<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กองบรรณาธิการ &#8211; สำนักกฎหมายธรรมนิติ</title>
	<atom:link href="https://www.dlo.co.th/author/siriwans/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.dlo.co.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 21 Aug 2019 14:08:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.3.5</generator>
	<item>
		<title>เปิดร่าง กม.ภาษีมรดก เก็บร้อยละ 10 ส่วนที่เกิน 50 ล้าน-จำคุก 2 ปี ปรับ 4 แสน ผู้หลีกเลี่ยง</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2403</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2403#respond</comments>
				<pubDate>Tue, 18 Nov 2014 21:26:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2403</guid>
				<description><![CDATA[<p>เปิดเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก หลัง ครม. เห็นชอบ เสนอเข้า สนช. ให้เก็บร้อยละ 10 จากมูลค่ามรดกส่วนที่เกิน 50 ล้าน คาดโทษปรับ 5 แสน ผู้ไ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2403">เปิดร่าง กม.ภาษีมรดก เก็บร้อยละ 10 ส่วนที่เกิน 50 ล้าน-จำคุก 2 ปี ปรับ 4 แสน ผู้หลีกเลี่ยง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>เปิดเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก หลัง ครม. เห็นชอบ เสนอเข้า สนช. ให้เก็บร้อยละ 10 จากมูลค่ามรดกส่วนที่เกิน 50 ล้าน คาดโทษปรับ 5 แสน ผู้ไม่ยื่นเสียภาษี และปรับ 4 แสน &#8211; จำคุก 2 ปี ผู้หลีกเลี่ยง พร้อมแก้ประมวลรัษฎากร โอนทรัพย์สินให้บุตรต้องเสียภาษีร้อยละ 5 ในส่วนที่เกิน 10 ล้าน คาดใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน ประกาศใช้ <br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<br />หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมายืนยันว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ. … ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโยงกันระหว่างภาษีที่เกี่ยวกับมรดกและภาษีที่เกี่ยวกับการยกให้ ซึ่งที่ประชุมมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างรอบคอบ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่า กฎหมายดังกล่าวจะต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 6 เดือน จึงมีผลบังคับใช้ โดยต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติราว 3 เดือน และลงประกาศในราชกิจจาก่อน 90 วัน<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<br />สำหรับ ร่าง พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ. … หรือ ร่างกฎหมายภาษีมรดก ที่เสนอคณะรัฐมนตรีนั้น กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง เป็นผู้เสนอ ภายหลังได้ส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะพิเศษพิจารณาเห็นชอบ และเคยมีกำหนดจะเสนอ ครม. ในวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา แต่เลื่อนมาเสนอในวันนี้ (18 พ.ย.) คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะพิเศษได้พิจารณาปรับปรุงรายละเอียดร่างกฎหมายถึง 25 ประเด็นด้วยกัน โดยแก้ไขในกรณีการบริจาคทรัพย์สินเพื่อการศึกษาจะได้รับยกเว้นภาษี<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<br />ในส่วนของอัตราภาษีนั้นมีข้อเสนอการจัดเก็บอยู่ที่ 10% สำหรับการรับมรดก (ผู้ให้เสียชีวิต) กรณีทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท และเสนอจัดเก็บภาษี 5% สำหรับการรับ (ผู้ให้ยังมีชีวิต) ทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไป โดยทรัพย์สินที่จะโดนเรียกเก็บภาษีมรดกนั้นจะประกอบด้วยอสังหาริมทรัพย์ และ สังหาริมทรัพย์ ทุกประเภท รายละเอียดของกฎหมาย และอัตราการจัดเก็บดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ในขั้นการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แต่คาดว่าจะไม่เกิน 10%<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<br />สำหรับเนื้อหาในร่างพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. &#8230; มีโดยสรุปดังนี้<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<br />กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเสียภาษีการรับมรดก โดยให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และไม่ใช้บังคับแก่มรดกที่เจ้ามรดกได้ตายก่อนวันที่ร่างพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และมรดกที่คู่สมรสของเจ้ามรดกได้รับจากเจ้ามรดก ดังนี้<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<br />1) กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับมรดก ได้แก่ บุคคลผู้มีสัญชาติไทย ผู้มิได้มีสัญชาติไทย แต่มีภูมิลำเนา หรือมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลาสามปีติดต่อกันถึงวันมีสิทธิได้รับมรดก และบุคคลผู้มิได้มีสัญชาติไทย แต่ได้รับมรดกอันเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<br />2) กำหนดให้มูลค่ามรดกที่ต้องเสียภาษีการรับมรดก ผู้ได้รับมรดกไม่ว่าจะได้รับมาในคราวเดียวหรือหลายคราว ถ้าแต่ละรายรวมกันแล้วมีมูลค่าเกินห้าสิบล้านบาทต้องเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกินห้าสิบล้านบาท ซึ่งมูลค่ามรดกนี้หมายถึงมูลค่าของทรัพย์สินทั้งสิ้นที่ได้รับเป็นมรดกหักด้วยภาระหนี้สินอันตกทอดมาจากการรับมรดกนั้น<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<br />3) กำหนดบทยกเว้นการเสียภาษีการรับมรดกให้แก่บุคคลหรือองค์กรที่ได้รับมรดก ได้แก่ บุคคลผู้ได้รับมรดกที่เจ้ามรดกแสดงเจตนาหรือเห็นได้ว่าประสงค์ให้ใช้มรดกนั้น เพื่อประโยชน์ในกิจการศาสนา กิจการศึกษา หรือกิจการสาธารณประโยชน์ หน่วยงานของรัฐและนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อกิจการศาสนา กิจการศึกษา หรือกิจการสาธารณประโยชน์โดยให้กำหนดเป็นกฎกระทรวง<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<br />4) กำหนดอัตราภาษีสำหรับการเสียภาษีการรับมรดก ผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับมรดก ต้องคำนวณและเสียภาษีในอัตราร้อยละสิบของมูลค่ามรดกในส่วนที่ต้องเสียภาษี ทั้งนี้ อัตราร้อยละสิบดังกล่าวจะตราพระราชกฤษฎีกาลดลงตามที่เห็นสมควรก็ได้<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<br />5) กำหนดการยื่นแบบการชำระภาษีและการประเมินภาษีการรับมรดก<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<br />6) กำหนดความผิดและลงโทษสำหรับการกระทำความผิดหรือการฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมาย เช่น กรณีไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีโดยไม่มีเหตุอันสมควรต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท กรณีทำลาย ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้น หรือโอนไปให้แก่บุคคลอื่นซึ่งทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีและปรับไม่เกินสี่แสนบาท และกรณีผู้ใดโดยความเท็จ โดยเจตนาละเลย โดยฉ้อโกงหรือใช้อุบายโดยวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใด หลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นต้น<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<br />นอกจากนี้ ครม. ยังเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. &#8230; เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อจัดเก็บภาษีเงินได้จากการรับให้ อันเป็นการสอดคล้องกับการจัดเก็บภาษีรับมรดก ดังนี้<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<br />1) กำหนดให้เงินได้ที่ได้รับจากการรับมรดกได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<br />2) กำหนดให้ผู้มีเงินได้จะเลือกเสียภาษีในอัตราร้อยละ 5 ของเงินได้ส่วนที่เกินสิบล้านบาทโดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีได้ สำหรับเงินได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทน ให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมายซึ่งไม่รวมถึงบุตรบุญธรรมที่ไม่ได้รับยกเว้น<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<br />3) กำหนดให้การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทน ให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมายซึ่งไม่รวมถึงบุตรบุญธรรมให้ผู้โอนหักภาษีไว้ร้อยละ 5 ของเงินได้เฉพาะในส่วนที่เกินสิบล้านบาท<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<br />4) กำหนดบทเฉพาะกาล ให้การเสียภาษีเงินได้ในส่วนของเงินได้พึงประเมินที่ไม่ได้รับยกเว้นตามประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ให้คิดเฉพาะเงินได้ที่ได้รับมาภายหลังวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ</p>
<p>ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2403">เปิดร่าง กม.ภาษีมรดก เก็บร้อยละ 10 ส่วนที่เกิน 50 ล้าน-จำคุก 2 ปี ปรับ 4 แสน ผู้หลีกเลี่ยง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2403/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>มนุษย์เงินเดือนเฮ! ครม.ไฟเขียวโครงสร้างภาษีใหม่ จ่ายน้อยลง กระทบรายได้ 27,000 ล้าน แต่ช่วยฟื้นศก.ระยะยาว</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2245</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2245#respond</comments>
				<pubDate>Tue, 30 Jul 2013 20:29:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2245</guid>
				<description><![CDATA[<div align="justify">
วันนี้ (30 ก.ค.2556) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฏากร ฉบับที่ ... พ.ศ. ...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2245">มนุษย์เงินเดือนเฮ! ครม.ไฟเขียวโครงสร้างภาษีใหม่ จ่ายน้อยลง กระทบรายได้ 27,000 ล้าน แต่ช่วยฟื้นศก.ระยะยาว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<div align="justify">
วันนี้ (30 ก.ค.2556) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฏากร ฉบับที่ &#8230; พ.ศ. &#8230; (มาตราการปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพื่อส่งเสริมความเป็นธรรมและให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ) ซึ่งเป็นการแก้ไขปรับปรุงจากร่างพ.ร.บ.ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว จากเดิมที่แยกกันดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมแก้ไขประมวลรัษฎากร ในส่วนที่เกี่ยวกับการปรับปรุงอัตราภาษีเงินได้สำหรับภาษีบุคคลธรรมดาเป็นอีกฉบับหนึ่ง มาเป็นรวมการปรับปรุงบัญชีอัตราภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดาและการปรับปรุงการจัดเก็บภาษีเงินได้สำหรับคณะบุคคล ที่ไม่ใช่นิติบุคคล และห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ใช่นิติบุคคลมาเป็นฉบับเดียวกัน เพื่อปรับปรุงบัญชีอัตราภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดา 
</div>
<p>
<br />
สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีรายได้สุทธิเดิมไม่เกิน 1 แสน ใช้อัตราร้อยละ 5 และตั้งแต่ 1 แสนบาทถึง 3 แสนบาท เสียอัตราร้อยละ 10 แต่สำหรับอัตรภาษีใหม่ ให้บุคคลที่มีรายได้สุทธิไม่เกิน 3 แสนบาท เสียภาษีในอัตราร้อยละ 5 เท่านั้น นอกจากนี้ ตั้งแต่ 3 แสนบาทขึ้นไปถึง 5 แสน เสียในอัตรร้อยละ 10, ตั้งแต่ 5 แสนบาทขึ้นไปถึง 7.5 แสน เสียในอัตราร้อยละ 15, ตั้งแต่ 7.5 แสนบาทขึ้นไปถึง 1 ล้านบาท เสียในอัตราร้อยละ 20, ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไปถึง 2 ล้านบาทเดิมร้อยละ 30 เหลือร้อยละ 25 บาท, ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไปถึง 4 ล้านบาท เสียในอัตราร้อยละ 30 และตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป เดิมเสียในอัตราร้อยละ 37 ลดเหลือร้อยละ 35 ส่วนห้างหุ้นส่วนสามัญเสียในอัตราร้อยละ 20 ขณะที่คณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล ให้เสียภาษีจากรายได้พึงประเมินร้อยละ 20 เช่นกัน โดยให้มีผลบังคับใช้ในปีภาษี 2556 ที่จะยื่นในปี 2557 เป็นต้นไป
</p>
<p>
&nbsp;
</p>
<div style="text-align: center">
<img class=" size-full wp-image-2242" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/07/13751794891375179613l.jpg" height="260" width="433" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/07/13751794891375179613l.jpg 800w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/07/13751794891375179613l-300x181.jpg 300w" sizes="(max-width: 433px) 100vw, 433px" />
