<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พิชัย พืชมงคล &#8211; สำนักกฎหมายธรรมนิติ</title>
	<atom:link href="https://www.dlo.co.th/author/pichaip/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.dlo.co.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 22 Mar 2023 07:20:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.3.5</generator>
	<item>
		<title>ตำนานภาพบทจารึกคำจีน หน้าสำนักกฎหมายธรรมนิติ</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2926</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2926#respond</comments>
				<pubDate>Fri, 08 Mar 2019 23:26:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[พิชัย พืชมงคล]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2926</guid>
				<description><![CDATA[<p>บทจารึกคำจีนในภาพนี้ ใช้ภาษาจีนโบราณ เขียนเป็นแถวตามแนวดิ่ง เริ่มจากอักษรตัวบนแถวขวาสุด เรียงลงไปด้านล่าง ต่อด้วยอักษรตัวบนของแถวด้านซ้ายถัด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2926">ตำนานภาพบทจารึกคำจีน หน้าสำนักกฎหมายธรรมนิติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p><img class=" size-full wp-image-2924" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2019/03/Chinese_Poem.jpg" alt="" width="550" height="413" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2019/03/Chinese_Poem.jpg 1920w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2019/03/Chinese_Poem-300x225.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2019/03/Chinese_Poem-768x576.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2019/03/Chinese_Poem-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 550px) 100vw, 550px" /></p>
<p>บทจารึกคำจีนในภาพนี้ ใช้ภาษาจีนโบราณ เขียนเป็นแถวตามแนวดิ่ง เริ่มจากอักษรตัวบนแถวขวาสุด เรียงลงไปด้านล่าง ต่อด้วยอักษรตัวบนของแถวด้านซ้ายถัดไปเรียงลงไปด้านล่าง ทีละแถวจากแถวขวาสุดไปจนถึงแถวซ้ายสุดจนจบข้อความ  บทจารึกนี้ เขียนบนกระดาษสำหรับเขียนอักษรจีน โดยใช้หมึกและพู่กันจีน เป็นของขวัญที่ คุณ<strong>ธวัชชัย ถาวรธวัช</strong> บริษัทแหลมทองสหการจำกัด ลูกค้ามอบให้ธรรมนิติ เนื่องในโอกาสที่ คุณ <a href="http://www.paisalvision.com/" target="_blank" rel="noopener noreferrer"><strong>ไพศาล พืชมงคล</strong></a> กรรมการผู้จัดการ (ในสมัยนั้น) จัดงานเปิดอาคารสำนักงานใหญ่ บริษัทธรรมนิติจำกัด ที่สำนักงานวัดพระยายัง อาคารเลขที่ ๑๐๐๐/๒๘-๓๐ ถนนพระรามหกตัดใหม่ แขวงถนนเพชรบุรี เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร เมื่อประมาณปี พศ.๒๕๒๔</p>
<p><strong>คำแปลอักษรจีนบนภาพ</strong></p>
<p><strong> &#8220;</strong> เนื่องในโอกาสเปิดสำนักงานทนายความธรรมนิติ คุณไพศาลเป็นผู้อำนวยการ</p>
<p>ภูเขา..ไม่สำคัญที่ความสูง หากมีเซียนสถิตอยู่..ชื่อเสียงก็ระบือ</p>
<p>แม่น้ำ..ไม่สำคัญที่ความลึก หากมีมังกรอยู่..แม่น้ำก็ศักดิ์สิทธิ์</p>
<p>บ้านน้อยนี้..ซอมซ่อ มีเพียงคุณธรรมข้าเลื่องลือ</p>
<p>ตะไคร่น้ำคลุมชานบ้าน หญ้าเขียวสดส่องม่านเขียว</p>
<p>ในเสียงสนทนาเป็นผู้รู้ คนไปมาหาสู่ไร้ความเขลา</p>
<p>ดีดพิณไร้สิ่งประดับ อ่านคัมภีร์ล้ำค่า</p>
<p>ไร้เสียงปี่กลอง..ระคายหู ไร้หนังสือทางการ..หนักสมอง</p>
<p>หนันหยัง มีกระท่อมขงเบ้ง ซีสู่ มีศาลาจื่อหวิน*</p>
<p>ซูเว่จาง บริษัทแหลมทองสหการจำกัด &#8221;</p>
<p><strong>คำอธิบายเพิ่มเติม </strong></p>
<p>* จื่อหวิน คือ หยางจื่อหวิน (扬子云) เป็นชื่อปราชญ์จีนโบราณ มีชีวิตอยู่ระหว่างปีที่ 53 ถึงปีที่ 18 ก่อนคริสต์ศักราช เป็นชาวเมืองซีสู่ ในยุคสมัยก่อนจิ๋นซีฮ่องเต้</p>
<p>ศาลาจื่อหวินคือ บ้านพักของหยางจื่อหวิน  ชีสู่ คือ ชื่อเมืองที่เขาอยู่  หนันหยัง คือ ชื่อเมืองที่ขงเบ้งอยู่</p>
<p>บทจารึกคำจีนบทนี้ ชื่อ  陋室铭 แปลว่า &#8220;<strong>จารึกเรือนซอมซ่อ</strong> &#8221; เขียนโดย <strong>หลิว หวี่ ซี</strong> ( 刘禹锡, ) เป็นปราชญ์จีนในสมัยราชวงศ์ถัง มีชีวิตอยู่ระหว่างปี คศ. 772－842</p>
<p>ผู้เขียนภู่กันจีนบนภาพ ได้ตัดวรรคสุดท้ายของบทจารึกเดิมออก สันนิษฐานว่า อาจเกิดจากพื้นที่เขียนในภาพไม่เพียงพอที่จะเขียนข้อความทั้งหมดบนกระดาษ</p>
<p>วรรคสุดท้ายที่ถูกตัดออก คือ &#8220;孔子云：何陋之有?&#8221; แปลว่า “ ขงจื่อว่า มันจะซอมซ่อ ได้อย่างไร?&#8221;</p>
<p>มาดูบท &#8220;<strong>จารึกเรือนซอมซ่อ</strong>&#8221; ที่มีข้อความเดิมครบ ตามภาพด้านล่างนี้กันครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><img class=" size-full wp-image-2925" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2019/03/Chinese_Poem_Original.jpg" alt="" width="550" height="388" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2019/03/Chinese_Poem_Original.jpg 1200w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2019/03/Chinese_Poem_Original-300x212.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2019/03/Chinese_Poem_Original-768x541.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2019/03/Chinese_Poem_Original-1024x722.jpg 1024w" sizes="(max-width: 550px) 100vw, 550px" /></strong></p>
