<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวเผยแพร่ &#8211; สำนักกฎหมายธรรมนิติ</title>
	<atom:link href="https://www.dlo.co.th/category/news/press-releases/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.dlo.co.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 03 Nov 2025 09:37:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.3.5</generator>
	<item>
		<title>ประกาศแล้ว ! กฎหมายลำดับรอง 3 ฉบับ ตามพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม (Top-up Tax)</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/8842</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/8842#respond</comments>
				<pubDate>Mon, 03 Nov 2025 09:37:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8842</guid>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา อธิบดีกรมสรรพากรได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 24 และมาตรา 25 แห่งพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 (Top-up Tax [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/8842">ประกาศแล้ว ! กฎหมายลำดับรอง 3 ฉบับ ตามพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม (Top-up Tax)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา อธิบดีกรมสรรพากรได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 24 และมาตรา 25 แห่งพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 (Top-up Tax) ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร จำนวน 3 ฉบับ เพื่อกำหนดบทนิยามที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้</p>
<p><strong>1.ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 1) เรื่อง กำหนดรายชื่อประเทศที่หลักการบัญชีที่ได้รับการยอมรับเป็นการทั่วไป เป็นมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับ</strong></p>
<p>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรข้างต้น ได้กำหนดรายชื่อประเทศที่หลักการบัญชีที่ได้รับการยอมรับเป็นการทั่วไปในประเทศนั้น ๆ เป็นมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับตามความใน (2) ของบทนิยามคำว่า <strong><em>“มาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับ”</em></strong> ตามมาตรา 24 แห่งพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 จำนวน 17 ประเทศ โดยมีรายชื่อดังต่อไปนี้</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8844" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/11/01edited.jpg" alt="" width="725" height="367" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/11/01edited.jpg 725w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/11/01edited-300x152.jpg 300w" sizes="(max-width: 725px) 100vw, 725px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>2.ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 2) เรื่อง กำหนดลักษณะภาษีเงินปันผลที่ขอคืนได้ ที่ไม่เป็นภาษีที่อยู่ในขอบข่าย </strong></p>
<p>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรข้างต้น ได้กำหนดลักษณะของภาษีเงินปันผลที่ขอคืนได้ ที่ไม่เป็นภาษีที่อยู่ในขอบข่าย ตามความใน (4) ของวรรคสองของบทนิยามคำว่า <strong><em>“ภาษีที่อยู่ในขอบข่าย”</em></strong> ตามมาตรา 24 แห่งพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 โดยมีลักษณะดังต่อไปนี้</p>
<p><strong><u>ภาษีเงินปันผลที่ขอคืนได้ที่ไม่รวมเป็นภาษีที่อยู่ในขอบข่ายตามความ ในมาตรา 24 นั้น จะต้องเป็นภาษีแบบอิมพิวเทชั่นที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์</u></strong> โดยภาษีแบบอิมพิวเทชั่นที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และภาษีแบบอิมพิวเทชั่นที่เป็นไปตามเกณฑ์ มีลักษณะดังต่อไปนี้</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8845" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/11/02new.jpg" alt="" width="660" height="952" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/11/02new.jpg 660w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/11/02new-208x300.jpg 208w" sizes="(max-width: 660px) 100vw, 660px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>3.ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 3) เรื่อง การพิจารณาประเทศที่ตั้งของนิติบุคคล ที่มีหลายแหล่งที่ตั้งและของนิติบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ</strong></p>
<p>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรข้างต้น ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาประเทศที่ตั้งของนิติบุคคลที่มีแหล่งที่ตั้งมากกว่าหนึ่งประเทศ และในการพิจารณาแหล่งที่ตั้งของนิติบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ ตามมาตรา 25 แห่งพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1.คำนิยามที่เกี่ยวข้อง</strong></p>
<p><strong>“<em>นิติบุคคลประเภทโฟลธรู”</em></strong><em> (Flow-through Entity) หมายความว่า <u>นิติบุคคลที่ไม่ได้มีสถานะในทางภาษีอากรที่จะมีรายได้ รายจ่าย กำไร หรือขาดทุนในประเทศที่นิติบุคคลนั้นก่อตั้งขึ้น </u>เว้นแต่ นิติบุคคลดังกล่าวเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีและต้องเสียภาษีที่อยู่ในขอบข่ายจากรายได้หรือกำไรในประเทศอื่น ทั้งนี้ ให้ถือว่านิติบุคคลรายหนึ่งไม่ได้มีสถานะในทางภาษีอากรที่จะมีรายได้ รายจ่าย กำไร หรือ ขาดทุน หากกฎหมายของประเทศที่พิจารณาสถานะของนิติบุคคลนั้นได้ถือว่ารายได้ รายจ่าย กำไร หรือขาดทุนของนิติบุคคลดังกล่าวได้รับโดยหรือเกิดขึ้นแก่ผู้มีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของในนิติบุคคลนั้น ตามส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของ </em></p>
<p><strong><em>“กฎการจัดเก็บภาษีโดยคำนวณจากเงินได้ของนิติบุคคลต่างชาติซึ่งถูกควบคุม”</em></strong><em> หมายความว่า กฎเกณฑ์ที่จัดเก็บภาษีจากผู้ถือหุ้นโดยตรงหรือโดยอ้อมในนิติบุคคลต่างชาติ สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่ง โดยคำนวณจากส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของที่ผู้ถือหุ้นมีอยู่ในกำไรของนิติบุคคลต่างชาตินั้น ไม่ว่ากำไรนั้นจะมีการจำหน่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นหรือไม่ก็ตาม แต่ไม่รวมถึง กฎการรวมเงินได้ (</em><em>Income Inclusion Rule) ตามมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>2.การพิจารณาประเทศที่ตั้งของนิติบุคคล</strong></p>