</div>
<div style="text-align: center" align="left">
ที่มา:(มติ ครม. 30 กรกฎาคม 2556)
</div>
<p></p>
<p>
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้มีเงินได้สุทธิเฉพาะส่วนไม่เกิน 150,000 บาท ที่มีผลใช้บังคับสำหรับเงินได้สุทธิที่เกิดขึ้นในปีพ.ศ. 2551 เป็นต้นมา ( พระราชกฤษฎีกา ( ฉบับที่ 470 ) พ.ศ. 2551 ) ยังคงได้รับการยกเว้นเหมือนเดิม  โดยจะมีบทเฉพาะกาลในส่วนนี้เมื่อมีการตราเป็นพระราชบัญญัติออกมาแล้ว
</p>
<p>
<br />
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังรายงานว่า การปรับปรุงบัญชีอัตราภาษีเงินได้ฯ จะมีผลกระทบต่อรายได้ภาษีอากรในปีงบ 2556 ประมาณ 25,000 ล้านบาท แต่จะมีส่วนช่วยกระตุ้นการบริโภค และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว รายละเอียดดังนี้
</p>
<p>
<img class=" size-full wp-image-2243" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/07/1.jpg" alt="ข่าวคลัง" height="1026" width="710" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/07/1.jpg 800w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/07/1-208x300.jpg 208w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/07/1-768x1109.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/07/1-709x1024.jpg 709w" sizes="(max-width: 710px) 100vw, 710px" />
</p>
<p>
<img class=" size-full wp-image-2244" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/07/2.jpg" alt="คลัง2" height="1037" width="717" />
</p>
<p>
&nbsp;
</p>
<p>
ที่มา หนังสือพิมพ์มติชน และสำนักวิชาการแผนภาษี กรมสรรพากร
</p>
<p>
&nbsp;
</p>
<p>
&nbsp;
</p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2245">มนุษย์เงินเดือนเฮ! ครม.ไฟเขียวโครงสร้างภาษีใหม่ จ่ายน้อยลง กระทบรายได้ 27,000 ล้าน แต่ช่วยฟื้นศก.ระยะยาว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2245/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>สรรพากรอ่วม8เดือนเก็บรายได้โตแค่ 2.72%</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2226</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2226#respond</comments>
				<pubDate>Thu, 06 Jun 2013 19:42:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2226</guid>
				<description><![CDATA[<p>
<span name="advenueINTEXT" id="advenueINTEXT"><b>สรรพากรเจอศึกหนักในการจัดเก็บรายได้ หลังภาษีเงินได้นิติบุคคลปรับลดลง ล่าสุดรายได้ 8 เดือนแรกงบปี&#34;56 โตแค่ 2.72%</b></span>
</p>
<p>
<span name="advenueINTEXT" id="advenueINTEXT"></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2226">สรรพากรอ่วม8เดือนเก็บรายได้โตแค่ 2.72%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>
<span name="advenueINTEXT" id="advenueINTEXT"><b>สรรพากรเจอศึกหนักในการจัดเก็บรายได้ หลังภาษีเงินได้นิติบุคคลปรับลดลง ล่าสุดรายได้ 8 เดือนแรกงบปี&quot;56 โตแค่ 2.72%</b></span>
</p>
<p>
<span name="advenueINTEXT" id="advenueINTEXT"></span>
</p>
<p>
นาย<span class="anchor-link">สาธิต รังคสิริ</span> อธิบดีกรม<span class="anchor-link">สรรพากร</span> เปิดเผยผลการ<span class="anchor-link">จัดเก็บรายได้</span>ของกรม<span class="anchor-link">สรรพากร</span>ในรอบ 8 เดือนของปีงบประมาณ 2556 ว่า กรมฯ สามารถ<span class="anchor-link">จัดเก็บรายได้</span>ได้จำนวน 1.1 ล้านล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 2.9 หมื่นล้านบาท หรือ 2.72% ในจำนวนนี้ เป็นรายได้จาก<span class="anchor-link">ภาษี</span>เงินได้บุคคลธรรมดาจำนวน 2.08 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 10.93% <span class="anchor-link">ภาษี</span>เงินได้นิติบุคคลจัดเก็บได้ประมาณ 2.89 แสนล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 1.93 หมื่นล้านบาท หรือ 6.27% <span class="anchor-link">ภาษี</span>มูลค่าเพิ่มจัดเก็บได้ 4.69 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 3.2 พันล้านบาท หรือ 0.69%
</p>
<p><span name="advenueINTEXT" id="advenueINTEXT"><br />
</span><span name="advenueINTEXT" id="advenueINTEXT"></p>
<p>
นอกจากนี้ ยังมี<span class="anchor-link">ภาษี</span>เงินได้ปิโตรเลียม ที่จัดเก็บได้จำนวนประมาณ 1.04 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 1.78 หมื่นล้านบาท หรือ 20.63% <span class="anchor-link">ภาษี</span>ธุรกิจ<br />
เฉพาะจัดเก็บได้ 3.16 หมื่นล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 5.6 พันล้านบาท หรือ<br />
21.78% อากรแสตมป์ 8.46 พันล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 1.47 พันล้านบาท หรือ<br />
21.17% และ รายได้อื่นๆ 183 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 24 ล้านบาท หรือ<br />
15.70%
</p>
<p></span><span name="advenueINTEXT" id="advenueINTEXT"></p>
<p>
ทั้งนี้ ผลการ<span class="anchor-link">จัดเก็บรายได้</span>ในเดือนพฤษภาคม ปรากฏว่า จัดเก็บได้ 2.9 แสนล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 1.3 หมื่นล้านบาท หรือ 4.28% ส่วนสำคัญเป็นผลจาก ยอดการ<span class="anchor-link">จัดเก็บรายได้</span>จาก<span class="anchor-link">ภาษี</span>นิติบุคคล ซึ่งปรากฏยอดการ<span class="anchor-link">จัดเก็บรายได้</span>จำนวน 1.14 แสนล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 2.5 หมื่นล้านบาทหรือ 18.03% ส่วน<span class="anchor-link">ภาษี</span>มูลค่าเพิ่มนั้น จัดเก็บได้ 5.6 หมื่นล้านบาท ลดลง 4.5 พันล้านบาท หรือ 7.56%
</p>
<p>
&quot;<span class="anchor-link">ภาษี</span>เงินได้นิติบุคคลที่ลดลง เป็นผลจากการปรับลด<span class="anchor-link">ภาษี</span>เงินได้บุคคลธรรมดาเหลือ 23% แต่เราก็มีรายได้ตัวอื่นมาทดแทน<br />
ทำให้ยอดรวมการจัดเก็บ 8 เดือน ยังเกินกว่าเป้าหมาย 2.9 หมื่นล้านบาท และ<br />