<p><strong><strong>คำอธิบายเพิ่มเติม </strong> </strong></p>
<p>อักษรจีนในบท &#8220;จารึกเรือนซอมซ่อ&#8221; ตามภาพด้านบนนี้ เป็นภาษาจีนสมัยใหม่ ใช้แบบตัวอักษรจีนชื่อ  <a href="https://pukanjeen56.wordpress.com/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%8B%E0%B8%B9/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">อักษรสิงซู（行书）กึ่งหวัด</a> ที่เขียนและอ่านแบบภาษาสมัยใหม่ เหมือนภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ คือเริ่มจากตัวอักษรซ้ายสุดของบรรทัดแรก เรียงตามตัวอักษรไปตามแนวเส้นบรรทัด จากด้านซ้ายไปด้านขวา ต่อด้วยตัวอักษรตัวซ้ายสุดของบรรทัดถัดไปเรียงไปทางด้านขวาตามแนวเส้นบรรทัด จนจบบรรทัด เรียงจากบรรทัดบนลงไปบรรทัดล่าง ทีละบรรทัด จนจบข้อความ</p>
<p><strong>ความเป็นมาของบทจารึก  </strong></p>
<p><strong>หลิวหวี่ซี</strong> เคยรับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจการแผ่นดิน เขาต่อต้านการฉ้อราษฎร์บังหลวงของขุนนาง จึงถูกลดตำแหน่งให้ไปเป็นผู้พิพากษาเมืองเหอโจว</p>
<p>เจ้าเมืองเหอโจว รู้ว่า เขาถูกลดตำแหน่งและถูกย้ายมา จึงกลั่นแกล้ง ไม่จัดที่พักให้เหมาะสมกับตำแหน่งของเขา ซึ่งปกติต้องเป็นเรือนใหญ่มีสามหอสามห้อง แต่กลับจัดให้เขาไปพักบ้านเล็กๆด้านทิศใต้ของตัวเมือง หันหน้าไปยังแม่น้ำ เขาไม่ว่าอะไรกลับยินดี เขียนบทกวีติดไว้หน้าบ้านเป็นข้อความว่า &#8220;<strong>หันสู่ลำน้ำ ดูใบเรือขาว ตัวอยู่เหอโจว คิดโต้แย้ง</strong>&#8221;  (“面对大江观白帆，身在和州思争辩。)</p>
<p>เจ้าเมืองเหอโจวรู้เข้าก็โกรธ สั่งให้ย้ายที่พักของเขาไปแถวประตูด้านทิศเหนือ ลดขนาดบ้านพักลงครึ่งหนึ่ง บ้านใหม่อยู่ริมแม่น้ำเต๋อเซิ่ง มีต้นหลิวห้อยระย้า หลิวหวี่ซี ไม่ว่าอะไร เขียนกลอนติดไว้ที่หน้าประตูอีกว่า &#8220;<strong>หลิวระย้าย้อยริมน้ำ คนอยู่ลี่หยัง ใจอยู่กรุง</strong>&#8221; (“垂柳青青江水边，人在历阳心在京。”)</p>
<p>เจ้าเมืองเหอโจวเห็นเขายังสุขใจ สั่งให้ย้ายที่พักอีกครั้ง ไปอยู่แถวกลางเมือง เป็นกระท่อมเล็กๆ ที่มีเพียงเตียงหนึ่งหลัง โต๊ะหนึ่งตัว เก้าอี้หนึ่งตัว</p>
<p>ในเวลาครึ่งปี ถูกย้ายที่พักสามรอบ คราวนี้เขาเริ่มขุ่นเคือง จึงเขียนบทจารึกเรือนซอมซ่อ (陋室铭) นี้  และมอบให้คนสลักลงบนแผ่นหิน ตั้งไว้หน้าบ้าน บอกความใจซื่อมือสะอาดของตนเอง ชี้ว่า สรรพสิ่งอย่าดูเพียงแค่รูปแบบภายนอก แต่ควรต้องดูเนื้อหาแท้จริงที่อยู่ข้างใน แม้บ้านเรือนอาจจะซอมซ่อ แต่ผู้อยู่ในบ้านคือปราชญ์ ขงจื่อจึงว่า &#8220;มันจะซอมซ่อได้อย่างไร?&#8221;</p>
<p>จารึกคำจีนบทนี้ สะท้อนการกลั่นแกล้งคนดีในระบบราชการจีนที่เป็นปัญหาดำรงอยู่ตลอดมา เป็นจารึกคำจีนโบราณที่มีชื่อเสียงมากบทหนึ่ง แพร่หลายในหมู่ชาวจีนทั่วไป รวมถึงชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศต่างๆทั่วโลกตลอดมา ตราบจนถึงทุกวันนี้</p>
<p><strong>เส้นทางของภาพจารึกคำจีน กับ พัฒนาการของธรรมนิติ</strong></p>
<p>ตอนแรกภาพจารึกคำจีนนี้ได้ติดตั้งอยู่ที่บริเวณรับแขก สำนักงานวัดพระยายังของบริษัท ธรรมนิติจำกัด ตั้งแต่ พศ.๒๕๒๔ จนถึงต้นปี พศ.๒๕๓๗ ต่อมา ธรรมนิติ ได้ปฏิรูปองค์กรให้ก้าวหน้าตามยุคสมัย โดยแปรรูปเป็น <a href="https://www.dharmniti.co.th/about-us/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">บริษัท ธรรมนิติ จำกัด (มหาชน)</a> เป็นบริษัทแม่ (Holding Company) ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทในเครือที่ประกอบกิจการกฎหมาย กิจการสอบบัญชี (รวมกิจการตรวจสอบภายใน) กิจการทำบัญชี กิจการฝึกอบรมสัมมนา และกิจการสำนักพิมพ์ และได้ย้ายที่ทำการจากสำนักงานวัดพระยายังไปที่สำนักงานบางโพ และ <a href="https://www.dharmniti.co.th/contact/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">สำนักงานประชาชื่น</a> ในปัจจุบัน ตามลำดับ</p>
<p>ต้นปี พศ.๒๕๓๗ บริษัทสำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด ได้ย้ายที่ทำการจากสำนักงานวัดพระยายัง ไปที่สำนักงานวิทยุ ชั้น ๔ อาคารนายเลิศทาวเวอร์ ภาพจารึกคำจีนนี้ ได้ย้ายไปติดตั้งที่หน้าสำนักงานวิทยุ ตั้งแต่ปี พศ.๒๕๓๗ ถึงต้นปี พศ.๒๕๖๐ ต่อมา สำนักกฎหมายธรรมนิติได้ย้ายที่ทำการจากอาคารนายเลิศทาวเวอร์ ไปที่อาคารภักดี  ภาพจารึกคำจีนจึงได้ติดตั้งอยู่ที่บริเวณรับแขกด้านหน้าของ <a href="https://www.dlo.co.th/contact-us" target="_blank" rel="noopener noreferrer">สำนักกฎหมายธรรมนิติ  ชั้น ๒  อาคารภักดี ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร</a> ตั้งแต่ต้นปี พศ.๒๕๖๐ จนถึงปัจจุบัน</p>
<p><strong>หมายเหตุ</strong> บทความนี้บางส่วนและตอนความเป็นมา เรียบเรียงจากภาพ ข้อความและงานแปลของ <a href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=2822501477767517&amp;set=a.102980116386347&amp;type=3&amp;theater" target="_blank" rel="noopener noreferrer">คุณ วิภาดา กิตติโกวิท เรื่อง จารึกเรือนซอมซ่อ ที่เฟสบุ๊ค (FacebooK) ส่วนตัว </a>โดยได้รับอนุญาตจากผู้เขียนแล้ว</p>
