<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สกาวบุญ คุณสุข &#8211; สำนักกฎหมายธรรมนิติ</title>
	<atom:link href="https://www.dlo.co.th/author/sakawbunk/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.dlo.co.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 26 Aug 2020 08:17:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.3.5</generator>
	<item>
		<title>การขอคืนภาษีอากร ตอนที่ 2 ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/tax-articles/5817</link>
				<pubDate>Wed, 26 Aug 2020 08:16:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[สกาวบุญ คุณสุข]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ขอคืนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ขอคืนภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษากฎหมายภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[บริการภาษี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=5817</guid>
				<description><![CDATA[<p>สกาวบุญ คุณสุข บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด      ในตอนที่แล้ว ผู้เขียนได้นำเสนอเรื่องการขอคืนภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลไปแล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5817">การขอคืนภาษีอากร ตอนที่ 2 ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: right;">สกาวบุญ คุณสุข<br />
บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด</p>
<p><code>     </code>ในตอนที่แล้ว ผู้เขียนได้นำเสนอเรื่อง<strong><a href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5712" target="_blank" rel="noopener noreferrer">การขอคืนภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล</a></strong>ไปแล้ว ในตอนนี้เราจึงมาว่ากันต่อในเรื่องการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ</p>
<p><code>     </code>ในการดำเนินการทางภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีธุรกิจเฉพาะของผู้ประกอบกิจการ อาจมีกรณีที่ผู้ประกอบกิจการเสียภาษีเกินไปกว่าที่ต้องเสีย นำส่งภาษีไว้เกิน หรือเสียภาษีไปโดยไม่มีหน้าที่ต้องเสีย ดังนั้น กรมสรรพากรจึงมีมาตรการในการคืนภาษีอากรให้แก่บุคคลดังกล่าวตามประมวลรัษฎากร โดยผู้เขียนได้สรุปหลักเกณฑ์ในการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 84 84/1และ 84/2 แห่งประมวลรัษฎากร และการขอคืนภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/11 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้</p>
<p><strong>การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม</strong></p>
<p><strong>1. ผู้ที่มีสิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม</strong></p>
<p><code>     </code>ในการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 84 แห่งประมวลรัษฎากรนั้น ผู้ที่มีสิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้คือผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งมีเหตุให้ขอคืนภาษีได้ดังนี้</p>
<p><code>     </code>1.1 มีเครดิตภาษีเหลืออยู่ในแต่ละเดือนภาษี<br />
<code>     </code>1.2 เสียภาษีมูลค่าเพิ่มไว้เกิน ผิด หรือ ซ้ำ<br />
<code>     </code>1.3 มีหน้าที่นำส่งภาษีโดยได้นำส่งภาษีไว้เกิน ผิด หรือ ซ้ำ<br />
<code>     </code>1.4 ไม่มีหน้าที่เสียภาษีแต่ได้ชำระภาษีไว้</p>
<p><strong>2. วิธีการขอคืนภาษีอากร</strong></p>
<p><code>     </code>ผู้มีสิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม อาจขอคืนภาษีด้วยวิธีการดังต่อไปนี้</p>
<p><code>     </code>2.1 ยื่นคำร้องขอคืนภาษีตามแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร (“ภ.พ.30”) โดยลงลายมือชื่อในช่อง “การขอคืนภาษี” เพื่อใช้เป็นคำร้องในการขอคืนภาษี ในกรณีดังนี้<br />
<code>          </code>1) กรณีมีภาษีที่ชำระเกินในแต่ละเดือนภาษี และไม่ประสงค์จะใช้เครดิตภาษีในเดือนภาษีถัดไป<br />
