<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ธรดล จันทรศัพท์ &#8211; สำนักกฎหมายธรรมนิติ</title>
	<atom:link href="https://www.dlo.co.th/author/taradolc/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.dlo.co.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 29 Nov 2019 03:39:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.3.5</generator>
	<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนพฤษภาคม 2559</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2631</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2631#respond</comments>
				<pubDate>Wed, 01 Jun 2016 20:52:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ธรดล จันทรศัพท์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2631</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’S Tax Newsletter ฉบับที่ 65 เดือนพฤษภาคม 2559   กฎหมายใหม่ล่าสุด ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่ SME  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2631">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนพฤษภาคม 2559</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center;"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></h3>
<h3 style="text-align: center;"><strong>DLO’S Tax Newsletter</strong></h3>
<p style="text-align: right;"><strong>ฉบับที่ 65 </strong><strong>เดือนพฤษภาคม 2559</strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<h4><span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></h4>
<h5>ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่ SME ที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมาย</h5>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 602) พ.ศ. 2559 ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่นิติบุคคลซึ่งมีรายได้จากการขายสินค้าและให้บริการจากกิจการที่ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมายเป็นระยะเวลา 5 รอบระยะเวลาบัญชี โดยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้</p>
<ol>
<li>ต้องจดทะเบียนตั้งนิติบุคคลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559</li>
<li>มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทและมีรายได้จากการขายสินค้าและให้บริการในรอบระบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท</li>
<li>มีรายได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการของกิจการที่ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมายไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของรายได้ทั้งหมดในรอบระยะเวลาบัญชี</li>
<li>ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร</li>
<li>ไม่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน</li>
<li>ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด</li>
</ol>
<p>ทั้งนี้ สภาพของกิจการ หลักเกณฑ์การได้สิทธิ การถูกเพิกถอนต้องเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาและประกาศอธิบดีกรมสรรพากรกำหนดและให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2559 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/zAJrQ9">https://goo.gl/zAJrQ9</a>, <a href="https://goo.gl/cvW4TB">https://goo.gl/cvW4TB</a></p>
<h5>ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SME</h5>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 603) พ.ศ. 2559 แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 530) พ.ศ. 2554 โดยลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทและมีรายได้จากการขายสินค้าและให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท (SME) ดังนี้</p>
<table width="639" cellspacing="0" cellpadding="7">
<colgroup>
<col width="124" />
<col width="272" />
<col width="198" /> </colgroup>
<tbody>
<tr>
<td width="124">
<p style="text-align: center;"><strong>กำไรสุทธิ</strong></p>
</td>
<td width="272">
<p style="text-align: center;"><strong>รอบบัญชีที่เริ่มระหว่าง 1 ม.ค. 58-31 ธ.ค. 59</strong></p>
</td>
<td width="198">
<p style="text-align: center;"><strong>รอบบัญชีที่เริ่มตั้งแต่ 1 ม.ค. 60</strong></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td width="124">
<p style="text-align: center;">0-300,000</p>
</td>
<td width="272">
<p style="text-align: center;">ยกเว้น</p>
</td>
<td width="198">
<p style="text-align: center;">ยกเว้น</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td width="124">
<p style="text-align: center;">300,001-3,000,000</p>
</td>
<td rowspan="2" width="272">
<p style="text-align: center;">10%</p>
</td>
<td width="198">
<p style="text-align: center;">15%</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td width="124">
<p style="text-align: center;">3,000,001 ขึ้นไป</p>
</td>
<td width="198">
<p style="text-align: center;">20%</p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p>อนึ่ง สำหรับกำไรสุทธิส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาท SME ยังคงได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 7 (2) แห่งพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 530) พ.ศ. 2554</p>
<p>ทั้งนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2559 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/BAfBxP">https://goo.gl/BAfBxP </a></p>
<h5>สิทธิประโยชน์ทางภาษีกรณีนิติบุคคลจ่ายเงินเพื่อการลงทุน</h5>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ. 2559 ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้เท่ากับรายจ่ายที่ได้จ่ายเพื่อการลงทุน ต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการแต่ต้องไม่ใช่เป็นการซ่อมแซม เป็นจำนวน 100% (1 เท่า) ของรายจ่ายนั้นโดยต้องเป็นรายจ่ายที่จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559</p>
<p>ทั้งนี้ ลักษณะทรัพย์สิน หลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่จะได้รับยกเว้นต้องเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวและที่ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 266) กำหนด และให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2559 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/44S5i0">https://goo.gl/44S5i0 </a> , <a href="https://goo.gl/nGJWun">https://goo.gl/nGJWun </a> และ <a href="https://goo.gl/86HUqH">https://goo.gl/86HUqH</a></p>
<h5>ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากรณีจ่ายเงินเข้ากองทุนการออมฯและรับประโยชน์จากกองทุนการออมฯ</h5>
<p>รมว. คลังออกกฎกระทรวงฉบับที่ 314 (พ.ศ. 2559) กำหนดให้เงินได้พึงประเมินดังต่อไปนี้ ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</p>
<ol>
<li>เงินได้เท่าที่สมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติจ่ายเป็นเงินสะสมเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 500,000 บาทในปีภาษีหนึ่งๆ</li>
<li>เงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ที่ได้รับจากกองทุนการออมแห่งชาติเนื่องจากสมาชิกกองทุนทุพพลภาพ หรือสิ้นสมาชิกภาพเนื่องจากอายุครบกำหนด</li>
</ol>
<p>ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่จะได้รับยกเว้นต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงดังกล่าวและประกาศอธิบดีกรมสรรพากรกำหนด และให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปี 2558 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/rP8nnK">https://goo.gl/rP8nnK </a></p>
<h5>กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับรายจ่ายเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม</h5>
<p>กระทรวงการคลังออกประกาศเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 391) ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2559 กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับรายจ่ายเพื่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 598) พ.ศ. 2559 มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้</p>
<ol>
<li>ต้องเป็นรายจ่ายเพื่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้แก่หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ได้รับการประกาศกำหนดจากอธิบดีกรมสรรพากร</li>
<li>ต้องเป็นการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีลักษณะตามประกาศฉบับนี้</li>
<li>ต้องยื่นโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่อสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือหน่วยงานอื่นที่รัฐมนตรีจะได้ประกาศกำหนด เพื่อให้ตรวจสอบและรับรองว่าเป็นโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษี</li>
<li>บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอาจได้รับสิทธิโดยไม่ต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมตามข้อ 3 หากว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด</li>
</ol>
<p>ทั้งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/hn5AIb">https://goo.gl/hn5AIb</a></p>
<h5>กำหนดหลักเกณฑ์การได้รับยกเว้นภาษีกรณีการบริจาคเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการกีฬา</h5>
<p>ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 596) พ.ศ. 2559 ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับการบริจาคเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการกีฬานั้นอธิบดีกรมสรรพากรได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการได้รับยกเว้นเพิ่มเติม โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้</p>
<ol>
<li>กรณีบุคคลธรรมดาจะต้องบริจาคเป็นเงินเท่านั้น</li>
<li>กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถบริจาคเป็นเงิน ทรัพย์สิน หรือสินค้า</li>
<li>ผู้จะขอใช้สิทธิต้องมีเอกสารหลักฐานจากผู้รับบริจาค เพื่อประกอบการยกเว้นภาษีดังกล่าว เช่น ใบเสร็จรับเงิน หนังสือขอบคุณ ใบประกาศเกียรติคุณ เป็นต้น</li>
</ol>
<p>อนึ่ง ต้องเป็นการบริจาคตามเงื่อนไขที่พระราชกฤษฎีกากำหนดและให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/zoxUp0">https://goo.gl/zoxUp0</a> และ <a href="https://goo.gl/SrfD99">https://goo.gl/SrfD99</a></p>
<h5>กำหนดหลักเกณฑ์ยื่นคำขอเป็นผู้รับทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม</h5>
<p>ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 598) พ.ศ. 2559 ให้สิทธินำรายจ่ายเพื่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จ่ายให้แก่หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนตามที่อธิบดีประกาศกำหนดลงเป็นรายจ่ายได้ 3 เท่าตามที่จ่ายจริงนั้น</p>
<p>อธิบดีกรมสรรพากรได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นคำขอเป็นผู้รับทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม สำหรับหน่วยงานที่ประสงค์เป็นผู้รับทำวิจัยโดยให้ยื่นคำขอที่สำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่กรมสรรพากร หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่สำนักงานตั้งอยู่</p>
<p>ทั้งนี้ ลักษณะงานวิจัย พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม แบบคำขอ เอกสารประกอบการยื่นและเงื่อนไขอื่นๆ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ประกาศกำหนด</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/E7q4W8">https://goo.gl/E7q4W8</a></p>
<h5>แก้ไขหลักเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ขายสินค้าให้ผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรที่มีสิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม</h5>
<p>อธิบดีกรมสรรพากรได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 209) แก้ไขหลักเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ขายสินค้าให้ผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรที่มีสิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ทั้งนี้ ไม่ต้องพิจารณาเงื่อนไขเรื่องจำนวนเงินทุนจดทะเบียนและมีความมั่นคงต่อเนื่องในการประกอบกิจการและมีประวัติการเสียภาษีอากรที่ดีอีกต่อไป</p>
<p>ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน 2559 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/xUgW2k">https://goo.gl/xUgW2k</a></p>
<h5>คำชี้แจงกรมสรรพากรเกี่ยวกับการหักภาษี ณ ที่จ่ายกรณีที่จ่ายเงินให้แก่นิติบุคคลประเภท SME ที่ได้จดแจ้งตามพระราชกำหนดยกเว้นและสนับสนุนการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2559</h5>
<p>ตามที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการไม่เกิน 30 ล้านบาท (SME) ซึ่งได้จดแจ้งตามเงื่อนไขที่พระราชกำหนดกำหนดซึ่งอาจได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 595) พ.ศ. 2558 นั้น</p>
<p>กรมสรรพากรออกคำชี้แจงว่าผู้จ่ายเงินได้ยังคงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่มีการจ่ายเงินได้นั้น เนื่องจากขณะจ่ายเงินยังไม่แน่ชัดว่า SME ดังกล่าวจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีตามพระราชกฤษฎีกาหรือไม่</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/PsgDBR">https://goo.gl/PsgDBR</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span></h4>
<h4>รัฐเตรียมออกกฎหมายยึด อายัดทรัพย์สินคนโกงภาษี</h4>
<p>เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2559 ครม. มีมติอนุมัติหลักการให้แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร เพื่อรองรับการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายของ Financial Action Task Force (FATF) โดยให้อธิบดีกรมสรรพากรมีอำนาจยึดหรืออายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวได้ หากมีหลักฐานเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดฐานหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือขอคืนภาษีอากรอันเป็นเท็จ</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/UjmQCb">https://goo.gl/UjmQCb</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></h4>
<h5>คำพิพากษาฎีกาที่ 687/2550</h5>
<p>ระหว่าง     บริษัท ก                             โจทก์</p>
<p>กับ           กรมสรรพากร ที่ 1 กับพวก     จำเลย</p>
<p>เรื่อง         การประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์</p>
<p>ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ได้เพิ่มทุนโดยออกหุ้นใหม่ โดยโจทก์ระบุว่าได้เรียกชำระเงินค่าหุ้นครบถ้วนแล้วตั้งแต่ปี 2533 แต่ยังไม่มีการเรียกรับเงินจริงและในงบการเงินปี 2535 และ 2536 กลับปรากฏว่าโจทก์ได้แสดงรายการในลักษณะที่ให้กรรมการและบุคคลอื่นกู้ยืมเงินดังกล่าวทุกปี อย่างไรก็ดีการให้กู้ยืมเงินดังกล่าวแม้จะเป็นการกู้ยืมเงินหลายครั้งแต่การกู้แต่ละครั้งเนื่องมาจากการเพิ่มทุนโดยการออกหุ้นใหม่เพียงครั้งเดียว จึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ให้กรรมการและผู้อื่นกู้ยืมเงินเป็นปกติแต่อย่างใด ดังนั้นโจทก์จึงมิได้ประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ โจทก์ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/2 (5) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<h5>ความเห็นทางกฎหมายเพิ่มเติม</h5>
<p>จากคดีข้างต้น มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ให้กรรมการและผู้อื่นกู้ยืมเงินหลายคราวถือเป็นการกรณีที่โจทก์ประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์อันจะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/2 (5) แห่งประมวลรัษฎากรหรือไม่ ในเรื่องนี้ศาลฎีกาฟังว่าแม้จะเป็นการกู้ยืมกันหลายครั้งก็ตาม แต่เมื่อเหตุแห่งการกู้ยืม ( หนี้ที่เกิดจากการเพิ่มทุน) เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว การที่โจทก์แสดงรายการบันทึกบัญชีว่าให้กรรมการและบุคคลอื่นกู้ยืมหลายครั้งก็ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์อันจะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ</p>
<p>สำหรับในเรื่องนี้นั้น ผู้เขียนเห็นว่าการที่จำเลยต่อสู้คดีโดยอ้างว่าการที่โจทก์ให้กรรมการและบุคคลอื่นกู้ยืมเงินหลายคราว เป็นการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์อันจะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะนั้น ผู้เขียนเห็นว่าการที่จะพิจารณาว่าการให้กู้ยืมลักษณะใดเป็นการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์หรือไม่นั้น นอกจากจะพิจารณาถึงจำนวนครั้งแล้วกรณียังต้องพิจารณาว่าผู้ให้กู้ให้กู้เงินเป็นปกติหรือไม่ ซึ่งคำว่า “ปกติ” เคยมีคำพิพากษาฎีกาที่ 702/2552 วินิจฉัยว่า คำว่า “โดยปกติ” มีความหมายว่าได้ประกอบกิจการดังกล่าวเช่นปฏิบัติมา ซึ่งเมื่อปรับใช้กับกรณีการให้กู้ยืมย่อมมีความหมายว่าเคยมีการให้กู้ยืมเงินกันมาหลายครั้ง ซึ่งคำว่าหลายครั้งนั้น ผู้เขียนเห็นว่าน่าจะหมายถึงมูลเหตุแห่งการกู้ยืม ( มูลหนี้) เกิดขึ้นหลายครั้งด้วย เพราะนอกจากให้กู้ยืมโดยปกติแล้ว ประมวลรัษฎากรมาตรา 91/2 (5) ยังกำหนดว่าต้องเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ด้วย ซึ่งธรรมชาติของการให้กู้ยืมเงินของกิจการธนาคารพาณิชย์ย่อมเกิดมาจากการให้กู้ยืมเงินจากหลายมูลหนี้ไม่ใช่มูลหนี้เดียว เมื่อข้อเท็จจริงในคดีปรากฏว่าเป็นการให้กู้ยืมจากมูลหนี้เพียงครั้งเดียว การให้กู้ยืมของโจทก์จึงไม่น่าจะเป็นการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์อันจะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ดังนั้น ผู้เขียนจึงเห็นว่าคำพิพากษาของศาลฎีกาชอบแล้ว</p>