<p>(แก้ไขปรับปรุงล่าสุดเมื่อ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๒)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2926">ตำนานภาพบทจารึกคำจีน หน้าสำนักกฎหมายธรรมนิติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2926/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินส่วนแบ่งกำไรจากคณะบุคคลประเภทค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวและค่าดอกเบี้ยเงินฝาก</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2531</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2531#respond</comments>
				<pubDate>Fri, 09 Oct 2015 11:22:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[พิชัย พืชมงคล]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2531</guid>
				<description><![CDATA[<p>วันที่ 6 ตุลาคม 2558 ครม.ได้ประชุมและมีมติเห็นชอบมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินส่วนแบ่งกำไรจากห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลประเภทค่าเช่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2531">ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินส่วนแบ่งกำไรจากคณะบุคคลประเภทค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวและค่าดอกเบี้ยเงินฝาก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p><span data-mce-mark="1">วันที่ 6 ตุลาคม 2558 ครม.ได้ประชุมและมีมติเห็นชอบมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินส่วนแบ่งกำไรจากห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลประเภทค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวและค่าดอกเบี้ยเงิกฝาก &nbsp;มีสาระสำคัญ ดังนี้</span></p>
<p><span data-mce-mark="1"><img class=" size-full wp-image-2530" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/10/6oct2558.jpg" alt="" width="403" height="268" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/10/6oct2558.jpg 400w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/10/6oct2558-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 403px) 100vw, 403px" /></span></p>
<p>&nbsp;(ภาพจาก <a href="http://www.thaigov.go.th/media/k2/items/cache/007433cc1dd9074b1cf6dcc35ebfdbc5_XL.jpg" target="_blank" rel="noopener noreferrer">เว็บทำเนียบรัฐบาล</a> )</p>
<p><strong>กระทรวงการคลังเสนอว่า</strong></p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1. เนื่องจาก พรบ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 39) พ.ศ. 2557 กำหนดให้ยกเลิกมาตรา 42 (14) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นการยกเลิกการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินส่วนแบ่งกำไรจากการประกอบกิจการของห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลฯ ทำให้ผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญหรือบุคคลในคณะบุคคลฯ จะต้องนำเงินได้สำหรับเงินส่วนแบ่งของกำไรมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งมีผลกระทบต่อห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลบางส่วนที่มิได้มีเจตนาร่วมกันประกอบกิจการ ดังนี้</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1.1 การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์รวมที่ได้มาโดยทางมรดก หรือที่ได้รับจากการให้โดยเสน่หา ผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญหรือบุคคลในคณะบุคคลฯ มิได้มีความประสงค์ที่จะเข้าร่วมกันเพื่อประกอบกิจการตั้งแต่แรกเริ่ม</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1.2 การเปิดบัญชีเงินฝากร่วมกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างเครือญาติส่วนใหญ่ เป็นไปเพื่อความสะดวกในการเบิกเงิน ถอนเงิน หรือเพื่อชำระค่าสาธารณูปโภค รวมถึงการเปิดบัญชีร่วมกันในกรณีอื่นๆ ที่มิได้มีความประสงค์ที่จะเข้าร่วมประกอบกิจการ เช่น การเปิดบัญชีเงินสดย่อยของนิสิตมหาวิทยาลัย เป็นต้น</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2. เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญหรือบุคคลในคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล จึงสมควรกำหนดให้เงินส่วนแบ่งของกำไรจากเงินได้ดังกล่าว เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้ ครม.จึงมีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลัง ออกกฎกระทรวง ดังนี้&nbsp;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1. ให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้ ดังต่อไปนี้</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1.1 เงินส่วนแบ่งของกำไรจากห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ซึ่งเป็นเงินได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นกรรมสิทธิ์รวมอันได้มาโดยทางมรดกหรือได้รับมาจากการให้โดยเสน่หา ซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ตามส่วน 2 หมวด 3 ลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1.2 เงินส่วนแบ่งของกำไรจากห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลซึ่งเป็นดอกเบี้ยเงินฝาก และถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่ผู้มีเงินได้ดังกล่าวไม่ขอรับเงินภาษีที่ถูกหักไว้คืน หรือไม่ขอเครดิตเงินภาษีที่ถูกหักไว้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2. ให้กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปี พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป</p>
