดยอนุมัติอธิบดีจะต้องดำเนินการออกหมายเรียกผู้มีเงินได้มาไต่สวนตรวจสอบเช่นเดียวกับการประเมินโดยวิธีปกติตามมาตรา 19 หรือมาตรา 23 ก่อน</p>
<p style="text-align: justify;">กรณีจึงเห็นได้ว่าการประเมินโดยวิธีพิเศษตามมาตรา 49 แตกต่างไปจากการประเมินโดยวิธีปกติตามมาตรา 19 ถึงมาตรา 27 ที่เจ้าพนักงานประเมินซึ่งทำหน้าที่ไต่สวนตรวจสอบและประเมินภาษีจะต้องเป็นเจ้าพนักงานประเมินที่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรเท่านั้น กับทั้งวิธีการคำนวณเพื่อให้ได้มาซึ่งจำนวนเงินได้สุทธิก็มีความแตกต่างกัน โดยการประเมินโดยวิธีปกติตามมาตรา 19 ถึงมาตรา 27 จะหักได้ทั้งค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน แต่การประเมินโดยวิธีพิเศษตามมาตรา 49 จะหักได้เฉพาะเงินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีตามมาตรา 42 เท่านั้น เจ้าพนักงานประเมินโดยอนุมัติอธิบดีจะกำหนดจำนวนเงินได้สุทธิโดยนำค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนมาหักออกจากเงินได้พึงประเมินเหมือนกับการประเมินโดยวิธีปกติไม่ได้</p>
<p style="text-align: justify;">เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าเจ้าพนักงานประเมินได้คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของโจทก์โดยนำเงินที่โจทก์ได้รับจากการขายทองไปหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 75 ตามความในมาตรา 46 ประกอบมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (11) ของพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 ส่วนเงินที่โจทก์พิสูจน์ไม่ได้ก็หักค่าใช้จ่ายได้ตามความจำเป็นและสมควรตามมาตรา 8 ทวิ ของพระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับดังกล่าว ซึ่งค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักได้ตามความจำเป็นและสมควรตามมาตรา 8 ทวิ จะต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องหรือจำเป็นต่อการประกอบกิจการของโจทก์ในจำนวนที่สมควรและเหมาะสมแก่กิจการนั้น และต้องไม่เป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี โดยโจทก์มีหน้าที่ต้องนำหลักฐานเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาแสดงต่อเจ้าพนักงานประเมินเพื่อพิสูจน์ว่าโจทก์มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นจริง เมื่อโจทก์ไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายมาแสดงต่อเจ้าพนักงานประเมินจึงทำให้เจ้าพนักงานประเมินไม่อาจหักค่าใช้จ่ายให้แก่โจทก์ได้ ซึ่งหลังจากที่เจ้าพนักงานประเมินหักค่าใช้จ่ายออกจากเงินได้พึงประเมินแต่ละประเภทแล้ว เจ้าพนักงานประเมินก็นำมาหักค่าลดหย่อน เหลือเป็นเงินได้สุทธิเท่าใดจึงนำไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีจึงเห็นได้ว่าเจ้าพนักงานประเมินหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนออกจากเงินได้พึงประเมินของโจทก์ตามวิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยปกติ ซึ่งหากเป็นการประเมินตามมาตรา 49 เจ้าพนักงานประเมินจะกำหนดจำนวนเงินได้สุทธิโดยไม่มีการหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนใด ๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินภาษีของโจทก์โดยใช้วิธีปกติตามมาตรา 19 ถึงมาตรา 27 มิใช่การประเมินโดยวิธีพิเศษตามมาตรา 49 ผู้เขียนเห็นพ้องด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p align="center">นางสาววรรณนิภา  สงวนราษฎร์</p>
<p>หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด 2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9760 Email: <strong><a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="nl-box">
<div class="nl-box-services">
<p><strong><span data-mce-mark="1">บริการกฎหมายภาษีอากร</span> :</strong></p>
<p><strong>1. งานให้คำปรึกษาภาษี</strong></p>
<p><strong>2. งานขอคืนภาษี</strong></p>
<p><strong>3. งานวางแผนภาษี</strong></p>
<p><strong>4. งานตรวจสอบภาษี</strong></p>
<p><strong>5. งานกรอกแบบแสดงรายการภาษี</strong></p>
<p><strong>6. งานให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่</strong></p>
<p><strong>7. งานอุทธรณ์การประเมินภาษี</strong></p>
<p><strong>8. งานคดีภาษีอากร</strong></p>
<p><strong>    เป็นต้น</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact-title">
<p><strong>สอบถามบริการโปรดติดต่อ :</strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>กัมพล ทรัพย์ปรุง</strong></p>
<p><strong>+662 680-9724</strong></p>
<p><strong><a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact"></div>
<div class="nl-box-contact">
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2817">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนกุมภาพันธ์ 2561</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2817/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนธันวาคม 2560</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2808</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2808#respond</comments>