เชื่อว่า ทั้งปีเรายังจะจัดเก็บได้ตามประมาณการ ส่วนการจัดเก็บ<span class="anchor-link">ภาษี</span>มูลค่าเพิ่มที่ลดลงนั้น เป็นเพราะ<span class="anchor-link">ภาษี</span>ที่เก็บจากการนำเข้าลดลง แต่<span class="anchor-link">ภาษี</span>ที่เก็บจากการบริโภคในประเทศยังเป็นไปตามเป้าหมาย&quot;
</p>
<p>
นายสาธิต กล่าวว่า กรม<span class="anchor-link">สรรพากร</span>ยังเหลือศึกหนักจากการ<span class="anchor-link">จัดเก็บรายได้</span>นิติบุคคลในครึ่งปีหลัง เพราะเป็นช่วงของอัตรา<span class="anchor-link">ภาษี</span>ที่<br />
ลดลงเหลือ 20% อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา<br />
กรมฯได้ใช้นโยบายในการตรวจสอบข้อมูลรายได้ของผู้ประกอบการล่วงหน้า<br />
เพื่อประเมินรายได้ทั้งปีของผู้ประกอบการ โดยนำรายได้ของปีก่อนๆมาอ้างอิง<br />
ซึ่งจะทำให้กรมฯสามารถรู้ยอดรายได้ที่จะเข้ามาว่า จะมีจำนวนเท่าใด<br />
เมื่อเราตามติดอย่างใกล้ชิด จะทำให้การยื่น<span class="anchor-link">ภาษี</span>ที่ผิดปกติมีน้อยลง
</p>
<p>
ที่มา : <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/finance/finance/20130605/509594/%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A18%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%882.72.html?utm_source=twitterfeed&amp;utm_medium=twitter" target="_blank" rel="noopener noreferrer">หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ </a>
</p>
<p>
&nbsp;
</p>
<p></span> </p>
<p>
&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2226">สรรพากรอ่วม8เดือนเก็บรายได้โตแค่ 2.72%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2226/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>นายกฯ นั่งหัวโต๊ะถก ครม. คลังเตรียมขอยกเลิกภาษีเงินได้แก่บุคคลที่ร่วมออกร้าน ตปท.</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2225</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2225#respond</comments>
				<pubDate>Mon, 20 May 2013 20:37:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2225</guid>
				<description><![CDATA[<div align="justify">
<span style="font-size: small">วันที่ 21 พ.ค. ในการการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้<br />
ที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุม<br />
มีวาระที่น่าสนใจ อาทิ กระทรวงการคลัง ขอความเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา<br />
ออกตามความความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากรฉบับที่... พ.ศ....</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2225">นายกฯ นั่งหัวโต๊ะถก ครม. คลังเตรียมขอยกเลิกภาษีเงินได้แก่บุคคลที่ร่วมออกร้าน ตปท.</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<div align="justify">
<span style="font-size: small">วันที่ 21 พ.ค. ในการการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้<br />
ที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุม<br />
มีวาระที่น่าสนใจ อาทิ กระทรวงการคลัง ขอความเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา<br />
ออกตามความความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากรฉบับที่&#8230; พ.ศ&#8230;.<br />
มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ<br />
โดยให้กรมสรรพสามิต พิจารณายกเว้นภาษีเงินได้<br />
ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่จะร่วมออกร้าน งานนิทรรศการ<br />
หรืองานแสดงสินค้าในต่างประเทศ<br />
ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการผลักดันการส่งออกของประเทศ<br />
ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจในกลุ่มยูโรโซน และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทย<br />
ได้มีโอกาสในการหาตลาดใหม่ในต่างประเทศที่มีศักยภาพ<br />
โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556 &#8211; 31 ธ.ค. 2557</span>
</div>
<p><span style="font-size: small"></p>
<p>
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี เตรียมขออนุมัติโอน<br />
&quot;เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี&quot; ให้กับสำนักพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน)<br />
ขณะที่นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ รัฐมนตรีประจำสำนักรายกรัฐมนตรี เสนอให้ครม.<br />
รับทราบการติดตามงานตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ด้านสังคมและคุณภาพชีวิต<br />
ในส่วนของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีประจำเดือนมีนาคม 2556 อาทิ<br />
ความคืบหน้ากองทุนสตรี กองทุนตั้งตัวได้ และโครงการแท็บเล็ต
</p>
<p>
&nbsp;
</p>
<p>
ที่มา <a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1369103345" title="มติชน" target="_blank" rel="noopener noreferrer"><span style="font-size: small">มติชน</span> </a>
</p>
<p></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2225">นายกฯ นั่งหัวโต๊ะถก ครม. คลังเตรียมขอยกเลิกภาษีเงินได้แก่บุคคลที่ร่วมออกร้าน ตปท.</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2225/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>โทษหนัก! พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ฉบับใหม่ จัดเก็บ-เรียกคืนสินค้าอันตราย 19 มี.ค.บังคับใช้แล้ว !!</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2211</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2211#respond</comments>
				<pubDate>Wed, 20 Mar 2013 00:10:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2211</guid>
				<description><![CDATA[<p>พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้ลงเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา โดยกฎหมายฉบับดังกล่าว จะมีผลใช้บังคับ  วันที่ ๑๙ มีนาคม ๒ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2211">โทษหนัก! พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ฉบับใหม่ จัดเก็บ-เรียกคืนสินค้าอันตราย 19 มี.ค.บังคับใช้แล้ว !!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>