<p><strong>ข้อสังเกตุ </strong>การที่รัฐยกเลิกมาตรา 42 (14) แห่งประมวลรัษฎากร เป็นการยกเลิกการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินส่วนแบ่งกำไรจากการประกอบกิจการของห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคล ทำให้ผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญหรือบุคคลในคณะบุคคลฯ ต้องนำเงินได้สำหรับเงินส่วนแบ่งของกำไรมารวมคำนวณกับเงินได้พึงประเมินประเภทอื่นๆ เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา <strong>เป็นการเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2 ครั้งจากเงินได้พึงประเมินจำนวนเดียวกัน จึงเป็นการเก็บภาษีซ้ำซ้อน ( <a href="http://www.investopedia.com/terms/d/double_taxation.asp" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Double Taxation</a>) &nbsp;ที่ขัดกับหลักความเป็นธรรมในการเก็บและเสียภาษี ทั้งยังขัดแย้งกับ&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" target="_blank" rel="noopener noreferrer">หลักนิติธรรม</a>&nbsp;ที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยรับรองตลอดมา&nbsp;</strong></p>
<p><strong><span>ครั้งนี้ รัฐยกเว้นไม่เก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาซ้ำซ้อน เฉพาะ 2 กรณี คือ เงินได้<span>จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นกรรมสิทธิ์รวมอันได้มาโดยทางมรดกหรือได้รับมาจากการให้โดยเสน่หา</span></span></strong><span><span> และเงินได้จากดอกเบี้ยเงินฝากซึ่ง</span></span><span>มิได้ประสงค์ร่วมกันประกอบกิจการ เป็นเงิน</span><span><span>ได้ที่ถูกหักภาษี</span></span><strong><span><span> ณ</span></span></strong> ที่จ่ายแล้วและผู้ถูกหักไม่ได้ขอภาษีคืนหรือไม่ได้ขอเครดิตภาษี<strong><span><span>&nbsp;เป็นการแก้ไขความผิดพลาดในอดีตให้ถูกต้อง เป็นการยกเลิกการเก็บภาษีซ้ำซ้อนสำหรับ 2 กรณีดังกล่าว แต่นอกจาก 2 กรณีดังกล่าว ยังมีการเก็บภาษีซ้ำซ้อนอื่ๆ&nbsp;<strong>อีกมาก</strong> ที่เป็นผลมาจากการยกเลิก<span>มาตรา 42 (14) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น</span>&nbsp; รัฐจึงควรที่จะพิจารณายกเลิกการเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาซ้ำซ้อนซึ่งเกิดจากเหตุเดียวกันที่เหลือโดยเร็วต่อไป&nbsp;</span></span></strong></p>
<p><span data-mce-mark="1">ที่มา <a href="http://www.thaigov.go.th/index.php?option=com_k2&amp;view=item&amp;id=96175:%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5-6-%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1-2558&amp;Itemid=418&amp;lang=th" target="_blank" rel="noopener noreferrer">เว็บทำเนียบรัฐบาล</a>&nbsp;&nbsp;</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2531">ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินส่วนแบ่งกำไรจากคณะบุคคลประเภทค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวและค่าดอกเบี้ยเงินฝาก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2531/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>8 กย.2558 รัฐบาลประกาศใช้บังคับพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกาและกฎกระทรวงใหม่รวม 16 ฉบับ</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2523</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2523#respond</comments>
				<pubDate>Sun, 13 Sep 2015 01:56:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[พิชัย พืชมงคล]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2523</guid>
				<description><![CDATA[<p>วันที่ 8&#160; กันยายน&#160; 2558 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศเผยแพร่ พระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา และกฎกระทรวงรวม 16 ฉบับ ดังนี้ &#160;  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2523">8 กย.2558 รัฐบาลประกาศใช้บังคับพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกาและกฎกระทรวงใหม่รวม 16 ฉบับ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วันที่ 8&nbsp; กันยายน&nbsp; 2558 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศเผยแพร่ พระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา และกฎกระทรวงรวม 16 ฉบับ ดังนี้</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><img class=" size-full wp-image-2522" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/09/rajkijja1.jpg" alt="" width="343" height="385" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/09/rajkijja1.jpg 343w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/09/rajkijja1-267x300.jpg 267w" sizes="(max-width: 343px) 100vw, 343px" /></strong></p>