<p><strong>2.1 กรณีนิติบุคคลหนึ่งที่ไม่ใช่นิติบุคคลประเภทโฟลธรูได้ตั้งอยู่ในหลายประเทศ </strong></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8846" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/11/3edited.jpg" alt="" width="803" height="573" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/11/3edited.jpg 803w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/11/3edited-300x214.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/11/3edited-768x548.jpg 768w" sizes="(max-width: 803px) 100vw, 803px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>2.2 กรณีนิติบุคคลไม่อยู่ในบังคับของกฎการรวมเงินได้ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ในประเทศที่นิติบุคคลนั้นตั้งอยู่ตามข้อ 2.1</strong></p>
<p>กรณีที่ได้พิจารณาประเทศที่เป็นที่ตั้งของนิติบุคคลหนึ่งตามข้อ 2.1 แล้ว ปรากฏว่า นิติบุคคลนั้นไม่อยู่ในบังคับของกฎการรวมเงินได้ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ในประเทศที่นิติบุคคลนั้นตั้งอยู่ตามข้อ 2.1 แต่มีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของในนิติบุคคลอื่น ให้ถือว่านิติบุคคลดังกล่าวตั้งอยู่ในอีกประเทศหนึ่ง ที่นิติบุคคลนั้นได้ตั้งอยู่เพื่อวัตถุประสงค์ของการเสียภาษีส่วนเพิ่มตามกฎการรวมเงินได้ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ เว้นแต่ต้องห้ามตาม <strong>DTA</strong> ที่บังคับใช้ระหว่างกัน</p>
<p><strong>2.3 กรณีของนิติบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะที่เป็นนิติบุคคลประเภทโฟลธรู </strong></p>
<p>กรณีของนิติบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะที่เป็นนิติบุคคลประเภทโฟลธรู ให้พิจารณาประเทศที่ตั้งของนิติบุคคลดังกล่าวดังต่อไปนี้</p>
<p>(1) ในกรณีที่นิติบุคคลประเภทโฟลธรู เป็นนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติ หรืออยู่ในบังคับต้องเสียภาษีส่วนเพิ่มตามกฎการรวมเงินได้ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ ให้นิติบุคคลประเภทโฟลธรูนั้นตั้งอยู่ในประเทศที่นิติบุคคลดังกล่าวก่อตั้งขึ้น</p>
<p>(2) ในกรณีอื่นนอกเหนือจาก (1) ให้ถือว่านิติบุคคลประเภทโฟลธรูตั้งอยู่ในประเทศที่แยกเป็นเอกเทศจากประเทศอื่น</p>
<p>ทั้งนี้ ประกาศอธิบดีทั้งสามฉบับนี้ ให้ใช้บังคับสำหรับการพิจารณาหน้าที่การเสียภาษีส่วนเพิ่ม สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มต้นในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป</p>
<p>ที่มา <a href="https://www.rd.go.th/67365/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8.html">https://www.rd.go.th/67365/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8.html</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/8842">ประกาศแล้ว ! กฎหมายลำดับรอง 3 ฉบับ ตามพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม (Top-up Tax)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/8842/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>5 ข้อ ที่ผู้ประกอบการควรรู้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/8809</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/8809#respond</comments>
				<pubDate>Fri, 26 Sep 2025 04:11:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8809</guid>
				<description><![CDATA[<p>ข้อ 1 จัดเตรียมคำร้องที่ใช้ในการยื่นขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม      1.1 ขอคืนเป็นเครดิตภาษี      เป็นกรณีที่ผู้ประกอบการขอคืนภาษีในรูปแบบการใช้เป็ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/8809">5 ข้อ ที่ผู้ประกอบการควรรู้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ข้อ 1 จัดเตรียมคำร้องที่ใช้ในการยื่นขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม</strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>1.1 ขอคืนเป็นเครดิตภาษี</strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>เป็นกรณีที่ผู้ประกอบการขอคืนภาษีในรูปแบบการใช้เป็นเครดิตภาษีเพื่อยกไปใช้ในเดือนภาษีถัดไป โดยยื่นแบบ ภ.พ.30 กรณีที่เป็นการยื่นปกติเท่านั้น หากเป็นการยื่น ภ.พ.30 เพิ่มเติม ต้องขอคืนเป็นเงินสด</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>1.2 ขอคืนเป็นเงินสด </strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>กรณีผู้ประกอบการประสงค์จะขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเงินสด สามารถขอคืนด้วยแบบแสดงรายการต่อไปนี้</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>          </code></strong></span><u>1.2.1</u><u> แบบ ภ.พ.30 หรือยื่นแบบ ภ.พ. 30 เพิ่มเติม</u></strong> และมีภาษีต้องขอคืน ส่วนใหญ่เป็นกรณีผู้ประกอบการมีภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย หรือ มีการยื่นยอดขายและภาษีขายไว้เกิน หรือยื่นยอดซื้อและภาษีซื้อไว้ขาดไป แล้วแต่กรณี</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>          </code></strong></span><u>1.2.2</u><u> แบบ ค.10</u> เฉพาะกรณีต่อไปนี้</strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>          </code></strong></span></strong>1) ขอคืนเป็นเครดิตไว้ แต่ไม่ได้นำไปใช้ในเดือนภาษีถัดไป</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>          </code></strong></span></strong>2) ไม่ลงลายมือชื่อในแบบ ภ.พ.30</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>          </code></strong></span></strong>3) ยื่นแบบ ภ.พ.30 ชําระภาษีไว้ซ้ำ</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>          </code></strong></span></strong>4) ยื่นแบบ ภ.พ.30 โดยแสดงยอดขายและยอดซื้อไว้ถูกต้อง แต่แสดงภาษีขายไว้เกินหรือแสดงภาษีซื้อไว้ขาด</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>          </code></strong></span></strong>5) ไม่มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.พ.30 แต่ได้ชำระภาษีไว้</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>          </code></strong></span></strong>6) กรณีอื่นที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ในการขอคืนด้วย แบบ ภ.พ.30</p>
<p><strong>ข้อ 2 ระยะเวลาที่มีสิทธิขอคืน</strong></p>
