<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ธนินท์รัฐ เหลืองถาวรพจน์ &#8211; สำนักกฎหมายธรรมนิติ</title>
	<atom:link href="https://www.dlo.co.th/author/thaninratl/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.dlo.co.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 08 Jul 2020 10:27:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.3.5</generator>
	<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนพฤศจิกายน 2560</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2799</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2799#respond</comments>
				<pubDate>Mon, 13 Nov 2017 20:24:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ธนินท์รัฐ เหลืองถาวรพจน์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2799</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’s Tax Newsletter &#160;   ฉบับที่ 83 เดือนพฤศจิกายน 2560 กฎหมายใหม่ล่าสุด เพิ่มประเภทบริการที่ได้รับกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2799">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนพฤศจิกายน 2560</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center;"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></h3>
<h3 style="text-align: center;"><strong>DLO’s Tax Newsletter</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong> </strong></p>
<p align="right"><strong> <span style="text-decoration: underline;">ฉบับที่ 83 เดือนพฤศจิกายน 2560</span> </strong></p>
<h5><strong> <span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span> </strong></h5>
<ol>
<li>เพิ่มประเภทบริการที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่บริการประกอบวิชาชีพของผู้สอบบัญชีภาษีอากร</li>
<li>แก้ไขหลักเกณฑ์การลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายให้แก่ผู้รับเงินได้จากนิติบุคคลที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมาย (ภาคตะวันออก)</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong> <span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span> </strong></h5>
<ol>
<li>มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการบริจาคให้แก่กองทุนยุติธรรม</li>
<li>มาตรการภาษีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย</li>
<li>มาตรการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีขายเหรียญที่ระลึกเพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเพื่อทูลเกล้าฯ ถวาย</li>
<li>คลังเร่งกฎหมายเพื่อเก็บภาษีจากผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong> <span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่ 6897/2559</span> </strong></h5>
<p>ระหว่าง   บริษัท ท.                                โจทก์</p>
<p>กรมสรรพากร                         จำเลย</p>
<p>เรื่อง       ฐานในการคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong> <span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span> </strong></h4>
<h5><strong>1. เพิ่มประเภทบริการที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่บริการประกอบวิชาชีพของผู้สอบบัญชีภาษีอากร</strong></h5>
<p>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 217) กำหนดให้บริการประกอบวิชาชีพของผู้สอบบัญชีภาษีอากรเป็นบริการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม</p>
<p>ติดตามรายละเอียดจาก <a href="https://goo.gl/DvpMiz">https://goo.gl/DvpMiz</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong>2. แก้ไขหลักเกณฑ์การลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายให้แก่ผู้รับเงินได้จากนิติบุคคลที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมาย (ภาคตะวันออก)</strong></h5>
<p>ตามที่ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 306) ได้กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อการลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายให้แก่ผู้มีเงินได้ (ผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัยหรือลูกจ้าง) ที่ได้รับจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมายอยู่ในเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยองนั้น</p>
<p>ต่อมาประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 310) ได้แก้ไขเพิ่มเติมประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 306) จากเดิม กรณีได้รับเงินได้ตามสัญญาจ้างแรงงานจากนิติบุคคลที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ดังกล่าวเป็นได้รับเงินได้จากการปฏิบัติตามสัญญาจ้างแรงงานจากนิติบุคคลที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมายซึ่งได้รับสิทธิ BOI ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ 4/2560ฯ และเพิ่มเงื่อนไขกรณีบุคคลธรรมดามีเงินได้จากการปฏิบัติงานในกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมายและกิจการอื่น ต้องกำหนดในสัญญาจ้างแรงงานชัดเจนว่าจำนวนเงินได้จากการทำงานในกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมายมีจำนวนไม่น้อยกว่า 200,000 บาทต่อเดือน</p>
<p>ติดตามรายละเอียดจาก   <a href="https://goo.gl/kfxGwT">https://goo.gl/kfxGwT</a> และ  <a href="https://goo.gl/68xWHS">https://goo.gl/68xWHS</a> และ <a href="https://goo.gl/s2PfYh">https://goo.gl/s2PfYh</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong> <span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span> </strong></h4>
<h5><strong>1. มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการบริจาคให้แก่กองทุนยุติธรรม</strong></h5>
<p>เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2560 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการยกเว้นเงินได้สำหรับการบริจาคให้แก่กองทุนยุติธรรม โดยให้สิทธิผู้บริจาคกรณีเป็นบุคคลธรรมดาสามารถหักค่าลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาค แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ส่วนกรณีนิติบุคคลสามารถหักรายจ่ายได้ 2 เท่าของจำนวนเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาค แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด</p>
<p>ติดตามรายละเอียดจาก <a href="https://goo.gl/4fYe4V">https://goo.gl/4fYe4V</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong>2. มาตรการภาษีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย</strong></h5>
<p>เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2560 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้รับเป็นเงินสนับสนุนจากกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้นไป ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด</p>
<p>ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://goo.gl/uSXnQD">https://goo.gl/uSXnQD</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong>3. มาตรการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีขายเหรียญที่ระลึกเพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเพื่อทูลเกล้าฯ ถวาย</strong></h5>
<p>เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2560 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการขายเหรียญที่ระลึกของกรมธนารักษ์ เนื่องในวโรกาสสำคัญต่าง ๆ และนำรายได้จากการขายเหรียญดังกล่าวหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด</p>
<p>ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://goo.gl/uSXnQD">https://goo.gl/uSXnQD</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong>4. คลังเร่งกฎหมายเพื่อ</strong> <strong>เก็บภาษีจากผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์</strong></h5>
<p>เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2560 ปลัด <a title="ข่าวกระทรวงการคลัง" href="http://www.ryt9.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87/">กระทรวงการคลัง</a> เปิดเผยว่า ร่างพระราชบัญญัติ เก็บภาษีจากผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พิจารณาและจะมีผลใช้บังคับในปีงบประมาณ 2561</p>
<p>ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว  กำหนดให้เก็บภาษีเงินได้จากผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคลซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และประกอบกิจการโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์แล้วก่อให้เกิดรายได้ในประเทศไทย ซึ่งจะให้เสียภาษีโดยผู้จ่ายเงินเป็นผู้มีหน้าที่ หักภาษี ณ ที่จ่ายไม่เกิน 15% และนำส่งให้กรมสรรพากร ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด</p>
<p>ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://goo.gl/xDJuB8">https://goo.gl/xDJuB8</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><span style="text-decoration: underline;"> <strong>คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</strong> </span></h4>
<p><strong> <span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่ 6897/2559</span> </strong></p>
<p>ระหว่าง   บริษัท ท.                                โจทก์</p>
<p>กรมสรรพากร                         จำเลย</p>
<p>เรื่อง       ฐานในการคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การขายอสังหาริมทรัพย์ระหว่างโจทก์กับผู้ซื้อมีข้อตกลงว่า ผู้ซื้อจะเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ซึ่งเป็นเรื่องสัญญาทางแพ่งที่คู่สัญญาสามารถตกลงกันได้ ไม่ขัดต่อมาตรา 457 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และเมื่อค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นเงินที่ผู้ซื้อชำระให้แก่เจ้าพนักงานที่ดิน ไม่ได้ชำระให้แก่โจทก์ ดังนั้นจึงไม่ถือเป็นเงินที่โจทก์ได้รับหรือพึงได้รับอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการของโจทก์ตามมาตรา 91/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร และที่จำเลยอ้างตามข้อ 6 (4) แห่งคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.82/2542 ที่กำหนดให้ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมมารวมเป็นฐานภาษีในการคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะนั้น ศาลเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ใช่กฎหมายที่จะใช้บังคับแก่บุคคลทั่วไป เป็นเพียงคำสั่งภายในของจำเลยที่ให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติเท่านั้น จึงไม่อาจใช้บังคับแก่โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกให้ต้องดำเนินการได้ ดังนั้น การที่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่ผู้ซื้อออกแทนโจทก์มารวมเป็นฐานในการคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะจึงเป็นการไม่ชอบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>ความเห็น</h5>
<p>การคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะกรณีขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางการค้าหรือหากำไรซึ่งอยู่ในบังคับที่จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะนั้น จะต้องนำยอด “รายรับ” ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ มารวมเป็นฐานในการคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/5 (6) ประกอบมาตรา 91/2 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งประมวลรัษฎากร มาตรา 91/1 (1) ให้นิยามคำว่า &#8220;รายรับ&#8221; ว่าหมายความถึง เงิน ทรัพย์สิน ค่าตอบแทน หรือประโยชน์ใด ๆ อันมีมูลค่าที่ได้รับหรือพึงได้รับ ไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักรอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ</p>
<p>ถึงแม้ว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 457 บัญญัติไว้ว่า “ค่าฤชาธรรมเนียมทำสัญญาซื้อขายนั้น ผู้ซื้อผู้ขายพึงออกใช้เท่ากันทั้งสองฝ่าย”  ก็ตาม แต่บทบัญญัติดังกล่าวก็ไม่ใช่กฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน คู่สัญญาจึงอาจตกลงกำหนดให้ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมทั้งหมดก็ได้ อย่างไรก็ดี เมื่อค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมดังกล่าว ผู้ซื้อชำระให้แก่เจ้าพนักงานที่ดินโดยตรง กรณีจึงไม่ได้ก่อให้เกิดรายรับแก่โจทก์แต่ประการใด เงินดังกล่าวจึงไม่ใช่เงินที่โจทก์ได้รับหรือพึงได้รับจากการประกอบกิจการที่ต้องนำมารวมเป็นฐานในการคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้เขียนจึงเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาฎีกาที่ว่า การที่โจทก์ไม่นำค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมไปรวมเป็นฐานในการคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะนั้นจึงเป็นการชอบแล้ว</p>
<p>อย่างไรก็ดี กรณีที่สัญญาซื้อขายมีข้อตกลงที่กำหนดให้ผู้ซื้อเป็นผู้ออกภาษีหัก ณ ที่จ่าย, ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกรวมว่า “ภาษี”) แทนผู้ขาย ซึ่งผู้ขายมีหน้าที่โดยตรงที่จะต้องชำระภาษีนั้น การที่ผู้ขายไม่ต้องจ่ายชำระค่าภาษีที่ตนมีหน้าที่ต้องชำระนั้น จึงเข้าลักษณะเป็นเงินที่ผู้ขายได้รับหรือพึงได้รับอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการของผู้ขาย และเป็นฐานในการคำนวณเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/5(6), มาตรา 91/2(6) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>ประเด็นต่อมา กรณีที่ศาลพิเคราะห์ว่าคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.82/2542 ไม่ใช่กฎหมายนั้น ผู้เขียนเห็นพ้องด้วยคำพิพากษากฎีกาข้างต้นเช่นกัน โดยขออธิบายเพิ่มเติม ดังนี้ คำสั่งกรมสรรพากรนั้นมีด้วยกัน 2 ประเภท คือ</p>