<span style="font-family: THSarabunPSK"><span style="font-family: THSarabunPSK">พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค </span></span><span style="font-family: THSarabunPSK"><span style="font-family: THSarabunPSK">(</span></span><span style="font-family: THSarabunPSK"><span style="font-family: THSarabunPSK">ฉบับที่ ๓</span></span><span style="font-family: THSarabunPSK"><span style="font-family: THSarabunPSK">) </span></span><span style="font-family: THSarabunPSK"><span style="font-family: THSarabunPSK">พ</span></span><span style="font-family: THSarabunPSK"><span style="font-family: THSarabunPSK">.</span></span><span style="font-family: THSarabunPSK"><span style="font-family: THSarabunPSK">ศ</span></span><span style="font-family: THSarabunPSK"><span style="font-family: THSarabunPSK">. </span></span><span style="font-family: THSarabunPSK"><span style="font-family: THSarabunPSK">๒๕๕๖ ได้ลงเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา โดยกฎหมายฉบับดังกล่าว จะมีผลใช้บังคับ  วันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๖ </span></span><span style="font-family: THSarabunPSK"><span style="font-family: THSarabunPSK">เป็นต้นไป</span></span>
</p>
<p>
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ<br />
โดยที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค<br />
ในปัจจุบันยังไม่มีบทบัญญัติชัดเจนที่จะให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทำ<br />
หน้าที่ไกล่เกลี่ยหรือประนีประนอม<br />
ข้อพิพาทเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคอันจะเป็นการช่วยลดปริมาณคดี<br />
ที่จะไปสู่ศาลได้ และสำหรับมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคนั้น แม้จะมีบทบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้าที่อาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภคก็ตาม แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมไปถึงการคุ้มครองทางด้านบริการที่อาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภคซึ่งสมควรมีมาตรการคุ้มครองเช่นกัน
</p>
<p>
นอกจากนั้น<br />
สมควรกำหนดให้มีมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับการให้ผู้ประกอบธุรกิจจัด<br />
เก็บหรือเรียกคืนสินค้าที่อาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค<br />
และให้มูลนิธิที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภครับรองมีสิทธิในการดำเนินคดี<br />
เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคเช่นเดียวกับสมาคม<br />
ซึ่งจะเป็นการขยายการคุ้มครองผู้บริโภคโดยภาคเอกชนด้วย
</p>
<p>
รายงานข่าว แจ้งว่า บทกำหนดโทษตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ฉบับใหม่ กำหนดโทษรุนแรงสูงสุด จำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท 
</p>
<p>
<a href="http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2556/A/025/4.PDF" target="_blank" rel="noopener noreferrer"><b><span style="color: #ee0000">เปิดดูกฎหมายที่นี่</span></b>  </a>
</p>
<p>
&nbsp;
</p>
<p>
ที่มา :  <a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1363599196" title="มติชน" target="_blank" rel="noopener noreferrer">มติชนออนไลน์</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2211">โทษหนัก! พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ฉบับใหม่ จัดเก็บ-เรียกคืนสินค้าอันตราย 19 มี.ค.บังคับใช้แล้ว !!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2211/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>สรรพากรเล็งโกยรายได้แวตทั้งปี 40%</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2196</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2196#respond</comments>
				<pubDate>Thu, 17 Jan 2013 20:40:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2196</guid>
				<description><![CDATA[<p>สรรพากรเล็งโกยรายได้แวตทั้งปี 40% เผยไม่หนักใจการจัดเก็บรายได้ มั่นใจเป็นไปตามเป้า ขณะที่จัดทำแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นภาษาอัง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2196">สรรพากรเล็งโกยรายได้แวตทั้งปี 40%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>
สรรพากรเล็งโกยรายได้แวตทั้งปี 40% เผยไม่หนักใจการจัดเก็บรายได้ มั่นใจเป็นไปตามเป้า ขณะที่จัดทำแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นภาษาอังกฤษเป็นปีแรก ตอกย้ำความเป็นสากลรองรับเออีซี
</p>
<p>เมื่อวันที่ 15 ม.ค. นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวภายหลังการเป็นประธานเปิดการสัมมนาการยื่นแบบ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาฉบับภาษาอังกฤษว่า ในปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ทางกรมสรรพากรจัดทำแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91) ฉบับภาษาอังกฤษ พร้อมคำอธิบายแนะนำวิธีการกรอกแบบเป็นภาษาอังกฤษเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก ให้แก่ผู้เสียภาษีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในเมืองไทยได้มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถยื่นแบบพร้อมชำระภาษีได้อย่างถูกต้อง ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งบริการที่กรมสรรพากรตั้งใจมอบให้แก่ผู้เสียภาษีและประชาชนซึ่งเป็นลูกค้าคนสำคัญและเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 58 อีกด้วย</p>
<p>
“การจัดสัมมนาดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่ผู้เสียภาษีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และคำอธิบายวิธีการกรอกแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91) ฉบับภาษาอังกฤษ ของปีภาษี 2555 ที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษี ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. – 31 มี.ค.56” นายสาธิต กล่าว