<p>ผู้ประกอบการมีสิทธิยื่นขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภายใน 3 ปี นับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีสำหรับเดือนภาษีนั้น หรือนับแต่วันที่ชำระภาษี ผ่านช่องท่างการขอคืนภาษี ดังนี้</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>2.1 ยื่นคำร้องขอคืนผ่านอินเทอร์เน็ต <a href="https://efiling.rd.go.th/">https://efiling.rd.go.th/</a> ยื่นผ่าน E-FILING</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>2.2 ยื่นคำร้องขอคืนด้วยแบบกระดาษ</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>2.2.1 ยื่นด้วยแบบ ภ.พ.30 ให้ยื่น ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาที่ได้รับอนุมัติให้ยื่นแบบรวม</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>2.2.2 ยื่นด้วยแบบ ค. 10 ให้ยื่น ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ (LTO) (เฉพาะกรณีรายที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ LTO)</p>
<p>ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจะต้องยื่นคำร้องแยกเป็นรายสถานประกอบการ เว้นแต่ได้รับอนุมัติให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษี และชำระภาษีมูลค่าเพิ่มรวมกัน</p>
<p><strong>ข้อ 3 เอกสารที่ต้องจัดเตรียมเบื้องต้น</strong></p>
<p>ส่วนใหญ่ในการขอเอกสารเจ้าพนักงานสรรพากรจะมีหนังสือแจ้งรายการเอกสารที่ผู้ประกอบการจะต้องจัดเตรียมอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ อาจมีการขอให้จัดเตรียมเอกสาร ไฟล์ข้อมูลอื่นๆ เพื่อประกอบการตรวจสอบประเด็นที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม โดยสรุปรายการเบื้องต้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการดังนี้</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>3.1 รายงานภาษีขายและสำเนาใบกำกับภาษี</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>3.2 รายงานภาษีซื้อและต้นฉบับใบกำกับภาษีซื้อ</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>3.3 รายงานสินค้าและวัตถุดิบ (ธุรกิจบริการไม่ต้องจัดทำ)</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>3.4 รายการเดินบัญชี / หลักฐานการจ่ายเงิน</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>3.5 หลักฐานการบันทึกบัญชี เช่น GL TB อื่นๆ</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>3.6 สัญญาหรือบันทึกข้อตกลง หรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการเพิ่มเติม เช่น</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>3.6.1 ธุรกิจส่งออกสินค้า ให้จัดเตรียมเอกสารหลักฐานตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 97/2543 เช่น สำเนาใบขนสินค้าขาออก หลักฐานการชำระเงินเช่น หลักฐานการเปิด LC</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>3.6.2 ธุรกิจโรงแรม ให้จัดเตรียมเอกสารหลักฐาน เช่น บัตรทะเบียนผู้พักโรงแรม (ร.ร.3) สัญญาการเช่าหรือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>3.6.3 ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ให้จัดเตรียมเอกสารหลักฐาน เช่น สัญญาการเป็นตัวแทนจำหน่าย สัญญาจองรถยนต์ หรือใบสั่งจองรถยนต์</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>3.6.4 ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ให้จัดเตรียมเอกสารหลักฐาน เช่น สัญญาจ้าง BOQ</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>3.7 เอกสารเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางภาษีอื่น เช่น หัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคค ภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์</p>
<p><strong>ข้อ 4 การเข้าพบเจ้าพนักงานสรรพากร การตรวจสอบ และผลการยื่นขอคืนภาษี </strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>4.1 การเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อชี้แจงและส่งมอบเอกสาร ผู้ประกอบการสามารถเข้าพบเจ้าพนักงานด้วยตนเองตามช่องทางที่เจ้าพนักงานสรรพากรแจ้งไว้ หรือกรณีไม่สามารถเข้าพบเจ้าพนักงานสรรพากรด้วยตนเองได้ ผู้ประกอบการสามารถมอบอำนาจแก่ผู้ที่ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการ พร้อมปิดอากรแสตมป์หนังสือมอบอำนาจได้</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>4.2 ในการตรวจสอบการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม เจ้าพนักงานสรรพากรอาจตรวจสอบขยายผลไปถึงประเด็นทางภาษีอื่นๆ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเตรียมเอกสารอื่นๆ เพิ่มเติม รวมทั้งหากมีประเด็นความผิด อาจต้องรับผิดในการเสียภาษี เบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มตามกฎหมาย</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>4.3 กรณีเจ้าพนักงานสรรพากรตรวจสอบแล้ว <strong>ไม่พบความผิด</strong> ผู้ประกอบการจะได้<u>รับภาษีคืนตามจำนวน</u>ที่ได้ยื่นแบบขอคืนภาษีไว้ แต่หากเจ้าพนักงานสรรพากรตรวจสอบ<strong>พบประเด็นความผิด</strong> ผู้ประกอบการอาจได้รับภาษี<u>คืนน้อยกว่า</u>จำนวนที่ได้ยื่นแบบขอคืนภาษีไว้ หรืออาจ<u>ไม่ได้รับคืน</u>ภาษีเลย หรืออาจ<u>ถูกประเมินให้เสียภาษี เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม</u>ตามกฎหมายต่อไป</p>
<p><strong>ข้อ 5 การยื่นอุทธรณ์</strong></p>
<p>หากผลการตรวจสอบพบประเด็นความผิด หรือหากไม่เห็นด้วยกับผลการคืนภาษี ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำร้องขออุทธรณ์ได้ โดยใช้แบบคําอุทธรณ์ (ภ.ส.6) ต่อสำนักงานสรรพากรภาคที่รับผิดชอบ หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือ LTO (กรณีอยู่ภายใต้การกำกับดูแล) และต้องยื่นคำร้องภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ดังนี้</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>5.1 ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคืนภาษีอากร (ค.20) หรือหนังสือแจ้งไม่คืนเงินภาษีอากร (ค.30)</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>5.2 ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.72/ ภ.พ.72.1) หรือหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.73/ ภ.พ.73.1)</p>
<p>นอกจากนี้ หากมีการพิจารณาวินิจฉัยในชั้นคณะกรรมการอุทธรณ์แล้ว ผู้ประกอบการยังไม่เห็นด้วย อาจดำเนินคดีทางศาลต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : <a href="https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/lorkhor/newspr/2025/vat_refund.pdf">https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/lorkhor/newspr/2025/vat_refund.pdf</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/8809">5 ข้อ ที่ผู้ประกอบการควรรู้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/8809/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>กรมสรรพากรลงนาม MOU กับกรมการขนส่งทางบก ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อยกระดับการจัดเก็บภาษี</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/8806</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/8806#respond</comments>