<p>1. คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร จึงถือเป็นอนุบัญญัติ (กฎหมายลูก) หมายความว่า คำสั่งกรมสรรพากรที่ออกเพื่อใช้บังคับเป็นการทั่วไป (ท.ป. หมายความว่า ทั่วไป)</p>
<p>2. คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. ออกโดยไม่ได้อาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร แต่ถือเป็นแนวทางปฏิบัติของเจ้าพนักงานกรมสรรพากร เมื่อประมวลรัษฎากรซึ่งเป็นกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติมิได้ให้อำนาจอธิบดีกรมสรรพากรที่จะออกคำสั่งกรมสรรพากรที่ใช้บังคับเป็นการทั่วไปได้ อธิบดีฯ จึงมีเพียงอำนาจในการสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาให้ถือปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว ซึ่งหากคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. ขัดหรือแย้งกับประมวลรัษฎากรแล้วย่อมไม่ผูกพันผู้เสียภาษีให้ต้องปฏิบัติตาม</p>
<p>ดังนั้น ผู้เขียนจึงเห็นพ้องกับคำพิพากษาฎีกาข้างต้นเช่นกัน เนื่องจากคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.82/2542 ไม่มีลักษณะเป็นกฎหมาย แต่เป็นเพียงแนวปฏิบัติของเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรเท่านั้น ด้วยเหตุผลดังที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p align="center">ธนินท์รัฐ เหลืองถาวรพจน์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด เลขที่ 2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 โทรศัพท์ (66) 2680 9777 Email: <strong><a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="nl-box">
<div class="nl-box-services">
<p><strong> <span style="text-decoration: underline;" data-mce-mark="1">บริการกฎหมายภาษีอากร</span> :</strong></p>
<p><strong>1. งานให้คำปรึกษาภาษี</strong></p>
<p><strong>2. งานขอคืนภาษี</strong></p>
<p><strong>3. งานวางแผนภาษี</strong></p>
<p><strong>4. งานตรวจสอบภาษี</strong></p>
<p><strong>5. งานกรอกแบบแสดงรายการภาษี</strong></p>
<p><strong>6. งานให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่</strong></p>
<p><strong>7. งานอุทธรณ์การประเมินภาษี</strong></p>
<p><strong>8. งานคดีภาษีอากร</strong></p>
<p><strong>    เป็นต้น</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact-title">
<p><strong>สอบถามบริการโปรดติดต่อ :</strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>กัมพล ทรัพย์ปรุง </strong></p>
<p><strong>+662 680-9724 </strong></p>
<p><strong> <a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a> </strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact"></div>
<div class="nl-box-contact">
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2799">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนพฤศจิกายน 2560</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2799/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนตุลาคม 2560</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2791</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2791#respond</comments>
				<pubDate>Thu, 05 Oct 2017 20:50:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ธนินท์รัฐ เหลืองถาวรพจน์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2791</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’s Tax Newsletter &#160;   ฉบับที่ 82 เดือนตุลาคม 2560          ธ เสด็จสู่ฟ้า มิคืนสู่ดิน ชนทั่วปฐพีฝืน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2791">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนตุลาคม 2560</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center;"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></h3>
<h3 style="text-align: center;"><strong>DLO’s Tax Newsletter</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong> </strong></p>
<p align="right"><strong> <span style="text-decoration: underline;">ฉบับที่ 82 เดือนตุลาคม 2560</span> </strong></p>
<table style="width: 325px; margin: 0px auto; height: 106px;">
<tbody style="border: none;">
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">         ธ เสด็จสู่ฟ้า</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">มิคืนสู่ดิน</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">ชนทั่วปฐพีฝืน</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">ก้มหน้า</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">ฝนโศรกหลั่งนองพื้น</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">นานเนิ่นปีกว่า</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">คราส่ง ธ สู่ฟ้า</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">บ่ล้างโศรกไทย</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><em> พุทธิมา เกิดศิริ : ประพันธ์</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong> <span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span> </strong></h5>
<ol>
<li>เพิ่มเติมหลักเกณฑ์การลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายให้แก่ผู้มีเงินได้ที่ได้รับเงินได้จากนิติบุคคลที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมาย (ภาคตะวันออก)</li>
<li>ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับรายจ่ายค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุหรืออุปกรณ์ในการซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารห้องชุด หรือส่วนควบของอาคารหรือห้องชุดที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย</li>
<li>ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับรายจ่ายค่าซ่อมแซมรถหรือค่าวัสดุหรืออุปกรณ์ในรถที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย</li>
<li>แก้ไขหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในประเทศไทย เฉพาะดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่มีระยะเวลาการฝากตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป</li>
<li>หักลดหย่อนหรือหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินบริจาคผู้ประสบอุทกภัยได้ 1.5 เท่า</li>
<li>ขยายระยะเวลาลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong> <span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span> </strong></h5>
<ol>
<li>ร่างอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา</li>
<li>ร่างกฎกระทรวงยกเว้นเงินได้สำหรับรายจ่ายค่าประกันสุขภาพ</li>
<li>ขยายเวลาการพิจารณากฎหมายภาษีที่ดิน</li>
<li>กรมสรรพากรยืนยันการใช้พร้อมเพย์ไม่มีความสัมพันธ์กับการตรวจสอบภาษีหรือการเรียกคืนภาษีย้อนหลัง</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong> <span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span> </strong></h5>
<p>คำพิพากษาฎีกาที่ 5560/2559</p>
<p>ระหว่าง                 บริษัท ซ.                                             โจทก์</p>
<p>กรมสรรพากร                                      จำเลย</p>
<p>เรื่อง                     การออกใบลดหนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong> <span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span> </strong></h4>
<h5>1. เพิ่มเติมหลักเกณฑ์การลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายให้แก่ผู้มีเงินได้ที่ได้รับเงินได้จากนิติบุคคลที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมาย (ภาคตะวันออก)</h5>
<p>ตามที่พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 641) พ.ศ.2560 กำหนดให้ลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายให้แก่ผู้มีเงินได้ (ผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัยหรือลูกจ้าง) เหลืออัตราร้อยละ 17 ของเงินได้ที่ได้รับจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมายอยู่ในเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยองนั้น ต่อมาได้มีประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 306) กำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติม เช่น มีประสบการณ์ทำงานในต่างประเทศอย่างน้อยตามระยะเวลาที่กำหนด  และได้รับเงินเดือนจากนิติบุคคลที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า 200,000 บาทต่อเดือน เป็นต้น</p>
<p>ติดตามรายละเอียดจาก <a href="https://goo.gl/kfxGwT">https://goo.gl/kfxGwT</a> และ <a href="https://goo.gl/68xWHS">https://goo.gl/68xWHS</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>2. ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับรายจ่ายค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุหรืออุปกรณ์ในการซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารห้องชุด หรือส่วนควบของอาคารหรือห้องชุดที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย</h5>
<p>กฎกระทรวง ฉบับที่ 331 (พ.ศ. 2560) และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 307) ยกเว้นภาษีเงินได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุหรืออุปกรณ์ในการซ่อมแซมทรัพย์สินซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคาร หรือห้องชุดฯ ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยในระหว่างวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560 และอยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นพื้นที่ที่เกิดอุทกภัย ซึ่งผู้ใช้สิทธิดังกล่าวต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ผู้เช่า หรือผู้ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สิน โดยมีหลักฐานการจ่ายเงิน หนังสือสัญญาซื้อขายหรือหนังสือสัญญาเช่า เป็นต้น</p>
<p>ติดตามรายละเอียดจาก <a href="https://goo.gl/TLrmF8">https://goo.gl/TLrmF8</a> และ <a href="https://goo.gl/iXH34T">https://goo.gl/iXH34T</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>3. ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าซ่อมแซมรถหรือค่าวัสดุหรืออุปกรณ์ในรถที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย</h5>
<p>กฎกระทรวง ฉบับที่ 331 (พ.ศ. 2560) และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 308) ยกเว้นภาษีเงินได้เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 30,000 บาท เพื่อเป็นค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุหรืออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในรถที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยในระหว่างวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560 และอยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นพื้นที่ที่เกิดอุทกภัย ซึ่งผู้ใช้สิทธิดังกล่าวต้องมีหลักฐานการจ่ายเงิน หรือหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถหรือหลักฐานแสดงการเช่าซื้อรถ เป็นต้น</p>
<p>ติดตามรายละเอียดจาก <a href="https://goo.gl/TLrmF8">https://goo.gl/TLrmF8</a> และ <a href="https://goo.gl/U9Cn4t">https://goo.gl/U9Cn4t</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>4. แก้ไขหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในประเทศไทย เฉพาะดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่มีระยะเวลาการฝากตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป</h5>
<p>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้  (ฉบับที่ 137) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในประเทศไทย เฉพาะดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่มีระยะเวลาการฝากตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป</p>
<p>ต่อมา ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้  (ฉบับที่ 309) ได้ยกเลิกข้อ 5 และข้อ 6 จากให้ผู้มีเงินได้ซึ่งได้รับดอกเบี้ยเงินฝากต้องแจ้งเลขประจำตัวประชาชนและข้อมูลของผู้มีเงินได้ตามหนังสือแจ้งการขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็น แจ้งเพียงข้อมูลของผู้มีเงินได้ตามหนังสือแจ้งฯ เท่านั้น</p>
<p>ติดตามรายละเอียดจาก <a href="https://goo.gl/H8wztZ">https://goo.gl/H8wztZ</a> และ <a href="https://goo.gl/2bLPbz">https://goo.gl/2bLPbz</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>5. หักลดหย่อนหรือหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินบริจาคผู้ประสบอุทกภัยได้ 1.5 เท่า</h5>
<p>พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 645) พ.ศ. 2560 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ถึง 31 ตุลาคม 2560 โดยบุคคลธรรมดาสามารถหักเป็นค่าลดหย่อนได้สูงสุด 1.5 เท่าของเงินบริจาค ทั้งนี้เมื่อรวมกับเงินบริจาคตามมาตรา 47 (7) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนนั้น และกรณีผู้บริจาคเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ 1.5 เท่าของเงินหรือราคาทรัพย์สินที่บริจาค เมื่อรวมกับรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือการสาธารณประโยชน์ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ</p>
<p>ติดตามรายละเอียดจาก <a href="https://goo.gl/niEN9Y">https://goo.gl/niEN9Y</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>6. ขยายระยะเวลาลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม</h5>