<code>          </code>2) กรณีมีภาษีที่ชำระเกินตามการยื่นแบบ ภ.พ.30 เพิ่มเติม เนื่องจากยื่นแบบ ภ.พ.30 ไว้ไม่ถูกต้องครบถ้วน<sup>1</sup> เช่น ยื่นแบบ ภ.พ.30 โดยที่แสดงยอดซื้อหรือภาษีซื้อไว้ขาด แสดงยอดขายหรือภาษีขายไว้เกิน<br />
<code>     </code>2.2 ยื่นคำร้องขอคืนภาษีตามแบบคำร้องขอคืนภาษีอากร (“ค. 10”) ในกรณีดังนี้<br />
<code>          </code>1) กรณีมีภาษีที่ชำระเกินในเดือนภาษี แต่ไม่ได้ลงลายมือชื่อในช่อง “การขอคืนภาษี” ตามแบบแสดงรายการภาษี ภ.พ.30 และไม่ได้นำภาษีชำระเกินนั้นไปใช้เครดิตภาษีในเดือนถัดไป<br />
<code>          </code>2) กรณียื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำเดือนภาษี โดยที่แสดงภาษีขายไว้เกินและ/หรือแสดงภาษีซื้อไว้ขาด โดยยอดขายและยอดซื้อถูกต้อง<br />
<code>          </code>3) กรณีเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เสียภาษีจากยอดรายรับ หรือเป็นผู้นำส่งภาษี ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำเดือนภาษีและชำระภาษีไว้ซ้ำ</p>
<p><strong>3. กำหนดเวลายื่นขอคืนภาษี</strong></p>
<p><code>     </code>ในการยื่นคำร้องขอคืนภาษี มาตรา 84/1 และ 84/2 แห่งประมวลรัษฎากรได้กำหนดระยะเวลาในการยื่นคำร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ ดังนี้</p>
<p><code>     </code>3.1 กรณีการขายสินค้าหรือการให้บริการ<br />
<code>          </code>1) การขายสินค้าหรือการให้บริการซึ่งผู้ประกอบการอาจยื่นคำร้องขอคืนภาษีพร้อมกับภ.พ.30 ตามข้อ 2.1 ได้ แต่ไม่ได้ยื่น ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนภาษีตามแบบค.10 ได้ภายใน 3 ปี นับแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีสำหรับเดือนภาษีนั้น<sup>2</sup><br />
<code>          </code>2) การขายสินค้าหรือการให้บริการในกรณีอื่น เช่น บริษัท A เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ขายสินค้าและได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว แต่มีเหตุที่จะต้องได้ภาษีคืนเพราะบริษัท A ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายสินค้านั้น กรณีนี้ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนภาษีภายใน 3 ปี นับแต่วันที่ได้ชำระภาษี<sup>3</sup><br />
<code>     </code>3.2 กรณีนําเข้า ผู้นำเข้ามีข้อโต้แย้งตามกฎหมายศุลกากรหรือเป็นคดีในศาล ให้ยื่นคําร้องภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคําวินิจฉัยข้อโต้แย้งอากรขาเข้าเป็นหนังสือ หรือนับแต่วันที่มีคำพิพากษาของศาลซึ่งคดีถึงที่สุด<sup>4</sup></p>
<p><strong>การขอคืนภาษีธุรกิจเฉพาะ</strong></p>
<p><code>     </code>สำหรับการขอคืนภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/11 แห่งประมวลรัษฎากรนั้น ผู้ประกอบกิจการที่มีหน้าที่เสียภาษีซึ่งได้ชำระภาษีไว้เกินหรือผิด หรือซ้ำ หรือผู้ไม่มีหน้าที่เสียภาษีแต่ได้ชำระภาษีไว้มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีภายใน 3 ปีนับแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี โดยยื่นคำร้องขอคืนภาษีตามแบบ ค.10</p>
<p><code>     </code>ในตอนสุดท้าย ผู้เขียนจะนำเสนอเรื่องการขอคืนเงินอากร/อากรแสตมป์ โดยจะมีเนื้อหา และหลักเกณฑ์อย่างไรบ้างนั้น ท่านสามารถติดตามได้ในตอนต่อไปค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p><sup>3</sup>มาตรา 84/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร<br />
<sup>4</sup>มาตรา 84/2(1) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5817">การขอคืนภาษีอากร ตอนที่ 2 ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
										</item>
		<item>
		<title>การขอคืนภาษีอากร ตอนที่ 1 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/tax-articles/5712</link>
				<pubDate>Fri, 12 Jun 2020 07:51:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[สกาวบุญ คุณสุข]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[ขอคืนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[บริการภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักกฎหมายธรรมนิติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=5712</guid>