				<pubDate>Thu, 30 Nov 2017 21:09:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[วรรณนิภา สงวนราษฎร์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2808</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’s Tax Newsletter &#160;             ยินพรปีใหม่บันดาลไทยสุขสันต์ คะนึงถึงเทวัญ ธ นำไทยสุขศรี วันนี้แม้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2808">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนธันวาคม 2560</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center;"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></h3>
<h3 style="text-align: center;"><strong>DLO’s Tax Newsletter</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong> </strong></p>
<table style="width: 475px; margin: 0px auto; height: 106px;">
<tbody style="border: none;">
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">          ยินพรปีใหม่บันดาลไทยสุขสันต์</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">คะนึงถึงเทวัญ ธ นำไทยสุขศรี</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">วันนี้แม้มีเพียงสำเนียงดนตรี</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">ตระหนักทำความดีตามวิถีของพระองค์</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">อยู่อย่างพอเพียงไม่ต้องพึ่งพา</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">คำสอนพระราชาข้าฯน้อมนำตามประสงค์</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">รับผิดชอบประกอบกิจที่ตนดำรง</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">เพื่อให้ไทยจงรุ่งเรืองวัฒนา</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">          ผ่านพ้นศกนี้ให้เป็นปีที่พ้นโศก</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">ขอให้ทุกข์ขอให้โรคภัยพาลพลันสูญ</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">เถลิงศักราชใหม่ให้ประเทืองเรืองจำรูญ</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">ขอให้ไทยเพิ่มพูนความรักสามัคคี</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">กิจการงานใดใดให้รุ่งเรืองเฟื่องฟูยิ่ง</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">ขอให้พบแต่เพียงสิ่งที่ดีงามความสุขศรี</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ผลขจรเกียรติทรัพย์ทวี</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">ขอให้ทุกท่านมีสุขสราญเบิกบานเทอญ</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: center;">พุทธิมา เกิดศิริ : ประพันธ์</p>
<p><strong> </strong></p>
<p align="right"><strong> <span style="text-decoration: underline;">ฉบับที่ 84  <strong> <span style="text-decoration: underline;">เดือนธันวาคม</span> </strong> 2560</span> </strong></p>
<h5><strong> <span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span> </strong></h5>
<p>1. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าซื้อหรือจ้างทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์</p>
<p>2. ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้เท่าที่จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการในช่วงปลายปี 2560</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong> <span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span> </strong></h5>
<p>1. มาตรการการเงินการคลังเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในปี 2560 (เพิ่มเติม)</p>
<p>2. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคให้แก่สถานศึกษาที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยตามสัญญาระหว่างรัฐบาลไทยกับทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ</p>
<p>3. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการซื้อขายทองคำแท่งตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีการรับมอบส่งมอบทองคำแท่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong> <span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span> </strong></h5>
<p><strong>คำพิพากษาฎีกาที่ </strong> <strong>7052/2559</strong></p>
<p>ระหว่าง                   บริษัท ก.                             โจทก์</p>
<p>กรมสรรพากร                      จำเลย</p>
<p>เรื่อง                       เงินส่วนต่างที่เกิดจากการรับประกันค่าเช่าถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong> <span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span> </strong></h4>
<h5>1. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าซื้อหรือจ้างทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์</h5>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 647) พ.ศ. 2560 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกินห้าล้านบาทและมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกินสามสิบล้านบาท (SMEs) สำหรับเงินได้เป็นจำนวนร้อยละหนึ่งร้อยของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อหรือจ้างทำหรือค่าใช้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทำหรือผู้ให้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เฉพาะในส่วนที่ไม่เกินหนึ่งแสนบาท สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2560 แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก   <a href="https://goo.gl/FM8anW">https://goo.gl/FM8anW</a></p>