<p>( ภาพจากเว็บ <a href="http://www.moe.go.th/main2/plan/pic/p-r-b42-01.gif" target="_blank" rel="noopener noreferrer">กระทรวงศึกษาธิการ </a>)</p>
<p><strong>พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘</strong></p>
<p><strong>พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. ๒๕๕๘</strong></p>
<p><strong>พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ </strong></p>
<p><strong>พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. ๒๕๕๘</strong></p>
<p><strong>พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ </strong></p>
<p><strong>พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๘ </strong></p>
<p><strong>พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ </strong></p>
<p><strong>พระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างกิจการรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ ในท้องที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ พ.ศ. ๒๕๕๘ </strong></p>
<p><strong>พระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ </strong></p>
<p><strong>พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ </strong></p>
<p><strong>พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๕๘ </strong></p>
<p><strong>พระราชกฤษฎีกาการทบทวนความเหมาะสมของกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๕๘ </strong></p>
<p><strong>พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ </strong></p>
<p><strong>พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบกกองทัพไทย กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ </strong></p>
<p><strong>พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอำนาจศาลมณฑลทหาร พ.ศ. ๒๕๕๘ </strong></p>
<p><strong>กฎกระทรวงกำหนดหน้าที่และเขตพื้นที่ของมณฑลทหารบก พ.ศ. ๒๕๕๘</strong></p>
<p>เปิดดูทุกฉบับที่ <a href="http://www.ratchakitcha.soc.go.th/RKJ/announce/newrkj.jsp#" target="_blank" rel="noopener noreferrer">เว็บราชกิจจานุเบกษา</a></p>
<p><strong>ที่มา <a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1441728193&amp;grpid=03&amp;catid=03">มติชน&nbsp;</a></strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2523">8 กย.2558 รัฐบาลประกาศใช้บังคับพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกาและกฎกระทรวงใหม่รวม 16 ฉบับ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2523/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ครม.มีมติออกมาตรการทางภาษีและมาตราการทางการเงิน ช่วยเหลือเอสเอ็มอี</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2519</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2519#respond</comments>
				<pubDate>Tue, 08 Sep 2015 10:12:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[พิชัย พืชมงคล]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2519</guid>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2558 คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง ให้ออก มาตรการทางภาษีและมาตราการทางการเงินหลายประการ เพื่อช่ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2519">ครม.มีมติออกมาตรการทางภาษีและมาตราการทางการเงิน ช่วยเหลือเอสเอ็มอี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2558 คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง ให้ออก<strong> มาตรการทางภาษีและมาตราการทางการเงินหลายประการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง (เอสเอ็มอี )</strong>&nbsp;</p>
<p><img class=" size-full wp-image-2518" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/09/PM_080958.jpg" alt="" width="550" height="366" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/09/PM_080958.jpg 600w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/09/PM_080958-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 550px) 100vw, 550px" /></p>
<p>( ภาพนายกฯ จากเว็บ <a href="http://www.thaigov.go.th/index.php?view=detail&amp;id=63062&amp;option=com_joomgallery&amp;Itemid=73&amp;lang=th#joomimg" target="_blank" rel="noopener noreferrer">ทำเนียบรัฐบาล 8 กย.25558</a> )</p>
<p><strong>มาตรการทางภาษี 2 ประการ มีรายละเอียด ดังนี้&nbsp;</strong></p>