				<pubDate>Thu, 25 Sep 2025 06:28:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8806</guid>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 อธิบดีกรมสรรพากรและอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ณ กรมสรรพากร เพื่อเพิ่มปร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/8806">กรมสรรพากรลงนาม MOU กับกรมการขนส่งทางบก ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อยกระดับการจัดเก็บภาษี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 อธิบดีกรมสรรพากรและอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ณ กรมสรรพากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีอากรให้ครอบคลุมและเป็นธรรม ควบคู่กับการยกระดับการให้บริการประชาชนของทั้งสองหน่วยงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p>โดย MOU ดังกล่าว ส่วนหนึ่งจัดทำขึ้น เพื่อให้<u>กรมสรรพากรสามารถนำข้อมูลตามพระราชบัญญัติรถยนต์และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก เช่น ข้อมูลการจดทะเบียน ข้อมูลการขนส่งและตรวจสภาพรถ มาบูรณาการ</u>กับข้อมูลภายในและข้อมูลภายนอกที่กรมสรรพากรได้รับจากหน่วยงานอื่น ด้วยวิธีการทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย เพื่อนำผลลัพธ์ไปใช้ในการสำรวจและตรวจสอบภาษีการขยายฐานการจัดเก็บภาษีอากร ให้ครอบคลุมกลุ่มบุคคลที่มีเงินได้ รวมถึงพิจารณาความเสี่ยงเพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : <a href="https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/news/2568thai/news37_2568.pdf">https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/news/2568thai/news37_2568.pdf</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/8806">กรมสรรพากรลงนาม MOU กับกรมการขนส่งทางบก ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อยกระดับการจัดเก็บภาษี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/8806/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/press-releases/8795</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/press-releases/8795#respond</comments>
				<pubDate>Tue, 23 Sep 2025 07:47:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8795</guid>
				<description><![CDATA[<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 798) พ.ศ. 2568 กำหนดมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังต่อไปนี้ &#038;nbs [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/press-releases/8795">มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 798) พ.ศ. 2568 กำหนดมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังต่อไปนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>1.สิทธิประโยชน์ทางภาษี</strong></p>
<p>ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้เท่ากับรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเพื่อการลงทุนในยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ แต่ไม่ไช่เป็นการซ่อมแชมให้คงสภาพเดิมตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร ที่ได้จ่ายไป<strong><u>ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568</u></strong> เป็นจำนวนดังต่อไปนี้</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>(1) ร้อยละ 100</strong> ของรายจ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริง สำหรับรายจ่ายเพื่อการลงทุนในยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่<strong><u>ผลิตหรือประกอบ</u></strong>ในประเทศไทย</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span>(2) ร้อยละ 50</strong> ของรายจ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริง สำหรับรายจ่ายเพื่อการลงทุนในยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่<strong><u>ประกอบสำเร็จรูปและนำเข้ามาทั้งคัน</u></strong></p>
<p><strong>2.ลักษณะของยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ </strong>ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>(1) เป็นรถโดยสารหรือรถบรรทุกที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ที่ได้จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>(ก) กรณีรถโดยสาร ต้องเป็นรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ได้แก่ รถปรับอากาศพิเศษ รถปรับอากาศ รถที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ รถ 2 ชั้น รถกึ่งพ่วง และรถโดยสารเฉพาะกิจ</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>(ข) กรณีรถบรรทุก ต้องเป็นรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของตามลักษณะที่กำหนดที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ได้แก่ รถกระบะบรรทุก รถตู้บรรทุก รถบรรทุกของเหลว รถบรรทุกวัสดุอันตราย รถบรรทุกเฉพาะกิจ และรถลากจูง</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>(2) ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>(3) เป็นรถที่นำมาหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินได้ตามมาตรา 65 ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากร โดยต้องได้มาและอยู่ในสภาพพร้อมใช้การตามประสงค์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>(4) ไม่เป็นรถที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นตามพระราชกฤษฎีกาอื่นที่ออกตามความในประมวลรัษฎากร ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>(5) ไม่เป็นรถที่นำไปใช้ในกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน กฎหมายว่าด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือกฎหมายว่าด้วยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทั้งนี้ รายละเอียดเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด</p>
<p>ที่มา : <a href="https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/dc798.pdf">https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/dc798.pdf</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/press-releases/8795">มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/press-releases/8795/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>สำนักกฎหมายธรรมนิติ ได้รับเกียรติในการบรรยายในหัวข้อ &#8220;Living Will และพินัยกรรมทางเลือกที่ดีสำหรับตนเองและการจัดการทรัพย์สินในปลายทางชีวิต&#8221;</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/press-releases/8731</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/press-releases/8731#respond</comments>