</p>
<p>นายสาธิต กล่าวถึงผลการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากรในปีงบประมาณ 56 ว่า ภาพรวมการจัดเก็บรายได้ ณ ปัจจุบันถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยเติบโตได้ในอัตรา 10% กว่า จึงถือว่าไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม ทางกรมฯ ก็ไม่ได้ประมาทหรือนิ่งนอนใจ โดยมีการสั่งการไปยังสรรพากรทุกพื้นที่ ให้ดูแลรวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลเป็นรายกลุ่มธุรกิจว่า กลุ่มใดเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพบ้าง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยทำให้การจัดเก็บภาษีไม่รั่วไหลและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าในปีนี้ภาพรวมการจัดเก็บรายได้ทั้งระบบจะเติบโตได้ประมาณ 9.7% โดยเป็นการจัดเก็บรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ประมาณ 40% ของรายได้ รวมภาษีเงินได้นิติบุคคล 30% ของรายได้รวมและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อีกประมาณ 30% ของรายได้รวม</p>
<p>
“ในปีนี้ไม่หนักใจเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากร ที่ตั้งเป้าทั้งปีอยู่ที่ 1.774 ล้านล้านบาท โดยมั่นใจว่ารายได้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะอยู่ในเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ คาดว่ารายได้จากแวตน่าจะจัดเก็บได้มากที่สุดประมาณ 40% กว่าๆ จากมาตรการของรัฐที่ออกมาช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศให้เพิ่มสูงขึ้น ถึงแม้ว่าการแยกยื่นภาษีสามีภรรยาจะทำให้กรมฯ สูญเสียรายได้ประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท แต่ก็ไม่รู้สึกหนักใจ เพราะจากปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจดีอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการให้แยกยื่นภาษีฯ รายได้ของกรมฯ ก็เติบโตได้ดีอยู่แล้ว” นายสาธิต กล่าว
</p>
<p>ที่มา <a href="http://www.thairath.co.th/content/eco/320391" title="thairath" target="_blank" rel="noopener noreferrer">หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2196">สรรพากรเล็งโกยรายได้แวตทั้งปี 40%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2196/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>Newsletter Jan 2013</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2195</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2195#respond</comments>
				<pubDate>Wed, 02 Jan 2013 20:42:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2195</guid>
				<description><![CDATA[<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2195">Newsletter Jan 2013</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>
<img class=" size-full wp-image-2189" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20131_0.preview.jpg" alt="news1" height="1415" width="1000" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20131_0.preview.jpg 1000w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20131_0.preview-212x300.jpg 212w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20131_0.preview-768x1087.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20131_0.preview-724x1024.jpg 724w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" />
</p>
<p>
<img class=" size-full wp-image-2190" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20132_0_1.preview.jpg" alt="news2" height="1415" width="1000" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20132_0_1.preview.jpg 1000w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20132_0_1.preview-212x300.jpg 212w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20132_0_1.preview-768x1087.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20132_0_1.preview-724x1024.jpg 724w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" />
</p>
<p>
<img class=" size-full wp-image-2191" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20133_0.preview.jpg" alt="news3" height="1415" width="1000" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20133_0.preview.jpg 1000w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20133_0.preview-212x300.jpg 212w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20133_0.preview-768x1087.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20133_0.preview-724x1024.jpg 724w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" />
</p>
<p>
<img class=" size-full wp-image-2192" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20134_0.preview.jpg" alt="news4" height="1415" width="1000" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20134_0.preview.jpg 1000w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20134_0.preview-212x300.jpg 212w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20134_0.preview-768x1087.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20134_0.preview-724x1024.jpg 724w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" />
</p>
<p>
<img class=" size-full wp-image-2193" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20135.preview.jpg" alt="news5" height="1415" width="1000" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20135.preview.jpg 1000w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20135.preview-212x300.jpg 212w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20135.preview-768x1087.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20135.preview-724x1024.jpg 724w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" />
</p>
<p>