<p style="text-align: center;">นายธรดล จันทรศัพท์<br />
ที่ปรึกษาภาษีอากร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใดๆเกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด 2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9753 Email:  <a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a>, <a href="mailto:sureelukt@dlo.co.th">sureelukt@dlo.co.th</a></p>
<div class="nl-box">
<div class="nl-box-services">
<p><strong><strong>    </strong>บริการกฎหมายภาษีอากร :</strong></p>
<p><strong>1. งานให้คำปรึกษาภาษี</strong></p>
<p><strong>2. งานขอคืนภาษี</strong></p>
<p><strong>3. งานวางแผนภาษี</strong></p>
<p><strong>4. งานตรวจสอบภาษี</strong></p>
<p><strong>5. งานกรอกแบบแสดงรายการภาษี</strong></p>
<p><strong>6. งานให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่</strong></p>
<p><strong>7. งานอุทธรณ์การประเมินภาษี</strong></p>
<p><strong>8. งานคดีภาษีอากร</strong></p>
<p><strong>    เป็นต้น</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact-title">
<p><strong>สอบถามบริการโปรดติดต่อ :</strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>กัมพล ทรัพย์ปรุง </strong></p>
<p><strong>+662 680-9724 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>พุทธิมา เกิดศิริ </strong></p>
<p><strong>+662 680-9751 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>สุรีย์ลักษณ์ ธนากิจไพศาล </strong></p>
<p><strong>+662 680-9753 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:sureelukt@dlo.co.th">sureelukt@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2631">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนพฤษภาคม 2559</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2631/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ลีสซิ่ง : การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายที่เปลี่ยนแปลงไป</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2622</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2622#respond</comments>
				<pubDate>Mon, 16 May 2016 03:22:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ธรดล จันทรศัพท์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2622</guid>
				<description><![CDATA[<p>&#160; นายธรดล&#160; จันทรศัพท์ &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/2622">ลีสซิ่ง : การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายที่เปลี่ยนแปลงไป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center;">&nbsp;</h3>
<h3 style="text-align: center;"><img class=" size-full wp-image-2621" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/05/1-news_13-7.png" alt="" width="550" height="287" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/05/1-news_13-7.png 700w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/05/1-news_13-7-300x156.png 300w" sizes="(max-width: 550px) 100vw, 550px" /></h3>
<p align="right">นายธรดล&nbsp; จันทรศัพท์</p>
<p align="right">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การให้เช่าทรัพย์สินแบบลีสซิ่งคือสัญญาให้เช่าทรัพย์สิน ซึ่งผู้ให้เช่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินและนำออกให้เช่าโดยให้คำมั่นว่า เมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่า ผู้เช่ามีสิทธิเลือกที่จะซื้อทรัพย์สินที่เช่าหรือส่งคืนทรัพย์สินนั้นแก่ผู้ให้เช่าก็ได้<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/sureelux/Desktop/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%20%E0%B8%93%20%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87.doc#_ftn1">[1]</a> จากความหมายดังกล่าวการเช่าแบบลีสซิ่งจึงถือเป็นการเช่าทรัพย์สินประเภทหนึ่งซึ่งโดยหลักผู้จ่ายค่าเช่าต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เดิมมีกฎหมาย<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/sureelux/Desktop/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%20%E0%B8%93%20%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87.doc#_ftn2">[2]</a>กำหนดให้การเช่าแบบลิสซิ่งที่เข้าเงื่อนไขทั้ง 3 ข้อดังต่อไปนี้ ได้รับยกเว้นไม่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายได้แก่&nbsp;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1. ผู้ให้เช่าเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 60 ล้านบาท</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2.ผู้เช่าเป็นนิติบุคคลและ</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 3. มีระยะเวลาเช่าตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปหรืออาจไม่ถึง 3 ปีก็ได้หากทรัพย์สินที่ให้เช่า ผู้ให้เช่ายึดมาจากผู้เช่ารายอื่น</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา อธิบดีกรมสรรพากรออกคำสั่งยกเลิกข้อยกเว้นดังกล่าว นอกจากนี้ยังให้ยกเลิกความหมายของคำว่า &#8220;การให้เช่าทรัพย์สินแบบลีสซิ่ง&#8221;<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/sureelux/Desktop/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%20%E0%B8%93%20%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87.doc#_ftn3">[3]</a> ด้วยผลของคำสั่งฉบับนี้ทำให้การจ่ายค่าเช่าแบบลีสซิ่ง นิติบุคคลผู้จ่ายค่าเช่ามีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายทุกกรณี</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อนึ่ง สำหรับการยกเลิกความหมายของคำว่า &#8220;สัญญาให้เช่าทรัพย์สินแบบลีสซิ่ง&#8221;นั้น ผู้เขียนเห็นว่าเป็นเพียงการยกเลิกเพื่อให้สอดคล้องกับความมุ่งหมายที่จะยกเลิกการยกเว้นการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายจากการเช่าลักษณะนี้เท่านั้น ตราบใดที่การเช่าทรัพย์สินมีข้อกำหนดว่า เมื่อสัญญาครบกำหนดผู้เช่ามีสิทธิเลือกซื้อทรัพย์สินที่เช่าหรือไม่ก็ได้ การเช่าเช่นนี้ก็ต้องถือว่าเป็นการเช่าแบบลีสซิ่งตามความหมายของกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อยู่นั่นเอง</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; นอกจากนี้ โปรดสังเกตว่าคำสั่งฉบับนี้ใช้บังคับสำหรับ<strong>การจ่ายค่าเช่า</strong>ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2559 เป็นต้นไป ดังนั้น แม้ขณะทำสัญญาเช่าแบบลีสซิ่ง ผู้จ่ายค่าเช่าจะได้รับยกเว้นไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายก็ตาม แต่หากมีการจ่ายค่าเช่าตั้งแต่วันดังกล่าว ผู้จ่ายค่าเช่าต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายทุกกรณี</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สำหรับอัตราภาษีที่ผู้จ่ายค่าเช่าต้องหักนั้นยังคงมี 4 อัตราได้แก่</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1. อัตราร้อยละ 15 สำหรับกรณีผู้ให้เช่าไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลเป็นผู้ซึ่งไม่ได้อยู่ในประเทศไทย<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/sureelux/Desktop/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%20%E0%B8%93%20%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87.doc#_ftn4">[4]</a></p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2. อัตราร้อยละ 10 สำหรับกรณีผู้ให้เช่าเป็นมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/sureelux/Desktop/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%20%E0%B8%93%20%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87.doc#_ftn5">[5]</a></p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 3. อัตราร้อยละ 5 สำหรับกรณีผู้ให้เช่าเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการในประเทศไทย<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/sureelux/Desktop/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%20%E0%B8%93%20%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87.doc#_ftn6">[6]</a></p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 4. อัตราร้อยละ 1 สำหรับกรณีผู้ให้เช่าเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย สำหรับค่าเช่าเรือที่ใช้ในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชย์นาวี<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/sureelux/Desktop/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%20%E0%B8%93%20%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87.doc#_ftn7">[7]</a></p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สุดท้ายนี้ ผลของคำสั่งฉบับนี้ย่อมทำให้ผู้ประกอบการสามารถนำภาษีที่ตนถูกหักไปเครดิตตอนคำนวณยื่นแบบเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี ซึ่งอาจทำให้ผู้ประกอบการมีสิทธิได้รับเงินภาษีคืน อย่างไรก็ดีการจะขอรับภาษีคืนนั้น ผู้ประกอบการต้องมีความมั่นใจว่าตนได้เสียภาษีมาแล้วถูกต้อง มิฉะนั้น ผู้ประกอบการอาจต้องเสียภาษี เสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มได้ ดังนั้น ในกรณีที่ผู้ประกอบการประสงค์จะขอคืนภาษี ผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านผู้ประกอบการทั้งหลายตรวจสอบสุขภาพด้านภาษี (Tax Health Check) จากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายภาษีอากรเสียก่อนเพื่อประเมินว่ากิจการของท่านยังคงมีข้อบกพร่องที่ต้องปรับปรุงหรือมีความเสี่ยงจากการถูกประเมินภาษีหรือไม่ อย่างไร ไม่เช่นนั้นแล้วการขอคืนภาษีอาจทำให้ผู้ประกอบการถูกประเมินภาษีเพิ่มขึ้นมากกว่าจำนวนภาษีที่ท่านขอคืนก็เป็นได้</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ____________________________</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>
<div><br clear="all"></p>
<hr align="left" size="1" width="33%">
<div>
<p align="left"><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/sureelux/Desktop/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%20%E0%B8%93%20%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87.doc#_ftnref1">[1]</a> คำสั่งกรมสรรพากรที่ท.ป.4/2528 ข้อ 6 วรรคสาม ฉบับก่อนแก้ไข</p>
</div>
<div>
<p align="left"><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/sureelux/Desktop/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%20%E0%B8%93%20%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87.doc#_ftnref2">[2]</a> คำสั่งกรมสรรพากรที่ท.ป.4/2528 ข้อ 6 วรรคสอง ฉบับก่อนแก้ไข</p>
</div>
<div>
<p align="left"><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/sureelux/Desktop/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%20%E0%B8%93%20%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87.doc#_ftnref3">[3]</a> คำสั่งกรมสรรพากรที่ท.ป.259/2559</p>
</div>
<div>
<p align="left"><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/sureelux/Desktop/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%20%E0%B8%93%20%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87.doc#_ftnref4">[4]</a> ประมวลรัษฎากรมาตรา 50 (3)</p>
</div>
<div>
<p align="left"><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/sureelux/Desktop/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%20%E0%B8%93%20%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87.doc#_ftnref5">[5]</a> คำสั่งกรมสรรพากรที่ท.ป.4/2528 ข้อ 6 (3)</p>
</div>
<div>
<p align="left"><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/sureelux/Desktop/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%20%E0%B8%93%20%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87.doc#_ftnref6">[6]</a> คำสั่งกรมสรรพากรที่ท.ป.4/2528 ข้อ 6 (1) และ (2)</p>
</div>
<div>
<p align="left"><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/sureelux/Desktop/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%20%E0%B8%93%20%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87.doc#_ftnref7">[7]</a> คำสั่งกรมสรรพากรที่ท.ป.4/2528 ข้อ 6 (4)</p>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="nl-box">
<p><strong>เตรียมความพร้อมเพื่อขอคืนภาษีและลดความเสี่ยง</strong></p>
<p><strong>จากการถูกประเมินภาษี</strong><strong>#บริการ Tax Health Check #Tax Review</strong></p>
<p>สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม</p>
<p>02-680-9724, 02-680-9751, 02-680-9753</p>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/2622">ลีสซิ่ง : การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายที่เปลี่ยนแปลงไป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2622/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนเมษายน 2559</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2618</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2618#respond</comments>
				<pubDate>Thu, 12 May 2016 20:53:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ธรดล จันทรศัพท์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2618</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’S Tax Newsletter ฉบับที่ 64 เดือนเมษายน 2559   กฎหมายใหม่ล่าสุด ขยายระยะเวลาการยื่นแบบแสดงรายการฯบางปร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2618">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนเมษายน 2559</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 align="center"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></h3>
<h3 align="center"><strong>DLO’S Tax Newsletter</strong></h3>
<p align="right"><strong>ฉบับที่ 64 เดือนเมษายน 255</strong><strong>9</strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></strong></h4>
<h5>ขยายระยะเวลาการยื่นแบบแสดงรายการฯบางประเภทให้แก่นิติบุคคลที่ได้จดแจ้งต่อกรมสรรพากร</h5>
<p>ตามที่ได้มีพระราชกำหนดยกเว้นและสนับสนุนการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร พ.ศ.2558 ยกเว้นการตรวจสอบด้านภาษีบางประการให้แก่นิติบุคคลที่จดแจ้งตามเงื่อนไขในพระราชกำหนดดังกล่าวต่อกรมสรรพากรนั้น</p>
<p>เพื่อให้นิติบุคคลที่จดแจ้งสามารถปรับปรุงรายการทางบัญชีสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี พ.ศ.2558 ให้สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของกิจการ รมว.คลังได้อนุมัติให้ขยายระยะเวลาในการยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ ออกไปโดยอนุญาตให้ยื่นภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2559</p>
<ol>
<li>แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.36) (แบบ ภ.พ.30) (เฉพาะการยื่นเพิ่มเติม)</li>
<li>แบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (แบบ ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.2 ภ.ง.ด.3 ภ.ง.ด.53 และ ภ.ง.ด.54)</li>
<li>แบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะ (แบบ ภ.ธ.40)</li>
<li>แบบขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินสำหรับตราสารบางลักษณะ (แบบ อ.ส. 4 ก และแบบ อ.ส. 4 ข)</li>
</ol>
<p>ทั้งนี้ เฉพาะสำหรับเดือนภาษีมกราคม 2558 ถึงมีนาคม 2559 โดยไม่ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มแต่อย่างใด</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก  <a href="http://goo.gl/gkw8ce">http://goo.gl/gkw8ce</a> และ <a href="http://goo.gl/e5Ba9e">http://goo.gl/e5Ba9e</a></p>
<h5>กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการงดหรือลดเบี้ยปรับภาษีการรับมรดก</h5>
<p>อธิบดีกรมสรรพากรออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีการรับมรดก (ฉบับที่ 4) กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการงดหรือลดเบี้ยปรับภาษีการรับมรดกกำหนดให้ผู้ต้องเสียเบี้ยปรับอาจของดหรือลดเบี้ยปรับได้ โดยให้ยื่นคำร้องเป็นหนังสือต่อเจ้าพนักงานประเมินหากเจ้าพนักงานยังไม่ได้ออกหนังสือแจ้งการประเมิน แต่หากได้รับหนังสือแจ้งการประเมินแล้วให้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการอุทธรณ์</p>
<p>ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการของดหรือลดเบี้ยปรับต้องเป็นไปตามที่ประกาศอธิบดีฯกำหนดและให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/vZuUeG">http://goo.gl/vZuUeG</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span></strong></h4>
<h5>ปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2560</h5>
<p>ครม.มีมติเห็นชอบให้ปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยให้สิทธิผู้มีเงินได้สามารถใช้สิทธิหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังปรับปรุงขั้นเงินได้ บัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและเกณฑ์เงินได้พึงประเมินขั้นต่ำที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี</p>
<p>ทั้งนี้ ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินในปีภาษี 2560 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/zZYnRn">http://goo.gl/zZYnRn</a></p>