<p>พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 646) พ.ศ. 2560 กำหนดให้ลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากรเหลือร้อยละ 6.3 เมื่อรวมภาษีท้องถิ่นเป็นอัตราร้อยละ 7 สำหรับการขายสินค้า การให้บริการ หรือการนำเข้าทุกกรณี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2561 และจัดเก็บในอัตราร้อยละ 9 เมื่อรวมภาษีท้องถิ่นเป็นอัตราร้อยละ 10 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดจาก <a href="https://goo.gl/9qxgiy">https://goo.gl/9qxgiy</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong> <span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span> </strong></h4>
<h5>1. ร่างอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา</h5>
<p>เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2560 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบอนุมัติร่างความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนไทย-กัมพูชาตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ โดยให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) รับไปดำเนินการตามแบบพิธีทางการทูตและกฎหมายต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/PZRU5U">https://goo.gl/PZRU5U</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>2. ร่างกฎกระทรวงยกเว้นเงินได้สำหรับรายจ่ายค่าประกันสุขภาพ</h5>
<p>เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2560 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบอนุมัติร่างกฎกระทรวง ฉบับที่&#8230; (พ.ศ&#8230;.) เพื่อยกเว้นเงินได้เท่าที่จ่ายเป็นค่าเบี้ยประกันสุขภาพของผู้มีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ทั้งนี้สำหรับเบี้ยประกันภัยที่ได้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป</p>
<p>ทั้งนี้ สำหรับค่าเบี้ยประกันสุขภาพนั้นเมื่อรวมกับค่าลดหย่อนเบี้ยประกันตามมาตรา 47 (1) (ง) แห่งประมวลรัษฎากร และเงินได้ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้กรณีเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตตามข้อ 2 (61) วรรคหนึ่ง และ กรณีเงินฝากไว้กับธนาคาร (94) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากรแล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/xav816">https://goo.gl/xav816</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>3. ขยายเวลาการพิจารณากฎหมายภาษีที่ดิน</h5>
<p>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ของคณะกรรมาธิการ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวาระที่ 2 จะมีการขยายเวลาการพิจารณากฎหมายภาษีที่ดินออกไปอีก 60 วัน ทำให้จากเดิมจะสิ้นสุดในเดือนกันยายนขยายระยะเวลาสิ้นสุดเป็นเดือนพฤศจิกายน 2560 ในส่วนของการมีผลบังคับใช้นั้นสนช.ยืนยันที่จะให้กฎหมายภาษีที่ดินมีผลบังคับในปี 2562</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/BJMmTU">https://goo.gl/BJMmTU</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>4. กรมสรรพากรยืนยันการใช้พร้อมเพย์ไม่มีความสัมพันธ์กับการตรวจสอบภาษีหรือการเรียกคืนภาษีย้อนหลัง</h5>
<p>กรมสรรพากรชี้แจงว่าการใช้พร้อมเพย์เป็นช่องทางการโอนเงินช่องทางหนึ่งเช่นเดียวกับการโอนเงินผ่านทาง e-Banking หรือผ่านทางเคาน์เตอร์ธนาคาร ซึ่งข้อมูลดังกล่าวไม่ได้มีการส่งให้แก่กรมสรรพากร เฉพาะในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้เสียภาษีรายนั้นยื่นเสียภาษีไม่ถูกต้องเท่านั้นที่กรมสรรพากรมีอำนาจออกหมายเรียกให้ธนาคารส่งข้อมูลการทำธุรกรรมทางการเงิน (ไม่ว่าจะทำผ่านช่องทางใดก็ตาม) ให้แก่กรมสรรพากร</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/M6aUWw">https://goo.gl/M6aUWw</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong> <span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span> </strong></h4>
<p>คำพิพากษาฎีกาที่ 5560/2559</p>
<p>ระหว่าง                 บริษัท ซ.                                             โจทก์</p>
<p>กรมสรรพากร                                      จำเลย</p>
<p>เรื่อง                     การออกใบลดหนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การตกลงซื้อขายสินค้าระหว่างโจทก์กับลูกค้าหรือผู้ว่าจ้าง มีลักษณะเป็นการซื้อขายที่สามารถคำนวณราคาได้ปกติก่อนทำการตกลงซื้อขาย การที่โจทก์ลดราคาสินค้าให้แก่ลูกค้าเนื่องจากมีข้อตกลงกับลูกค้าว่าจะเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าหากต้นทุนสินค้าเปลี่ยนแปลงไป ข้อตกลงดังกล่าวไม่ว่าจะมีอยู่แต่แรกหรือตกลงในภายหลัง ก็ล้วนประสงค์ให้ค่าตอบแทนจากการขายสินค้าเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวเป็นการให้ส่วนลดเมื่อต้นทุนสินค้ามีราคาลดลง ไม่ใช่เป็นการคำนวณราคาสินค้าที่ผิดพลาดสูงกว่าราคาที่เป็นจริง อีกทั้ง โจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า การออกใบลดหนี้แก่ลูกค้านั้น โจทก์ได้คำนวณราคาสินค้าแต่ละรายการผิดพลาดสูงกว่าที่เป็นจริงเพราะเหตุใด ดังนั้น การออกใบลดหนี้ของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยมาตรา 82/10 (1) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong>ความเห็น</strong></h5>
<p>ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ขายสินค้าหรือให้บริการ มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีและส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อหรือผู้รับบริการ หากต่อมาราคาสินค้าหรือค่าบริการมีมูลค่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงและมีเหตุที่ต้องเพิ่มหรือลดราคาสินค้าหรือค่าบริการตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่ต้องออกใบเพิ่มหนี้หรือใบลดหนี้ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ แล้วแต่กรณี ซึ่งใบเพิ่มหนี้หรือใบลดหนี้นั้น ถือเป็นใบกำกับภาษีอย่างหนึ่ง ที่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้เขียนจะขอสรุปเฉพาะเหตุการณ์ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนสามารถออกใบลดหนี้ได้ เพื่อให้ท่านเข้าสามารถเข้าใจถึงเหตุผลตามคำพิพากษาฉบับนี้ ดังนี้</p>
<p>เหตุการณ์ที่ทำให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนสามารถออกใบลดหนี้ได้นั้น จะต้องเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยชัดแจ้ง ซึ่งประมวลรัษฎากรได้บัญญัติไว้ในมาตรา 82/10 ดังนี้</p>
<p>1. มีการลดราคาสินค้าที่ขายเนื่องจากสินค้าผิดข้อกำหนดที่ตกลงกันสินค้าชำรุดเสียหายหรือขาดจำนวน คำนวณราคาสินค้าผิดพลาดสูง กว่าที่เป็นจริงหรือเนื่องจากเหตุอื่นตามที่อธิบดีกำหนด</p>
<p>2. มีการลดราคาค่าบริการเนื่องจากการให้บริการผิดข้อกำหนดที่ตกลงกัน บริการขาดจำนวน คำนวณราคาค่าบริการ ผิดพลาดสูงกว่าที่เป็นจริง หรือเนื่องจากเหตุอื่นตามที่อธิบดีกำหนด</p>
<p>3. ได้รับสินค้าที่ขายกลับคืนมาเนื่องจากสินค้าชำรุดบกพร่อง ไม่ตรงตามตัวอย่าง ไม่ตรงตามคำพรรณนา หรือเนื่องจากเหตุอื่นตามที่อธิบดีกำหนด</p>
<p>4. มีการบอกเลิกสัญญาบริการเนื่องจากเหตุและตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 82) ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามประมวลรัษฎากร มาตรา 82/10 (1) (2) (3) (4) ได้แก่กำหนดเหตุอื่นที่สามารถออกใบลดหนี้ได้ ดังนี้</p>
<p>1. เหตุเนื่องจากผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินชดเชยหรือเงินอื่นในลักษณะทำนองเดียวกันให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการตามข้อผูกพันในกฎหมาย</p>
<p>2. เหตุเนื่องจากผู้ประกอบการจดทะเบียนได้มีการคืนเงินจ่ายล่วงหน้า เงินประกัน เงินมัดจำ เงินจอง หรือเงินอื่นที่เรียกเก็บในลักษณะทำนองเดียวกันให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการตามข้อตกลงทางการค้า</p>
<p>3. เหตุเนื่องจากมีการคืนสินค้าหรือแลกเปลี่ยนสินค้าตามข้อตกลงทางการค้าระหว่างผู้ประกอบการจดทะเบียนด้วยกัน</p>
<p>4. เหตุเนื่องจากมีการคืนสินค้าหรือแลกเปลี่ยนสินค้าตามข้อตกลงทางการค้าระหว่างผู้ประกอบการจดทะเบียนและผู้ซื้อสินค้า ทั้งนี้ เฉพาะที่กระทำภายในเวลาอันสมควร</p>
<p>5. เหตุเนื่องจากการให้บริการบกพร่อง หรือให้บริการผิดข้อกำหนดที่ตกลงกัน</p>
<p>6. เหตุเนื่องจากไม่มีการให้บริการตามสัญญา</p>
<p>เมื่อพิเคราะห์จากประมวลรัษฎากรและประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 82) แล้ว เห็นได้ว่าเหตุที่ผู้ประกอบการสามารถออกใบลดหนี้ได้นั้น มีทั้งสิ้น 10 กรณีด้วยกัน หากผู้ประกอบการจดทะเบียนออกใบลดหนี้โดยมิได้อาศัยเหตุดังกล่าว ก็ถือเป็นการออกใบลดหนี้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้ ผู้ที่ออกใบลดหนี้โดยไม่มีสิทธิจะออก ผู้นั้นจะต้องรับผิดตามจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ปรากฏในใบลดหนี้ และเบี้ยปรับอีกสองเท่าของจำนวนภาษี นอกจากนี้ยังต้องเสียค่าปรับอีก 2,000 บาท และอาจได้รับโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท อีกด้วย</p>
<p>เมื่อข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาฎีกาฟังได้ว่า โจทก์ออกใบลดหนี้โดยอาศัยข้อตกลงว่าโจทก์จะลดราคาสินค้าให้แก่ผู้ซื้อเมื่อโจทก์มีต้นทุนราคาสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไป จึงไม่เข้าลักษณะของการคำนวณราคาสินค้าผิดพลาดในขณะที่ขายสินค้าหรือให้บริการ ซึ่งข้อตกลงในการลดราคาสินค้าเมื่อต้นทุนลดลงดังกล่าวไม่ใช่เหตุที่โจทก์จะสามารถออกใบลดหนี้ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น การออกใบลดหนี้ของโจทก์จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งผู้เขียนเห็นพ้องด้วยคำพิพากษาศาลฎีกาข้างต้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม มิใช่ว่าผู้ประกอบการจะไม่สามารถลดราคาสินค้าหรือค่าบริการให้แก่ลูกค้าของตนได้ หากกรณีไม่เข้าเหตุในการออกใบลดหนี้ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มทั้ง 10 กรณีตามที่กล่าวมาข้างต้น ผู้ประกอบการยังคงสามารถออกใบลดหนี้ทางการค้าให้แก่กันได้ เพียงแต่ไม่สามารถปรับลดยอดภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบกำกับภาษีฉบับเดิมลงด้วยการออกใบลดหนี้ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มได้เท่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p align="center">ธนินท์รัฐ เหลืองถาวรพจน์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด เลขที่ 2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 โทรศัพท์ (66) 2680 9777 Email: <strong><a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
<div class="nl-box">
<div class="nl-box-services">
<p><strong> <span style="text-decoration: underline;" data-mce-mark="1">บริการกฎหมายภาษีอากร</span> :</strong></p>
<p><strong>1. งานให้คำปรึกษาภาษี</strong></p>
<p><strong>2. งานขอคืนภาษี</strong></p>
<p><strong>3. งานวางแผนภาษี</strong></p>
<p><strong>4. งานตรวจสอบภาษี</strong></p>
<p><strong>5. งานกรอกแบบแสดงรายการภาษี</strong></p>
<p><strong>6. งานให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่</strong></p>
<p><strong>7. งานอุทธรณ์การประเมินภาษี</strong></p>
<p><strong>8. งานคดีภาษีอากร</strong></p>
<p><strong>    เป็นต้น</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact-title">
<p><strong>สอบถามบริการโปรดติดต่อ :</strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>กัมพล ทรัพย์ปรุง </strong></p>
<p><strong>+662 680-9724 </strong></p>
<p><strong> <a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a> </strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact"></div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2791">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนตุลาคม 2560</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2791/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>โค้งสุดท้าย สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีสำหรับการโอนทรัพย์สินเพื่อเป็นหุ้นของบริษัทจัดตั้งใหม่!!!</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2786</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2786#respond</comments>
				<pubDate>Tue, 19 Sep 2017 01:04:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ธนินท์รัฐ เหลืองถาวรพจน์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2786</guid>
				<description><![CDATA[<p>ธนินท์รัฐ เหลืองถาวรพจน์ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด                 ตามที่รัฐได้มีการออกพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 630) พ.ศ.2560 เพื่อส่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/2786">โค้งสุดท้าย สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีสำหรับการโอนทรัพย์สินเพื่อเป็นหุ้นของบริษัทจัดตั้งใหม่!!!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p align="right">ธนินท์รัฐ เหลืองถาวรพจน์</p>
<p align="right">บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด</p>
<p align="right">
<p>                ตามที่รัฐได้มีการออกพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 630) พ.ศ.2560 เพื่อส่งเสริมให้การประกอบธุรกิจในรูปบุคคลธรรมดา แปรสภาพไปเป็นนิติบุคคลโดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่บุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลสำหรับการโอนทรัพย์สินซึ่งใช้ในการประกอบกิจการของตน เช่นที่ดิน อาคารสำนักงาน สินค้าคงเหลือ เป็นต้น ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นใหม่โดยการตีมูลค่าทรัพย์สินดังกล่าวเป็นหุ้นสามัญ ซึ่งจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับการโอนทรัพย์สินเข้าเป็นทุนจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นใหม่<a id="_ftnref1" title="" href="#_ftn1">[1]</a></p>