				<description><![CDATA[<p>การขอคืนภาษีอากร ตอนที่ 1 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล สกาวบุญ คุณสุข บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด ในการเสียภาษีเงินได้ของบุคคลธรร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5712">การขอคืนภาษีอากร ตอนที่ 1 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>การขอคืนภาษีอากร</strong><br />
<strong>ตอนที่ 1 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล</strong></p>
<p style="text-align: right;">สกาวบุญ คุณสุข<br />
บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด</p>
<p>ในการเสียภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล อาจมีกรณีที่ผู้เสียภาษีได้เสียภาษีเกินไปกว่าที่ต้องเสีย หรือเสียไปโดยไม่มีหน้าที่ต้องเสีย ทั้งจากการชำระเอง หรือถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ ดังนั้น กรมสรรพากรจึงมีมาตรการในการคืนภาษีอากรให้แก่ผู้บุคคลดังกล่าวตามประมวลรัษฎากร โดยผู้เขียนได้สรุปหลักเกณฑ์ในการขอคืนภาษีเงินได้ตามมาตรา 63 และ 27 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้</p>
<p><strong>1. กรณีตามมาตรา 63 แห่งประมวลรัษฎากร</strong><br />
<code>     </code>1.1 ผู้ที่มีสิทธิขอคืนภาษีเงินได้ตามมาตรา 63 มี 2 กรณี ได้แก่<br />
<code>        </code>กรณี 1 เป็นผู้ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งแล้วเป็นจำนวนเงินเกินกว่าที่ควรต้องเสียภาษี<br />
<code>        </code>กรณี 2 เป็นผู้ที่ถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายและนำส่งไว้แล้ว โดยไม่มีหน้าที่ต้องยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินในปีภาษี เช่น เป็นบุคคลธรรมดามีสามีหรือภริยาและมีเงินได้พึงประเมินทุกประเภท (ตามมาตรา 40(1)-(8)) ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วไม่เกิน 120,000 บาท<br />
<code>     </code>1.2 ระยะเวลาในการขอคืนภาษีเงินได้ของผู้มีสิทธิตามมาตรา 63 เป็นดังนี้<br />
<code>        </code>&#8211; สำหรับกรณีที่ 1 ให้ยื่นคำร้องขอคืนภาษีภายใน 3 ปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นรายการภาษีตามที่กฎหมายกำหนด เช่น บริษัทจำกัด มีรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม ในรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่ 1 มกราคม 2558 – 31 ธันวาคม 2558 มีภาษีที่ถูกหักไว้เกิน เมื่อบริษัทจำกัดมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภายใน 150 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีตามมาตรา 68 บริษัทจำกัดดังกล่าวต้องยื่นคำร้องขอคืนภาษีภายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2562<br />
<code>        </code>&#8211; สำหรับกรณีที่ 2 ให้ยื่นคำร้องขอคืนภาษีภายใน 3 ปีนับแต่วันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดจากปีที่ถูกหักภาษีไว้ เช่น ในปี 2558 นาย ก. ไม่มีหน้าที่ต้องยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมิน และถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ นาย ก. ต้องยื่นคำร้องขอคืนภายในวันที่ 31 มีนาคม 2562</p>
<p><strong>2. กรณีตามมาตรา 27 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร</strong><br />
<code>     </code>การขอคืนภาษีอากรตามมาตรา 27 ตรีนี้ เป็นการขอคืนภาษีอากรตามบททั่วไปแห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น สำหรับการขอคืนภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล <u>หากมิใช่การขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 63 ซึ่งเป็นบทบัญญัติเฉพาะแล้ว ผู้มีสิทธิขอคืนภาษีอากรสามารถยื่นคำร้องขอคืนภาษีอากรได้ตามมาตรานี้</u> เช่น กรณีได้เสียหรือนำส่งภาษีเงินได้ไว้เกิน เนื่องจากการยื่นแบบแสดงรายการ หรือจากการประเมินภาษีเงินได้ของเจ้าพนักงานประเมิน หรือกรณีที่ไม่มีหน้าที่ต้องเสีย<br />