<p>1. ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง (เอสเอ็มอี )&nbsp;ที่มีกำไรสุทธิตั้งแต่ 300,001 บาทขึ้นไป &nbsp;จากเดิมร้อยละ 15 และ 20 ของกำไรสุทธิ เป็น<strong> ร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิ&nbsp;เป็นเวลา 2 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 จนถึงรอบระยะเวลาบัญชีวันที่ 31 ธันวาคม 2559 เพื่อบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs และเพิ่มขีดความสามารถของ SMEs ให้สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ได้&nbsp;</strong></p>
<p><strong>2.&nbsp;</strong>มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการรายใหม่ (New Start-up) โดยการ<strong>ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง (เอสเอ็มอี ) ที่ประกอบกิจการที่จดทะเบียนพาณิชย์ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2558 ถึง 31 ธันวาคม 2559 เป็นเวลา 5 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน</strong> โดยผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง (เอสเอ็มอี ) ที่จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้</p>
<p>(1) เป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักที่มีศักยภาพขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (New Engine of Growth) เช่น กลุ่มสินค้าเกษตรแปรรูป เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง ดิจิตอล และการวิจัยและพัฒนา เป็นต้น<br />(2) จะต้องจดแจ้งการขอใช้สิทธิกับกรมสรรพากร<br />(3) ต้องไม่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน<br />(4) ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขอื่นที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด</p>
<p>นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรี ยัง&nbsp;มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง ให้ออก <strong>มาตราการทางการเงินอีก 3 ประการ</strong> เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง (เอสเอ็มอี ) ดังนี้</p>
<p>1. โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ SMEs ช่วยเสริมสภาพคล่องให้ SMEs ที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องสามารถประคองตัวให้อยู่รอดและสามารถดำเนินธุรกิจต่อ ไปได้ในภาวะเศรษฐกิจซบเซา โดยกำหนดให้ธนาคารออมสินให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ธนาคารพาณิชย์และสถาบัน การเงินเฉพาะกิจที่อัตราร้อยละ 0.1 ต่อปี และธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่เข้าร่วมโครงการฯ ให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการในอัตราร้อยละ 4 ต่อปี ระยะเวลาให้สินเชื่อ 7 ปี วงเงินรวม 100,000 ล้านบาท และรัฐบาลจะชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยให้กับธนาคารออมสิน โดยผู้ประกอบการสามารถยื่นขอสินเชื่อภายใน 31 ธันวาคม 2558</p>
<p>ทั้งนี้ ธนาคารออมสินยังมีโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง (เอสเอ็มอี )&nbsp;โดยใช้วงเงินจากโครงการนี้ ได้แก่</p>
<p>1) โครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือชาวประมง “ประมงไทยก้าวไกลสู่สากล”</p>
<p>2) โครงการสินเชื่อ SMEs เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการประหยัดพลังงาน</p>
<p>3) โครงการสินเชื่อ SMEs เพื่อธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ</p>
<p>4) โครงการสินเชื่อ SMEs เพื่อผู้รับเหมางานภาครัฐ และ</p>
<p>5) โครงการสินเชื่อ SMEs เพื่อเสริมสภาพคล่อง</p>
<p>2. การปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการค้ำประกันสินเชื่อโครงการค้ำประกันสินเชื่อในลักษณะ Portfolio Guarantee Scheme (PGS-5) ผ่านบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อช่วยให้ SMEs ที่ขาดหลักประกันในการกู้ยืมเข้าถึงแหล่งเงินได้มากขึ้น มีวงเงินค้ำประกัน 100,000 ล้านบาท วงเงินค้ำประกันต่อราย SMEs สูงสุดไม่เกิน 40 ล้านบาท ระยะเวลาการค้ำประกัน 7 ปี โดย บสย. จ่ายค่าประกันชดเชยความเสียหายไม่เกินร้อยละ 30 ของภาระค้ำประกัน และคิดอัตราค่าธรรมเนียมร้อยละ 1.75 โดยรัฐบาลจ่ายค่าธรรมเนียมแทนผู้ประกอบการในปีแรก และจ่ายค่าธรรมเนียมแทนผู้ประกอบการในอัตราร้อยละ 1.25 ในปีที่ 2 ร้อยละ 0.75 ในปีที่ 3 และร้อยละ 0.25 ในปีที่ 4 โดยผู้ประกอบการสามารถรับคำขอค้ำประกันได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2559</p>
<p>3. มาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง (เอสเอ็มอี )&nbsp; ผ่านการร่วมลงทุนในระยะเริ่มต้น (Start-up) ที่มีศักยภาพสูง โดยความร่วมมือของธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในการจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุนแห่งละ 2,000 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 6,000 ล้านบาท เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนอีกทางหนึ่งสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง (เอสเอ็มอี )ที่มีศักยภาพให้สามารถเติบโตได้ต่อไป</p>