<p><strong> </strong></p>
<h5>2. ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้เท่าที่จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในช่วงปลายปี 2560</h5>
<p>กฎกระทรวง ฉบับที่ 333 (พ.ศ. 2560) และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 311) กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้เท่าที่จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาทให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้รับใบกำกับภาษี ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2560 แต่ไม่รวมถึงสินค้าและบริการบางประเภท เช่น สุรา ยาสูบ น้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ รถยนต์ จักรยานยนต์ ค่าบริการนำเที่ยวและค่าที่พักโรงแรม</p>
<p>ติดตามรายละเอียดจาก <a href="https://goo.gl/NUJ5px">https://goo.gl/NUJ5px</a> และ <a href="https://goo.gl/BHwuEc">https://goo.gl/BHwuEc</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong> <span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span> </strong></h4>
<h5>1. ขยายระยะเวลาสำหรับมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในปี 2560 (เพิ่มเติม)</h5>
<p>ตามที่พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 645) พ.ศ. 2560 กำหนดหลักเกณฑ์และช่วงเวลาเพื่อยกเว้นภาษีเงินได้ 1.5 เท่า สำหรับการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอุทกภัยระหว่างวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2560 ได้สิ้นสุดลงแล้วนั้น</p>
<p>เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2560 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาสำหรับมาตรการดังกล่าวไปเป็นช่วงระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก  <a href="https://goo.gl/MHqYiy">https://goo.gl/MHqYiy</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>2. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคให้แก่สถานศึกษาที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยตามสัญญาระหว่างรัฐบาลไทยกับทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ</h5>
<p>เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการบริจาคให้แก่สถานศึกษาที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยตามสัญญาระหว่างรัฐบาลไทยกับทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ ตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาฯ นี้ใช้บังคับ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 โดยบุคคลธรรมดาสามารถหักเป็นค่าลดหย่อนได้เป็นจำนวน 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาสำหรับโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความเห็นชอบแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ และกรณีเป็นนิติบุคคลสามารถบริจาคเงินหรือทรัพย์สิน และหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าของรายจ่ายที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายสำหรับการบริจาคเพื่อสาธารณประโยชน์อื่นๆ ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อสาธารณประโยชน์อื่นๆ</p>
<p>ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ให้แก่บุคคลธรรมดาหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับสำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สินหรือการขายสินค้า หรือสำหรับการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการบริจาคให้แก่สถานศึกษาข้างต้น</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/gbnv6M">https://goo.gl/gbnv6M</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>3. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการซื้อขายทองคำแท่งตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีการรับมอบส่งมอบทองคำแท่ง</h5>
<p>เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการกำหนดให้ผู้มีเงินได้ซึ่งได้รับเงินได้ส่วนที่เกินกว่าที่ลงทุนจากการขายทองคำแท่งหรือเงินได้จากเงินชดเชยที่ได้รับจากกรณีเลื่อนการรับมอบส่งมอบทองคำแท่งที่มีความบริสุทธิ์ร้อยละ 99.99 ตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และยอมให้ผู้จ่ายเงินได้หักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้ดังกล่าว ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้ดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้</p>
<p>กำหนดให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการขายทองคำแท่งที่มีความบริสุทธิ์ร้อยละ 99.99 และยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นทองรูปพรรณหรือของรูปพรรณตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้า</p>
<p>ทั้งนี้ สำหรับเงินได้และการขายตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับและตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/KiVSGe">https://goo.gl/KiVSGe</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></strong></h4>
<p><strong> <span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่ 7052/2559</span> </strong></p>
<p>ระหว่าง                   บริษัท ก.                             โจทก์</p>
<p>กรมสรรพากร                      จำเลย</p>