<p>อย่างไรก็ดี หากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นใหม่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท (SME) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวสามารถนำรายจ่ายที่เกิดจากการจัดตั้งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลลงเป็นรายจ่ายเพิ่มได้อีกจำนวน 1 เท่า นอกจากนี้ ค่าทำบัญชี และค่าสอบบัญชีนั้น ก็สามารถลงเป็นรายจ่ายเพิ่มได้อีกจำนวน 1 เท่า เป็นระยะเวลา 5 รอบระยะเวลาบัญชีนับตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่ได้มีการจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นใหม่นั้นอีกด้วย<a id="_ftnref2" title="" href="#_ftn2">[2]</a></p>
<p>จะเห็นได้ว่า สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวนี้ ความสำคัญอยู่ที่การโอนทรัพย์สิน การวางแผนจัดตั้งองค์กรธุรกิจ และการวางแผนภาษีให้ถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งนับจากวันนี้ก็เหลือเวลาอีกเพียงไม่มากนัก เนื่องจากสิทธิประโยชน์ดังกล่าวจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ดังนั้น ผู้ที่สนใจควรเร่งดำเนินการติดต่อและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อจะได้ดำเนินการได้อย่างถูกต้องเหมาะสมต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p align="center"><strong>หากมีข้อสงสัยหรือข้อสอบถามใด กรุณาติดต่อได้ที่</strong></p>
<p align="center"><strong>02 &#8211; 6809734, 02 &#8211; 6809760, 02 &#8211; 6809753</strong></p>
<div>
<p>&nbsp;</p>
<hr align="left" size="1" width="33%" />
<div>
<p><a id="_ftn1" title="" href="#_ftnref1">[1]</a>มาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 630) พ.ศ.2560</p>
</div>
<div>
<p><a id="_ftn2" title="" href="#_ftnref2">[2]</a>มาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 630) พ.ศ.2560</p>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/2786">โค้งสุดท้าย สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีสำหรับการโอนทรัพย์สินเพื่อเป็นหุ้นของบริษัทจัดตั้งใหม่!!!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2786/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคม 2560</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2781</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2781#respond</comments>
				<pubDate>Thu, 24 Aug 2017 20:59:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ธนินท์รัฐ เหลืองถาวรพจน์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2781</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’s Tax Newsletter &#160;   ฉบับที่ 79-80 เดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคม 2560 &#160; กฎหมายใหม่ล่าสุด 1. ลด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2781">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคม 2560</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center;"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></h3>
<h3 style="text-align: center;"><strong>DLO’s Tax Newsletter</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong> </strong></p>
<p align="right"><strong><span style="text-decoration: underline;">ฉบับที่ </span></strong><strong><span style="text-decoration: underline;">79-80 เดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคม 2560</span></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></strong></h5>
<p>1. ลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายให้แก่ผู้มีเงินได้ที่ได้รับเงินได้จากนิติบุคคลที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมาย (ภาคตะวันออก)</p>
<p>2. สิทธิประโยชน์ทางภาษี สำหรับรายจ่ายเพื่อการลงทุนฯ 1.5 เท่า และแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขรายจ่ายเพื่อการลงทุนฯ 2 เท่า</p>
<p>3. กรมสรรพากรออกระเบียบใหม่ว่าด้วยการจัดทำ ส่งมอบ และเก็บรักษาใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และใบรับอิเล็กทรอนิกส์</p>
<p>4. หลักเกณฑ์การลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับการประกอบกิจการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ (ภาคใต้)</p>
<p>5. เพิ่มเติมหลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีเงินได้ของนิติบุคคลสำหรับกิจการที่ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมาย</p>
<p>6. เพิ่มเติมหลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีเงินได้ของนิติบุคคลสำหรับกิจการที่ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span></strong></h5>
<p>1. ภาษีลาภลอย</p>
<p>2. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร กรณีประกอบกิจการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (e &#8211; Business)</p>
<p>3. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร กรณี Transfer Pricing</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></strong></h5>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>            คำพิพากษาฎีกาที่ 5230/2559</strong></p>
<p>ระหว่าง             นาย ป.                                                                          โจทก์</p>
<p>กับ        <strong>            </strong>กรมสรรพากร                                                                จำเลย</p>
<p>เรื่อง                 สัญญาจ้างทำของ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></strong></h4>
<h5>1. ลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายให้แก่ผู้มีเงินได้ที่ได้รับเงินได้จากนิติบุคคลที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมาย (ภาคตะวันออก)</h5>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 641) พ.ศ.2560 กำหนดให้ลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายให้แก่ผู้มีเงินได้ (ผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญหรือลูกจ้าง) เหลืออัตราร้อยละ 17 ของเงินได้ที่ได้รับจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมายอยู่ในเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง และผู้มีเงินได้ยังได้รับสิทธิยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้ที่ถูกหักภาษีไว้แล้วดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตอนสิ้นปี โดยต้องไม่ขอคืนภาษีหรือไม่ขอเครดิตภาษีที่ถูกหักไว้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด</p>
<p>ติดตามรายละเอียดจาก  <a href="https://goo.gl/WQrPzS">https://goo.gl/WQrPzS</a></p>
<p><strong> </strong></p>
<h5>2. สิทธิประโยชน์ทางภาษี สำหรับรายจ่ายเพื่อการลงทุนฯ 1.5 เท่า และแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขรายจ่ายเพื่อการลงทุนฯ 2 เท่า</h5>
<p>ตามที่พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ.2559 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรายจ่ายที่ได้จ่ายเพื่อการลงทุนต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการ แต่ต้องไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมเป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายที่จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559</p>
<p>ต่อมาพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 642) พ.ศ.2560 กำหนดให้ขยายเวลาการหักรายจ่ายเพื่อการลงทุนฯ ได้อีก 1 ปี พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนการยกเว้นรายจ่ายเพื่อการลงทุนจาก 2 เท่า เหลือเพียง 1.5 เท่าของรายจ่ายที่จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560</p>
<p>โดยพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 642) พ.ศ.2560 ได้กำหนดให้ความหมายของคำว่า “เครื่องจักร” ไว้และได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมไว้ในพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ.2559</p>
<p>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 300) ได้แก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขการหักรายเพื่อการลงทุนฯ ดังกล่าว โดยให้สิทธิผู้ที่ขอใบอนุญาตและแจ้งก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารก่อนวันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 แล้ว แต่ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างตามที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างหรือได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างดัดแปลงอาคารดังกล่าว ต่อมาจึงดำเนินการทำสัญญาจ้างหรือสั่งซื้อสั่งจ้างในช่วงที่พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ.2559 มีผลใช้บังคับก็จะได้รับสิทธิ์หักรายจ่ายเพื่อการลงทุน 2 เท่า</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด</p>
<p>ติดตามรายละเอียดจาก  <a href="https://goo.gl/XAuZqw">https://goo.gl/XAuZqw</a> และ <a href="https://goo.gl/nPnckT">https://goo.gl/nPnckT</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>3. กรมสรรพากรออกระเบียบใหม่ว่าด้วยการจัดทำ ส่งมอบ และเก็บรักษาใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และใบรับอิเล็กทรอนิกส์</h5>
<p><strong> </strong>            ระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการจัดทำ ส่งมอบ และเก็บรักษาใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2560 ได้ยกเลิกระเบียบกรมสรรพากรว่าด้วยการจัดทำดังกล่าว ฯ พ.ศ.2555 ฉบับเดิม โดยมีการปรับปรุงเงื่อนการจัดทำฯ ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้</p>
<p>1) ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลสามารถยื่นคำขอจัดทำฯ ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ได้ จากเดิมต้องเป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่มีทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 10 ล้านบาท</p>
<p>2) ผู้ยื่นคำขอดังกล่าวมีทุนจดทะเบียนเท่าใดก็ได้</p>
<p>3) ต้องส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับใบกำกับภาษีหรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่กรมสรรพากรเป็นรายเดือนภาษี โดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายในวันที่ 15 ของเดือนภาษีถัดไป จากเดิมจัดส่งข้อมูลภายในวันที่ 25 ของเดือนภาษีถัดไป เป็นต้น</p>
<p>ติดตามรายละเอียดจาก  <a href="https://goo.gl/x5tVZy">https://goo.gl/x5tVZy</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>4. หลักเกณฑ์การลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับการประกอบกิจการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ (ภาคใต้)</h5>
<p>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 5) ยกเลิกข้อ 2 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 4) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์ ตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 630) พ.ศ.2560 เป็นผลให้บุคคลธรรมดาและบริษัทที่จัดตั้งใหม่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีดังกล่าว ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เพิ่มเติมใหม่มีรายละเอียดดังนี้</p>
<p>1) ต้องเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบกิจการ (เดิมไม่จำกัดทรัพย์สิน)</p>
<p>2) ต้องโอนที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างด้วยราคาประเมินทุนทรัพย์ฯ ที่ใช้อยู่ในวันที่มีการโอนนั้น หรือราคาต้นทุนการซื้อที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่บุคคลผู้โอนได้ซื้อมาตามหลักฐานสัญญาซื้อขายที่ได้ทำเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วแต่อย่างใดจะสูงกว่า (จากเดิมโอนตามราคาตลาด)</p>
<p>ติดตามรายละเอียดจาก <a href="https://goo.gl/GMF6sy">https://goo.gl/GMF6sy</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>5. เพิ่มเติมหลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีเงินได้ของนิติบุคคลสำหรับกิจการที่ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมาย (จังหวัดในภาคใต้)</h5>
<p>ตามที่พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 628) พ.ศ.2560 กำหนดให้ลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายให้แก่ลูกจ้าง(แรงงานฝีมือ, ผู้เชี่ยวชาญ) ที่ได้รับเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน และยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่นิติบุคคลเป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายที่ได้จ่ายจริงสำหรับเงินลงทุนในหุ้นหรือการเป็นหุ้นส่วน สำหรับการประกอบธุรกิจในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจนั้น (จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี และจังหวัดยะลา)</p>
<p>ต่อมาประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 294) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีดังกล่าว โดยมีรายละเอียดดังนี้</p>
<p>1) กรณีลูกจ้าง</p>
<p>&#8211; ต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เว้นแต่ลูกจ้างที่เป็นแรงงานฝีมือจะสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือวิชาชีพเทคนิคก็ได้</p>
<p>&#8211; หากทำงานในสายงานตรงกับวุฒิการศึกษา ต้องมีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี เว้นแต่ทำงานในสายงานอื่นที่ไม่ตรงสายต้องมีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 8 ปี และต้องมีหนังสือรับรองการทำงานดังกล่าว</p>
<p>2) กรณีนิติบุคคล</p>
<p>&#8211; ต้องไม่มีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปีก่อนการลงทุนนั้น</p>