<p>ทั้งนี้ ผลของมาตรการการเงินจะส่งผลให้ SMEs มีเงินทุนหมุนเวียนเพื่อดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่องจำนวน 60,000 ราย (วงเงินสินเชื่อ SMEs เฉลี่ยต่อรายอยู่ที่ 3.3 ล้านบาท) สามารถรักษาสภาพการจ้างงานได้ประมาณ 240,000 คน (เฉลี่ย 4 คนต่อราย) และส่งผลให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบทันที ก่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ โดยคาดว่าจะสามารถสร้างเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ประมาณ 1.94 ล้านล้านบาท (ใช้ค่าเฉลี่ย Multiplier Effect ที่ 9.7 เท่า ของวงเงินโครงการ) ช่วยให้ SMEs มีความเข้มแข็งและเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อไป ส่วนมาตรการภาษีจะช่วยลดภาระต้นทุนทางภาษีให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีศักยภาพ และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อไป</p>
<p>ที่มา&nbsp;<a href="http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1441704352" target="_blank" rel="noopener noreferrer">ประชาชาติธุรกิจ</a>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2519">ครม.มีมติออกมาตรการทางภาษีและมาตราการทางการเงิน ช่วยเหลือเอสเอ็มอี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2519/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>รายงานพิเศษ : คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดครั้งประวัติศาสตร์ รับรองสิทธิของผู้ป่วยระยะสุดท้ายในการปฏิเสธการรักษาพยาบาล โดยการทำหนังสือแสดงเจตนาล่วงหน้า (living will)</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/legal-articles/2480</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/legal-articles/2480#respond</comments>
				<pubDate>Tue, 30 Jun 2015 13:32:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[พิชัย พืชมงคล]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความกฎหมาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2480</guid>
				<description><![CDATA[<p>วันพฤหัสที่ 18 มิถุนายน 2558 ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาครั้งประวัติศาสตร์ในคดีหมายเลขแดงที่ ฟ 11/2558 รับรองสิทธิของผู้ป่วยระยะสุดท้ายในก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/legal-articles/2480">รายงานพิเศษ : คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดครั้งประวัติศาสตร์ รับรองสิทธิของผู้ป่วยระยะสุดท้ายในการปฏิเสธการรักษาพยาบาล โดยการทำหนังสือแสดงเจตนาล่วงหน้า (living will)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>วันพฤหัสที่ 18 มิถุนายน 2558 ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาครั้งประวัติศาสตร์ในคดีหมายเลขแดงที่ ฟ 11/2558 รับรองสิทธิของผู้ป่วยระยะสุดท้ายในการปฏิเสธการรักษาพยาบาล โดยการทำหนังสือแสดงเจตนาล่วงหน้า (living will)</p>
<p><img class=" size-full wp-image-2478" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/06/capa_0.jpg" alt="" width="550" height="785" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/06/capa_0.jpg 1121w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/06/capa_0-210x300.jpg 210w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/06/capa_0-768x1096.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/06/capa_0-717x1024.jpg 717w" sizes="(max-width: 550px) 100vw, 550px" /></p>
<p>( ภาพ liviing will โดย <a href="http://1.bp.blogspot.com/-3E8blYOlaHk/VEzMwobA5LI/AAAAAAAApr8/R61IwQDUDBI/s1600/capa.jpg">Ave Rara </a>)</p>
<p>คดีนี้ แพทย์กลุ่มหนึ่งนำโดย นพ. ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ นางอรพรรณ์ เมธาดิลกกุล และนางเชิดชู อริยศรีวัฒนา ได้ร่วมกันฟ้อง นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ นายวิทยา บูรณศิริ รมว.กระทรวงสาธารณสุข ในขณะนั้นต่อศาลปกครองสูงสุด ขอให้ศาลพิพากษาให้ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการตามหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการทางสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้าย หรือ เพื่อยุติการทรมาณจากการเจ็บป่วย พศ.2550 ที่ออกตามมาตรา 12 วรรคสอง ของ พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550</p>
<p>โดยผู้ฟ้องคดีอ้างว่า หลักการของกฎกระทรวงดังกล่าวคือ การุณยฆาต (mercy killing หรือ euthanasia) คือการปล่อยให้ผู้ป่วยตายโดยโดยการงดเว้นไม่รักษา หรืองดเว้นไม่ใช้เครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ในการรักษา เพื่อยุติชีวิตของคน จึงขัดต่อจรรยาบรรณของแพทย์ ที่ห้ามแพทย์หยุดการรักษาผู้ป่วย และขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งเป็นหลักกฎหมายทั่วไป ทั้งกฎกระทรวงพิพาทออกเกินจากขอบเขตอำนาจของกฎหมายและไม่ชอบด้วยกฎหมาย</p>
<p>มาตรา 12 ของ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 บัญญัติว่า</p>
<p>&#8220;<em>มาตรา ๑๒ บุคคลมีสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตตน หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยได้</em></p>