<code>     </code>โดยการขอคืนภาษีอากรตามกรณีนี้ ให้ยื่นคำร้องขอคืนภาษีภายใน 3 ปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นรายการภาษีตามที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่<br />
<code>     </code>2.1 ในกรณีผู้มีสิทธิขอคืนได้ยื่นรายการ เมื่อพ้นเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือได้ยื่นรายการภายในเวลาที่รัฐมนตรีหรืออธิบดีขยายหรือเลื่อนออกไป ให้ผู้มีสิทธิขอคืนยื่นคำร้องขอคืนภายใน 3 ปีนับแต่วันที่ได้ยื่นรายการ<br />
<code>     </code>2.2 ในกรณีผู้มีสิทธิขอคืนได้อุทธรณ์การประเมินภาษี หรือฟ้องเป็นคดีในศาล และเป็นผลให้มีสิทธิขอคืนภาษี ให้ผู้มีสิทธิขอคืนยื่นคำร้องขอคืนภายใน 3 ปีนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์การประเมินเป็นหนังสือหรือนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด แล้วแต่กรณี</p>
<p><strong>3. วิธีการขอคืนภาษีอากร</strong><br />
<code>     </code>3.1 ยื่นคำร้องขอคืนภาษีต่อเจ้าพนักงานประเมิน ตามแบบแสดงรายการที่ยื่น เช่น ภ.ง.ด. 90, ภ.ง.ด. 91, ภ.ง.ด. 50, ภ.ง.ด. 52 และภ.ง.ด. 55 หรือ<br />
<code>     </code>3.2 ยื่นคำร้องขอคืนภาษีตามแบบ ค. 10<br />
<code>     </code>ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิขอคืนภาษีอาจดำเนินการยื่นขอคืนภาษีต่อสรรพากรโดยตรง หรือผ่านเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นของกรมสรรพากรก็ได้</p>
<p><code>     </code>สำหรับการขอคืนภาษีอากรประเภทภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ จะมีหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการ รวมถึงระยะเวลาในการขอคืนอย่างไรนั้น โปรดติดตามตอนต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5712">การขอคืนภาษีอากร ตอนที่ 1 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
										</item>
		<item>
		<title>หลักเกณฑ์การยกเว้นเงินได้สำหรับการจ่ายเบี้ยประกันภัย ตั้งแต่ปีภาษี 2563 เป็นต้นไป</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/tax-articles/5377</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/tax-articles/5377#respond</comments>
				<pubDate>Tue, 14 Jan 2020 09:03:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[สกาวบุญ คุณสุข]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษากฎหมายภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[บริการภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ประมวลรัษฎากร]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา]]></category>
		<category><![CDATA[เบี้ยประกันภัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=5377</guid>
				<description><![CDATA[<p>หลักเกณฑ์การยกเว้นเงินได้สำหรับการจ่ายเบี้ยประกันภัย ตั้งแต่ปีภาษี 2563 เป็นต้นไป สกาวบุญ คุณสุข บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด ประมวลรัษฎ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5377">หลักเกณฑ์การยกเว้นเงินได้สำหรับการจ่ายเบี้ยประกันภัย ตั้งแต่ปีภาษี 2563 เป็นต้นไป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>หลักเกณฑ์การยกเว้นเงินได้สำหรับการจ่ายเบี้ยประกันภัย ตั้งแต่ปีภาษี 2563 เป็นต้นไป</strong></p>
<p style="text-align: right;">สกาวบุญ คุณสุข<br />
บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด</p>
<p><strong>ประมวลรัษฎากร</strong>กำหนดหลักเกณฑ์บรรเทาภาระ<strong>ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</strong> โดยการกำหนดให้สามารถนำค่า<strong>เบี้ยประกันภัย</strong>ที่ผู้มีเงินได้ได้จ่ายไปมาหักเป็นค่าลดหย่อน และยกเว้นภาษีโดยการนำมาหักออกจากเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ต่อมาเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2562 กรมสรรพากรได้ออกประกาศ1กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการได้สิทธิในการยกเว้นภาษีดังกล่าว โดยกำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้มีเงินได้ต้องแจ้งความประสงค์ที่จะใช้สิทธิยกเว้นภาษีต่อผู้รับประกันภัย ทำนองเดียวกันกับการได้รับสิทธิยกเว้นภาษีจากการจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพที่กรมสรรพากรได้มีประกาศ2กำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้เงินได้ต้องแจ้งความประสงค์ต่อผู้รับประกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว</p>