<h5>คลังเล็งหาทางขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม</h5>
<p>กระทรวงการคลังหารือกรมสรรพากรถึงแนวทางการปรับขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อให้ประเทศมีรายได้ในการพัฒนาประเทศ โดยในปัจจุบันรัฐปรับลดจากอัตรา 10 % เหลือ 7% ทั้งนี้ หากรัฐกลับไปเรียกเก็บในอัตรา 10% จะส่งผลให้ประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 200,000 ล้านบาท ซึ่งต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้กระทบประชาชนมากจนเกินไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/hH6pOs">http://goo.gl/hH6pOs</a></p>
<p><strong> </strong></p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></strong></h4>
<h5><strong>คำพิพากษาฎีกาที่ 2470/2552</strong></h5>
<p>ระหว่าง                  บริษัท อ.                                                  โจทก์</p>
<p>กับ                        บริษัท ซ. กับพวก                                      จำเลย</p>
<p>เรื่อง                      สัญญาจ้างทำของ</p>
<p>แม้ว่ากรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ลงลายมือชื่อแต่มิได้ประทับตราสำคัญของบริษัทก็ตาม  แต่เมื่อโจทก์ได้รับเอางานตามสัญญาว่าจ้างรักษาความปลอดภัยมาทำ ย่อมถือได้ว่ากรรมการคนนั้นเป็นตัวแทนของโจทก์ เมื่อสัญญาว่าจ้างรักษาความปลอดภัยเป็นสัญญาจ้างทำของ ซึ่งกฎหมายไม่ได้บังคับว่าสัญญาต้องทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือ ดังนั้นการแต่งตั้งตัวแทนจึงไม่จำต้องทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือด้วย โจทก์มีอำนาจฟ้อง</p>
<h5><strong>ความเห็นทางกฎหมายเพิ่มเติม</strong></h5>
<p>จากคดีข้างต้น มีประเด็นที่น่าพิจารณาว่าสัญญาว่าจ้างรักษาความปลอดภัยตามฟ้องเป็นสัญญาประเภทใด ในเรื่องนี้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 บัญญัติว่า “อันว่าจ้างทำของ คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงรับจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น”</p>
<p>ซึ่งสัญญาว่าจ้างรักษาความปลอดภัยนั้น ผู้ว่าจ้างประสงค์จะให้ผู้รับจ้างดูแลความปลอดภัยในทรัพย์สินของผู้ว่าจ้าง โดยไม่ได้คำนึงว่าผู้รับจ้างต้องจัดพนักงานคนใดมาทำหน้าที่แสดงว่าผู้ว่าจ้างต้องการผลสำเร็จของงานคือความปลอดภัยเป็นสำคัญ นอกจากนี้ หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือมีความเสียหายเกิดขึ้น ผู้ว่าจ้างมีแต่เพียงสิทธิในการเรียกค่าเสียหาย แต่ไม่มีสิทธิที่จะไปลงโทษ ว่ากล่าว ตักเตือน กับพนักงานของผู้รับจ้างได้ สัญญาว่าจ้างรักษาความปลอดภัยจึงเข้าลักษณะของสัญญาจ้างทำของ</p>
<p>สำหรับในแง่ของกฎหมายภาษีอากรนั้น หากเข้าลักษณะเป็นสัญญาจ้างทำของและได้จัดทำเป็นหนังสือแล้ว ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 103 และ 104 ประกอบบัญชีอัตราอากรแสตมป์ข้อ 4 กำหนดให้ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้เสียค่าอากรแสตมป์ในอัตรา 1 บาทของค่าจ้างทุกๆ 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท โดยอาจเลือกเสียได้ 2 วิธีคือ 1. ใช้อากรแสตมป์ปิดทับและขีดฆ่า หรือ 2. ชำระอากรเป็นตัวเงินก่อนลงนามในสัญญาหรือภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันลงนามในสัญญานั้น</p>
<p>อย่างไรก็ดี สำหรับสัญญาจ้างทำของที่ทำขึ้นตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2558 เป็นต้นไปนั้น ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37) ข้อ 2 (3) กำหนดว่า สัญญาจ้างทำของที่มีค่าจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป ต้องเสียอากรโดยวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินเท่านั้น ผู้รับจ้างไม่อาจเสียค่าอากรโดยวิธีนำอากรมาปิดทับและขีดฆ่าอีกต่อไป</p>
<p>อนึ่ง หากการว่าจ้างดังกล่าวเพียงแต่ตกลงกันด้วยวาจา ย่อมไม่ต้องเสียอากรแสตมป์เพราะคู่สัญญาไม่ได้กระทำตราสารอันจะต้องเสียอากรแสตมป์ตามความหมายของประมวลรัษฎากรมาตรา 103 และ 104 อย่างไรก็ดี ผู้เขียนเห็นว่าหากคู่สัญญาซึ่งได้ตกลงจ้างทำของด้วยปากเปล่ากันโดยไม่มีหนังสือกำหนดถึงสิทธิและหน้าที่ของข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรย่อมมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกโต้เถียงถึงข้อตกลงที่ได้ตกลงกันไว้และอาจเกิดข้อพิพาทได้ง่าย ซึ่งหากจะต้องฟ้องร้องต่อศาลแล้วอาจจะเกิดปัญหาถึงการจะนำสืบถึงข้อตกลงดังกล่าวว่ามีหรือไม่มีข้อตกลงใดย่อมเป็นการยาก ดังนั้น เมื่อเทียบการประหยัดค่าอากรแสตมป์อาจจะไม่คุ้มกันกับความเสียหายที่ท่านอาจได้รับในอนาคตก็ได้จึงควรพิจารณาประเด็นนี้ให้รอบคอบด้วย</p>
<p style="text-align: center;">นายธรดล  จันทรศัพท์<br />
ที่ปรึกษาภาษีอากร</p>
<p>                หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใดๆเกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด 2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9753 Email:  <a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a>, <a href="mailto:sureelukt@dlo.co.th">sureelukt@dlo.co.th</a></p>
<div class="nl-box">
<div class="nl-box-services">
<p><strong><strong>    </strong><span style="text-decoration: underline;">บริการกฎหมายภาษีอากร</span> :</strong></p>
<p><strong>1. งานให้คำปรึกษาภาษี</strong></p>
<p><strong>2. งานขอคืนภาษี</strong></p>
<p><strong>3. งานวางแผนภาษี</strong></p>
<p><strong>4. งานตรวจสอบภาษี</strong></p>
<p><strong>5. งานกรอกแบบแสดงรายการภาษี</strong></p>
<p><strong>6. งานให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่</strong></p>
<p><strong>7. งานอุทธรณ์การประเมินภาษี</strong></p>
<p><strong>8. งานคดีภาษีอากร</strong></p>
<p><strong>    เป็นต้น</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact-title">
<p><strong>สอบถามบริการโปรดติดต่อ :</strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>กัมพล ทรัพย์ปรุง </strong></p>
<p><strong>+662 680-9724 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>พุทธิมา เกิดศิริ </strong></p>
<p><strong>+662 680-9751 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>สุรีย์ลักษณ์ ธนากิจไพศาล </strong></p>
<p><strong>+662 680-9753 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:sureelukt@dlo.co.th">sureelukt@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2618">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนเมษายน 2559</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2618/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ยกเลิกการยกเว้นภาษีเงินได้กรณีโอนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุตร</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2574</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2574#respond</comments>
				<pubDate>Fri, 19 Feb 2016 03:03:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ธรดล จันทรศัพท์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[บริการภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2574</guid>
				<description><![CDATA[<p>ยกเลิกการยกเว้นภาษีเงินได้กรณีโอนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุตร นายธรดล  จันทรศัพท์                                                               [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/2574">ยกเลิกการยกเว้นภาษีเงินได้กรณีโอนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุตร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>ยกเลิกการยกเว้นภาษีเงินได้กรณีโอนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุตร</strong></p>
<p align="right">นายธรดล  จันทรศัพท์</p>
<p align="right">                                                                                                                                          ที่ปรึกษากฎหมายภาษีอากร<br />
บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด</p>
<p align="right">อีเมล์ : <a href="mailto:taradolc@dlo.co.th">taradolc@dlo.co.th</a></p>
<p>                เดิมทีกรณีบิดา มารดา โอนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมายโดยไม่มีค่าตอบแทน ผู้โอนจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ทั้งหมด<a title="" href="#_ftn1">[1]</a> แต่ต่อมาเนื่องจากรัฐบาลได้ออกกฎหมายเกี่ยวกับภาษีการรับมรดก<a title="" href="#_ftn2">[2]</a>ซึ่งกฎหมายฉบับดังกล่าวส่งผลให้ต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรโดยกำหนดภาระภาษีเกี่ยวกับการให้ควบคู่ไปด้วย ซึ่งในส่วนของภาระภาษีเกี่ยวกับการให้นั้นกฎหมายกำหนดให้การโอนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายโดยไม่มีค่าตอบแทนในปีหนึ่งๆนั้น หากอสังหาริมทรัพย์นั้นมี<strong>มูลค่าเกิน 20 ล้านบาท</strong><a title="" href="#_ftn3">[3]</a> บิดา มารดาผู้โอนมีหน้าที่ต้องเสียภาษีในอัตราร้อยละ 5<a title="" href="#_ftn4">[4]</a></p>
<p>จากการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรดังกล่าวจะเห็นได้ว่ากรณีที่บิดา มารดา โอนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายโดยไม่มีค่าตอบแทนในปีหนึ่งๆนั้น ประมวลรัษฎากรกำหนดเพดานขั้นสูงของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีคือต้องมีมูลค่าไม่เกิน 20 ล้านบาท แต่ปรากฏว่าข้อ 2(18) ของกฎกระทรวงฉบับที่ 126 (พ.ศ.2509) ยังคงยกเว้นภาษีเงินได้จากกรณีดังกล่าวทั้งหมดโดยไม่ได้มีการกำหนดเพดานขั้นสูงของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่โอนไปแต่อย่างใด</p>
<p>ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความลักลั่นระหว่างมาตรา 42(26) ของประมวลรัษฎากรกับข้อ 2(18) ของกฎกระทรวงฉบับที่ 126 (พ.ศ.2509) เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมารัฐบาลจึงได้ออกกฎกระทรวงฉบับที่ 312 (พ.ศ.2559) ยกเลิกข้อ 2(18) ของกฎกระทรวงฉบับดังกล่าวโดยกำหนดไม่ให้เงินได้ที่เกิดจากการโอนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมายโดยไม่มีค่าตอบแทนได้รับยกเว้นภาษีเงินได้อีกต่อไป<a title="" href="#_ftn5">[5]</a></p>
<p>อย่างไรก็ดี ท่านผู้อ่านโปรดอย่าลืมว่าแม้จะมีกฎกระทรวงฉบับที่ 312 (พ.ศ.2559) กำหนดข้อความยกเลิกไว้เช่นนั้นแต่สำหรับภาระภาษีกรณีการโอนอสังหาริมทรัพย์ลักษณะนี้นั้น ท่านยังคงต้องกลับไปพิจารณาตามประมวลรัษฎากรที่แก้ไขใหม่ซึ่งผู้เขียนกล่าวไว้ในตอนต้นว่าเข้าเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีหรือไม่ อย่างไร</p>
<p>เพื่อความเข้าใจ ผู้เขียนขอยกคำถาม คำตอบพอสังเขปดังนี้</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">คำถาม</span> หากบิดา มารดาประสงค์จะโอนที่ดินมูลค่า 25 ล้านบาทให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมายโดยให้เปล่า ต้องเสียภาษีหรือไม่ อย่างไร</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">คำตอบ</span> หากบิดา มารดาโอนที่ดินให้แก่บุตรก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 บิดา มารดาจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ทั้งหมดตามข้อ 2(18) ของกฎกระทรวงฉบับที่ 126 (พ.ศ.2509) แต่หากบิดา มารดาโอนให้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นเวลาที่ประมวลรัษฎากรและกฎกระทรวงฉบับที่ 312 (พ.ศ.2559) ใช้บังคับ บิดา มารดา ผู้โอนจะได้รับยกเว้นเฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 20 ล้านบาทแต่ยังคงต้องเสียภาษีเงินได้ในอัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าที่ดินส่วนที่เกิน 20 ล้านบาทนั้น</p>
<p>อนึ่ง อาจมีผู้อ่านบางท่านสงสัยว่าเหตุใดบิดา มารดาผู้โอนอสังหาริมทรัพย์ซึ่งไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆเพราะเป็นการให้เปล่าแก่บุตรของตนต้องกลายเป็นผู้เสียภาษี สำหรับเรื่องนี้นั้นมาตรา 41 ทวิของประมวลรัษฎากรได้กำหนดไว้ว่าการโอนทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทนไม่ว่าผู้โอนและผู้รับโอนจะมีความสัมพันธ์พิเศษหรือไม่นั้นถือว่าผู้โอนเป็นผู้มีเงินได้และมีหน้าที่ต้องเสียภาษี<a title="" href="#_ftn6">[6]</a>ด้วยเพราะหากกฎหมายไม่กำหนดเช่นนั้นแล้ว คู่สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์คงต่างจะจูงมือกันมาจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์และกล่าวอ้างว่าเป็นการให้โดยเสน่หาไม่มีค่าตอบแทนเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีก็เป็นได้ ดังนั้น กฎหมายจึงถือว่าผู้โอนอสังหาริมทรัพย์แม้จะไม่มีค่าตอบแทนก็ตามถือว่าตนเป็นผู้ขายและได้รับเงินมา และเมื่อพิจารณาประกอบกับประมวลรัษฎากรมาตรา 39 ก็ได้กำหนดนิยามคำว่า “ขาย” ว่าหมายความว่าให้รวมถึงการให้ไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่<a title="" href="#_ftn7">[7]</a> จากหลักกฎหมายดังกล่าวจึงเป็นคำตอบว่าเหตุใดแม้ว่าบิดา มารดา โอนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุตรโดยไม่มีค่าตอบแทนแต่ยังคงต้องเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้</p>
<p>สุดท้าย นี้ผู้เขียนหวังว่าผู้อ่านจะเข้าใจที่มา ที่ไปของการออกกฎกระทรวงฉบับที่ 312 (พ.ศ.2559) ตลอดจนมีความเข้าใจถึงภาระภาษีที่เกิดขึ้นจากกรณีบิดา มารดา โอนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุตรของตน</p>
<p>&nbsp;</p>
<div>
<hr align="left" size="1" width="33%" />
<div>
<p align="left"><a title="" href="#_ftnref1">[1]</a> กฎกระทรวงฉบับที่ 126 (พ.ศ.2509) ข้อ 2(18) ก่อนถูกยกเลิก</p>
</div>
<div>
<p align="left"><a title="" href="#_ftnref2">[2]</a> พรบ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ.2558</p>
</div>
<div>
<p align="left"><a title="" href="#_ftnref3">[3]</a> ประมวลรัษฎากรมาตรา 42(26)</p>
</div>
<div>
<p align="left"><a title="" href="#_ftnref4">[4]</a> ประมวลรัษฎากรมาตรา 50(6)</p>
</div>
<div>
<p align="left"><a title="" href="#_ftnref5">[5]</a> กฎกระทรวงฉบับที่ 312 (พ.ศ.2559)</p>
</div>
<div>
<p align="left"><a title="" href="#_ftnref6">[6]</a> ประมวลรัษฎากรมาตรา 41 ทวิ</p>
</div>
<div>
<p align="left"><a title="" href="#_ftnref7">[7]</a> ประมวลรัษฎากรมาตรา 39</p>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/2574">ยกเลิกการยกเว้นภาษีเงินได้กรณีโอนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุตร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2574/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนมกราคม 2559</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2558</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2558#respond</comments>
				<pubDate>Mon, 01 Feb 2016 01:56:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ธรดล จันทรศัพท์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2558</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’S Tax Newsletter ฉบับที่ 62 เดือนมกราคม 2559   กฎหมายใหม่ล่าสุด ยกเว้นการตรวจสอบ ประเมินภาษีสำหรับ SME [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2558">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนมกราคม 2559</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center;">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</h3>
<h3 style="text-align: center;">DLO’S Tax Newsletter</h3>
<p align="right"><strong>ฉบับที่ 62 เดือนมกราคม 255</strong><strong>9</strong></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"> </span></strong></p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></strong></h4>
<h5>ยกเว้นการตรวจสอบ ประเมินภาษีสำหรับ SMEs ที่เข้าโครงการบัญชีเดียว</h5>
<p>สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ออกพระราชกำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาทในรอบบัญชีที่ผ่านมาและมีกำหนดครบ 12 เดือน โดยวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดก่อนหรือในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ได้รับยกเว้นจากการตรวจสอบ ไต่สวน ประเมินหรือสั่งให้เสียภาษีอากร และความรับผิดทางอาญาตามประมวลรัษฎากร สำหรับรายได้ที่เกิดขึ้นในรอบบัญชีที่มีวันเริ่มต้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2559 หรือมูลค่าของฐานภาษี รายรับ หรือการกระทำตราสารที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2559 อย่างไรก็ดีไม่รวมถึงบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่อยู่ระหว่างถูกเจ้าพนักงานตรวจสอบก่อนพระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ อยู่ในระหว่างการดำเนินคดีในชั้นพนักงานสอบสวน ชั้นพนักงานอัยการ หรือชั้นศาล นิติบุคคลที่ออกหรือใช้ใบกำกับภาษีปลอม หรือแสดงรายจ่ายอันเป็นเท็จต่อกรมสรรพากร</p>
<p>ทั้งนี้ การได้รับยกเว้นการตรวจสอบต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดและให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 เป็นต้นไป</p>
<p>ในการนี้ กรมสรรพากรได้ออกคำชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ที่จะได้รับยกเว้นการตรวจสอบดังกล่าว เช่น ลักษณะของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล การนับรอบระยะเวลาบัญชี ประเภทภาษีที่จะได้รับการยกเว้นการตรวจสอบ เป็นต้น</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/9s3B6v">http://goo.gl/9s3B6v</a> , <a href="http://goo.gl/UwxGDP">http://goo.gl/UwxGDP</a> , <a href="http://goo.gl/H19djc">http://goo.gl/H19djc</a> และ <a href="http://goo.gl/VuMXxQ">http://goo.gl/VuMXxQ</a></p>