				<pubDate>Tue, 24 Jun 2025 03:04:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8731</guid>
				<description><![CDATA[<p>     เนื่องจากเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568 นายวันวิสา ศิลาทอง กรรมการบริหารบริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด ได้รับเชิญจาก มูลนิธิชีวิตพัฒนา  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/press-releases/8731">สำนักกฎหมายธรรมนิติ ได้รับเกียรติในการบรรยายในหัวข้อ &#8220;Living Will และพินัยกรรมทางเลือกที่ดีสำหรับตนเองและการจัดการทรัพย์สินในปลายทางชีวิต&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>เนื่องจากเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568 นายวันวิสา ศิลาทอง กรรมการบริหารบริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด ได้รับเชิญจาก มูลนิธิชีวิตพัฒนา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ให้เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ &#8220;Living Will และพินัยกรรมทางเลือกที่ดีสำหรับตนเองและการจัดการทรัพย์สินในปลายทางชีวิต&#8221;</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8733" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/06/l03-6-68.jpg" alt="" width="768" height="576" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/06/l03-6-68.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/06/l03-6-68-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>การบรรยายครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านกฎหมายให้แก่ผู้สนใจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตะหนักในประเด็นการวางแผนชีวิตช่วงปลายทางและการบริหารจัดการทรัพย์สินอย่างเหมาะสม อนึ่ง การบรรยายเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความมีส่วนร่วมของผู้รับฟังการบรรยาย</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8734" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/06/l02-6-68.jpg" alt="" width="768" height="576" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/06/l02-6-68.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/06/l02-6-68-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>บริษัทฯ ขอขอบคุณมูลนิธิฯ ที่เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการเผลแพร่ความรู้ทางกฎหมายที่เป็นประโยชน์ และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการสร้างความเข้าใจแก่สังคมในประเด็นสำคัญเหล่านี้ต่อไป</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8732" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/06/l04-6-68.jpg" alt="" width="568" height="758" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/06/l04-6-68.jpg 568w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/06/l04-6-68-225x300.jpg 225w" sizes="(max-width: 568px) 100vw, 568px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8735" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/06/l01-6-68.jpg" alt="" width="768" height="576" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/06/l01-6-68.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/06/l01-6-68-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/press-releases/8731">สำนักกฎหมายธรรมนิติ ได้รับเกียรติในการบรรยายในหัวข้อ &#8220;Living Will และพินัยกรรมทางเลือกที่ดีสำหรับตนเองและการจัดการทรัพย์สินในปลายทางชีวิต&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/press-releases/8731/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ใหม่!!! การปันส่วนภาษีซื้อ จากการขายสินค้านอกราชอาณาจักร โดยผู้ประกอบการจดทะเบียน</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/8480</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/8480#respond</comments>
				<pubDate>Fri, 07 Feb 2025 03:49:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8480</guid>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 กรมสรรพากรได้ออกคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.164/2568 เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการตรวจและแนะนำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/8480">ใหม่!!! การปันส่วนภาษีซื้อ จากการขายสินค้านอกราชอาณาจักร โดยผู้ประกอบการจดทะเบียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 กรมสรรพากรได้ออกคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.164/2568 เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการตรวจและแนะนำเกี่ยวกับการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายสินค้านอกราชอาณาจักรโดยผู้ประกอบการจดทะเบียน โดยมีสาระสำคัญดังนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>1.<u>ยกเลิกข้อ 3 วรรคสอง</u> ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.89/2542 เกี่ยวกับการเฉลี่ยภาษีซื้อของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ขายสินค้านอกราชอาณาจักร <u>ความเดิม</u>ดังนี้</strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>“ข้อ 3 ภาษีซื้อที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามข้อ 1 และ ข้อ 2 ได้เสียไปเนื่องจากการประกอบกิจการขายสินค้านอกราชอาณาจักร ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่มีสิทธินำไปหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากต้องห้ามตามมาตรา 82/5(6) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p><strong><u>กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง</u><u> ประกอบกิจการขายสินค้าในราชอาณาจักรซึ่งอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากรด้วย ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวเฉลี่ยภาษีซื้อที่จะนำไปหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด ตามมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร</u></strong>”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>2.กำหนดให้เพิ่มการปันส่วนภาษีซื้อเกี่ยวกับการขายสินค้านอกราชอาณาจักร โดยผู้ประกอบการจดทะเบียน ดังต่อไปนี้</strong></p>