<p>&#8211; ต้องไม่ขายหรือโอนหุ้นหรือการเป็นหุ้นส่วนของนิติบุคคลดังกล่าว เว้นแต่มีเหตุอันสมควร</p>
<p>ติดตามรายละเอียดจาก <a href="https://goo.gl/S746Gj">https://goo.gl/S746Gj</a> และ <a href="https://goo.gl/YXYHz6">https://goo.gl/YXYHz6</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h6>6. เพิ่มเติมหลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีเงินได้ของนิติบุคคลสำหรับกิจการที่ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมาย</h6>
<p>ตามที่พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 637) พ.ศ.2560 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกิจการที่ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมายเป็นระยะเวลา 5 รอบระยะเวลาบัญชีนั้น</p>
<p>ต่อมาประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 302) กำหนดให้นิติบุคคลที่ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมายดังกล่าว ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เพิ่มเติมดังนี้</p>
<p>1) ต้องยื่นคำร้องขออนุมัติเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ (New Start &#8211; up) (ร.ม.1) ต่ออธิบดีกรมสรรพากรผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากรและได้รับอนุมัติคำร้องดังกล่าวภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2561</p>
<p>2) หากประสงค์จะเพิ่มกิจการหรือประเภทหรือบริการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ต้องยื่นคำขอตามแบบ (ร.ม.2) ต่ออธิบดีกรมสรรพากร ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร</p>
<p>ทั้งนี้ หากนิติบุคคลดังกล่าวมีรายได้จากการประกอบกิจการทั้งที่ได้รับและไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ต้องคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของแต่ละกิจการแยกกัน และหากมีรายจ่ายที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ให้เฉลี่ยรายจ่ายดังกล่าวตามสัดส่วนรายได้ของแต่ละกิจการ</p>
<p>ติดตามรายละเอียดจาก <a href="https://goo.gl/cxpBWS">https://goo.gl/cxpBWS</a> และ <a href="https://goo.gl/S4xB36">https://goo.gl/S4xB36</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span></strong></h4>
<h5>1. ภาษีลาภลอย</h5>
<p>ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างเสนอร่าง พ.ร.บ.ภาษีลาภลอยให้กระทรวงการคลังพิจารณาก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ โดยภาษีลาภลอยนั้นจะมีการจัดเก็บภาษีจากส่วนต่างของที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากการก่อสร้างโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ เช่น โครงการรถไฟฟ้า เป็นต้น</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/qdzCwC">https://goo.gl/qdzCwC</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>2. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร กรณีประกอบกิจการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (e &#8211; Business)</h5>
<p>กรมสรรพากรเปิดเผยว่ามีแผนจะจัดเก็บภาษีจากผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคต ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่&#8230;) พ.ศ&#8230;.. โดยมีรายละเอียดดังนี้</p>
<p>1) ภาษีเงินได้นิติบุคคล</p>
<p>1.1) นิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย</p>
<p>หากใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นเหตุให้ได้รับเงินได้หรือผลกำไรในประเทศไทย กรณีต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากเงินได้นั้นในประเทศไทย หากมีการใช้โดเมนท้องถิ่นของไทย มีการสร้างระบบการชำระเงินเป็นสกุลไทยหรือมีการโอนเงินจากประเทศไทย ฯ</p>
<p>1.2) นิติบุคคลที่มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย</p>
<p>หากได้รับเงินได้จากค่าโฆษณาออนไลน์ ค่าใช้พื้นที่ในเว็บไซต์ ฯ ให้ผู้จ่ายเงินได้หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 และนำส่งกรมสรรพากร</p>
<p>2) ภาษีมูลค่าเพิ่ม</p>
<p>หากนิติบุคคลต่างประเทศดังกล่าวมีเงินได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ให้ยื่นคำขอเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย นอกจากนี้หากมีการขายสินค้าหรือให้บริการผ่านทางเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นของผู้อื่น กำหนดให้ผู้เป็นเจ้าของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นดังกล่าวนั้นเป็นตัวแทนยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแทนนิติบุคคลดังกล่าว และให้มีสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดเช่นเดียวกับนิติบุคคลดังกล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ โปรดติดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก  <a href="https://goo.gl/NKQcWj">https://goo.gl/NKQcWj</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>3. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลรัษฎากร กรณี Transfer Pricing</h5>
<p>กระทรวงการคลังได้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่&#8230;.) พ.ศ&#8230;.. เพื่อป้องกันการกำหนดราคาโอนระหว่างนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน โดยเพิ่มมาตรา 35 ตรี มาตรา 71 ทวิ และมาตรา 71 ตรี โดยมีรายละเอียดดังนี้</p>
<p>1) เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจปรับปรุงรายได้และรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลของนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันดังกล่าวให้เป็นไปตามราคาตลาดได้</p>
<p>2) นิติบุคคลดังกล่าวมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนภาษีตามที่เจ้าพนักงานประเมินได้ปรับปรุงตามข้อ 1) ได้ภายใน 3 ปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นรายการภาษี หรือภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการปรับปรุงจากเจ้าพนักงานดังกล่าว</p>
<p>3) เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจแจ้งให้ยื่นเอกสารหรือหลักฐานแสดงข้อมูลที่จำเป็นสำหรับวิเคราะห์การกำหนดราคาโอนของธุรกรรมระหว่างกันได้ โดยนิติบุคคลต้องยื่นเอกสารฯ ดังกล่าวภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นสามารถขยายเวลาได้ไม่เกิน 120 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ทั้งนี้ หากฝ่าฝืนต้องระหว่างโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 200,000 บาท เป็นต้น</p>
<p>ทั้งนี้ โปรดติดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก  <a href="https://goo.gl/VSRTxQ">https://goo.gl/VSRTxQ</a> และ <a href="https://goo.gl/mA98tN">https://goo.gl/mA98tN</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>คำพิพากษาฎีกาที่ 5230/2559</strong></p>
<p>ระหว่าง             นาย ป.                                                                          โจทก์</p>
<p>กับ        <strong>            </strong>กรมสรรพากร                                                                จำเลย</p>
<p>เรื่อง                 สัญญาจ้างทำของ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โจทก์ทำสัญญารับจ้างปลูก ดูแลสวนยางให้กับบริษัท พ. กำหนดว่า ผู้ว่าจ้างตกลงจ่ายค่าจ้างให้ผู้รับจ้าง รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบท้ายสัญญา ซึ่งมีข้อความว่า ระยะปลูก 76 ต้นต่อไร่  พื้นที่ 1,000 ไร่และมีหมายเหตุต่อท้ายว่า หากผู้ว่าจ้างจัดทำพันธุ์ยางได้ไม่ครบตามข้อตกลง ผู้รับจ้างสงวนสิทธิในการจัดหาในราคาต้นละ 15 บาท แสดงว่าสัญญาจ้างดูแลสวนยางระหว่างโจทก์กับบริษัท พ. <strong>มุ่งถึงผลสำเร็จ</strong>ของการปลูกจนแล้วเสร็จไปเป็นสำคัญ อีกทั้งตามสัญญา ข้อ 2 ยังกำหนดให้โจทก์ดำเนินการบำรุงรักษาสวนยาง ปราบวัชพืช ใส่ปุ๋ย ตัดแต่งกิ่ง ทำการป้องกันไฟฤดูแล้ง โดยโจทก์เป็นผู้จัดหาคนงาน สัมภาระที่ใช้ในการบำรุงดูแลรักษาสวนยาง รวมถึงเป็นผู้จัดหาคนงาน และทั้งนี้ตามคำแนะนำของสถาบันวิจัยยาง ตามหลักวิชาการเกษตร และโดยสัญญามีกำหนด 3 ปี จะเห็นได้ว่า ไม่มีข้อสัญญาใดระบุว่าโจทก์ต้องอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของบริษัท พ. ซึ่ง<strong>อำนาจควบคุมบังคับบัญชาลูกจ้างเป็นสาระสำคัญของสัญญาจ้างแรงงาน</strong> นิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับบริษัท พ. จึงหาใช่สัญญาจ้างแรงงานไม่ ดังนั้น ที่เจ้าพนักงานของโจทก์และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยว่า สัญญาระหว่างโจทก์กับบริษัท พ. เป็นการให้บริการที่อยู่ในบังคับที่จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากรจึงชอบแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;">ความเห็นทางกฎหมาย</span></strong></h5>
<p>&nbsp;</p>
<p>สัญญาจ้างแรงงานและสัญญาจ้างทำของแม้จะมีลักษณะที่ค่อนข้างคล้ายคลึงกัน กล่าวคือ ลูกจ้างหรือผู้รับจ้างต่างต้องทำงานให้แก่นายจ้างหรือผู้ว่าจ้าง และนายจ้างหรือผู้ว่าจ้างตกลงจ่ายสินจ้างเป็นการตอบแทน แต่สาระสำคัญที่อาจใช้แบ่งแยกความต่างระหว่างสัญญาทั้งสองประเภท คือ สัญญาจ้างแรงงานนั้น นายจ้างมีสิทธิที่จะบังคับบัญชา มอบหมายหรือควบคุมการทำงานของลูกจ้าง ส่วนสัญญาจ้างทำของเป็นสัญญาที่มุ่งถึงผลสำเร็จของงานเป็นสาระสำคัญ โดยผู้ว่าจ้างไม่อาจบังคับบัญชาผู้รับจ้างได้ ซึ่งพิจารณาได้จากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ประกอบคำพิพากษาฎีกา</p>
<p>นอกจากนี้ หากพิเคราะห์จากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานประกอบ คำว่า “จ้างทำของ” หมายความว่า (กฎ) น. ชื่อสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้รับจ้าง ตกลงรับจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น</p>
<p>“จ้างแรงงาน” หมายความว่า (กฎ) น. ชื่อสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่า ลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่า นายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้</p>
<p>แต่ในด้านของภาษีอากรนั้น จะต้องพิจารณาหลักเนื้อหาสำคัญกว่ารูปแบบ (Substance Over Form) ประกอบด้วย กล่าวคือ สัญญาใดแม้จะทำขึ้นตามรูปแบบของกฎหมาย แต่ถ้าสัญญานั้นทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหลบเลี่ยงภาษีหรือไม่ต้องเสียภาษี เจ้าพนักงานประเมินก็มีอำนาจที่จะประเมินภาษีได้ นอกจากนี้ การรับจ้างทำของเข้าลักษณะเป็นการให้บริการอย่างหนึ่งที่อยู่ในบังคับที่จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม</p>
<p>ด้วยความเคารพต่อคำพิพากษาฎีกา ผู้เขียนเห็นว่าเหตุผลที่ศาลใช้ประกอบการตัดสินข้างต้นนั้น อาจจะยังไม่สอดคล้องกับหลักการเบื้องหลังอันเป็นหลักการในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งต้องอยู่ภายใต้หลักกฎหมายภาษีอากรที่ดี เนื่องจากกฎหมายภาษีอากรเป็นกฎหมายที่มีลักษณะเฉพาะ ประกอบกับเป็นกฎหมายที่กระทบต่อสิทธิและหน้าที่ของผู้เสียภาษี ทั้งยังมีผลต่อกิจการการค้า ดังจะเห็นได้ชัดจากสัญญาจ้างแรงงานของกรรมการบริษัท บริษัทมหาชน รวมถึงการจ้างกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามที่กฎหมายกำหนด และกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งโดยราชการ ซึ่งบุคคลเหล่านี้ต่างได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และไม่ถือเป็นการให้บริการที่อยู่ในบังคับที่จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม<a id="_ftnref1" title="" href="#_ftn1">[1]</a> ด้วยเหตุผลที่ว่าผู้รับจ้างเหล่านั้นไม่ว่าจะเป็นพนักงาน กรรมการ ฯลฯ ย่อมใช้เพียงแรงกายและสติปัญญาในการตกลงรับทำงานให้แก่นายจ้างและนายจ้างตกลงจ่ายสินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้นั้น ย่อมสอดคล้องกับความหมายของการจากแรงงานตามพจนานุกรมฯ ดังนั้นคำว่า สัญญาจ้างแรงงานก็ไม่อาจใช้ตีความโดยนำเอาความหมายของการจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับได้ เพราะเป็นการตีความที่แคบและไม่ก่อให้เกิดความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี จากข้อเท็จจริงข้างต้น สัญญาจ้างทำของที่มีลักษณะใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของผู้รับจ้างโดยเฉพาะ เช่นการให้บริการที่ปรึกษา ผู้เขียนเห็นว่าการที่ประมวลรัษฎากรยกเว้นการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการจ้างแรงงาน เนื่องจากผู้ใช้แรงงานต้องใช้แรงกายและความสามารถของแต่ละบุคคล ประกอบกับการให้บริการที่ปรึกษาไม่มีต้นทุนอย่างอื่นประกอบ ซึ่งแตกต่างจากการจ้างทำของหรือการให้บริการลักษณะอื่นที่มีต้นทุนวัตถุดิบ วัสดุหรืออุปกรณ์ ด้วยเหตุนี้ย่อมไม่ใช่การจ้างแรงงานเพียงอย่างเดียว ประมวลรัษฎากรจึงไม่บัญญัติยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้ได้</p>
<p>จากข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาฎีกาข้างต้น ผู้เขียนเห็นว่า เมื่อโจทก์ตกลงเป็นผู้จัดหาสัมภาระ เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องจักร ปุ๋ยบำรุง ยาปราบศัตรูพืช และวัสดุอื่น ๆ ที่ใช้ในการบำรุงดูแลรักษาสวนยาง รวมถึงเป็นผู้จัดหาคนงาน และจะดูแลรักษาสวนยางตามคำแนะนำของสถาบันวิจัยยาง และตามหลักวิชาการเกษตรนั้น การดำเนินงานของโจทก์ จึงเข้าลักษณะการบริหารจัดการของโจทก์เองโดยเฉพาะซึ่งไม่ใช่การใช้เพียงร่างกายและสติปัญญาในการทำงานแต่โจทก์จะต้องจัดหาทีมงานและวัสดุอุปกรณ์เพิ่มเติม และกรณีนี้ถือได้ว่าเป็นสัญญาซึ่งมุ่งถึงผลสำเร็จของการปลูกต้นยางเป็นสำคัญ แม้ศาลฎีกามีคำพิพากษาดังกล่าวจะเป็นการชอบแล้ว แต่ผู้เขียนเห็นว่าเหตุผลที่ใช้ประกอบยังคลาดเคลื่อนไปเล็กน้อย</p>
<p align="center">                        ธนินท์รัฐ เหลืองถาวรพจน์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด 2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9760 Email: <a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a>, <a href="mailto:chatwaleem@dlo.co.th">chatwaleem@dlo.co.th</a></p>