<p>เรื่อง                       เงินส่วนต่างที่เกิดจากการรับประกันค่าเช่าถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โจทก์ตกลงให้กองทุนรวมเช่าทรัพย์สินมูลค่า 1,700 ล้านบาท ซึ่งกองทุนรวมตกลงเช่าและระดมทุนโดยออกขายหน่วยลงทุนให้แก่ผู้ที่สนใจลงทุน แต่การที่โจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกองทุนรวม ผู้ให้เช่าตกลงจ่ายเงินรับประกันค่าเช่าให้แก่กองทุนรวมในกรณีที่กองทุนรวมนำทรัพย์สินออกให้เช่าช่วงแล้วได้รับค่าเช่าต่ำกว่าค่าเช่าที่โจทก์รับประกันไว้ ซึ่งตามปกติการที่ผู้เช่าจะได้รับค่าเช่าจากการให้เช่าช่วงมากหรือน้อยเพียงใดล้วนเป็นเรื่องภายในของผู้เช่าเอง ไม่เกี่ยวกับกิจการของผู้ให้เช่า ข้อตกลงดังกล่าวจึงเป็นเพียงวิธีที่โจทก์ใช้ช่วยเหลือกองทุนรวมในการเสนอขายหน่วยลงทุนแก่ผู้ลงทุนเท่านั้น มิได้เป็นประโยชน์ในทางการค้าหรือหากำไรของโจทก์ การรับประกันค่าเช่าดังกล่าวจึงเป็นการก่อความผูกพันที่ทำให้โจทก์เกิดค่าใช้จ่าย แต่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์เองก็ได้รับเงินค่าเช่าจำนวน 1,700 ล้านบาทจากกองทุนรวมครบถ้วนแล้วในวันทำสัญญา กรณียิ่งไม่มีเหตุจำเป็นใดที่โจทก์ต้องจ่ายเงินเพื่อรับประกันค่าเช่าที่กองทุนรวมจะได้รับจากการให้เช่าช่วง เงินที่โจทก์จ่ายเป็นเงินประกันค่าเช่าจึงมิได้จ่ายไปเพื่อประโยชน์ในทางการค้าของโจทก์ โจทก์ไม่สามารถนำเงินส่วนต่างดังกล่าวมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong>ความเห็น</strong></h5>
<p>ตามปกติแล้วรายจ่ายที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะนำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิจะต้องเป็นรายจ่ายที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้จ่ายหรือจะต้องจ่ายเนื่องจากการประกอบกิจการตามวัตถุประสงค์ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น มาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร จึงกำหนดให้รายจ่ายที่มิได้จ่ายไปเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจึงไม่สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้</p>
<p>อย่างไรก็ดี เมื่อประมวลรัษฎากรมิได้นิยามความหมายของคำว่า “เพื่อหากำไร” หรือ “เพื่อกิจการ” ไว้โดยเฉพาะ กรณีจึงต้องพิจารณาถึงลักษณะของรายจ่าย หลักเกณฑ์และวิธีการจ่าย ตลอดจนเหตุผลความจำเป็นและหลักฐานในการจ่ายจากข้อเท็จจริงเป็นเรื่อง ๆ ไป ซึ่งผู้เขียนเห็นว่า การที่จะพิจารณาว่ารายจ่ายใดเป็นรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการ นอกจากจะต้องพิจารณาว่าเป็นรายจ่ายที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นมีหน้าที่หรือข้อผูกพันที่ต้องจ่ายหรือไม่แล้ว รายจ่ายดังกล่าวก็ควรเป็นรายจ่ายที่ก่อให้เกิดรายได้หรือประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งแก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้จ่ายเงินไปด้วย เพราะหากเป็นรายจ่ายที่จ่ายไปเพื่อประโยชน์ของกิจการอื่นก็ย่อมไม่มีเหตุผลหรือความจำเป็นใดที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายดังกล่าว</p>
<p>ดังนั้น เมื่อเงินส่วนต่างที่โจทก์ต้องจ่ายเนื่องจากการรับประกันค่าเช่าให้แก่ผู้เช่าไม่ได้ทำให้โจทก์มีรายได้หรือได้รับประโยชน์อื่นใดเพิ่มมากขึ้น เพราะโจทก์เองก็ได้รับค่าเช่าครบถ้วนตั้งแต่วันทำสัญญาเช่าแล้ว เงินที่โจทก์จ่ายไปจึงไม่ได้ทำไปเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการของโจทก์โดยเฉพาะ ที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเงินส่วนต่างจากการรับประกันค่าเช่าดังกล่าวเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้เขียนเห็นพ้องด้วย</p>
<p align="center">วรรณนิภา สงวนราษฎร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด 2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9760 Email: <strong><a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="nl-box">
<div class="nl-box-services">
<p><strong> <span style="text-decoration: underline;" data-mce-mark="1">บริการกฎหมายภาษีอากร</span> :</strong></p>
<p><strong>1. งานให้คำปรึกษาภาษี</strong></p>
<p><strong>2. งานขอคืนภาษี</strong></p>
<p><strong>3. งานวางแผนภาษี</strong></p>
<p><strong>4. งานตรวจสอบภาษี</strong></p>
<p><strong>5. งานกรอกแบบแสดงรายการภาษี</strong></p>
<p><strong>6. งานให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่</strong></p>
<p><strong>7. งานอุทธรณ์การประเมินภาษี</strong></p>
<p><strong>8. งานคดีภาษีอากร</strong></p>
<p><strong>    เป็นต้น</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact-title">
<p><strong>สอบถามบริการโปรดติดต่อ :</strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>กัมพล ทรัพย์ปรุง </strong></p>
<p><strong>+662 680-9724 </strong></p>
<p><strong> <a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a> </strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact"></div>
<div class="nl-box-contact">
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2808">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนธันวาคม 2560</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2808/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
	</channel>
</rss>