<h5>ยกเว้นและลดอัตราภาษีเงินได้สำหรับ SMEs ที่เข้าโครงการบัญชีเดียว</h5>
<p>คณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกพระราชกฤษฎีกายกเว้นและลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งตั้งขึ้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2559 และมีทุนที่ชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทซึ่งมีรายได้จากการขายสินค้าและให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท (SMEs) โดยได้เข้าโครงการ SMEsบัญชีเดียวและยังไม่เป็นผู้ถูกเพิกถอนตามโครงการดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์ดังนี้</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ยกเว้นภาษีเงินได้</span></p>
<p>(1) สำหรับกำไรสุทธิสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2559 แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2559</p>
<p>(2) สำหรับกำไรสุทธิเฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาทสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2560 แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2560</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ลดอัตราภาษีเงินได้</span></p>
<p>ให้ลดอัตราภาษีเงินได้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตาม (2) เหลือร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิเฉพาะส่วนที่เกิน 300,000 บาท สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2560 แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2560</p>
<p>ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดและให้มีผลตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2559 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/NmVK1J">http://goo.gl/NmVK1J</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span></strong></h4>
<h5>สรรพากรเล็งเสนอออกกฎหมายลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</h5>
<p>อธิบดีกรมสรรพากรเปิดเผยว่ากรมสรรพากรเสนอนโยบายลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อรมว.คลังเห็นชอบและให้มีผลใช้บังคับสำหรับรายได้ปี 2560 โดยมีสาระสำคัญคือ ลดอัตราภาษี เพิ่มสิทธิหักค่าใช้จ่าย การเพิ่มสิทธิหักค่าลดหย่อนในส่วนของบุตรและเพิ่มสิทธิหักค่าลดหย่อนอื่นๆ ซึ่งหากมีการออกกฎหมายดังกล่าวจะเป็นผลให้ผู้มีรายได้ไม่เกิน 30,000 ต่อเดือนไม่มีภาระภาษี</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/TvTzh8">http://goo.gl/TvTzh8</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></strong></h4>
<h5><strong>คำพิพากษาฎีกาที่ </strong><strong>8675/2558 </strong>(ประเด็นการคิดดอกเบี้ยจากการขอคืนภาษี)</h5>
<p>ระหว่าง                   นาง ส.                                                โจทก์</p>
<p>กับ                         กรมสรรพากร                                       จำเลย</p>
<p>เรื่อง                       ดอกเบี้ยที่จะให้แก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากร</p>
<p>โจทก์เป็นพนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ต่อมาธนาคารได้มีโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดซึ่งโจทก์สมัครเข้าร่วมโครงการและได้รับอนุญาตให้ลาออก โจทก์ได้รับเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจากโครงการดังกล่าวซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 42(17) แห่งประมวลรัษฎากรประกอบข้อ 2(36) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ.2509) และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับ 52) โดยได้หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้ว เป็นเหตุให้มีภาษีที่ชำระไว้เกิน โจทก์จึงขอคืนภาษีพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือนนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดระยะเวลา 3 เดือนนับแต่วันสิ้นกำหนดระยะเวลายื่นแบบแสดงรายการ จนถึงวันที่ลงในหนังสือแจ้งคำสั่งคืนเงินตามข้อ 1 แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ 161 (พ.ศ. 2526)</p>
<p>ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเจ้าพนักงานมีหนังสือขอให้โจทก์ส่งมอบเอกสารข้อบังคับของธนาคารภายในวันที่ 3 มีนาคม 2554 โจทก์ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานภายในเวลาที่กำหนด แต่กลับส่งมอบเอกสารภายหลังเวลาดังกล่าวโดยมิได้ร้องขอขยายระยะเวลาจากอธิบดีกรมสรรพากร โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยตั้งแต่วันสุดท้ายของเวลาที่เจ้าพนักงานสั่งคือวันที่ 3 มีนาคม 2554 ตามข้อ 2 วรรคท้ายแห่งกฎกระทรวงฉบับที่ 161 (พ.ศ. 2526) ดังนั้นโจทก์จึงมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดระยะเวลา 3 เดือนของวันสิ้นกำหนดระยะเวลาการยื่นแบบแสดงรายการจนถึงวันที่ 2 มีนาคม 2554 เท่านั้น</p>
<h5><strong>ความเห็นทางกฎหมายเพิ่มเติม</strong></h5>
<p>จากคดีข้างต้น โจทก์ขอคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้กรมสรรพากรคืนเงินภาษีให้แก่โจทก์ แต่ประเด็นสำคัญแห่งคดียังมีเรื่องเหตุที่โจทก์ถูกตัดสิทธิในการได้รับดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2554 เป็นต้นไปนั้น เนื่องจากโจทก์ไม่ได้ส่งเอกสารสำคัญที่จะฟังว่าการสิ้นสุดการทำงานของโจทก์เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ จากผลของคำพิพากษาศาลฎีกาข้างต้นน่าจะเป็นข้อเตือนใจสำหรับผู้ขอคืนภาษีว่าหากเกิดเหตุที่ตนไม่สามารถนำส่งเอกสารให้เจ้าพนักงานได้ภายในเวลาที่กำหนด ก็ควรยื่นคำร้องต่ออธิบดีกรมสรรพากรเพื่อขอขยายระยะเวลาการส่งมอบเอกสารก่อนครบกำหนดส่งมอบ ซึ่งหากได้รับการอนุมัติให้ขยายเวลา ก็จะถูกตัดสิทธิการได้รับดอกเบี้ยเพียงระหว่างระยะเวลาที่อธิบดีขยายให้จนถึงวันที่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน ไม่ได้ถูกตัดสิทธิการคิดดอกเบี้ยนับแต่วันไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานตามนัยของคำพิพากษาฎีกาข้างต้น ทั้งนี้ ตามข้อ 2 วรรคสามแห่งกฎกระทรวงฉบับที่ 161 (พ.ศ. 2526)</p>
<p style="text-align: center;">นายธรดล  จันทรศัพท์<br />
ที่ปรึกษาภาษีอากร</p>
<p>                หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใดๆเกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด 2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนน วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9753 Email:  <a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a>, <a href="mailto:sureelukt@dlo.co.th">sureelukt@dlo.co.th</a></p>
<div class="nl-box">
<div class="nl-box-services">
<p><strong><strong>    </strong><span style="text-decoration: underline;">บริการกฎหมายภาษีอากร</span> :</strong></p>
<p><strong>1. งานให้คำปรึกษาภาษี</strong></p>
<p><strong>2. งานขอคืนภาษี</strong></p>
<p><strong>3. งานวางแผนภาษี</strong></p>
<p><strong>4. งานตรวจสอบภาษี</strong></p>
<p><strong>5. งานกรอกแบบแสดงรายการภาษี</strong></p>
<p><strong>6. งานให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่</strong></p>
<p><strong>7. งานอุทธรณ์การประเมินภาษี</strong></p>
<p><strong>8. งานคดีภาษีอากร</strong></p>
<p><strong>    เป็นต้น</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact-title">
<p><strong>สอบถามบริการโปรดติดต่อ :</strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>กัมพล ทรัพย์ปรุง </strong></p>
<p><strong>+662 680-9724 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>พุทธิมา เกิดศิริ </strong></p>
<p><strong>+662 680-9751 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>สุรีย์ลักษณ์ ธนากิจไพศาล </strong></p>
<p><strong>+662 680-9753 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:sureelukt@dlo.co.th">sureelukt@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2558">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนมกราคม 2559</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2558/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนธันวาคม 2558</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2546</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2546#respond</comments>
				<pubDate>Mon, 28 Dec 2015 00:01:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ธรดล จันทรศัพท์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2546</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’S Tax Newsletter ฉบับที่ 61 เดือนธันวาคม 2558                                                          [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2546">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนธันวาคม 2558</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center;">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</h3>
<h3 style="text-align: center;">DLO’S Tax Newsletter</h3>
<p align="right"><strong>ฉบับที่ 61 เดือนธันวาคม 255</strong><strong>8</strong></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"> </span></strong></p>
<p><em>                                                                ขอท่านสุขทั่วหล้า               เจริญรุ่งเรือง</em></p>
<p><em>                                                                กิจการงานประเทือง            พรั่งพร้อม</em></p>
<p><em>                                                                สำเร็จล่วงลงได้                   โดยง่ายดายนา</em></p>
<p><em>                                                                ธรรมนิติวอนให้                  ท่านไร้ภัยพาล</em></p>
<p><em>                        </em><em>                                               </em><em>พุทธิมา  เกิดศิริ ประพันธ์        </em></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"> </span></strong></p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></strong></h4>
<h5>กำหนดเงินได้บางประเภทได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณ</h5>
<p>รมว.คลังออกกฎกระทรวง ฉบับที่ 309 (พ.ศ.2558) กำหนดให้เงินได้ดังต่อไปนี้ที่ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลได้รับเป็นเงินได้พึงประเมินที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้</p>
<p>1. เงินได้จากส่วนแบ่งกำไรจากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นกรรมสิทธิ์รวมซึ่งได้มาโดยทางมรดกหรือจากการให้โดยเสน่หา</p>
<p>2. ดอกเบี้ยเงินฝากซึ่งถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว ทั้งนี้ เฉพาะผู้ที่ไม่ขอรับเงินภาษีที่ถูกหักไว้คืนหรือไม่ขอเครดิตเงินภาษีที่ถูกหักไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน</p>
<p>ทั้งนี้ ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปี พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/aPML9f">http://goo.gl/aPML9f</a></p>
<h5>กำหนดหลักเกณฑ์การได้รับสิทธิประโยชน์กรณีประกอบธุรกิจในเขตเศรษฐกิจพิเศษ</h5>
<p>ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 591) พ.ศ.2558 ลดอัตราภาษีเงินได้ให้แก่นิติบุคคลที่มีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนั้น</p>
<p>อธิบดีกรมสรรพากรออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 262) กำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้</p>
<p>1. กำหนดความหมายของคำว่า “เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ” “รายได้จากการผลิตสินค้า” “รายได้จากการให้บริการ” และ “รายได้จากกิจการอื่น”</p>
<p>2. กำหนดให้นิติบุคคลรายใดที่ประสงค์ใช้สิทธิต้องแจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากร ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2558 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560 โดยยื่นคำขอที่สำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ กรมสรรพากรหรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่นิติบุคคลนั้นมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่แล้วแต่กรณี</p>
<p>3. กำหนดให้นิติบุคคลตามข้อ 2 ยื่นแผนธุรกิจเพื่อประกอบการพิจารณาโดยมีรายละเอียด เช่น ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับนิติบุคคล รายละเอียดธุรกิจที่ขอจดแจ้งการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เป็นต้น</p>
<p>4. การคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของนิติบุคคลที่ขอใช้สิทธิเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในมาตรา 65 มาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรีแห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>5. กรณีนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษซึ่งได้รับสิทธิลดอัตราภาษีและกิจการที่ไม่ได้รับสิทธิลดอัตราภาษี ซึ่งมีรายได้จากทั้งสองกิจการ หากมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับกิจการใด ให้คงผลขาดทุนสุทธิไว้สำหรับกิจการนั้นเท่านั้น</p>
<p>ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเป็นไปตามที่ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรกำหนดและมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2558 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/ye4WRR">http://goo.gl/ye4WRR</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span></strong></h4>
<h5 class="AngsanaNew">สิทธิประโยชน์ทางภาษีกรณี FTA ไทย-ชิลี มีผลใช้บังคับแล้ว</h5>
<p class="AngsanaNew">                รมว.กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า ตามที่ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยและชิลีมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 นั้น ความตกลงดังกล่าวส่งผลให้สินค้าของชิลีและไทยร้อยละ 90 และมูลค่าการนำเข้าสินค้าลดภาษีเหลือร้อยละ 0 สำหรับสินค้าที่เหลืออีกร้อยละ 10 ทั้งสองประเทศจะทยอยลดภาษีเหลือร้อยละ 0 ภายในเวลา 8 ปี</p>
<p class="AngsanaNew">                ติดตามรายละเอียดได้จาก  <a href="http://goo.gl/9nwR3Q">http://goo.gl/9nwR3Q</a></p>
<h5 class="AngsanaNew">คาดการณ์ปรับลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</h5>
<p class="AngsanaNew">                ปลัดกระทรวงการคลังในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปภาษีเปิดเผยว่า ได้มีการประชุมร่วมกับกรมสรรพากรเพื่อพิจารณาปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยจะพิจารณาให้ได้ข้อสรุปภายในเดือนธันวาคม 2558 นี้</p>
<p class="AngsanaNew">                ติดตามรายละเอียดได้จาก  <a href="http://goo.gl/7HYMxd">http://goo.gl/7HYMxd</a></p>
<h5 class="AngsanaNew">จัดเก็บรายได้เดือนแรกได้ต่ำกว่าเป้า</h5>
<p class="AngsanaNew">                โฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า เดือนตุลาคม 2558 ซึ่งเป็นเดือนแรกของปีงบประมาณ 2559 นั้น รัฐเก็บรายได้สุทธิ 165,304 ล้านบาทซึ่งต่ำกว่าประมาณการ 1,212 ล้านบาทหรือร้อยละ 0.7 สาเหตุสำคัญมาจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษียาสูบเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ</p>
<p class="AngsanaNew">                ติดตามรายละเอียดได้จาก  <a href="http://goo.gl/3djgMP">http://goo.gl/3djgMP</a></p>
<p class="AngsanaNew">
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></strong></h4>
<h5><strong>คำพิพากษาฎีกาที่ </strong><strong>12846/2557</strong></h5>
<p>ระหว่าง                   บริษัท อ                                              โจทก์</p>
<p>กรมสรรพากร                                      จำเลย</p>
<p>เรื่อง                       หลักเกณฑ์การคำนวณมูลค่าของฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม</p>
<p>ปัญหาว่าโจทก์ถูกจำเลยประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มเดือนภาษีธันวาคม 2547 และเดือนภาษีธันวาคม 2549 เนื่องจากโจทก์ขายสินค้าและแสดงรายรับไว้ต่ำกว่าความเป็นจริงหรือไม่ เห็นว่ามาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากรกำหนดให้ฐานภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายสินค้าได้แก่ มูลค่าทั้งหมดที่ผู้ประกอบการได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้า และตามมาตรา 79/3(1) กำหนดให้มูลค่าฐานภาษีกรณีขายสินค้าโดยไม่มีค่าตอบแทนหรือมีค่าตอบแทนต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควรให้ถือตามราคาตลาดของสินค้าในวันที่ความรับผิดเกิดขึ้น</p>
<p>การที่จำเลยวางแนวปฏิบัติในการกำหนดมูลค่าฐานภาษีสินค้าของโจทก์ว่า จะต้องไม่ต่ำกว่าราคาที่เจ้าพนักงานกรมศุลกากรประเมิน เพื่อเรียกเก็บอากรขาเข้าบวกด้วยอากรขาเข้าของกรมศุลกากร โดยวิธีดังกล่าวเป็นราคาเฉลี่ยที่คำนวณโดยการเก็บสถิติราคาสินค้าจากผู้นำเข้าทุกราย แนวปฏิบัติดังกล่าวจึงเป็นการกำหนดราคาที่มีเหตุผล นอกจากนี้โจทก์เองก็เคยยินยอมชำระอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มตามวิธีดังกล่าว ซึ่งโจทก์ยังได้เคยนำภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้ชำระมาถือเป็นภาษีซื้อและใช้คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามแนวทางการคำนวณของเจ้าพนักงาน ย่อมแสดงให้เห็นว่าเป็นการประเมินที่ใกล้เคียงกับราคาตลาดที่แท้จริง เมื่อโจทก์ไม่นำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่นจึงต้องฟังว่าการขายสินค้าของโจทก์เป็นการขายต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร</p>