<p>เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย จึงขอสรุปเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์สำหรับการจ่ายเบี้ยประกันภัย ดังนี้</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5376" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2020/01/table_vat_DLO.jpg" alt="" width="966" height="680" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2020/01/table_vat_DLO.jpg 966w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2020/01/table_vat_DLO-300x211.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2020/01/table_vat_DLO-768x541.jpg 768w" sizes="(max-width: 966px) 100vw, 966px" /></p>
<p>ดังนั้น ผู้มีเงินได้ท่านใดประสงค์จะใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้น อย่าลืมแจ้งความประสงค์ไปยังผู้รับประกันหรือผู้รับฝากเงิน มิฉะนั้นจะไม่สามารถนำเบี้ยประกันภัยมาใช้สิทธิในการลดภาระภาษีได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>1 ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 360) ถึง (ฉบับที่ 363)<br />
2 ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 315)<br />
3 ข้อ 2(76) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร<br />
4 มาตรา 47(ง) แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 2(61) วรรคหนึ่ง แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร<br />
5 ข้อ 2(94) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร<br />
6 ข้อ 2(97) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร<br />
7 ข้อ 2(61) วรรคสอง แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5377">หลักเกณฑ์การยกเว้นเงินได้สำหรับการจ่ายเบี้ยประกันภัย ตั้งแต่ปีภาษี 2563 เป็นต้นไป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/tax-articles/5377/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ด่วน!! หลักเกณฑ์ที่ธนาคารต้องส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/tax-articles/5252</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/tax-articles/5252#respond</comments>
				<pubDate>Fri, 27 Dec 2019 02:28:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[สกาวบุญ คุณสุข]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษากฎหมายภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[สรรพากร]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักกฎหมายธรรมนิติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=5252</guid>
				<description><![CDATA[<p>ด่วน!! หลักเกณฑ์ที่ธนาคารต้องส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร &#160; สกาวบุญ คุณสุข บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด &#160; ตามที่กรมสรรพากรมีมาตรการใ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5252">ด่วน!! หลักเกณฑ์ที่ธนาคารต้องส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5251" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2019/12/tax-articles-moneytransfer.jpg" alt="" width="800" height="600" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2019/12/tax-articles-moneytransfer.jpg 800w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2019/12/tax-articles-moneytransfer-300x225.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2019/12/tax-articles-moneytransfer-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p style="text-align: center;"><strong>ด่วน!! หลักเกณฑ์ที่ธนาคารต้องส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: right;">สกาวบุญ คุณสุข<br />