<img class=" size-full wp-image-2194" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20136_0.preview.jpg" alt="news6" height="1415" width="1000" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20136_0.preview.jpg 1000w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20136_0.preview-212x300.jpg 212w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20136_0.preview-768x1087.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2013/01/DLOs-tax-newsletter-jan-20136_0.preview-724x1024.jpg 724w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2195">Newsletter Jan 2013</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2195/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ครม.อนุมัติลดอัตราภาษีรายได้บุคคลต่ำสุดเหลือ 5%จาก 10%</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2188</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2188#respond</comments>
				<pubDate>Tue, 18 Dec 2012 19:49:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2188</guid>
				<description><![CDATA[<p>
ครม.เห็นชอบปรับปรุงโครงสร้างภาษีรายได้บุคคลธรรมดาให้เกิดความเป็นธรรม<br />
ปรับขั้นอัตราภาษีถี่ขึ้นเป็น 7 ขั้นจากเดิม 5 ขั้น ลดอัตราภาษีต่ำสุดจาก<br />
10% เหลือ 5% และอัตราสูงสุด 37% เหลือ 35%...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2188">ครม.อนุมัติลดอัตราภาษีรายได้บุคคลต่ำสุดเหลือ 5%จาก 10%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>
ครม.เห็นชอบปรับปรุงโครงสร้างภาษีรายได้บุคคลธรรมดาให้เกิดความเป็นธรรม<br />
ปรับขั้นอัตราภาษีถี่ขึ้นเป็น 7 ขั้นจากเดิม 5 ขั้น ลดอัตราภาษีต่ำสุดจาก<br />
10% เหลือ 5% และอัตราสูงสุด 37% เหลือ 35%&#8230;
</p>
<p>
เมื่อวันที่ 18<br />
ธ.ค.2555 นพ.ทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า<br />
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบการปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา<br />
เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ<br />
โดยปรับขั้นอัตราภาษีให้ถี่ขึ้นเป็น 7 ขั้น จากเดิม 5 ขั้น<br />
และลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอัตราสูงสุดเหลือ 35% จากเดิม 37%
</p>
<p>
นอกจากนี้ ยังปรับปรุงการยื่นเสียภาษีบุคคลธรรมดา ให้แยกระหว่างสามี<br />
และภรรยาได้ รวมไปถึงมีการอนุมัติการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์<br />
โดยจะคิดตามปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกไป
</p>
<p>
สำหรับลำดับขั้นเงินได้สุทธิ และอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่<br />
ครม.อนุมัติในครั้งนี้แบ่งเป็น 7 ขั้น เริ่มจาก
</p>
<p>
<i>เงินได้สุทธิ 0-300,000 บาท<br />
อัตราภาษี 5%, </i>
</p>
<p>
<i>เงินได้สุทธิ 300,001 ถึง 500,000 บาท อัตราภาษี 10%,<br />
</i>
</p>
<p>
<i>เงินได้สุทธิ 500,001 ถึง 750,000 บาท อัตราภาษี 15%, </i>
</p>
<p>
<i>เงินได้สุทธิ 750,001<br />
ถึง 1,000,000 บาท อัตราภาษี 20% </i>
</p>
<p>
<i>ขณะที่ เงินได้สุทธิ 1,000,001 ถึง<br />
2,000,000 บาท อัตราภาษี 25%, เงินได้สุทธิ 2,000,001 ถึง 4,000,000 บาท<br />
อัตราภาษี 30% และ</i>
</p>
<p>
<i>เงินได้สุทธิ 4,000,001 บาทขึ้นไป อัตราภาษี 35%<br />
ส่วนผู้มีเงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท<br />
กระทรวงการคลังจะออกพระราชกฤษฎีกายกเว้นภาษีไว้เช่นเดิม<br />
</i>
</p>
<p>
ด้านนายสาธิต<br />
รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า<br />
การแก้ไขกฎหมายเรื่องการแยกยื่นภาษีระหว่างสามีภรรยาจะมีการออกเป็นพระราช<br />
กำหนด เพื่อเร่งดำเนินการให้ทันการยื่นแบบเสียภาษีในต้นปี 2556<br />
สำหรับปีภาษีปัจจุบัน แต่การปรับโครงสร้างภาษีบุคคลธรรมดา<br />
จะมีการออกเป็นพระราชบัญญัติ<br />
เพื่อให้ทันใช้บังคับกับเงินได้พึงประเมินในปีภาษี 2556<br />
ที่จะต้องยื่นเสียภาษีในปี 2557.
</p>
<p>
&nbsp;
</p>
<p>
ที่มา <a href="http://www.thairath.co.th/content/eco/314180" title="thairath" target="_blank" rel="noopener noreferrer">หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ </a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2188">ครม.อนุมัติลดอัตราภาษีรายได้บุคคลต่ำสุดเหลือ 5%จาก 10%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2188/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>SCBจัดสัมมนาพิเศษ “ทิศทางเศรษฐกิจไทยนับจากนี้ถึงยุค AEC” ในงานจุฬาฯ วิชาการ 2555</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2179</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2179#respond</comments>
				<pubDate>Tue, 13 Nov 2012 00:58:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2179</guid>
				<description><![CDATA[<p>
ด้วยธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดสัมมนาพิเศษในงานจุฬาฯวิชาการ 2555 เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยธนาคารไทยพาณิชย์ร่วมในการเสวนา 2 หัวข้อสำคัญ ได้แก่ “ทิศทางเศรษฐกิจไทยนับจากนี้ถึงยุค AEC” และ “มองไกลในตลาดทุนและตลาดหุ้น มุ่งสู่ AEC” ร่วมวิเคราะห์เจาะลึกเศรษฐกิจไทยในยุค AEC ทิศทางทางเศรษฐกิจ และโอกาสต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2179">SCBจัดสัมมนาพิเศษ “ทิศทางเศรษฐกิจไทยนับจากนี้ถึงยุค AEC” ในงานจุฬาฯ วิชาการ 2555</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>
ด้วยธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดสัมมนาพิเศษในงานจุฬาฯวิชาการ 2555 เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยธนาคารไทยพาณิชย์ร่วมในการเสวนา 2 หัวข้อสำคัญ ได้แก่ “ทิศทางเศรษฐกิจไทยนับจากนี้ถึงยุค AEC” และ “มองไกลในตลาดทุนและตลาดหุ้น มุ่งสู่ AEC” ร่วมวิเคราะห์เจาะลึกเศรษฐกิจไทยในยุค AEC ทิศทางทางเศรษฐกิจ และโอกาสตลาดทุน รวมถึงโอกาสในการลงทุนในตลาดหุ้น ธนาคารจึงขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมงานสัมมนาดังกล่าว ซึ่งจะจัดขึ้นใน วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2555 ณ ห้อง 202  ชั้น 2  อาคารมหิตลาธิเบศร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยมีกำหนดการดังนี้</p>
<p>10.45 – 12.00 น.       เสวนา เรื่อง <strong>“ทิศทางเศรษฐกิจไทยนับจากนี้ถึงยุค AEC”</strong> โดย<br />
&#8211;  ดร. สุทธาภา อมรวิวัฒน์ Chief Economist และผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์<br />
&#8211;  ดร. ปรเมธ วิมลศิริ  รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ<br />
ดำเนินการเสวนาโดย <br />
&#8211; รองศาสตราจารย์ ดร.ชโยดม สรรพศรี คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</p>
<p>14.15 – 15.30 น.     เสวนา เรื่อง <strong>“มองการไกลในตลาดทุนและตลาดหุ้น มุ่งสู่ AEC”</strong> โดย<br />
&#8211; ดร. ภากร ปีตธวัชชัย  รองผู้จัดการสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย<br />
&#8211; คุณเกียรติศักดิ์ เจนวิภากุล  กรรมการผู้จัดการสายงานวิจัย บริษัท หลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด<br />
ดำเนินการเสวนาโดย<br />
&#8211; รองศาสตราจารย์ ดร.สันติ ถิรพัฒน์  หัวหน้าภาควิชาการธนาคารและการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
</p>
<p>
 ที่มา : <a target="_blank" href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1352719057&amp;grpid=03&amp;catid=03&amp;utm_source=MatichonOnline&amp;utm_medium=MatichonOnline" title="มติชน" rel="noopener noreferrer">มติชน</a>
</p>
<p>
&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2179">SCBจัดสัมมนาพิเศษ “ทิศทางเศรษฐกิจไทยนับจากนี้ถึงยุค AEC” ในงานจุฬาฯ วิชาการ 2555</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2179/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>กฎหมายคุ้มครองลูกจ้างที่ทำงานบ้านมีผลบังคับใช้แล้ว</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2178</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2178#respond</comments>
				<pubDate>Tue, 13 Nov 2012 00:54:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2178</guid>
				<description><![CDATA[<p>
กระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงเพื่อคุ้มครองลูกจ้างที่ทำงานบ้าน ส่งผลให้นายจ้างต้องดูแลลูกจ้างที่ทำงานบ้าน ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างชาวไทยหรือแรงงานข้ามชาติที่มีการทำงานจริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2178">กฎหมายคุ้มครองลูกจ้างที่ทำงานบ้านมีผลบังคับใช้แล้ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>
กระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงเพื่อคุ้มครองลูกจ้างที่ทำงานบ้าน ส่งผลให้นายจ้างต้องดูแลลูกจ้างที่ทำงานบ้าน ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างชาวไทยหรือแรงงานข้ามชาติที่มีการทำงานจริง
</p>
<p>
ลูกจ้างที่ทำงานบ้าน ซึ่งกฏกระทรวงเดิมที่ออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ยกเว้นไว้ ไม่ได้รับการคุ้มครอง มาบัดนี้ได้รับการคุ้มครองเพิ่มขึ้น หลังจากราชกิจจานุเบกษาลงประกาศกฏกระทรวงแรงงาน ฉบับที่ 14 (พ.ศ.2555) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2555
</p>
<p>
เนื้อหาสำคัญที่กฎกระทรวงให้สิทธิแก่แรงงานลูกจ้างที่ทำงานบ้านตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 และกำหนดหน้าที่ของนายจ้างต้องปฏิบัติ คือ
</p>
<p>
1. ให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ สัปดาห์หนึ่งไม่น้อยกว่า 1 วัน โดยมีระยะเวลาห่างกันไม่เกิน 6 วัน
</p>
<p>
2. นายจ้างต้องประกาศวันหยุดตามประเพณีใหลูกจ้างทราบล่วงหน้า โดยมีวันหยุดไม่น้อยกว่า 13 วันต่อปี รวมทั้งวันแรงงานแห่งชาติ  กรณีวันหยุดตามประเพณีตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์  ให้ลูกจ้างหยุดชดเชยวันหยุดตามประเพณีในวันทำงานถัดไป
</p>
<p>
3. ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ไม่เกินปีละ 6 วันทำงาน
</p>
<p>
4. ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง  กรณีการลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป  นายจ้างอาจให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองแพทย์ก็ได้
</p>
<p>
5. กรณีลูกจ้างเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างโดยตรง ห้ามจ่ายให้แก่ผู้อื่น
</p>
<p>
6. ลูกจ้างต้องได้ค่าจ้างในการทำงานวันหยุด  ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์  วันหยุดตามประเพณี หรือวันหยุดพักผ่อนประจำปี
</p>
<p>
7. ลูกจ้างได้รับค่าจ้างในวันลาป่วยเท่ากับค่าจ้างในวันทำงาน แต่ปีละไม่เกิน 30 วันทำงาน
</p>
<p>
แม้กฎกระทรวงจะออกมาคุ้มครองการทำงานของลูกจ้างที่ทำงานบ้าน แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่กฎกระทรวงจำกัดสิทธิลูกจ้างทำให้ไม่ได้รับการคุ้มครอง  ทำให้ลูกจ้างที่ทำงานบ้านไม่ได้รับสิทธิในการคุ้มครองแรงงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 อาทิ
</p>
<p>
การคุ้มครองให้ได้รับค่าแรงตามค่าแรงขั้นต่ำ  การคุ้มครองให้ทำงานไม่เกินวันละ 8 ชั่วโมง สิทธิในการลากิจ และการลาเพื่อฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถ  การคุ้มครองการใช้แรงงานเด็ก  การคุ้มครองการใช้แรงงานหญิง เช่น สิทธิการลาคลอดของลูกจ้างหญิงมีครรภ์  สิทธิที่จะไม่ถูกเลิกจ้างด้วยเหตุมีครรภ์
</p>
<p>
อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานยังไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างรับทราบหน้าที่ และลูกจ้างทราบสิทธิตามกฎหมายนี้แต่อย่างใด
</p>
<p>
ที่มา : <a target="_blank" href="http://prachatai.com/journal/2012/11/43623?utm_source=Bushidofire&amp;utm_medium=twitter&amp;utm_campaign=Feed%3A+prachatai+%28%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97+Prachatai.com%29" title="ประชาไท" rel="noopener noreferrer">ประชาไท</a> 
</p>
<p>
&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2178">กฎหมายคุ้มครองลูกจ้างที่ทำงานบ้านมีผลบังคับใช้แล้ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2178/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
	</channel>
</rss>