<h5><strong>ความเห็นทางกฎหมายเพิ่มเติม</strong></h5>
<p>จากคดีข้างต้นมีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ การคำนวณฐานภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีการขายเครื่องยนต์เก่าจากการนำเข้าของโจทก์ถูกต้องหรือไม่ กรณีนี้ตามมาตรา 79/3(1) แห่งประมวลรัษฎากรให้ถือตามราคาตลาดของสินค้าในวันที่ความรับผิดเกิดขึ้น ซึ่งหลักเกณฑ์การคำนวณราคาตลาดกรณีนี้ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะจึงต้องใช้แนวทางปฏิบัติ ซึ่งจำเลยได้วางแนวปฏิบัติว่าต้องเป็นราคาที่ไม่ต่ำกว่าราคาที่เจ้าพนักงานกรมศุลกากรประเมิน เพื่อเรียกเก็บอากรขาเข้าบวกด้วยอากรขาเข้าของกรมศุลกากร ดังนั้น หากโจทก์ตั้งราคาขายต่ำกว่าราคาที่กล่าวข้างต้นย่อมมีแนวโน้มว่าจะเป็นการขายสินค้าโดยมีค่าตอบแทนต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควรซึ่งอาจถูกประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มเนื่องจากแสดงภาษีขายขาดไปได้และเมื่อเป็นการขายต่ำกว่าราคาตลาดแล้วอาจเป็นผลให้เจ้าพนักงานสรรพากรประเมินให้มีรายได้เพิ่มขึ้นตามมาตรา 65 ทวิ(4) แห่งประมวลรัษฎากรและเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลอีกโสดหนึ่งด้วย</p>
<p>อย่างไรก็ดี หากโจทก์สามารถพิสูจน์ได้ว่าราคาที่ตนตั้งขายนั้นแม้ว่าจะต่ำกว่าราคาตลาดแต่มีเหตุอันสมควรโจทก์ก็อาจไม่ต้องรับผิด ซึ่งต้องพิจารณาเป็นกรณีๆไป เช่น กรณีการขายรถยนต์ในราคาต่ำกว่าทุนในภาวะที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงโดยบริษัทผู้ขายเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ประเภทนั้นประเภทเดียวและมีความจำเป็นต้องขายรถยนต์เพื่อนำเงินสดมารักษาสภาพคล่องของบริษัท กรณีดังกล่าวแม้ว่าจะเป็นการขายทรัพย์สินที่ต่ำกว่าราคาตลาดก็ถือว่าเป็นการขายโดยมีเหตุอันสมควรตามมาตรา 79/3(1) แห่งประมวลรัษฎากร เป็นต้น  (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 5639/2550)</p>
<p style="text-align: center;">นายธรดล  จันทรศัพท์<br />
ที่ปรึกษาภาษีอากร</p>
<p>                หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใดๆเกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด 2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนน วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9753 Email:  <a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a>, <a href="mailto:sureelukt@dlo.co.th">sureelukt@dlo.co.th</a></p>
<div class="nl-box">
<div class="nl-box-services">
<p><strong><strong>    </strong><span style="text-decoration: underline;">บริการกฎหมายภาษีอากร</span> :</strong></p>
<p><strong>1. งานให้คำปรึกษาภาษี</strong></p>
<p><strong>2. งานขอคืนภาษี</strong></p>
<p><strong>3. งานวางแผนภาษี</strong></p>
<p><strong>4. งานตรวจสอบภาษี</strong></p>
<p><strong>5. งานกรอกแบบแสดงรายการภาษี</strong></p>
<p><strong>6. งานให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่</strong></p>
<p><strong>7. งานอุทธรณ์การประเมินภาษี</strong></p>
<p><strong>8. งานคดีภาษีอากร</strong></p>
<p><strong>    เป็นต้น</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact-title">
<p><strong>สอบถามบริการโปรดติดต่อ :</strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>กัมพล ทรัพย์ปรุง </strong></p>
<p><strong>+662 680-9724 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>พุทธิมา เกิดศิริ </strong></p>
<p><strong>+662 680-9751 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>สุรีย์ลักษณ์ ธนากิจไพศาล </strong></p>
<p><strong>+662 680-9753 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:sureelukt@dlo.co.th">sureelukt@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2546">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนธันวาคม 2558</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2546/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนพฤศจิกายน 2558</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2539</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2539#respond</comments>
				<pubDate>Wed, 02 Dec 2015 20:41:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ธรดล จันทรศัพท์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2539</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’S Tax Newsletter ฉบับที่ 60 เดือนพฤศจิกายน 2558 กฎหมายใหม่ล่าสุด กำหนดเงินได้บางประเภทไม่ต้องรวมคำนวณภ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2539">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนพฤศจิกายน 2558</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center;">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</h3>
<h3 style="text-align: center;">DLO’S Tax Newsletter</h3>
<p style="text-align: right;"><strong>ฉบับที่ 60 เดือนพฤศจิกายน 2558</strong></p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></strong></h4>
<h5>กำหนดเงินได้บางประเภทไม่ต้องรวมคำนวณภาษี</h5>
<p>รมว.การคลังออกกฎกระทรวง ฉบับที่ 308 (พ.ศ.2558) กำหนดให้เงินได้ดังต่อไปนี้เป็นเงินได้พึงประเมินที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้</p>
<p>1. ผลประโยชน์ตอบแทนของเงินสะสมที่ข้าราชการได้รับจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการเนื่องจากการขอกลับไปใช้สิทธิตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ</p>
<p>2. เงินส่วนเพิ่มที่ผู้รับบำนาญได้รับจากกรมบัญชีกลางเนื่องจากการขอกลับไปใช้สิทธิตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ</p>
<p>ทั้งนี้ ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปี พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/mqZqnX">http://goo.gl/mqZqnX</a></p>
<h5>ชี้แจงหลักเกณฑ์การยื่นแบบ ภ.ง.ด. 2 และภ.ง.ด. 2 ก</h5>
<p>ตามที่กรมสรรพากรออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 255) และ (ฉบับที่ 260) กำหนดหลักเกณฑ์การยื่นแบบเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ภ.ง.ด. 2 และ ภ.ง.ด. 2 ก โดยผ่อนผันเวลาให้แก่ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบที่ยังปฏิบัติไม่ถูกต้องได้จนถึงเดือนภาษีมิถุนายน พ.ศ. 2559 และปีภาษี พ.ศ. 2559 ตามลำดับนั้น</p>
<p>เพื่อให้ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบปฏิบัติได้ถูกต้อง กรมสรรพากรออกคำชี้แจงเพิ่มเติม ดังนี้</p>
<p>1. <span style="text-decoration: underline;">การยื่นแบบ ภ.ง.ด. 2</span></p>
<p>1.1 สำหรับเดือนภาษีกรกฎาคม พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป ให้ยื่นวิธีการใดวิธีการหนึ่งดังนี้</p>
<p>(1) ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 2 ที่เป็นกระดาษพร้อมกับแสดงรายการการหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นสื่อบันทึกในระบบคอมพิวเตอร์ตามรูปแบบข้อมูล (Format) พร้อมนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา</p>
<p>(2) ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 2 โดยใช้บริการโปรแกรมสำหรับซอฟต์แวร์สำเร็จรูป (Software Component: SWC) ของกรมสรรพากรโดยส่งข้อมูลภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายจากคอมพิวเตอร์ของผู้มีหน้าที่ยื่นไปยังคอมพิวเตอร์แม่ข่ายของกรมสรรพากรผ่านอินเทอร์เน็ต และพิมพ์แบบ ภ.ง.ด. 2 จากระบบดังกล่าวไปยื่น ณ สรรพากรพื้นที่สาขาโดยไม่ต้องแนบแผ่นสื่อบันทึกข้อมูล</p>
<p>(3) ยื่นผ่านระบบอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร</p>
<p>1.2 กรณีผู้มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 2 ไม่สามารถปฏิบัติให้ถูกต้องตามวิธีในข้อ (1) (2) หรือ (3) ข้างต้นภายในเวลาที่กำหนด ให้ได้รับการผ่อนผันด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งดังนี้</p>
<p>(1) กรณีที่เคยยื่นด้วยกระดาษทั้งหมดให้ได้รับการผ่อนผันให้ยื่นด้วยกระดาษทั้งหมดต่อไปได้</p>
<p>(2) กรณีที่เคยยื่นด้วยกระดาษ 1 ใบและยื่นด้วยสื่อบันทึกในระบบคอมพิวเตอร์ (Format) ที่ได้ยื่นมาก่อนแล้วนั้นจะยื่นในรูปแบบนั้นต่อไปก็ได้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การผ่อนผันดังกล่าวให้ใช้เฉพาะการยื่นรายการของเดือนภาษีกรกฎาคม พ.ศ. 2558 ถึง เดือนภาษีมิถุนายน พ.ศ.2559 เท่านั้น</p>
<p>2. <span style="text-decoration: underline;">การยื่นแบบ ภ.ง.ด. 2 ก</span></p>
<p>2.1 สำหรับปีภาษี พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป ให้ยื่นวิธีการใดวิธีการหนึ่งดังนี้</p>
<p>(1) ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 2 ก ที่เป็นกระดาษพร้อมกับแสดงรายการการหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นสื่อบันทึกในระบบคอมพิวเตอร์ตามรูปแบบข้อมูล (Format) ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา</p>
<p>(2) ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 2 ก โดยใช้บริการโปรแกรมสำหรับซอฟต์แวร์สำเร็จรูป (Software Component: SWC) ของกรมสรรพากรโดยส่งข้อมูลภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายจากคอมพิวเตอร์ของผู้มีหน้าที่ยื่นไปยังคอมพิวเตอร์แม่ข่ายของกรมสรรพากรผ่านอินเทอร์เน็ต และพิมพ์แบบ ภ.ง.ด. 2 จากระบบดังกล่าวไปยื่น ณ สรรพากรพื้นที่สาขาโดยไม่ต้องแนบแผ่นสื่อบันทึกข้อมูล</p>
<p>2.2 กรณีผู้มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 2 ก ไม่สามารถปฏิบัติให้ถูกต้องตามวิธีในข้อ (1) หรือ (2)  ข้างต้นภายในเวลาที่กำหนด ให้ได้รับการผ่อนผันด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งดังนี้</p>
<p>(1) กรณีที่เคยยื่นด้วยกระดาษทั้งหมดให้ได้รับการผ่อนผันให้ยื่นด้วยกระดาษทั้งหมดต่อไปได้</p>
<p>(2) กรณีที่เคยยื่นด้วยกระดาษ 1 ใบและยื่นด้วยสื่อบันทึกในระบบคอมพิวเตอร์ (Format) ที่ได้ยื่นมาก่อนแล้วนั้นจะยื่นในรูปแบบนั้นต่อไปก็ได้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การผ่อนผันดังกล่าวให้ใช้เฉพาะการยื่นรายการของปีภาษีพ.ศ. 2558 และปีภาษีพ.ศ.2559 เท่านั้น</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/Cuok1C">http://goo.gl/Cuok1C</a></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"> </span></strong></p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span></strong></h4>
<h5> ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นการถาวร</h5>
<p>คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรเพื่อปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นการถาวรจากเดิมอัตราร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิเป็นอัตราร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ<span style="text-decoration: underline;">เป็นการถาวร</span>ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2559 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/UKtjXn" target="_blank" rel="noopener noreferrer">http://goo.gl/UKtjXn</a></p>
<h5>มาตรการการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์</h5>
<p>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ ดังนี้</p>
<p>1. กำหนดให้เรียกเก็บค่าจดทะเบียนการโอนและค่าจดจำนองอสังหาริมทรัพย์จากเดิมร้อยละ 2 และร้อยละ 1 ตามลำดับ เป็นร้อยละ 0.01 สำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่อยู่ประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว และอาคารพาณิชย์ และมิใช่ที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดินหรือที่ดำเนินการจัดสรรที่ดินโดยทางราชการหรือองค์การของรัฐบาล ซึ่งมีอำนาจจัดสรรที่ดินตามกฎหมาย</p>
<p>2.  กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับรายได้ที่จ่ายไปเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารพร้อมที่ดินหรือห้องชุดในอาคารชุดที่มีมูลค่าไม่เกิน 3 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของตนเองเป็นจำนวนร้อยละ 20 ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์โดยมีเงื่อนไขดังนี้</p>
<p>2.1 ต้องใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อเนื่องกัน 5 ปีภาษี นับแต่ปีภาษีที่มีการจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์โดยให้แบ่งใช้สิทธิเป็นจำนวนเท่า ๆ กันในแต่ละปีภาษี</p>
<p>2.2 จ่ายค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์และจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2558 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 59</p>
<p>2.3 มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์</p>
<p>2.4 ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์มาก่อน</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/UKtjXn" target="_blank" rel="noopener noreferrer">http://goo.gl/UKtjXn</a></p>
<h5> ยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับรายรับจากการบริหารเงินทั้งหมดของ IHQ</h5>
<p>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับรายรับจากการบริหารเงินทั้งหมดของสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ (IHQ) <span style="text-decoration: underline;">จากการให้กู้ยืมแก่วิสาหกิจในเครือ</span>ที่เป็นการบริหารเงิน โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค. 2558</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/ZqkwJD" target="_blank" rel="noopener noreferrer">http://goo.gl/ZqkwJD</a></p>
<h5> สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการบริจาคให้แก่งานวัฒนธรรมและพัฒนาการเรียนรู้</h5>
<p>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการบริจาคให้แก่งานวัฒนธรรมและพัฒนาการเรียนรู้สำหรับบุคคลที่บริจาคเงินให้แก่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ดังนี้</p>
<p>1. บุคคลธรรมดาสามารถหักเป็นค่าลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่จ่ายจริงแต่เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาตาม พรฎ. (ฉบับที่420) พ.ศ. 2547 ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น</p>
<p>2. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถนำมูลค่าของเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคมาหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าของจำนวนที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาตามพรฎ. (ฉบับที่ 420) พ.ศ. 2547 ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์และรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬา ตามมาตรา 65ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/2X4Y87" target="_blank" rel="noopener noreferrer">http://goo.gl/2X4Y87</a></p>
<h5> มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการรายใหม่ (New Start-up)</h5>
<p><strong>                </strong>คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกายกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลแก่ผู้ประกอบการรายใหม่เป็นระยะเวลา 5 รอบบัญชีโดยมีเงื่อนไข ดังต่อไปนี้</p>
<p>1. จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 58 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.59 โดยมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และ</p>
<p>2. ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักที่มีศักยภาพขับเคลื่อนเศรษฐกิจ  (New Engine of Growth) ซึ่งต้องขึ้นทะเบียนและผ่านการรับรองจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ดังนี้</p>
<p>2.1 กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรม</p>
<p>2.2 กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป</p>
<p>2.3 กลุ่มอุตสาหกรรมวิจัยพัฒนา</p>
<p>3. ต้องเป็นรายรับเกี่ยวเนื่องกับสินค้าและบริการตามข้อ (2) รวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของรายรับที่ได้จากการประกอบกิจการทั้งหมดในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี</p>
<p>4. ไม่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งหากขาดคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใดในรอบระยะเวลาบัญชีใดให้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้เป็นอันระงับเฉพาะในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/2X4Y87" target="_blank" rel="noopener noreferrer">http://goo.gl/2X4Y87</a></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"> </span></strong></p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></strong></h4>
<h5><strong>คำพิพากษาฎีกาที่ </strong><strong>16023/2557</strong></h5>
<p>ระหว่าง                   บริษัท ซ                                        โจทก์</p>
<p>กับ                         กรมสรรพากร ที่ 1 กับพวก                จำเลย</p>
<p>เรื่อง                       หลักเกณฑ์การออกใบลดหนี้</p>
<p>การที่โจทก์อ้างว่า โจทก์ทำข้อตกลงขายชิ้นส่วนรถยนต์ให้แก่ผู้ซื้อว่า ให้กำหนดราคาขายคำนวณจากต้นทุนจริงบวกกำไรตามข้อตกลง แต่โจทก์ไม่มีพยานเอกสารหรือพยานฝ่ายผู้ซื้อมาแสดงให้เห็นว่าโจทก์กับผู้ซื้อมีข้อตกลงดังกล่าวกันจริง นอกจากนี้ โจทก์ไม่ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ปัจจัยที่เกี่ยวกับราคาวัตถุดิบ ค่าเครื่องจักร แรงงาน และระยะเวลาในการผลิตชิ้นส่วนดังกล่าว เป็นสาเหตุที่ทำให้โจทก์คำนวณราคาสินค้าผิดพลาดสูงกว่าที่เป็นจริงดังที่บัญญัติในมาตรา 82/10 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าการออกใบลดหนี้ของโจทก์มาจากมีการลดราคาสินค้าที่ขาย เนื่องจากคำนวณราคาสินค้าผิดพลาดสูงกว่าที่เป็นจริงจึงฟังไม่ขึ้น ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิออกใบลดหนี้ตามบทบัญญัติที่กล่าวมาข้างต้น</p>