<div>
<p>&nbsp;</p>
<hr align="left" size="1" width="33%" />
<div>
<p><a id="_ftn1" title="" href="#_ftnref1">[1]</a> ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 205)</p>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<div class="nl-box">
<div class="nl-box-services">
<p><strong><span style="text-decoration: underline;" data-mce-mark="1">บริการกฎหมายภาษีอากร</span> :</strong></p>
<p><strong>1. งานให้คำปรึกษาภาษี</strong></p>
<p><strong>2. งานขอคืนภาษี</strong></p>
<p><strong>3. งานวางแผนภาษี</strong></p>
<p><strong>4. งานตรวจสอบภาษี</strong></p>
<p><strong>5. งานกรอกแบบแสดงรายการภาษี</strong></p>
<p><strong>6. งานให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่</strong></p>
<p><strong>7. งานอุทธรณ์การประเมินภาษี</strong></p>
<p><strong>8. งานคดีภาษีอากร</strong></p>
<p><strong>    เป็นต้น</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact-title">
<p><strong>สอบถามบริการโปรดติดต่อ :</strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>กัมพล ทรัพย์ปรุง </strong></p>
<p><strong>+662 680-9724 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>พุทธิมา เกิดศิริ </strong></p>
<p><strong>+662 680-9751 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a></strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>ชัชวลี ไมตรี</strong></p>
<p><strong>+662 680-9760 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:chatwaleem@dlo.co.th">chatwaleem@dlo.co.th</a></strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>สุนทรี จุงเลียก </strong></p>
<p><strong>+662 680-9753 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:soontreej@dlo.co.th">soontreej@dlo.co.th</a></strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>ราชศักดิ์ กุลกัลยา </strong></p>
<p><strong><strong>+662 680-9708 </strong></strong></p>
<p><strong><a href="mailto:ratchasakk@dlo.co.th">ratchasakk@dlo.co.th</a></strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>ชัยศิริ ลิ่วสัมฤทธิ์ </strong></p>
<p><strong>+662 680-9708 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:chaisiril@dlo.co.th">chaisiril@dlo.co.th</a></strong></p>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2781">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคม 2560</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2781/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนพฤษภาคมและเดือนมิถุนายน 2560</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2764</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2764#respond</comments>
				<pubDate>Wed, 21 Jun 2017 19:59:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ธนินท์รัฐ เหลืองถาวรพจน์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2764</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’s Tax Newsletter &#160;   ฉบับที่ 77 – 78  เดือนพฤษภาคมและเดือนมิถุนายน 2560   กฎหมายใหม่ล่าสุด 1. ยกเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2764">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนพฤษภาคมและเดือนมิถุนายน 2560</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center;"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></h3>
<h3 style="text-align: center;"><strong>DLO’s Tax Newsletter</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong> </strong></p>
<p align="right"><strong><span style="text-decoration: underline;">ฉบับที่ </span></strong><strong><span style="text-decoration: underline;">77 – 78  เดือนพฤษภาคมและเดือนมิถุนายน 2560</span></strong></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"> </span></strong></p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></strong></h5>
<p>1. ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับรายจ่ายค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุหรืออุปกรณ์ฯ ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย</p>
<p>2. ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับค่าซ่อมแซมรถหรืออุปกรณ์ในรถที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย</p>
<p>3. ขยายกำหนดเวลายื่นงบการเงิน หรือบัญชีรายรับรายจ่ายฯ ให้แก่นิติบุคคล</p>
<p>4. กำหนดวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากร สำหรับการทำตราสารเพื่อจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล</p>
<p>5. คำชี้แจงกรณีกำหนดให้กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ฯ เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์</p>
<p>6. สิทธิประโยชน์สำหรับการลงทุนในอุปกรณ์รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (EDC)</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"> </span></strong></p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span></strong></h5>
<p>1. ขยายเวลายกเว้นภาษีเงินได้สำหรับวิสาหกิจชุมชน</p>
<p>2. ครม.เห็นชอบหลักการยกเว้นภาษี 3 เท่า รายจ่ายวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ฯ สำหรับ 5 กลุ่มอุตสาหกรรม</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></strong></h5>
<p><strong>            คำพิพากษาฎีกาที่ 5148/2559</strong></p>
<p><strong>            </strong>ระหว่าง              นาย ส.                                                  โจทก์</p>
<p>กับ                    กรมสรรพากร                                         จำเลย</p>
<p>เรื่อง                  เงินได้พึงประเมินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน</p>
<p><strong>            </strong></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"> </span></strong></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"> </span></strong></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"> </span></strong></p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></strong></h4>
<h5>1. ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับรายจ่ายค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุหรืออุปกรณ์ฯ ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย</h5>
<p>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 298) ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท เป็นค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุหรืออุปกรณ์ในการซ่อมแซมทรัพย์สินซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารฯ หรือห้องชุด ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยในระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 ซึ่งผู้ใช้สิทธิดังกล่าวต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินค่าซ่อมแซมดังกล่าวชัดแจ้ง</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด</p>
<p>ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก: <a href="https://goo.gl/5RFdME">https://goo.gl/5RFdME</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>2. ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับค่าซ่อมแซมรถหรืออุปกรณ์ในรถที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย</h5>
<p>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 299) ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเท่าที่ได้จ่ายจริงไม่เกิน 30,000 บาท เพื่อเป็นค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุหรืออุปกรณ์ในการซ่อมแซมรถหรืออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในรถที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยในระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 ซึ่งบุคคลธรรมดาดังกล่าวต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินค่าซ่อมแซมดังกล่าว</p>
<p>ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก: <a href="https://goo.gl/cxLS11">https://goo.gl/cxLS11</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>3. ขยายกำหนดเวลายื่นงบการเงิน หรือบัญชีรายรับรายจ่ายฯ ให้แก่นิติบุคคล</h5>
<p>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่องการขยายกำหนดเวลาการยื่นบัญชีงบดุล บัญชีทำการฯ กำหนดให้ขยายเวลาเฉพาะการยื่นงบการเงินฯ ให้แก่นิติบุคคลที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่มีรอบบัญชีที่มีวันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลาในการยื่นงบการเงินฯ ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2560 โดยนิติบุคคลสามารถยื่นงบการเงินฯ ดังกล่าวได้ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2560 โดยไม่เสียค่าปรับทางอาญา จากเดิมต้องยื่นงบการเงินฯ ดังกล่าวภายใน 150 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบบัญชี ณ สรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่</p>
<p>ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก: <a href="https://goo.gl/oAsI5O">https://goo.gl/oAsI5O</a> และ <a href="https://goo.gl/8EtZ9K">https://goo.gl/8EtZ9K</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>4. กำหนดวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากร สำหรับการทำตราสารเพื่อจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล</h5>
<p>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 56) กำหนดวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินแทนแสตมป์อากรในตราสาร เช่น ใบมอบอำนาจให้ยื่นคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อบังคับของบริษัทจำกัดที่ส่งต่อนายทะเบียน, หนังสือสัญญาที่แก้ไขสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วน และข้อบังคับของบริษัทจำกัด เป็นต้น</p>
<p>ทั้งนี้ หากตราสารดังกล่าวจัดทำเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้เริ่มใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2560 เป็นต้นไป แต่สำหรับตราสารที่มิได้จัดทำขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้เริ่มใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก: <a href="https://goo.gl/o5RA1n">https://goo.gl/o5RA1n</a></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"> </span></strong></p>
<h5>5. คำชี้แจงกรณีกำหนดให้กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ฯ เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์</h5>
<p>ตามที่พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 608 – 610) พ.ศ.2559 กำหนดให้การประกอบกิจการของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ฯ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ โดยให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 1 ปีนับแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 นั้น</p>
<p>กรมสรรพากรได้ออกคำชี้แจ้งเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยชี้แจงรายละเอียดพร้อมทั้งยกตัวอย่างเกี่ยวกับภาระภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์ของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ดังนี้</p>
<p>1) การเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายสินค้าหรือให้บริการของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ฯ การใช้ภาษีซื้อสำหรับการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม การเฉลี่ยภาษีซื้อของกองทุนรวมฯ และการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม</p>
<p>2) การเสียอากรแสตมป์สำหรับตราสารที่กระทำตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก:<a href="https://goo.gl/6Yiox6"> https://goo.gl/6Yiox6</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>6. สิทธิประโยชน์สำหรับการลงทุนในอุปกรณ์รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (EDC)</h5>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 640) พ.ศ.2560 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่นิติบุคคลเป็นจำนวนร้อยละ 100 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายเพื่อการลงทุนในอุปกรณ์รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 และนิติบุคคลนั้นต้องไม่เรียกเก็บค่าเช่าอุปกรณ์ดังกล่าวจากผู้รับชำระเงินผ่านอุปกรณ์นั้น (ผู้ประกอบการร้านค้า)</p>
<p>กรณีผู้ประกอบการร้านค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล (SMEs) ที่ได้ใช้อุปกรณ์รับชำระเงินดังกล่าวให้ยกเว้นเงินได้ค่าธรรมเนียมจากการรับชำระเงินด้วยบัตรเดบิตผ่านอุปกรณ์รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 เป็นจำนวนร้อยละ 100 ของรายจ่ายค่าธรรมเนียมดังกล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด</p>
<p>ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก: <a href="https://goo.gl/jgJSfe">https://goo.gl/jgJSfe</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span></strong></h4>
<h5>1. ขยายเวลายกเว้นภาษีเงินได้สำหรับวิสาหกิจชุมชน</h5>