<strong>บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตามที่กรมสรรพากรมีมาตรการในการขยายฐานภาษี โดยการออกกฎหมายกำหนดให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับการฝากหรือรับโอนเงินเข้าบัญชีของบุคคลแก่กรมสรรพากรแล้วนั้น</p>
<p>ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2562 กรมสรรพากรได้ออกกฎกระทรวงฉบับที่ 355 กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการรายงานข้อมูล สรุปได้ดังนี้</p>
<p><strong>1. ลักษณะของธุรกรรม</strong></p>
<p>มี 2 ลักษณะ ได้แก่<br />
1. การฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไปต่อปี<br />
2. การฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 400 ครั้ง<br />
และมียอดรวมของธุรกรรมฝากหรือรับโอนเงินรวมกันตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี</p>
<p><strong>2. เกณฑ์การนับ</strong></p>
<p>นับจำนวนครั้งและจำนวนเงินทุกครั้งที่ได้มีการฝากหรือรับโอนผ่านบัญชีของบุคคลผู้เป็นเจ้าของบัญชี กรณีกระทำผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็นับเช่นเดียวกัน</p>
<p><strong>3. ผู้ที่มีหน้าที่รายงาน</strong></p>
<p>1. สถาบันการเงินของรัฐและเอกชน เช่น ธนาคาร บริษัทเงินทุน เป็นต้น<br />
2. ผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือ E-Money ตามกฎหมายว่าด้วยระบบชำระเงิน เช่น TrueMoney Rabbit Line Pay เป็นต้น<br />
<strong>ตัวอย่าง:</strong> นาย A มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีของธนาคาร B 5 บัญชีมีการฝากและรับโอนผ่านบัญชีของนาย A ทั้ง 5 บัญชีรวมกัน (1) ตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป หรือ (2) ตั้งแต่ 400 ครั้งขึ้นไปและมียอดรวมในการฝากหรือรับโอนรวมกันตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี ดังนั้น ธนาคาร B มีหน้าที่ต้องรายงานข้อมูลของนาย A ให้แก่กรมกสรรพากร</p>
<p><strong>4. ข้อมูลที่จะถูกรายงานต่อกรมสรรพากร</strong></p>
<p>1. เลขประจำตัวประชาชน เลขที่หนังสือเดินทาง เลขทะเบียนนิติบุคคลเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรหรือสิ่งอื่นที่ใช้ในการระบุตัวบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะ<br />
2. ชื่อและชื่อสกุลของบุคคลธรรมดา ชื่อของห้างหุ้นส่วนสามัญชื่อของคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล หรือชื่อนิติบุคคล<br />
3. จำนวนครั้งของการฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกัน<br />
4. จำนวนเงินที่ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกัน<br />
5. เลขบัญชีทุกบัญชีที่มีการฝากหรือรับโอนเงิน</p>
<p><strong>5. การรายงาน</strong></p>
<p>ผู้มีหน้าที่รายงานต้องจัดทำรายงานภายในเดือนมีนาคมของทุกปี โดยรายงานข้อมูลซึ่งอยู่ในความครอบครองตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม ในปีที่ล่วงมาแล้ว และให้มีการรายงานครั้งแรกในวันที่ 31 มีนาคม 2563 โดยรายงานข้อมูลเฉพาะธุรกรรมที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24-31 ธันวาคม พ.ศ. 2562</p>
<p><strong>สรุป</strong></p>
<p>กฎหมายฉบับนี้เพียงกำหนดให้ผู้มีหน้าที่ เช่น ธนาคาร ต้องส่งข้อมูลของบุคคลที่เข้าตามหลักเกณฑ์ให้แก่กรมสรรพากร ส่วนบุคคลทั่วไปแล้วควรต้องรู้ว่าตนเองอยู่ในเกณฑ์ของบุคคลผู้มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะที่จะถูกส่งข้อมูลไปยังกรมสรรพากรหรือไม่ เพื่อเตรียมพร้อมและวางแผนในการจัดการเงินที่อยู่ในบัญชีธนาคารหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่อไป และที่สำคัญหากปรากฏว่ามีรายได้ต่อปีเกิน 1.8 ล้านบาท อาจต้องถูกบังคับให้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มอีกด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5252">ด่วน!! หลักเกณฑ์ที่ธนาคารต้องส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/tax-articles/5252/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
	</channel>
</rss>