<p><strong><u>&#8220;ข้อ 3/1 กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนประกอบกิจการทั้งประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและประเภทที่ไม่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร โดยผู้ประกอบการได้นำสินค้าหรือบริการที่ได้มาหรือได้รับมาไปใช้ในการประกอบกิจการทั้งสองประเภทให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนปันส่วนภาษีซื้อตามสัดส่วนรายได้ของกิจการประเภทที่ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มออกก่อน แล้วจึงนำภาษีซื้อส่วนที่เหลือจากการปันส่วนไปหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร</u></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><u>ตัวอย่าง</u></strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ในเดือนภาษีพฤษภาคม บริษัท ก. เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน มีรายได้จากการขายสินค้าในประเทศไทยจำนวน 16 ล้านบาท และรายได้จากการขายสินค้าที่มีการทำสัญญาซื้อขายและส่งมอบสินค้ากันในต่างประเทศเป็นเงินจำนวน 4 ล้านบาท (คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20 ของรายได้ทั้งหมด) บริษัท ก. มีภาษีซื้ออซึ่งไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นภาษีซื้อของกิจการประเภทใดจำนวน 1 ล้านบาท ดังนั้น บริษัท ก. จะต้องปันส่วนภาษีซื้อออกก่อนร้อยละ 20 ตามสัดส่วนรายได้ของกิจการประเภทที่ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มคิดเป็นจำนวน 2 แสนบาท แล้วบริษัท ก. จึงมีสิทธินำภาษีซื้อส่วนที่เหลือจากการปันส่วนจำนวน 8 แสนบาท ไปหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนภาษีดังกล่าว&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><u>&#8220;ข้อ 3/2 กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนประกอบกิจการทั้งประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (กิจการประเภทที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม กิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ และกิจการประเภทที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ) และประเภทที่ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร โดยผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นนั้นได้นำสินค้าหรือบริการที่ได้มาหรือได้รับมาไปใช้ในการประกอบกิจการทั้งสามประเภท ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนปันส่วนภาษีซื้อตามสัดส่วนรายได้ของกิจการประเภทที่ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มออกก่อน แล้วจึงนำเฉพาะภาษีซื้อส่วนที่เหลือจากการปันส่วนมาเฉลี่ยภาษีซื้อตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเฉลี่ยภาษีซื้อตามมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2535</u></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><u>ตัวอย่าง</u></strong></p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>บริษัท ข. เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ประกอบกิจการขายไก่สดในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ ในปี 2566 บริษัท ข. มีรายได้จากกิจการขายไก่สดโดยการส่งออกไปต่างประเทศซึ่งต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มคิดเป็นจำนวนร้อยละ 50 และรายได้จากกิจการขายไก่สดในประเทศไทยซึ่งไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มคิดเป็นจำนวนร้อยละ 50</p>
<p><strong><span style="color: #004ab3;"><strong style="font-size: 1rem;"><code>     </code></strong></span></strong>ต่อมาเดือนภาษีพฤษภาคม 2567 บริษัท ข. มีรายได้จากการส่งออกไก่สดไปต่างประเทศ จำนวน 6 ล้านบาท รายได้จากการขายไก่สดในประเทศไทยจำนวน 10 ล้านบาท และรายได้จากการขายไก่สดที่ซื้อจากผู้ขายที่ต่างประเทศและส่งมอบสินค้าให้แก่ลูกค้าในต่างประเทศจำนวน 4 ล้านบาท (คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20 ของรายได้ทั้งหมด) บริษัท ข. มีภาษีซื้อซึ่งไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นของกิจการประเภทใดจำนวน 1 ล้านบาท ดังนั้น บริษัท ข. จะต้องปันส่วนภาษีซื้อออกก่อนร้อยละ 20 ตามสัดส่วนรายได้ของกิจการประเภทที่ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มคิดเป็นจำนวน 2 แสนบาท แล้วจึงนำภาษีซื้อส่วนที่เหลือจากการปันส่วนจำนวน 8 แสนบาท มาเฉลี่ยภาษีซื้อตามส่วนของรายได้ของปีที่ผ่านมา (รายได้ของปี 2566 คิดเป็นอัตราส่วน 50 : 50) บริษัท ข จึงมีสิทธินำภาษีซื้อเฉพาะส่วนที่เฉลี่ยได้ตามส่วนของรายได้ของกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 4 แสนบาท ไปหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนภาษีพฤษภาคม 2567&#8243;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา <a href="https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/dn164A.pdf">https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/dn164A.pdf</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/8480">ใหม่!!! การปันส่วนภาษีซื้อ จากการขายสินค้านอกราชอาณาจักร โดยผู้ประกอบการจดทะเบียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/8480/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>มาตรการ Easy E-Receipt 2.0 ลดหย่อนภาษีสูงสุด 50,000 บาท</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/8465</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/8465#respond</comments>
				<pubDate>Mon, 06 Jan 2025 09:18:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8465</guid>
				<description><![CDATA[<p>สืบเนื่องจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2567 อนุมัติหลักการมาตรการ “Easy E-Receipt 2.0” เพื่อสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศในช่ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/8465">มาตรการ Easy E-Receipt 2.0 ลดหย่อนภาษีสูงสุด 50,000 บาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>สืบเนื่องจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2567 อนุมัติหลักการมาตรการ “Easy E-Receipt 2.0” เพื่อสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศในช่วงต้นปี 2568 โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่บุคคลธรรมดา กรณีซื้อสินค้าหรือรับบริการตามที่กฎหมายกำหนดสูงสุดถึง 50,000 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 โดยสามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้</p>
<p><strong><u>1.สิทธิประโยชน์</u></strong></p>