<p>เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2560 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับวิสาหกิจชุมชนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน เฉพาะที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลซึ่งมีเงินได้ไม่เกิน 1,800,000 บาท ออกไปอีกเป็นระยะเวลา 3 ปี ทั้งนี้  สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2562 จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2559</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายประกาศกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/iWWXYh">https://goo.gl/iWWXYh</a> และ <a href="https://goo.gl/AwAt2t">https://goo.gl/AwAt2t</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>2. ครม.เห็นชอบหลักการยกเว้นภาษี 3 เท่า รายจ่ายทำวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ฯ สำหรับ 5 กลุ่มอุตสาหกรรม</h5>
<p>เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการ ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร (ฉบับที่&#8230;) พ.ศ&#8230;. เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่นิติบุคคลสำหรับ 5 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล กลุ่มอุตสาหกรรมสาธารณสุข ฯ ให้สามารถนำค่าใช้จ่ายเพื่อการทำวิจัยและพัฒนาฯ มาหักเป็นรายจ่ายได้สูงสุด 3 เท่า เป็นระยะเวลา 3 รอบบัญชี สำหรับรอบบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2560 – 31 ธันวาคม 2562</p>
<p>ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายของนิติบุคคลดังกล่าวต้องไม่เกินกว่าสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับสำหรับรายจ่ายเพื่อการทำวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้แก่หน่วยงานของรัฐตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 598) พ.ศ.2559</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://www.thaigov.go.th/news/contents/details/3639">http://www.thaigov.go.th/news/contents/details/3639</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></strong></h4>
<p><strong>คำพิพากษาฎีกาที่ 5148/2559</strong></p>
<p>ระหว่าง              นาย ส.                                                  โจทก์</p>
<p>กับ                    กรมสรรพากร                                         จำเลย</p>
<p>เรื่อง                  เงินได้พึงประเมินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน</p>
<p>เมื่อโจทก์ถูกเลิกจ้างเพราะเหตุครบเกษียณอายุตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัท น. และได้รับเงินได้ที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเมื่อออกจากงานรวมทั้งสิ้นจำนวน 3,118,040 บาท โดยหนังสือแจ้งการจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานและเงินบำเหน็จของบริษัท น. ซึ่งเงินได้ดังกล่าวแยกเป็นเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานจำนวน 1,792,000 บาท และเงินบำเหน็จจำนวน 1,326,040 บาท</p>
<p>เงินจำนวน 1,792,000 บาท จ่ายตามข้อบังคับการทำงาน ในกรณีพนักงานที่ทำงานติดต่อกันครบ 10 ปีขึ้นไป และคำนวณจากอัตราเงินเดือนสุดท้ายเป็นระยะเวลา 300 วัน ซึ่งวิธีการจ่ายเงินดังกล่าวเป็นไปตามมาตรา 118 (5) แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 อีกทั้งเป็นเงินที่โจทก์ได้รับเมื่อเกษียณอายุอันเป็นการเลิกจ้างโดยลูกจ้างมิได้กระทำความผิดตามความหมายของมาตรา 118 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ดังนั้นจึงถือว่าเป็นเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 45) ข้อ 1 (ค) แล้ว</p>
<p>การที่โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยนำเงินได้จำนวนดังกล่าวทั้งจำนวนมาลงรายการเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานในข้อ ก.3 และนำมาคำนวณค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ วิธการ และเงื่อนไขตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 45) จึงชอบด้วยมาตรา 48 (5) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45)</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;">ความเห็นทางกฎหมายเพิ่มเติม</span></strong></h5>
<p>ในกรณีเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน และเป็นเงินที่ให้เนื่องจากการทำงานที่มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี ผู้มีเงินได้สามารถเลือกไม่ต้องนำเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานไปรวมคำนวณกับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) หรือ (2) ก็ได้ และให้สามารถหักค่าใช้จ่ายได้จำนวน 7,000 บาท คูณด้วยจำนวนปีที่ทำงาน แต่จะต้องไม่เกินเงินจำนวนดังกล่าว เหลือเท่าใดยังให้หักค่าใช้จ่ายได้อีกร้อยละ 50 ของเงินที่เหลือนั้นซึ่งเป็นไปตามมาตรา 48 (5) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 1 (ค) และข้อ 2 (ก) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45)</p>
<p>เดิมกรมสรรพากรมีความเห็นว่า ในกรณีที่ลูกจ้างถูกเลิกจ้างเพราะเหตุเกษียณอายุและข้อบังคับของนายจ้างได้กำหนดให้ลูกจ้างได้รับเงินได้รับเงินพิเศษโดยมีวิธีการคิดคำนวณซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 นั้น เงินจำนวนดังกล่าวซึ่งเป็นเงินได้ของลูกจ้างที่ไม่อาจถือเป็นเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานตามข้อ 1 (ค) แต่ถือเป็นเงินได้ที่มีวิธีการคำนวณแตกต่างไปจากวิธีการคำนวณบำเหน็จตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และถือเป็นเงินได้ตามข้อ 1 (ง) แห่งประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45)</p>
<p>เมื่อข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาฎีกาข้างต้นปรากฏว่า โจทก์ทำงานมากกว่า 10 ปี โจทก์จึงมีสิทธิได้รับเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเมื่อออกจากงานจำนวน 3,118,040 บาท โดยแบ่งเป็นเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานจำนวน 1,7920,000 บาท และเงินบำเหน็จจำนวน 1,326,040 บาทนั้น</p>
<p>ผู้เขียนเห็นว่า การที่ศาลมีคำพิพากษาให้เงินจำนวน 1,7920,000 บาทนั้น โดยมีวิธีการจ่ายเงินซึ่งเป็นไปตามมาตรา 118 (5) แห่งพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ถือเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้เมื่อลูกจ้างเกษียณอายุอันเป็นการเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิด จึงถือได้ว่าเงินจำนวนดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานจึงชอบแล้ว นอกจากนี้ ผู้เขียนยังมีความเห็นไปในทางเดียวกับศาลฎีกาว่า ในกรณีที่ลูกจ้างถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดและได้รับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานนั้น ไม่ควรจำกัดเฉพาะกรณีที่นายจ้างเลิกกิจการ หรือยุบแผนก แต่จะต้องหมายความรวมถึงกรณีลูกจ้างเกษียณอายุหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างด้วย เพราะหากไม่รวมถึงเงินเลิกจ้างเนื่องจากเกษียณอายุแล้วก็ย่อมเป็นการจัดเก็บภาษีอย่างไม่เท่าเทียมกันโดยปราศจากอำนาจของกฎหมาย เพราะไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยชัดแจ้งว่าการคำนวณภาษีและการใช้สิทธิแยกยื่นภาษีโดยไม่รวมกับเงินได้ตามมาตรา 48 (5) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45)</p>
<p>อนึ่ง เงินชดเชยหรือค่าชดเชย หมายความว่า เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง นอกเหนือจากเงินประเภทอื่นซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p align="center">ธนินท์รัฐ เหลืองถาวรพจน์</p>
<p style="text-align: left;" align="center">
<p>            หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด 2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9760 Email: <a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a>, <a href="mailto:chatwaleem@dlo.co.th">chatwaleem@dlo.co.th</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="nl-box">
<div class="nl-box-services">
<p><strong><span style="text-decoration: underline;" data-mce-mark="1">บริการกฎหมายภาษีอากร</span> :</strong></p>
<p><strong>1. งานให้คำปรึกษาภาษี</strong></p>
<p><strong>2. งานขอคืนภาษี</strong></p>
<p><strong>3. งานวางแผนภาษี</strong></p>
<p><strong>4. งานตรวจสอบภาษี</strong></p>
<p><strong>5. งานกรอกแบบแสดงรายการภาษี</strong></p>
<p><strong>6. งานให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่</strong></p>
<p><strong>7. งานอุทธรณ์การประเมินภาษี</strong></p>
<p><strong>8. งานคดีภาษีอากร</strong></p>
<p><strong>    เป็นต้น</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact-title">
<p><strong>สอบถามบริการโปรดติดต่อ :</strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>กัมพล ทรัพย์ปรุง </strong></p>
<p><strong>+662 680-9724 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>พุทธิมา เกิดศิริ </strong></p>
<p><strong>+662 680-9751 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a></strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>ชัชวลี ไมตรี</strong></p>
<p><strong>+662 680-9760 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:chatwaleem@dlo.co.th">chatwaleem@dlo.co.th</a></strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>สุนทรี จุงเลียก </strong></p>
<p><strong>+662 680-9753 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:soontreej@dlo.co.th">soontreej@dlo.co.th</a></strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>ราชศักดิ์ กุลกัลยา </strong></p>
<p><strong>+662 680-9753 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:ratchasakk@dlo.co.th">ratchasakk@dlo.co.th</a></strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>ชัยศิริ ลิ่วสัมฤทธิ์ </strong></p>
<p><strong>+662 680-9708 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:chaisiril@dlo.co.th">chaisiril@dlo.co.th</a></strong></p>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong> </strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2764">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนพฤษภาคมและเดือนมิถุนายน 2560</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2764/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนมกราคม 2560</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2706</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2706#respond</comments>
				<pubDate>Wed, 28 Dec 2016 01:57:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ธนินท์รัฐ เหลืองถาวรพจน์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2706</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’S Tax Newsletter &#160; ฉบับที่ 73 เดือนมกราคม 2560 &#160;          พรปีใหม่ ธ พระราชทานยังเกริกก้อง ห [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2706">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนมกราคม 2560</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center;"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></h3>
<h3 style="text-align: center;"><strong>DLO’S Tax Newsletter</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: right;"><strong>ฉบับที่ </strong><strong>73 เดือนมกราคม 2560</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<table style="width: 485px; margin: 0px auto; height: 106px;">
<tbody style="border: none;">
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;"><em>         พรปีใหม่ ธ พระราชทานยังเกริกก้อง</em></td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;"><em>หวนตรึกตรองตามครรลองเพียรยึดถือ</em></td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;"><em>เจ็ดสิบปีพระราชกรณียกิจบันลือ</em></td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;"><em>จุดหมายคือเพื่ออาณาประชาไทย</em></td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;"><em>คำสอนพ่อเปรียบให้เบ็ดไปตกปลา</em></td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;"><em>ไม่พึ่งพาเพียงผู้อื่นไร้จุดหมาย</em></td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;"><em>สอนให้รู้จักพอเพียงเลี้ยงชีพกาย</em></td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;"><em>น้อมรับไว้จะใส่เกล้าฯ เท่าชีวี</em></td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;"><em>         พ้นปีเก่าเศร้าวิโยคโศกกำสรด</em></td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;"><em>ทุกข์ทั้งหมดจงผ่านพ้นพลันสดใส</em></td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;"><em>ความสูญเสียมลายสิ้นจากถิ่นไทย</em></td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;"><em>พบปีใหม่ขอท่านได้ในสิ่งดี</em></td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;"><em>ความรุ่งเรืองจงประเทืองท่านถ้วนหน้า</em></td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;"><em>พระรัตนาพลันบันดาลท่านสุขศรี</em></td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;"><em>สวัสดิผลขจรเกียรติเท่าทวี</em></td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;"><em>ให้ท่านมีแต่ความสุขทุกวันเทอญ</em></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><em><em>                                                                                                                                                 พุทธิมา เกิดศิริ : ประพันธ์</em></em></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;" data-mce-mark="1">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></strong></h5>
<p>1.     ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการภายในประเทศปลายปี 2559</p>
<p>2.     แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรว่าด้วย เงินได้จากจากการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;" data-mce-mark="1">ข่าวภาษี</span></strong></h5>
<p>1.     สนช. มีมติเห็นชอบ ปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</p>
<p>2.     ครม. อนุมัติให้นำราคาปานกลางของที่ดินประจำปี พ.ศ. 2521 – 2524 มาใช้ในปี พ.ศ.2560 เป็นต้นไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;" data-mce-mark="1">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></strong></h5>
<p><strong>คำพิพากษาฎีกาที่ 2050/2559</strong></p>
<table>
<tbody style="border: none;">
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 20%;">ระหว่าง</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">บริษัท อ.</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">โจทก์</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 20%;">กับ</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">กรมสรรพากร</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">จำเลย</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 20%;">เรื่อง</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 80%;" colspan="2">ส่วนล้ำมูลค่าหุ้นเพิ่มทุน</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;" data-mce-mark="1">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></strong></h4>
<h5>1. ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการภายในประเทศปลายปี 2559</h5>
<p>ตามที่กฎกระทรวงฉบับที่ 323 (พ.ศ.2559) และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 282) กำหนดให้ยกเว้นเงินได้บุคคลธรรมดาเท่าที่จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการในประเทศที่ได้จ่ายตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2559  ถึง 31 ธันวาคม 2559 โดยไม่รวมค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ ดังนี้ ค่าซื้อสุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ ค่าซื้อน้ำมันและก๊าซสำหรับเติมพาหนะ ค่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ ค่าบริการนำเที่ยว และค่าที่พักในโรงแรม</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด</p>
<p>โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2559 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/DbLbu3">https://goo.gl/DbLbu3</a> และ <a href="https://goo.gl/P5vfKX">https://goo.gl/P5vfKX</a> และ <a href="https://goo.gl/L8Crks">https://goo.gl/L8Crks</a></p>
<h5>2. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรว่าด้วย เงินได้จากจากการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมาย</h5>
<p>ตามที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร มาตรา 42 (26) ว่าด้วยการยกเว้นภาษีเงินได้จากการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรมนั้น</p>
<p>เดิมประมวลรัษฎากรบัญญัติยกเว้นเงินได้ส่วนที่ไม่เกิน 20 ล้านบาท โดยไม่ได้กำหนดรายละเอียดอื่น ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาเรื่องการตีความ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความชัดเจน จึงมีการออกพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 43) พ.ศ. 2559 ให้ยกเลิกความใน (26) ของมาตรา 42 แห่งประมวลรัษฎากร และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน</p>
<p><em>                </em><em>“(26) เงินได้จากการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมายซึ่งไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม เฉพาะเงินได้จากการโอนให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมายนั้น ในส่วนที่ไม่เกินยี่สิบล้านบาทต่อบุตรหนึ่งคนตลอดปีภาษีนั้น”</em></p>
<p><em>                </em>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/3PCW5v">https://goo.gl/3PCW5v</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;" data-mce-mark="1">ข่าวภาษี</span></strong></h4>
<h5>1. สนช. มีมติเห็นชอบ ปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</h5>
<p>เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2559 ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นชอบ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร เพื่อปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้</p>
<p>1. ค่าลดหย่อนสำหรับผู้มีเงินได้ 60,000 บาท</p>
<p>2. ค่าลดหย่อนสำหรับคู่สมรสที่มีเงินได้ 60,000 บาท</p>
<p>3. ค่าลดหย่อนสำหรับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้มีเงินได้หรือของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ คนละ 30,000 บาท ค่าลดหย่อนบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ คนละ 30,000 บาท แต่รวมกันต้องไม่เกิน 3 คน</p>
<p>4. กรณีผู้มีเงินได้เป็นกองมรดก ให้หักลดหย่อนได้ 600,000 บาท</p>
<p>5. กรณีผู้มีเงินได้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้หักลดหย่อนได้ สำหรับผู้เป็นหุ้นส่วนหรือบุคคลในคณะบุคคลแต่ละคน ซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย แต่รวมกันต้องไม่เกิน 120,000 บาท</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/Ekkuzl">https://goo.gl/Ekkuzl</a> และ <a href="https://goo.gl/m9Yzu3">https://goo.gl/m9Yzu3</a></p>
<h5>2. ครม. อนุมัติให้นำราคาปานกลางของที่ดินประจำปี พ.ศ. 2521 – 2524 เพื่อประเมินภาษีบำรุงท้องที่</h5>
<p>เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2559 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการ ร่างพระราชกฤษฎีกาฯ พ.ศ. &#8230; เพื่อให้นำราคาปานกลางของที่ดินที่ใช้อยู่ในการประเมินภาษีบำรุงท้องที่ประจำปี พ.ศ. 2521 ถึง พ.ศ. 2524 ซึ่งใช้ในการประเมินภาษีบำรุงท้องที่สำหรับปี พ.ศ. 2559 มาใช้ในการประเมินภาษีบำรุงท้องที่สำหรับปี พ.ศ. 2560 และปีต่อไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/pjrwxf">https://goo.gl/pjrwxf</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;" data-mce-mark="1">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></strong></h4>
<p><strong>คำพิพากษาฎีกาที่ 2050/2559</strong></p>
<table>
<tbody style="border: none;">
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 20%;">ระหว่าง</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">บริษัท อ.</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">โจทก์</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 20%;">กับ</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">กรมสรรพากร</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">จำเลย</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 20%;">เรื่อง</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 80%;" colspan="2">ส่วนล้ำมูลค่าหุ้นเพิ่มทุน</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าในรอบระยะเวลาบัญชีพิพาท โจทก์จดทะเบียนเพิ่มทุนโดยออกหุ้นบุริมสิทธิใหม่ 1 หุ้น มีมูลค่าหุ้นละ 1,000 บาท และมีส่วนเกินมูลค่าหุ้น 409,999,000 บาท แต่ในขณะที่โจทก์ออกหุ้นเพิ่มทุนนั้นอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของโจทก์อยู่ที่ 40.36 ต่อ 1 และโจทก์มีผลขาดทุนสะสมสูงถึง 294,720,792 บาท แสดงให้เห็นว่าโจทก์มีผลขาดทุนเป็นจำนวนมาก ซึ่งโจทก์ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่า มีปัจจัยอื่นนอกเหนือจากผลการประกอบการหรือตัวเลขทางบัญชี เช่น ค่าความนิยม ชื่อทางการค้า โนว์ฮาว (Know-how) เทคโนโลยี ความเจริญเติบโตและความก้าวหน้าในอนาคต ฯลฯ อันเป็นตัวกำหนดมูลค่าหุ้นที่ควรจะเป็นสำหรับหุ้นของโจทก์ในขณะที่มีการเพิ่มทุนตามที่โจทก์อุทธรณ์ การที่โจทก์ออกหุ้นเพิ่มทุนที่มีมูลค่าดังกล่าวไม่มีเหตุเชื่อได้ว่า การออกหุ้นเพิ่มทุนโดยออกหุ้นบุริมสิทธิใหม่ 1 หุ้น มีมูลค่าหุ้นละ 1,000 บาท และมีส่วนเกินมูลค่าหุ้น 409,999,000 บาทในขณะเพิ่มทุน อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น</p>
<p>ดังนั้น <span style="text-decoration: underline;" data-mce-mark="1">การที่เจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เงินส่วนเกินมูลค่าหุ้นเป็นเงินให้เปล่า เงินอุดหนุน หรือเงินช่วยเหลือ อันเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล จึงชอบแล้ว</span></p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;" data-mce-mark="1">ความเห็นทางกฎหมายเพิ่มเติม</span></strong></h5>
<p>จากกรณีคำพิพากษาฎีกาข้างต้น เป็นปัญหาเกี่ยวกับส่วนเกินมูลค่าหุ้นที่บริษัทได้รับเนื่องจากการขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นสูงกว่าราคาหุ้นที่ปรากฏในใบหุ้น ซึ่งโดยหลักแล้วเงินได้ที่ได้รับเนื่องจากการเพิ่มทุนนั้น ถือเป็นส่วนของทุนไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ทั้งนี้เงินส่วนต่างดังกล่าวจะต้องไม่มีลักษณะเป็นนิติกรรมอำพราง เงินกินเปล่า เงินอุดหนุน หรือเงินช่วยเหลืออื่นใด และการกำหนดราคาหุ้นจะต้องอยู่บนพื้นฐานของมูลค่าหุ้นที่ควรจะเป็น หรือสภาพกิจการ ณ ขณะที่มีการจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุน นอกจากนี้ยังมีแนววินิจฉัยของกรมสรรพากรว่า ราคาส่วนเกินกว่ามูลค่าหุ้นที่เกินกว่าความเป็นจริงอาจถือเป็นเงินได้ของบริษัทผู้ออกหุ้นเพิ่มทุน เทียบเคียงหนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรที่ กค 0702/3214 ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2551</p>
<p>ข้อเท็จจริงได้ความว่าบริษัทออกหุ้นบุริมสิทธิ 1 หุ้นมีมูลค่าหุ้นละ 1,000 บาท และมีส่วนเกินมูลค่าหุ้น 409,999,000 บาท ซึ่งในขณะที่บริษัทมีผลขาดทุนสะสมอยู่ประมาณ 294 ล้านบาท เมื่อบริษัทนำส่วนเกินมูลค่าหุ้นไปล้างขาดทุนสะสมทั้งหมด ก็จะทำให้เหลือเงินอยู่ประมาณ 115 ล้านบาท โดยเงินส่วนที่เหลือดังกล่าวบริษัทไม่ได้นำไปลงทุนเพื่อแสวงกำไรจากการประกอบกิจการ แต่กลับนำไปฝากไว้กับธนาคาร</p>
<p>ผู้เขียนมีความเห็นว่า การจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุนที่มีส่วนเกินมูลค่าหุ้น เพื่อนำไปเสริมสภาพคล่องให้แก่กิจการก็ดี หรือล้างผลขาดทุนสะสมก็ดี หากมีเงินเหลือจากธุรกรรมดังกล่าว บริษัทอาจพิจารณานำเงินส่วนที่เหลือนั้นไปลงทุนเพื่อแสวงหากำไรจากการประกอบกิจการที่เหมาะสมเพื่อชี้ให้เห็นถึงเจตนาที่แท้จริงว่าไม่ได้เป็นการทำนิติกรรมอำพรางเพื่อเลี่ยงการเสียภาษี หากบริษัทไม่ได้นำเงินส่วนเกินมูลค่าหุ้นที่เหลือนั้นไปลงทุนเพื่อแสวงหากำไรจากการประกอบกิจการแล้ว กรมสรรพากรอาจถือว่าส่วนต่างดังกล่าวเป็นเงินได้ที่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล นอกจากนี้การเรียกเก็บส่วนต่างมูลค่าหุ้นย่อมต้องมีเหตุผลและข้อมูลทางธุรกิจที่น่าเชื่อถือรองรับด้วย</p>
<p align="center">นายธนินท์รัฐ เหลืองถาวรพจน์</p>
<p><span style="text-decoration: line-through;" data-mce-mark="1"> </span></p>
<p>หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด 2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9760 Email: <a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a>, <a href="mailto:chatwaleem@dlo.co.th">chatwaleem@dlo.co.th</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="nl-box">
<div class="nl-box-services">
<p><strong><strong>    </strong><span style="text-decoration: underline;" data-mce-mark="1">บริการกฎหมายภาษีอากร</span> :</strong></p>
<p><strong>1. งานให้คำปรึกษาภาษี</strong></p>
<p><strong>2. งานขอคืนภาษี</strong></p>
<p><strong>3. งานวางแผนภาษี</strong></p>
<p><strong>4. งานตรวจสอบภาษี</strong></p>
<p><strong>5. งานกรอกแบบแสดงรายการภาษี</strong></p>
<p><strong>6. งานให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่</strong></p>
<p><strong>7. งานอุทธรณ์การประเมินภาษี</strong></p>
<p><strong>8. งานคดีภาษีอากร</strong></p>
<p><strong>    เป็นต้น</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact-title">
<p><strong>สอบถามบริการโปรดติดต่อ :</strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>กัมพล ทรัพย์ปรุง </strong></p>
<p><strong>+662 680-9724 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
<p><strong>ชัชวลี ไมตรี</strong></p>
<p><strong>+662 680-9760 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:chatwaleem@dlo.co.th">chatwaleem@dlo.co.th</a></strong></p>
<p><strong>ราชศักดิ์ กุลกัลยา </strong></p>
<p><strong>+662 680-9708 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:ratchasakk@dlo.co.th">ratchasakk@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>พุทธิมา เกิดศิริ </strong></p>
<p><strong>+662 680-9751 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a></strong></p>
<p><strong>ชัยศิริ ลิ่วสัมฤทธิ์ </strong></p>
<p><strong>+662 680-9708 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:chaisiril@dlo.co.th">chaisiril@dlo.co.th</a></strong></p>
<p><strong>สุนทรี จุงเลียก </strong></p>
<p><strong>+662 680-9753 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:soontreej@dlo.co.th">soontreej@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact"></div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2706">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนมกราคม 2560</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2706/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
	</channel>
</rss>