<h5><strong>ความเห็นทางกฎหมายเพิ่มเติม</strong></h5>
<p>จากคดีข้างต้นในประเด็นของการออกใบลดหนี้นั้น โจทก์พยายามอ้างว่าตนมีสิทธิออกใบลดหนี้โดยอ้างเหตุว่าตนคำนวณราคาสินค้าผิดพลาดสูงกว่าที่เป็นจริง ตามมาตรา 82/10 (1) แห่งประมวลรัษฎากร อย่างไรก็ดี เมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานมาสนับสนุนว่าโจทก์คำนวณผิดพลาดอย่างไร จึงต้องฟังว่าการออกใบลดหนี้ของโจทก์ไม่เข้าเหตุตามมาตรา 82/10 (1) แห่งประมวลรัษฎากรและเหตุอื่นตามที่กฎหมายกำหนด การออกใบลดหนี้ของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย</p>
<p>อนึ่ง ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งได้ขายสินค้าหรือให้บริการไปแล้วจะมีสิทธิออกใบลดหนี้ก็ต่อเมื่อมีเหตุการณ์ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 82/10 แห่งประมวลรัษฎากรและประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 82) ซึ่งกำหนดเหตุไว้ดังนี้</p>
<p>(1) มีการลดราคาสินค้าที่ขายเนื่องจากสินค้าผิดข้อกำหนดที่ตกลงกัน สินค้าชำรุดเสียหาย หรือขาดจำนวน คำนวณราคาสินค้าผิดพลาดสูงกว่าที่เป็นจริง</p>
<p>(2) มีการลดราคาค่าบริการเนื่องจากการให้บริการผิดข้อกำหนดที่ตกลงกัน บริการขาดจำนวน คำนวณราคาค่าบริการผิดพลาดสูงกว่าที่เป็นจริง</p>
<p>(3) ได้รับสินค้าที่ขายกลับคืนมาเนื่องจากสินค้าชำรุดบกพร่อง ไม่ตรงตามตัวอย่าง ไม่ตรงตามคำพรรณนา</p>
<p>(4) มีการบอกเลิกสัญญาบริการเนื่องจากเหตุและตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด</p>
<p>(5) เหตุเนื่องจากผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินชดเชยหรือเงินอื่นในลักษณะทำนองเดียวกันให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการตามข้อผูกพันในกฎหมาย</p>
<p>(6) เหตุเนื่องจากผู้ประกอบการจดทะเบียนได้มีการคืนเงินจ่ายล่วงหน้า เงินประกัน เงินมัดจำ เงินจอง หรือเงินอื่นที่เรียกเก็บในลักษณะทำนองเดียวกันให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการตามข้อตกลงทางการค้า</p>
<p>(7) เหตุเนื่องจากมีการคืนสินค้าหรือแลกเปลี่ยนสินค้าตามข้อตกลงทางการค้าระหว่างผู้ประกอบการจดทะเบียนด้วยกัน</p>
<p>(8) เหตุเนื่องจากมีการคืนสินค้าหรือแลกเปลี่ยนสินค้าตามข้อตกลงทางการค้าระหว่างผู้ประกอบการจดทะเบียนและผู้ซื้อสินค้า ทั้งนี้ เฉพาะที่กระทำภายในเวลาอันสมควร</p>
<p>(9) เหตุเนื่องจากการให้บริการบกพร่อง หรือให้บริการผิดข้อกำหนดที่ตกลงกัน</p>
<p>(10) เหตุเนื่องจากไม่มีการให้บริการตามสัญญา</p>
<p>จากหลักกฎหมายดังกล่าว เหตุแห่งการออกใบลดหนี้ตามประมวลรัษฎากรมีเพียง 10 เหตุข้างต้นเท่านั้น หากผู้ประกอบการจดทะเบียนรายใดออกใบลดหนี้โดยอ้างเหตุอื่นย่อมไม่ถือเป็นการออกใบลดหนี้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนรายนั้นไม่มีสิทธินำภาษีขายที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการที่ลดลงนั้นมาหักออกจากภาษีขายของตนได้</p>
<p style="text-align: center;">นายธรดล  จันทรศัพท์<br />
ที่ปรึกษาภาษีอากร</p>
<p>                หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใดๆเกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด 2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนน วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9753 Email:  <a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a>, <a href="mailto:sureelukt@dlo.co.th">sureelukt@dlo.co.th</a></p>
<div class="nl-box">
<div class="nl-box-services">
<p><strong><strong>    </strong><span style="text-decoration: underline;">บริการกฎหมายภาษีอากร</span> :</strong></p>
<p><strong>1. งานให้คำปรึกษาภาษี</strong></p>
<p><strong>2. งานขอคืนภาษี</strong></p>
<p><strong>3. งานวางแผนภาษี</strong></p>
<p><strong>4. งานตรวจสอบภาษี</strong></p>
<p><strong>5. งานกรอกแบบแสดงรายการภาษี</strong></p>
<p><strong>6. งานให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่</strong></p>
<p><strong>7. งานอุทธรณ์การประเมินภาษี</strong></p>
<p><strong>8. งานคดีภาษีอากร</strong></p>
<p><strong>    เป็นต้น</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact-title">
<p><strong>สอบถามบริการโปรดติดต่อ :</strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>กัมพล ทรัพย์ปรุง </strong></p>
<p><strong>+662 680-9724 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>พุทธิมา เกิดศิริ </strong></p>
<p><strong>+662 680-9751 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>สุรีย์ลักษณ์ ธนากิจไพศาล </strong></p>
<p><strong>+662 680-9753 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:sureelukt@dlo.co.th">sureelukt@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2539">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนพฤศจิกายน 2558</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2539/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนตุลาคม 2558</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2532</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2532#respond</comments>
				<pubDate>Wed, 21 Oct 2015 20:15:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ธรดล จันทรศัพท์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2532</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’S Tax Newsletter ฉบับที่ 59 เดือนตุลาคม 2558 กฎหมายใหม่ล่าสุด สิทธิประโยชน์ทางภาษีกรณีบริจาคเงินหรือทร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2532">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนตุลาคม 2558</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center;">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</h3>
<h3 style="text-align: center;">DLO’S Tax Newsletter</h3>
<p style="text-align: right;"><strong>ฉบับที่ 59 เดือนตุลาคม 2558</strong></p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></strong></h4>
<h5>สิทธิประโยชน์ทางภาษีกรณีบริจาคเงินหรือทรัพย์สิน</h5>
<p>ครม.ออกพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 594) และ (ฉบับที่ 593) พ.ศ. 2558 ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ที่บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่กองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ และให้แก่โครงการรวมใจไทยต้านค้ามนุษย์ ดังนี้</p>
<p>1. กรณีบุคคลธรรมดา ให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนเท่าจำนวนเงินที่บริจาคแต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคตามมาตรา 47 (7) แห่งประมวลรัษฎากร เช่น เงินที่บริจาคให้แก่สถานพยาบาล เป็นต้น ต้องไม่เกินร้อยละ 10</p>
<p>2. กรณีนิติบุคคล ให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่าจำนวนเงินหรือราคาทรัพย์สินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ ต้องไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ</p>
<p>ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวกำหนดและให้มีผลตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2558 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/8byt7N">http://goo.gl/8byt7N</a> และ <a href="http://goo.gl/V3yGFA">http://goo.gl/V3yGFA</a></p>
<h5>ขยายระยะเวลาลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 1 ปี</h5>
<p>ตามที่ได้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 92/2557 ให้ลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มจากอัตราร้อยละ 10 เป็นอัตราร้อยละ 6.3 สำหรับการขายสินค้า การให้บริการ หรือการนำเข้าทุกกรณีนั้น</p>
<p>ครม.ได้ออกพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 592) พ.ศ. 2558 คงอัตราดังกล่าวต่อไปโดยจากเดิมสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2558 ขยายเป็นวันที่ 30 กันยายน 2559 จากนั้นให้ใช้อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 9 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป</p>
<p>ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/sBvtlB">http://goo.gl/sBvtlB</a></p>
<p><span style="text-decoration: underline;">หมายเหตุ</span> แม้ว่าอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มจะกำหนดว่าเสียอัตราร้อยละ 6.3 ก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติผู้เสียภาษีต้องเสียภาษีท้องถิ่นอีก 1 ใน 9 ของอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้น การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราที่แท้จริงคือเสียในอัตราร้อยละ 7 มิใช่ร้อยละ 6.3</p>
<h5>ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่นิติบุคคลในเขตเศรษฐกิจพิเศษ</h5>
<p><strong>                </strong>ครม.ออกพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 591) พ.ศ.2558 ให้สิทธิประโยชน์ แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิสำหรับเงินได้ที่เกิดจากการผลิตสินค้า ให้บริการและมีการใช้บริการนั้น ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ เป็นเวลา 10 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน โดยลักษณะ คุณสมบัติ ของสถานประกอบกิจการและการนับรอบระยะเวลาบัญชีต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวกำหนด</p>
<p><strong>                </strong>ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2558 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/NyyfJK">http://goo.gl/NyyfJK</a></p>
<h5>คำชี้แจงกรมสรรพากร เรื่องการเสียภาษีเงินได้จากกิจการโรงเรียนเอกชนนอกระบบประเภทกวดวิชา</h5>
<p>ตามที่ได้มีการยกเลิกการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ เงินปันผล หรือเงินส่วนแบ่งกำไรที่ได้รับจากกิจการโรงเรียนเอกชนนอกระบบประเภทกวดวิชาเนื่องจากมีการออกพรฎ. (ฉบับที่ 588) พ.ศ. 2558 และกฎกระทรวงฉบับที่ 307 (พ.ศ.2558) แก้ไขหลักเกณฑ์ที่เคยยกเว้นเงินได้ดังกล่าว</p>
<p>กรมสรรพากรได้ออกคำชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว  ดังนี้</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">กรณีผู้มีเงินได้เป็นบุคคลธรรมดา</span></strong></p>
<p>1. ให้ผู้มีเงินได้จากการประกอบกิจการดังกล่าวนำเงินได้ที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 เป็นต้นไป มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้และให้หักรายจ่ายได้ตามความจำเป็นและสมควร โดยให้นำรายจ่ายทั้งสิ้นที่เกี่ยวกับเงินได้ดังกล่าวไปหักจากเงินได้นั้น ทั้งนี้ ให้นำมาตรา 65 ทวิและมาตรา 65 ตรีแห่งประมวลรัษฎากรมาใช้บังคับโดยอนุโลม</p>
<p>2. ให้ผู้มีเงินได้ประเภทเงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไรที่ได้รับจากนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงเรียนกวดวิชาซึ่งจ่ายตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 นำเงินดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้โดยไม่สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ แต่หากไม่สามารถแยกส่วนของผลกำไรที่เกิดขึ้นก่อนวันที่กฎหมายใช้บังคับ ให้เฉลี่ยเงินได้ดังกล่าวตามสัดส่วนของกำไรของรอบระยะเวลาที่โรงเรียนกวดวิชานั้นจ่ายเงินดังกล่าวนั้น</p>
<p><strong>  </strong><strong><span style="text-decoration: underline;">กรณีผู้มีเงินได้เป็นนิติบุคคล</span></strong></p>
<p>1. ให้ผู้มีเงินได้นำเงินได้ที่ได้รับจากกิจการตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 เป็นต้นไป มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและให้นำรายจ่ายที่เกี่ยวกับรายได้ดังกล่าวมาหักจากรายได้นั้น ตามหลักเกณฑ์ในมาตรา 65 ทวิ และ มาตรา 65 ตรีแห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>2. ให้ผู้มีเงินได้นำเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งกำไรที่ตนได้รับจากนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงเรียนกวดวิชาเฉพาะเงินที่จ่ายจากกิจการที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 มาถือเป็นรายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิ แต่ในกรณีที่ไม่สามารถแยกได้ว่าเงินนั้นจ่ายจากกำไรในช่วงเวลาใด ให้เฉลี่ยตามสัดส่วนของกำไรของรอบระยะเวลาบัญชีของนิติบุคคลผู้จ่ายเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรนั้น ทั้งนี้ภายใต้บังคับหลักเกณฑ์ตามมาตรา 65 ทวิ (10) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>3. ให้มูลนิธิหรือสมาคมนำรายได้ก่อนหักรายจ่ายที่ได้รับจากการประกอบกิจการดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ.2558 มารวมคำนวณเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก  <a href="http://goo.gl/3Q70IG">http://goo.gl/3Q70IG</a></p>
<h5> เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ยกเว้นภาษีเงินได้กรณีจ่ายเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ</h5>
<p>อธิบดีกรมสรรพากรออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 261) แก้ไขประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 194) บางส่วนในสาระสำคัญคือเดิมผู้มีเงินได้และเป็นผู้จ่ายเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตแบบบำนาญตามประกาศอธิบดีฯ (ฉบับที่ 194) ข้อ 2 (1) (2) และ (3)  ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นอีกในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท แก้ไขเป็นอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่ง<span style="text-decoration: underline;">ต้องเสียภาษีเงินได้ในแต่ละปี</span> แต่ไม่เกิน 200,000 บาท</p>
<p>นอกจากที่แก้ไขข้างต้นแล้วยังคงเป็นไปตามประกาศอธิบดีฯ (ฉบับที่ 194 ) ทุกประการ</p>
<p>ทั้งนี้ ให้มีผลในวันที่ 11 กันยายน 2558 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/UmdqkE">http://goo.gl/UmdqkE</a></p>
<h5>ผ่อนผันให้ยื่นภ.ง.ด. 2 และภ.ง.ด. 2 ก ด้วยกระดาษและสื่อบันทึก Format เดิม ถึงปี 2559</h5>
<p>อธิบดีกรมสรรพากรออกประกาศเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 260) แก้ไขเพิ่มเติมประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 255) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 58) ซึ่งกำหนดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การยื่นแบบภ.ง.ด. 2 และภ.ง.ด. 2 ก โดยให้มีผลดังนี้</p>
<p><strong>                </strong>1. <span style="text-decoration: underline;">การยื่นแบบภ.ง.ด. 2</span></p>
<p><strong>                </strong>1.1 ผ่อนผันให้ยื่นแบบโดยวิธีใช้แบบพิมพ์ตามแบบที่กรมสรรพากรกำหนด (ยื่นกระดาษ) ต่อไปได้ถึงเดือนภาษีมิถุนายน 2558 ซึ่งเดิมผ่อนผันถึงเดือนภาษีสิงหาคม 2558 เท่านั้น</p>
<p><strong>                </strong>1.2 ผ่อนผันให้ยื่นแบบโดยวิธียื่นสื่อบันทึกในระบบคอมพิวเตอร์ตามรูปแบบของข้อมูลเดิมยื่นต่อไปได้ถึงเดือนภาษีมิถุนายน 2559 ซึ่งเดิมผ่อนผันถึงเดือนภาษีธันวาคม 2558 เท่านั้น</p>
<p><strong>                </strong>2. <span style="text-decoration: underline;">การยื่นแบบ ภ.ง.ด. 2 ก</span></p>
<p><strong>                </strong>2.1 ผ่อนผันให้ยื่นแบบโดยวิธีใช้แบบพิมพ์ตามแบบที่กรมสรรพากรกำหนด (ยื่นกระดาษ) ต่อไปได้ถึงปีภาษี 2559 ซึ่งเดิมผ่อนผันถึงปีภาษี 2557 เท่านั้น</p>
<p><strong>                </strong>2.2 ผ่อนผันให้ยื่นแบบโดยวิธียื่นสื่อบันทึกในระบบคอมพิวเตอร์ตามรูปแบบของข้อมูลเดิมยื่นต่อไปได้ถึงปีภาษี 2559</p>
<p><strong>                </strong>ทั้งนี้ ให้มีผลในวันที่ 7 กันยายน 2558 เป็นต้นไป</p>
<p><strong>                </strong>ติดตามรายละเอียดได้จาก  <a href="http://goo.gl/NpxCgP">http://goo.gl/NpxCgP</a></p>
<h5>แนวทางพิจารณาเหตุอันสมควรกรณียื่นภ.ง.ด. 54 ขาดไปเกินร้อยละ 25</h5>
<p>อธิบดีกรมสรรพากรออกคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.152/2558 กำหนดกรณีดังต่อไปนี้ถือเป็นเหตุอันสมควรตามมาตรา 67 ตรีแห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>1.กรณีบริษัทฯจัดทำประมาณการกำไรสุทธิและยื่นแบบเสียภาษีครึ่งปี<span style="text-decoration: underline;">ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง</span>ของภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้ยื่นแบบเมื่อรอบบัญชีที่แล้ว</p>
<p>2.กรณีบริษัทฯจัดทำประมาณการกำไรสุทธิที่ได้หรือจะได้กระทำในรอบบัญชีนั้นไม่น้อยกว่ากำไรสุทธิที่ได้ยื่นแบบเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบบัญชีที่แล้ว <span style="text-decoration: underline;">แต่ได้ยื่นแบบเสียภาษีครึ่งปีน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้ยื่นแบบในรอบบัญชีที่แล้ว เนื่องจากได้รับยกเว้นหรือลดอัตราภาษี</span></p>
<p>ทั้งนี้ ให้ใช้บังคับในการคำนวณภาษีเงินได้ของบริษัทฯซึ่งมีรอบบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2555 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก  <a href="http://goo.gl/Lg4mdm">http://goo.gl/Lg4mdm</a></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"> </span></strong></p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span></strong></h4>