<p>1.1 ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (แต่ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล) สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ <strong><u>ตามจำนวนที่จ่ายแต่ไม่เกิน 50,000 บาท</u></strong></p>
<p>1.2 ผู้ใช้สิทธิจะต้องซื้อสินค้าหรือรับบริการในราชอาณาจักร <strong><u>ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568</u></strong> ผู้มีเงินได้ต้องมีหลักฐานเป็นใบกำกับภาษีอีเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) หรือ ใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) เท่านั้น</p>
<p>1.3 ค่าซื้อสินค้าหรือบริการที่สามารถนำมาหักค่าลดหย่อนตามมาตรการนี้ ได้แก่</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8466" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/01/vat1-1.jpg" alt="" width="817" height="635" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/01/vat1-1.jpg 817w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/01/vat1-1-300x233.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/01/vat1-1-768x597.jpg 768w" sizes="(max-width: 817px) 100vw, 817px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><u>2.หลักเกณฑ์และเงื่อนไข</u></strong></p>
<p>2.1 ให้หักค่าลดหย่อนค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการในราชอาณาจักรดังนี้</p>
<p>2.1.1 หักลดหย่อนตามที่จ่ายจริง<strong><u>แต่ไม่เกิน 30</u></strong><strong><u>,000 บาท</u></strong> สำหรับค่าซื้อสินค้า หรือค่าบริการที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยต้องมีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) แบบเต็มรูปเป็นหลักฐาน หรือผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการที่ไม่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยต้องมีใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) เป็นหลักฐาน <strong>และ</strong></p>
<p>2.1.2 หักลดหย่อนได้เพิ่มอีกตามจำนวนที่จ่ายจริง<strong><u>แต่ไม่เกิน 20</u></strong><strong><u>,000 บาท</u></strong> สำหรับค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการดังต่อไปนี้โดยต้องมี e-Tax Invoice แบบเต็มรูป หรือ e-Receipt เป็นหลักฐาน</p>
<p>(1) ค่าซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว</p>
<p>(2) ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการที่จ่ายให้แก่วิสาหกิจชุมชนที่ได้จดทะเบียนต่อกรมส่งเสริมการเกษตร</p>
<p>(3) ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการที่จ่ายให้แก่วิสาหกิจเพื่อสังคมที่ได้จดทะเบียนต่อสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม</p>
<p><strong>ทั้งนี้ ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการตามข้อ 2.1.1 จะเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการตาม ข้อ 2.1.2 ก็ได้ เช่น ซื้อสินค้า </strong><strong>OTOP 50,000 บาท สามารถหักค่าลดหย่อนได้ 50,000 บาท</strong></p>
<p>2.2 <strong>e-Tax Invoice และ e-Receipt ต้องระบุชื่อและนามสกุล ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (เลขประจำตัวประชาชน) ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ</strong> เมื่อแจ้งข้อมูลส่วนบุคคลถูกต้องครบถ้วนแล้ว ข้อมูลการซื้อสินค้าและการรับบริการจะปรากฏใน My Tax Account ของผู้เสียภาษี และสามารถใช้ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีภาษี 2568</p>
<p>2.3 ผู้ใช้สิทธิสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการที่สามารถออก e-Tax Invoice หรือ e-Receipt ได้ที่เว็บไซด์กรมสรรพากรได้ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2568</p>
<p>&#8211; <a href="https://etax.rd.go.th/ETAXSEARCH/normal_person.html">https://etax.rd.go.th/ETAXSEARCH/normal_person.html</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><u>3.ถาม &#8211; ตอบ</u></strong> [1]</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8468" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/01/vat1-2.jpg" alt="" width="753" height="827" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/01/vat1-2.jpg 753w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/01/vat1-2-273x300.jpg 273w" sizes="(max-width: 753px) 100vw, 753px" /></p>
<p>[1] <a style="font-size: 1rem;" href="https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/lorkhor/newsbanner/2024/12/Q_A_Easy_E-Receipt_2.0_25122567.pdf">https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/lorkhor/newsbanner/2024/12/Q_A_Easy_E-Receipt_2.0_25122567.pdf</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/8465">มาตรการ Easy E-Receipt 2.0 ลดหย่อนภาษีสูงสุด 50,000 บาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/8465/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา !!! ช่วยค่าซ่อมบ้านและค่าซ่อมรถ</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/8458</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/8458#respond</comments>
				<pubDate>Wed, 04 Dec 2024 03:33:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8458</guid>
				<description><![CDATA[<p>ข่าวเด่นกรมสรรพากร ระบุว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 อนุมัติหลักการมาตรการภาษีช่วยค่าซ่อมบ้านและมาตรการภาษีช่วยค่าซ่อมรถ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/8458">ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา !!! ช่วยค่าซ่อมบ้านและค่าซ่อมรถ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>ข่าวเด่นกรมสรรพากร ระบุว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 อนุมัติหลักการมาตรการภาษีช่วยค่าซ่อมบ้านและมาตรการภาษีช่วยค่าซ่อมรถ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแชมทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2567 เป็นต้นมา สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<ol>
<li><strong><u> มาตรการภาษีช่วยค่าซ่อมบ้าน</u></strong></li>
</ol>
<p>ให้ผู้มีเงินได้ (ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคล) หักลดหย่อนค่าซ่อมแชมบ้านที่จ่ายไประหว่างวันที่ 16 สิงหาคม 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ตามจำนวนที่จ่ายจริง <strong><u>แต่รวมกันทั้งหมดแล้วไม่เกิน 100,000 บาท</u></strong> ทั้งนี้ บ้านที่ได้รับความเสียหายต้องอยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหรือเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน</p>