<h5>ครม.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนใหม่</h5>
<p>เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่าที่ประชุมครม.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนฉบับแก้ไขใหม่ให้สิทธิลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจากเดิม 8 ปีเป็น 13 ปี และลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ 90% เป็นเวลา 10 ปี จากเดิมลด 50% เป็นเวลา 5 ปี</p>
<p class="AngsanaNew">                ติดตามรายละเอียดได้จาก  <a href="http://goo.gl/Sv2pZC">http://goo.gl/Sv2pZC</a></p>
<h5 class="AngsanaNew">ครม.เห็นชอบให้แก้ไขกฎหมายกรณีเก็บภาษีซ้ำซ้อน</h5>
<p class="AngsanaNew">                โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินส่วนแบ่งกำไรจากห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลโดยให้ถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ในการบัญญัติเป็นกฎหมายเพื่อให้มีผลบังคับใช้ กรมสรรพากรและกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง</p>
<p class="AngsanaNew">                ติดตามรายละเอียดได้จาก  <a href="http://goo.gl/tXSVZ0">http://goo.gl/tXSVZ0</a></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"> </span></strong></p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></strong></h4>
<h5>คำพิพากษาฎีกาที่ 8306/2557</h5>
<p>ระหว่าง                    นาย ถ                                               โจทก์</p>
<p>กับ                          กรมสรรพากร                                     จำเลย</p>
<p>เรื่อง                       เงินได้พึงประเมิน การตีราคาทรัพย์สิน การคิดดอกเบี้ย</p>
<p>การที่โจทก์ซึ่งเป็นกรรมการอิสระของบริษัท ช ได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญจากบริษัท ช ในราคาหุ้นละ 4.50 บาท โดยไม่คำนึงว่าหุ้นสามัญจะมีราคาสูงกว่านี้หรือไม่ เมื่อเป็นกรณีที่บริษัท ช ให้สวัสดิการแก่โจทก์ย่อมเป็นประโยชน์ใดๆเนื่องจากการจ้างแรงงานหรือเนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำให้ อีกทั้ง ใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวเป็นหลักทรัพย์ที่ซื้อขายกันได้ก็ย่อมจะต้องคิดคำนวณได้เป็นเงินด้วย ดังนั้น จึงถือเป็นเงินได้พึงประเมินของโจทก์ตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>การที่จำเลยตีราคาใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญโดยวิธีเทียบเคียงกับราคาหุ้นสามัญของบริษัท ช ที่เป็นราคาในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตลอดเดือนเมษายน 2547 ซึ่งเป็นเดือนที่โจทก์ได้รับใบสำคัญดังกล่าว แล้วหักด้วยจำนวนเงินที่โจทก์ต้องชำระในการใช้สิทธิซื้อหุ้นตามใบสำคัญ คงเหลือเท่าใดย่อมเป็นมูลค่าที่ตีราคาใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นนั้น วิธีการดังกล่าวย่อมชอบแล้ว เนื่องจาก แม้ราคาหุ้นสามัญกับราคาใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของบริษัทเป็นหลักทรัพย์คนละประเภทก็ตาม แต่ใบสำคัญดังกล่าวก็เป็นหลักฐานแสดงสิทธิในการจะซื้อหุ้นสามัญได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ผู้ที่ได้รับใบสำคัญดังกล่าวจะได้รับประโยชน์ในส่วนต่างของราคาหุ้นสามัญหักลบด้วยจำนวนเงินที่จะต้องชำระในการใช้สิทธิซื้อหุ้น ประกอบกับเมื่อจำเลยใช้ราคาปิดเฉลี่ยของหุ้นสามัญตลอดเดือนเมษายน 2547 กรณีจึงไม่ใช่การนำเอาราคาหุ้นสามัญในตลาดเพียงราคาใดราคาหนึ่งที่เคยซื้อขายมาใช้ตีราคาใบสำคัญแสดงสิทธิอันจะเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 9 ทวิแห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>การคืนเงินดอกเบี้ยแก่โจทก์ตามมาตรา 4 ทศแห่งประมวลรัษฎากรนั้น เมื่อโจทก์ยื่นแบบแสดงรายการมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทที่ถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ปรากฏว่าโจทก์มีภาษีที่ชำระไว้เกิน ดังนั้น โจทก์จึงมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยตั้งแต่วันถัดจากวันครบระยะเวลา 3 เดือนนับแต่วันยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากรตามข้อ 1 (2) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 161 (พ.ศ.2526) มิใช่นับแต่วันถัดจากวันครบระยะเวลา 3 เดือนนับแต่วันสิ้นกำหนดระยะเวลายื่นแบบแสดงรายการ นอกจากนี้ แม้ศาลภาษีอากรกลางจะมิใช่อธิบดีกรมสรรพากรก็ย่อมมีอำนาจพิพากษากำหนดดอกเบี้ยให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายได้</p>
<h5>ความเห็นทางกฎหมายเพิ่มเติม</h5>
<p>การสั่งคืนดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีนั้น แม้ว่ามาตรา 4 ทศแห่งประมวลรัษฎากรจะกำหนดให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเท่านั้นเป็นผู้มีอำนาจสั่ง แต่ผู้เขียนเห็นว่าเป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดตัวผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวเท่านั้น หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายในการสั่งคืนภาษีต้องสั่งคืนดอกเบี้ยเท่านั้นซึ่งต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 161 (พ.ศ. 2526) บุคคลดังกล่าวไม่มีอำนาจพิเศษที่จะมีดุลยพินิจเห็นเป็นอย่างอื่น ดังนั้น เมื่อผู้เสียภาษีได้ฟ้องร้องคดีนี้ขึ้นสู่ศาล เมื่อศาลเป็นผู้หนึ่งที่มีอำนาจใช้กฎหมายจึงย่อมมีอำนาจสั่งแก้ไขให้ถูกต้องตามบทบัญญัติของกฎหมายด้วยเช่นกัน ผู้เขียนจึงเห็นว่าคำพิพากษาศาลฎีกาในประเด็นดังกล่าวนั้นชอบแล้ว</p>
<p style="text-align: center;">นายธรดล  จันทรศัพท์<br />
ที่ปรึกษาภาษีอากร</p>
<p>                หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใดๆเกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด 2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนน วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9753 Email:  <a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a>, <a href="mailto:sureelukt@dlo.co.th">sureelukt@dlo.co.th</a></p>
<div class="nl-box">
<div class="nl-box-services">
<p><strong><strong>    </strong><span style="text-decoration: underline;">บริการกฎหมายภาษีอากร</span> :</strong></p>
<p><strong>1. งานให้คำปรึกษาภาษี</strong></p>
<p><strong>2. งานขอคืนภาษี</strong></p>
<p><strong>3. งานวางแผนภาษี</strong></p>
<p><strong>4. งานตรวจสอบภาษี</strong></p>
<p><strong>5. งานกรอกแบบแสดงรายการภาษี</strong></p>
<p><strong>6. งานให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่</strong></p>
<p><strong>7. งานอุทธรณ์การประเมินภาษี</strong></p>
<p><strong>8. งานคดีภาษีอากร</strong></p>
<p><strong>    เป็นต้น</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact-title">
<p><strong>สอบถามบริการโปรดติดต่อ :</strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>กัมพล ทรัพย์ปรุง </strong></p>
<p><strong>+662 680-9724 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>พุทธิมา เกิดศิริ </strong></p>
<p><strong>+662 680-9751 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>สุรีย์ลักษณ์ ธนากิจไพศาล </strong></p>
<p><strong>+662 680-9753 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:sureelukt@dlo.co.th">sureelukt@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2532">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนตุลาคม 2558</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2532/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนกันยายน 2558</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2524</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2524#respond</comments>
				<pubDate>Mon, 14 Sep 2015 00:17:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ธรดล จันทรศัพท์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2524</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’S Tax Newsletter ฉบับที่ 58 เดือนกันยายน 2558 กฎหมายใหม่ล่าสุด &#8211; ข่าวภาษี คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ค [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2524">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนกันยายน 2558</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center;">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</h3>
<h3 style="text-align: center;">DLO’S Tax Newsletter</h3>
<p style="text-align: right;"><strong><strong>ฉบับที่ 58</strong><strong> เดือนกันยายน 2558</strong></strong></p>
<h4><span style="text-decoration: underline;"><strong>กฎหมายใหม่ล่าสุด</strong></span></h4>
<p>&#8211;</p>
<h4><span style="text-decoration: underline;"><strong>ข่าวภาษี</strong></span></h4>
<h5><strong>คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ค่าใช้จ่ายเพื่อการวิจัยลงรายจ่ายได้ 3 เท่า จากเดิม 2 เท่า</strong></h5>
<p>รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับส่วนที่จ่ายไปเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้แก่หน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนเป็นจำนวน 3 เท่าของรายจ่ายจริง โดยไม่เกินจำนวนรายได้หรือยอดขายที่ต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายใดในรอบระยะเวลาบัญชี ตามหลักเกณฑ์ตามที่จะได้กำหนดต่อไป</p>
<p>ทั้งนี้โครงการวิจัยและพัฒนาฯต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองโครงการจากหน่วยงานที่กระทรวงการคลังกำหนด</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/2Ic3tV" target="_blank" rel="noopener noreferrer">http://goo.gl/2Ic3tV</a></p>
<h5><strong>คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ขยายเวลาสิทธิประโยชน์รายจ่าย 2 เท่าสำหรับค่าบริจาคในการสนับสนุนทางกีฬา</strong></h5>
<p>รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการทางภาษีที่ให้นำค่าบริจาคในการสนับสนุนการกีฬาไปเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าของที่จ่ายจริง ซึ่งจากเดิมจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 โดยให้ขยายระยะเวลาออกไปอีก 3 ปี</p>
<p>ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/8IzWOa" target="_blank" rel="noopener noreferrer">http://goo.gl/8IzWOa</a></p>
<h5><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังลงนามร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง</strong></h5>
<p>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่าตนได้ลงนามเพื่อเสนอร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไปยังรัฐบาลแล้ว หลังจากนั้นต้องผ่านความเห็นชอบของรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจก่อนเพื่อที่จะนำเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/1OnxQe" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://goo.gl/1OnxQe</a></p>
<h4><span style="text-decoration: underline;"><strong>คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</strong></span></h4>
<h5><strong>คำพิพากษาฎีกาที่ </strong><strong>2936/2558</strong></h5>
<p>ระหว่าง                    บริษัท ซ จำกัด                                   โจทก์</p>
<p>กับ                          กรมสรรพากร                                     จำเลย</p>
<p>เรื่อง                        การขายสินค้าโดยการส่งออกตามมาตรา 70 ตรีแห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>เมื่อพยานโจทก์เบิกความว่า โจทก์ประกอบกิจการผลิตสินค้าโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการส่งออกสินค้าเท่านั้น การส่งสินค้ากลับมายังประเทศไทยไม่เป็นผลดีแก่โจทก์เพราะไม่ก่อให้เกิดรายได้แก่กิจการโจทก์ อีกทั้งเมื่อสินค้าตัวอย่างนั้นล้าสมัย โจทก์จะขายสินค้านั้นไปในต่างประเทศในราคาตลาดซึ่งอาจต่ำกว่าหรือสูงกว่าราคาทุนแล้วแต่กรณี จึงเป็นการบ่งชี้ว่าโจทก์มีเจตนาที่จะให้เกิดการซื้อขายสินค้าที่โจทก์อ้างว่าเป็นสินค้าตัวอย่างในต่างประเทศโดยไม่มีเจตนาที่จะนำสินค้าทั้งหมดกลับมายังประเทศไทยตั้งแต่แรก</p>
<p>ประกอบกับโจทก์ไม่สามารถนำสืบให้เห็นได้ว่าสินค้าพิพาทที่นำออกไปต่างประเทศเป็นชนิด ประเภท และจำนวนเท่าใด เพียงใด รายงานสินค้าเกี่ยวกับสินค้าตัวอย่างต่างประเทศและการทำประกันภัยสินค้าตัวอย่างต่างประเทศเป็นจำนวนเดียวกันหรือมีความสัมพันธ์กับสินค้าพิพาทหรือไม่ และลักษณะเฉพาะของสินค้านั้นยังทันสมัยเป็นที่นิยมในต่างประเทศในขณะที่เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบหรือไม่เพื่อแสดงให้เห็นว่าสินค้านั้นยังใช้เป็นตัวอย่างได้</p>
<p>นอกจากนี้มาตรา 70 ตรี วรรคสอง (1) เป็นข้อยกเว้นความรับผิดแห่งภาษีจึงต้องตีความโดยเคร่งครัด จึงต้องฟังว่าสินค้าพิพาทที่โจทก์ส่งออกไปต่างประเทศให้แก่ตัวแทนมิใช่เป็นเพียงสินค้าตัวอย่างเพื่อนำไปแสดงแก่ลูกค้าเท่านั้น แต่โจทก์มีเจตนาจำหน่ายสินค้าดังกล่าวให้แก่ลูกค้าด้วย กรณีต้องถือว่าโจทก์ขายสินค้าพิพาทในประเทศไทยตามมาตรา 70 ตรี วรรคหนึ่งแห่งประมวลรัษฎากร</p>
<h5><strong>ความเห็นทางกฎหมายเพิ่มเติม</strong></h5>
<p>จากคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรดังกล่าว ผู้เขียนเห็นว่า หลักสำหรับการส่งสินค้าออกไปต่างประเทศให้แก่ตัวแทนโดยมีลักษณะตามมาตรา 70 ตรีวรรคหนึ่งแห่งประมวลรัษฎากรนั้น ถือเป็นการขายในประเทศไทย เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตาม (1)-(4) ของมาตราดังกล่าว ซึ่งตามคำพิพากษาในคดีข้างต้นมีประเด็นเฉพาะตาม (1) ว่า สินค้าที่ส่งออกไปเป็นสินค้าตัวอย่างหรือไม่ โดยศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยจากการดำเนินธุรกิจแล้วไม่เชื่อว่าสินค้าที่ส่งออกไปเป็นสินค้าตัวอย่างจริง เพราะไม่มีเจตนาที่จะนำสินค้าดังกล่าวกลับเข้ามายังประเทศไทย ด้วยเหตุนี้หากผู้ประกอบการมีเจตนาและส่งสินค้าไปเพื่อเป็นตัวอย่างในต่างประเทศ จึงควรมีเอกสารยืนยันและพิสูจน์ให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าสินค้าตัวอย่างนั้นยังคงมีอยู่และไม่มีเจตนาขาย กรณีก็ไม่ถือว่าเป็นการขายในประเทศไทยดังนัยคำพิพากษาของศาลฎีกาข้างต้น</p>
<p>อนึ่ง การส่งสินค้าตัวอย่างตามมาตรา 70 ตรี วรรคสอง (1) นั้น เป็นคนละกรณีกับการส่งสินค้าออกไปนอกราชอาณาจักรแล้วมีการส่งกลับคืนมาให้ผู้ส่งในประเทศไทยตามมาตรา 70 ตรี วรรคสอง (4) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งตาม (1) นั้นจะไม่คำนึงถึงระยะเวลาที่ส่งออกไปและนำกลับมา ด้วยเหตุนี้หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าของที่ส่งออกไปเป็นสินค้าตัวอย่างยังคงมีอยู่จริง แม้จะไม่ได้นำสินค้าตัวอย่างกลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายใน 1 ปี กรณีจึงต้องถือว่าไม่เป็นการขายสินค้าในประเทศไทย ตามมาตรา 70 ตรี วรรคสอง (1) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p style="text-align: center;">นายธรดล  จันทรศัพท์<br />
ที่ปรึกษาภาษีอากร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใดๆเกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด 2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนน วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9753 Email:  <a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a>, <a href="mailto:sureelukt@dlo.co.th">sureelukt@dlo.co.th</a></p>
<div class="nl-box">
<div class="nl-box-services">
<p><strong><strong>    </strong><span style="text-decoration: underline;">บริการกฎหมายภาษีอากร</span> :</strong></p>
<p><strong>1. งานให้คำปรึกษาภาษี</strong></p>
<p><strong>2. งานขอคืนภาษี</strong></p>
<p><strong>3. งานวางแผนภาษี</strong></p>
<p><strong>4. งานตรวจสอบภาษี</strong></p>
<p><strong>5. งานกรอกแบบแสดงรายการภาษี</strong></p>
<p><strong>6. งานให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่</strong></p>
<p><strong>7. งานอุทธรณ์การประเมินภาษี</strong></p>
<p><strong>8. งานคดีภาษีอากร</strong></p>
<p><strong>    เป็นต้น</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact-title">
<p><strong>สอบถามบริการโปรดติดต่อ :</strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>กัมพล ทรัพย์ปรุง </strong></p>
<p><strong>+662 680-9724 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>พุทธิมา เกิดศิริ </strong></p>
<p><strong>+662 680-9751 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>สุรีย์ลักษณ์ ธนากิจไพศาล </strong></p>
<p><strong>+662 680-9753 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:sureelukt@dlo.co.th">sureelukt@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2524">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนกันยายน 2558</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2524/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนสิงหาคม 2558</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2515</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2515#respond</comments>
				<pubDate>Mon, 17 Aug 2015 18:50:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ธรดล จันทรศัพท์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2515</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’S Tax Newsletter ฉบับที่ 57 เดือนสิงหาคม 2558 กฎหมายใหม่ล่าสุด กฎหมายภาษีการรับมรดก สภานิติบัญญัติแห่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2515">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนสิงหาคม 2558</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center;">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</h3>
<h3 style="text-align: center;">DLO’S Tax Newsletter</h3>
<p style="text-align: right;"><strong><strong>ฉบับที่ 5</strong><strong>7 เดือนสิงหาคม 2558</strong></strong></p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></strong></h4>
<h5><strong>กฎหมายภาษีการรับมรดก</strong></h5>
<p>สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ออกพรบ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 โดยมีหลักเกณฑ์ที่สำคัญคือ ผู้รับมรดกต้องเสียภาษีสำหรับทรัพย์มรดกที่ได้รับเฉพาะ<strong>ส่วนที่เกิน </strong><strong>100 ล้านบาท</strong> โดยเสียในอัตราร้อยละ 10 แต่ในกรณีที่ผู้รับมรดกเป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดานให้เสียในอัตราร้อยละ 5</p>
<p>ในการนี้ได้แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติดังกล่าวข้างต้นโดยมีหลักเกณฑ์การแก้ไขที่สำคัญคือ เงินได้จากการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมาย เงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยาหรือจากการให้โดยเสน่หาตามประเพณีได้รับยกเว้นเฉพาะในส่วนที่ไม่เกินสิบล้านหรือยี่สิบล้านบาทแล้วแต่กรณี</p>
<p>ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/NL2uKo" target="_blank" rel="noopener noreferrer">http://goo.gl/NL2uKo</a> และ <a href="http://goo.gl/lhFjKT" target="_blank" rel="noopener noreferrer">http://goo.gl/lhFjKT</a></p>
<h5><strong>เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีสำหรับโรงเรียนเอกชน</strong></h5>
<p><em>                </em>ตามที่มีพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 284) พ.ศ. 2538 ยกเว้นภาษีเงินได้และเงินปันผลสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงเรียนเอกชนนั้น</p>
<p>ครม.ได้ออกพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 588) และ (ฉบับที่ 589) พ.ศ. 2558 แก้ไขหลักเกณฑ์การได้รับยกเว้นภาษีเงินได้และเงินปันผลที่ได้กล่าวข้างต้นและรวมถึงกรณีของมูลนิธิหรือสมาคมด้วยว่าไม่ให้รวมถึงเงินได้หรือเงินปันผลที่ได้จากโรงเรียนเอกชนนอกระบบประเภทกวดวิชา</p>
<p>ในการนี้ รมว.กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวง (ฉบับที่ 307) พ.ศ. 2558 แก้ไข เพิ่มเติม ข้อ 2(1) และ (37) ของกฎกระทรวงฉบับที่ 126 (พ.ศ.2509) ให้สอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกาข้างต้นว่า เงินได้ เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งกำไรของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ เว้นแต่เงินได้จากกิจการโรงเรียนเอกชนนอกระบบประเภทกวดวิชา นอกจากนี้ยังได้แก้ไขข้อ 2(57) กรณีบุคคลธรรมดาที่ได้รับยกเว้นเงินได้ที่ได้รับจากกองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน</p>
<p>ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/fboe5H">http://goo.gl/fboe5H</a> และ <a href="http://goo.gl/Jh7YcE">http://goo.gl/Jh7YcE</a></p>
<h5><strong>สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้ประกอบการและโรงเรียนเอกชน</strong></h5>
<p>ครม.ได้ออกพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 590) พ.ศ. 2558 ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับกิจการโรงเรียนเอกชน ดังนี้</p>
<ol>
<li>ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ให้แก่ผู้ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเอกชนซึ่งได้โอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดิน ส่วนควบของที่ดิน รวมทั้งทรัพย์สินใดๆแก่โรงเรียนในระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนโดยไม่มีค่าตอบแทน</li>
<li>ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ กรณีโรงเรียนในระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนซึ่งได้โอนทรัพย์สินตามข้อ 1. คืนแก่ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเอกชน เจ้าของเดิม หรือทายาท เมื่อเลิกใช้ประโยชน์หรือเลิกกิจการโดยไม่มีค่าตอบแทน</li>
<li>ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ให้แก่ผู้บริจาคที่ดิน ส่วนควบของที่ดิน ให้แก่โรงเรียนในระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนโดยผู้บริจาคต้องไม่นำต้นทุนของทรัพย์สินดังกล่าวมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษี</li>
<li>ยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ให้แก่โรงเรียนในระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนซึ่งได้โอนทรัพย์สินตามข้อ1.คืนแก่ผู้บริจาคหรือทายาทเมื่อเลิกใช้ประโยชน์หรือเลิกกิจการโดยไม่มีค่าตอบแทน</li>
<li>ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเอกชน เจ้าของเดิม ผู้บริจาค หรือทายาทสำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการรับโอนโดยไม่มีค่าตอบแทนจากโรงเรียนในระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน</li>
</ol>
<p>อนึ่งการโอนและการรับโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่พระราชกฤษฎีกาข้างต้นกำหนด</p>
<p>ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/f2kgfq">http://goo.gl/f2kgfq</a></p>
<h5><strong>กำหนดหลักเกณฑ์การเสียภาษีเงินได้กรณีได้รับเงินอื่นนอกจากค่าเช่า</strong></h5>
<p><strong>                </strong>รมว.กระทรวงการคลังออกประกาศกระทรวงการคลังให้สิทธิแก่ผู้ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาสามารถเฉลี่ยเงินกินเปล่า เงินแป๊ะเจี๊ยะ เงินค่าปลูกสร้าง เงินค่าซ่อมแซม ฯลฯ ตามจำนวนปีของอายุการเช่าได้โดยผู้ให้เช่าต้องยื่นรายการพร้อมชำระภาษีเงินได้ที่เฉลี่ยนั้นภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป อย่างไรก็ดี หากผู้ให้เช่ารายใดยื่นไม่ทันกำหนดเวลาก็ยังคงมีสิทธิเฉลี่ยเงินนั้นได้แต่ต้องเสียเงินเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด สำหรับผู้เสียภาษีรายใดที่ไม่ได้ยื่นรายการให้เจ้าพนักงานเรียกเก็บตามมาตรา 60 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากรต่อไป</p>
<p>ทั้งนี้ ให้ใช้กับค่าเช่าที่ได้รับตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งต้องยื่นรายการในปี 2558 เป็นต้นไป</p>
<p>ในการนี้ กรมสรรพากรได้ออกคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.151/2558 กำหนดให้ผู้ให้เช่าที่ไม่ประสงค์จะเฉลี่ยเงินกินเปล่าต้องนำเงินกินเปล่าที่ได้รับทั้งจำนวนไปยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือในกรณีที่ผู้ให้เช่าประสงค์จะเฉลี่ยให้นำเงินกินเปล่าตามส่วนที่เฉลี่ยนั้นยื่นแบบ ภ.ง.ด.93</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/zw0yk2">http://goo.gl/zw0yk2</a> และ <a href="http://goo.gl/d3MQNB">http://goo.gl/d3MQNB</a></p>
<h5><strong>แก้ไขหลักเกณฑ์การได้รับสิทธิยกเว้นภาษีกรณีซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว </strong><strong>(LTF)</strong></h5>
<p><strong>                </strong>อธิบดีกรมสรรพากรออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 257) แก้ไขหลักเกณฑ์ในข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 5 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 169) ซึ่งเป็นเรื่องการได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้กรณีบุคคลธรรมดาซื้อหน่วยลงทุน LTF โดยมีสาระสำคัญของการแก้ไขว่าบุคคลธรรมดาที่ซื้อหน่วยลงทุน LTF ไม่ว่ากองเดียวหรือหลายกองต้องซื้อจำนวนรวมกันไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมินที่ได้รับ<strong>ซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้</strong>ในปีภาษีนั้น ซึ่งเดิมกำหนดให้คิดจากเงินได้พึงประเมินที่ได้รับในปีภาษีนั้น</p>
<p>ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/G3zbTD">http://goo.gl/G3zbTD</a></p>
<h5><strong>แก้ไขหลักเกณฑ์การได้รับสิทธิยกเว้นภาษีกรณีขายหน่วยลงทุนคืนให้แก่กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (</strong><strong>RMF)</strong></h5>
<p><strong>                </strong>อธิบดีกรมสรรพากรออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 258) แก้ไขหลักเกณฑ์ในข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 5 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 170) เรื่องเงื่อนไขของการได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้กรณีขายหน่วยลงทุน RMF ที่จะได้รับยกเว้นภาษีให้คิดจากฐาน<strong>เงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ในแต่ละปี</strong> ซึ่งเดิมกำหนดให้คิดจากฐานของเงินได้ที่ได้รับในแต่ละปี</p>
<p>ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/BAX3XT">http://goo.gl/BAX3XT</a></p>
<h5><strong>แก้ไขหลักเกณฑ์การได้รับสิทธิยกเว้นภาษีกรณีซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (</strong><strong>RMF)</strong></h5>
<p><strong>                </strong>อธิบดีกรมสรรพากรออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 259) แก้ไขหลักเกณฑ์ในข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 7 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 171) เรื่องเงื่อนไขของการได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้กรณีซื้อหน่วยลงทุน RMF ที่จะได้รับยกเว้นภาษีให้คิดจากฐาน<strong>เงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ในแต่ละปี</strong> ซึ่งเดิมกำหนดให้คิดจากฐานของเงินได้ที่ได้รับในแต่ละปี</p>
<p>ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/nwgbmU">http://goo.gl/nwgbmU</a></p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span></strong></h4>
<h5><strong>รัฐบาลขยายเวลาคง </strong><strong>VAT 7% อีก 1 ปี</strong></h5>
<p>รมว.กระทรวงการคลังเปิดเผยว่าที่ประชุมครม.มีมติให้คงภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7 ต่อไปอีก 1 ปีเนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศไทยในขณะนี้ยังไม่ดีและรัฐบาลต้องการกระตุ้นให้ประชาชนในประเทศบริโภคมากขึ้น</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/HQ0k47">https://goo.gl/HQ0k47</a></p>
<h5><strong>คตง.ตั้งสำนักตรวจสอบการจัดเก็บรายได้</strong></h5>
<p><strong>                </strong>ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) มีมติเห็นชอบให้จัดตั้งสำนักตรวจสอบการจัดเก็บรายได้ โดยหน่วยงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งรัดการจัดเก็บรายได้ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ตลอดจนหน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งถือเป็นมาตรการหนึ่งในการลดปัญหาการขาดดุลงบประมาณ นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันการคอร์รัปชั่นอีกด้วย</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/AVGYzK">http://goo.gl/AVGYzK</a></p>
<h4 class="AngsanaNew"><span style="text-decoration: underline;">ข่าวกฎหมายที่น่าสนใจ</span></h4>
<h5><strong>บังคับใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริต</strong></h5>
<p>สภานิติบัญญัติแห่งชาติออกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2558 แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 โดยมีการแก้ไขที่น่าสนใจคือ กำหนดความผิดและอัตราโทษในกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบเพื่อให้ทำหรือไม่กระทำการใดในตำแหน่งต้องระวางโทษจำคุก จำคุกตลอดชีวิตและปรับ หรือประหารชีวิต</p>
<p>ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2558</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/eXmHbM">http://goo.gl/eXmHbM</a></p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></strong></h4>
<h5><strong>คำพิพากษาฎีกาที่ </strong><strong>15793/2557</strong></h5>
<p>ระหว่าง                    บริษัท ผ จำกัด                                   โจทก์</p>
<p>กับ                          กรมสรรพากร                                     จำเลย</p>
<p>เรื่อง                       การรับรู้รายได้ตามเกณฑ์สิทธิ</p>
<p>การที่โจทก์ได้รับค่าชดเชยค่าก๊าซจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม้ว่าจะได้รับในขั้นตอนการทดลองเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าก่อนโจทก์ได้รับการส่งเสริมการลงทุนย่อมมีผลเพียงว่ารายได้ดังกล่าวไม่เป็นรายได้จากกิจการที่โจทก์ได้รับการส่งเสริมการลงทุนเท่านั้น แต่ยังคงถือเป็นรายได้จากกิจการที่โจทก์กระทำตามมาตรา 65 วรรคแรกแห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>เมื่อสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าระหว่างโจทก์และกฟผ.มีข้อกำหนดว่า ในขั้นตอนการทดลองเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเมื่อโจทก์ถูกการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) เรียกเก็บค่าเชื้อเพลิง กฟผ.จะจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวคืนให้แก่โจทก์ ดังนั้นเมื่อโจทก์ลงบันทึกการซื้อก๊าซจากปตท.จำนวน 35,768,080.93 บาท ตั้งแต่ปี 2542 ต้องถือว่าเงินชดเชยนี้มีความแน่นอนว่าโจทก์มีสิทธิได้รับตั้งแต่ปี 2542 ส่วนวิธีการและกำหนดเวลาวางบิลที่โจทก์อ้างว่าเรียกเก็บจากกฟผ.ในปี 2543 ไม่อาจเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การจัดเก็บภาษีอากรตามมาตรา 65 วรรคสองแห่งประมวลรัษฎากรได้ ดังนั้น การลงบันทึกรับรู้รายได้ของโจทก์ในปี 2542 จึงต่ำกว่าความเป็นจริง เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจแจ้งเปลี่ยนแปลงผลขาดทุนสุทธิของโจทก์ให้ถูกต้องได้</p>
<h5><strong>ความเห็นทางกฎหมายเพิ่มเติม</strong></h5>
<p>จากคดีข้างต้นมีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ การรับรู้รายได้ค่าชดเชยค่าก๊าซที่โจทก์ได้รับจากกฟผ.เกิดขึ้นในปีใด ในเรื่องนี้มาตรา 65 วรรคสองแห่งประมวลรัษฎากรกำหนดว่า ในการคำนวณรายได้และรายจ่ายเพื่อหากำไรสุทธิที่จะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ใช้เกณฑ์สิทธิ ซึ่งในแง่ของการรับรู้รายได้ ให้นำรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีใด แม้ว่าจะยังไม่ได้รับชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น มารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น</p>
<p>จากหลักกฎหมายข้างต้นคำว่าเกณฑ์สิทธิหมายถึงสิทธิเรียกร้องที่มีความแน่นอนซึ่งคู่กรณีอีกฝ่ายต้องชำระหนี้ (เทียบนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 3543/2542 และคำพิพากษาฎีกาที่ 4808/2546) โดยในเบื้องต้นต้องพิจารณาจากเงื่อนไขของสัญญาเสียก่อนว่าคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมีสิทธิเรียกร้องต่อกันอย่างไร เมื่อสัญญาซื้อขายไฟฟ้ามีข้อกำหนดว่ากฟผ.จะชำระเงินจำนวนเท่ากับค่าก๊าซซึ่งโจทก์ใช้ไปเพื่อการทดลองเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าคืนให้แก่โจทก์และโจทก์ได้บันทึกการซื้อก๊าซจากปตท.ในปี 2542 ต้องถือว่าโจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้กฟผ.ใช้เงินค่าก๊าซคืนตั้งแต่นั้น ส่วนโจทก์จะได้รับเงินค่าก๊าซจริงเมื่อใดนั้นไม่ทำให้สิทธิในการเรียกร้องให้ใช้เงินค่าก๊าซที่มีมาตั้งแต่ปี 2542 เปลี่ยนแปลงไป กรณีต้องถือว่าโจทก์มีรายได้จากค่าก๊าซตั้งแต่ปี 2542 มิใช่ปี 2543 ที่โจทก์ได้รับค่าก๊าซจริง</p>
<p style="text-align: center;">นายธรดล  จันทรศัพท์<br />
ที่ปรึกษาภาษีอากร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใดๆเกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด 2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนน วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9753 Email:  <a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a>, <a href="mailto:sureelukt@dlo.co.th">sureelukt@dlo.co.th</a></p>
<div class="nl-box">
<div class="nl-box-services">
<p><strong><strong>    </strong><span style="text-decoration: underline;">บริการกฎหมายภาษีอากร</span> :</strong></p>
<p><strong>1. งานให้คำปรึกษาภาษี</strong></p>
<p><strong>2. งานขอคืนภาษี</strong></p>
<p><strong>3. งานวางแผนภาษี</strong></p>
<p><strong>4. งานตรวจสอบภาษี</strong></p>
<p><strong>5. งานกรอกแบบแสดงรายการภาษี</strong></p>
<p><strong>6. งานให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่</strong></p>
<p><strong>7. งานอุทธรณ์การประเมินภาษี</strong></p>
<p><strong>8. งานคดีภาษีอากร</strong></p>
<p><strong>    เป็นต้น</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact-title">
<p><strong>สอบถามบริการโปรดติดต่อ :</strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>กัมพล ทรัพย์ปรุง </strong></p>
<p><strong>+662 680-9724 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>พุทธิมา เกิดศิริ </strong></p>
<p><strong>+662 680-9751 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>สุรีย์ลักษณ์ ธนากิจไพศาล </strong></p>
<p><strong>+662 680-9753 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:sureelukt@dlo.co.th">sureelukt@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2515">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนสิงหาคม 2558</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2515/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
	</channel>
</rss>