<p>&nbsp;</p>
<ol start="2">
<li><strong><u> มาตรการภาษีช่วยค่าซ่อมรถ</u></strong></li>
</ol>
<p>ให้ผู้มีเงินได้ (ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคล) หักลดหย่อนค่าซ่อมแชมรมรถที่จ่ายไประหว่างวันที่ 16 สิงหาคม 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ตามจำนวนที่จ่ายจริง <strong><u>แต่รวมกันทั้งหมดแล้วไม่เกิน 30,000 บาท</u></strong> ทั้งนี้ รถที่ได้รับความเสียหายต้องอยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหรือเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/8458">ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา !!! ช่วยค่าซ่อมบ้านและค่าซ่อมรถ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/8458/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ประกาศ!!! ยกเว้น VAT สำหรับการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/8387</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/8387#respond</comments>
				<pubDate>Mon, 30 Sep 2024 07:11:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8387</guid>
				<description><![CDATA[<p>เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัล พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 788) พ.ศ.2567 จึงกำหนดให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/8387">ประกาศ!!! ยกเว้น VAT สำหรับการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัล พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 788) พ.ศ.2567 จึงกำหนดให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการโอนคริปโทเคอร์เรนชีหรือโทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์ที่ได้กระทำในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><u>ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (</u></strong><strong><u>VAT) สำหรับการโอนคริปโทเคอร์เรนชีหรือโทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์ที่ได้กระทำในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล กระทำผ่านนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล กระทำโดยผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล หรือโอนให้แก่ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป</u></strong></p>
<p><strong><em> </em></strong></p>
<p><em>ทั้งนี้ <strong>&#8220;โทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์</strong>&#8221; หมายความว่า โทเคนดิจิทัลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดสิทธิในการได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการหรือสิทธิอื่นใดที่เฉพาะเจาะจงตามที่กำหนดในข้อตกลงระหว่างผู้ออกและผู้ถือ และหน่วยแสดงสิทธิอื่นที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนด ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล</em></p>
<p>ที่มา <a href="https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/dc788.pdf">https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/dc788.pdf</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/8387">ประกาศ!!! ยกเว้น VAT สำหรับการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/8387/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ประกาศ!!! ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับส่วนแบ่งของกำไรจากการถือครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/8373</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/8373#respond</comments>
				<pubDate>Fri, 27 Sep 2024 07:04:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8373</guid>
				<description><![CDATA[<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 789) พ.ศ.2567 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับส่วนแบ่งของกำไรถือครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดัง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/8373">ประกาศ!!! ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับส่วนแบ่งของกำไรจากการถือครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 789) พ.ศ.2567 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับส่วนแบ่งของกำไรถือครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้</p>
<ol>
<li>ผู้มีเงินได้ซึ่ง<strong><u>ได้รับเงินส่วนแบ่งของกำไรหรือผลประโยชน์อื่นใดในลักษณะเดียวกันที่ได้จากการถือหรือครอบครองโทเคนดิจิทัล</u></strong>เพื่อการลงทุนตามมาตรา 40 (4) (ซ) แห่งประมวลรัษฎากร และ</li>
<li>ผู้จ่ายเงินได้ได้<strong><u>หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้ว ตามมาตรา 50 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ในอัตราร้อยละ 15</u></strong> ของเงินส่วนแบ่งของกำไรหรือผลประโยชน์อื่นใดในลักษณะเดียวกัน</li>
<li>เมื่อถึงกำหนดยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมิน <strong><u>ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินส่วนแบ่งของกำไรหรือผลประโยชน์อื่นใดในลักษณะเดียวกันดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้</u></strong></li>
<li>การได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาดังกล่าว สำหรับเงินส่วนแบ่งของกำไรหรือผลประโยชน์อื่นใดในลักษณะเดียวกันที่<strong><u>ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567</u></strong> และเฉพาะกรณีที่ผู้มีเงินได้<strong><u>ไม่ขอรับภาษีที่ถูกหักไว้นั้นคืนหรือไม่ขอเครดิตภาษี</u></strong>ที่ถูกหักไว้นั้นไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน</li>
</ol>
<p><em> </em></p>
<p><em>ทั้งนี้ &#8220;<strong>โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน&#8221;</strong> หมายความว่า โทเคนดิจิทัลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดสิทธิของบุคคลในการเข้าร่วมลงทุนในโครงการหรือกิจการใดๆ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล</em></p>
<p><em> </em></p>
<p>ที่มา <a href="https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/dc789.pdf">https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/dc789.pdf</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/8373">ประกาศ!!! ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับส่วนแบ่งของกำไรจากการถือครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/8373/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
	</channel>
</rss>