<p><em>การดำเนินการตามหนังสือแสดงเจตนาตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง</em></p>
<p><em>เมื่อผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขได้ปฏิบัติตามเจตนาของบุคคลตามวรรคหนึ่งแล้ว มิให้ถือว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดและให้พ้นจากความรับผิดทั้งปวง</em></p>
<p><em>บุคคลมีสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตตน หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยได้ </em>&#8221;</p>
<p>ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาว่า กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการตามหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการทางสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้าย หรือ เพื่อยุติการทรมาณจากการเจ็บป่วย พศ.2550 ที่ออกตามมาตรา 12 วรรคสอง ของ พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย จึงให้ยกคำฟ้องของแพทย์กลุ่มดังกล่าว โดยมีข้อวินิจฉัยที่สำคัญ ดังนี้</p>
<p>1. กฎกระทรวงฯพิพาท ได้ออกตามกระบวนการ หลักการและวิธีการที่ถูกต้องครบถ้วนตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ (พศ.2550)และกฎหมาย โดยได้รับฟังความคิดเห็นจากสภาวิชาชีพ องค์กรต่างๆและประชาชนอย่างทั่วถึงก่อนดำเนินการแล้ว</p>
<p>2. การทำหนังสือแสดงเจตนาปฏิเสธการรักษาพยาบาลฯ เป็นการใช้สิทธิเลือกที่จะมีชีวิตอยู่ หรือ เลือกที่จะไม่มีชีวิต ซึ่งเป็นสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของบุคคลที่รัฐธรรมนูญ (พศ.2550) มาตรา 32 ได้รับรองไว้</p>
<p>3. หนังสือแสดงเจตนาปฏิเสธการรักษาพยาบาลฯ เป็นการแสดงเจตนาไว้ล่วงหน้าเพื่อประกาศให้สาธารณชนทราบความประสงค์ของผู้ป่วยว่า จะใช้สิทธิอย่างไร</p>
<p>หากใช้สิทธิเลือกที่จะปฏิเสธการรักษาจากแพทย์ในช่วงระยะสุดท้าย เพื่อที่จะได้ตายตามธรรมชาติ เพื่อมิให้ยื้อความตายอย่างสิ้นหวัง หรือทำให้ผู้นั้นต้องทรมานจากการเจ็บป่วยอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆที่หากไม่มีบริการสาธารณสุข ที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในระยะสุดท้ายของชีวิต หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยแล้ว ผู้นั้นควรจะตายอย่างธรรมชาติ</p>
<p>หนังสือแสดงเจตนาปฏิเสธการรักษาพยาบาลฯ จึงเป็นการใช้สิทธิที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีและความสงบเรียบร้อยของประชาชน ดังนั้น กฎกระทรวงตามคำฟ้องที่ให้สิทธิผู้ป่วยที่จะปฏิเสธการรักษาจากแพทย์ จึงชอบด้วยกฎหมาย สามารถใช้บังคับได้ โดยแพทย์ต้องเคารพการตัดสินใจของผู้ทำหนังสือแสดงเจตนาฯดังกล่าว</p>
<p>4.กฎกระทรวงฯพิพาทได้กำหนดองค์ประกอบสำคัญคือ</p>
<p>1.หนังสือแสดงเจตนาฯต้องครบถ้วนสมบูรณ์</p>
<p>2.แพทย์ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการทำให้ผู้ทำหนังสือแสดงเจตนาฯถึงแก่ความตายด้วยวิธีการใดๆ</p>
<p>3. ผู้ทำหนังสือแสดงเจตนาฯยังต้องได้รับการดูแลแบบประคับประคองต่อไป</p>
<p>4. ผู้ทำหนังสือแสดงเจตนาฯต้องมีภาวะตามที่กฎกระทรวงฯกำหนดเช่น ป่วยหนักในวาระสุดท้าย หรือ ทรมาณจากการเจ็บป่วยที่ไม่อาจรักษาได้ เป็นต้น</p>
<p>5.แพทย์ที่รับผิดชอบมีอำนาจหน้าที่ในการวินิจฉัยพยกรณ์โรคตามมาตรฐาน ทางการแพทย์</p>
<p>6. ผู้ทำหนังสือแสดงเจตนาฯต้องการตายอย่างธรรมชาติ</p>
<p>กฎกระทรวงฯพิพาท ไม่ใช่การปล่อยให้ผู้ป่วยตายโดยงดเว้นไม่ให้การรักษา หรือ การใช้ยาหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์บางอย่างเพื่อยุติชีวิตผู้ป่วย แม้ว่าเป็นการทำตามหนังสือแสดงเจตนาฯของผู้ป่วยก็ตาม ทั้งแพทย์ไม่มีอำนาจหน้าที่ทำตามหนังสือแสดงเจตนาฯที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และหากทำตาม ก็เป็นความผิดและอาจต้องรับผิดตามกฎหมาย โดย แพทย์ไม่อาจอ้างมาตรา 12 วรรคสอง แห่ง พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พศ.2550 มาอ้างเพื่อยกเว้นความผิดในการเร่งการตายหรือทำให้ตายได้</p>
<p>แพทย์ไม่มีอำนาจหน้าที่ชักชวน โน้มน้าวจูงใจ หรือทำให้ผู้ป่วยทำหนังสือแสดงเจตนาปฏิเสธการรักษา เพราะอาจเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา ฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา กฎหมายนี้มิได้รับรองให้แพทย์หรือบุคคลใด มีสิทธิฆ่าคนอื่น โดยอ้างความเมตตากรุณา ที่เรียกว่า &#8220;การุณยฆาต หรือปรานีฆาต&#8221; ( euthanasia” or “mercy killing)  โดยการทำให้บุคคลตายโดยเจตนาด้วยวิธีการที่ทำให้ตายโดยไม่เจ็บปวด ตายโดยเร็ว หรือตายอย่างสะดวก เช่น การใช้ยาหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์บางอย่างเพื่อยุติชีวิตผู้ป่วยเพื่อระงับความเจ็บปวดอย่างสาหัส ในกรณีที่บุคคลนั้นป่วยเป็นโรคร้ายแรงไม่มีวิธีรักษา</p>
<p>ในการสัมมนาเรื่อง “การให้สิทธิการตายกับผู้ป่วย&#8221; <strong>ศ.นพ.วิฑูรย์ อึ๊งประพันธ์</strong> ที่ปรึกษาศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ บอกว่า หลักการของ “หนังสือแสดงเจตนาปฏิเสธการรักษาของผู้ป่วยระยะสุดท้าย (Living will) เป็นการแสดงเจตนาไว้ล่วงหน้า ซึ่งจะช่วยให้แพทย์ปฏิบัติได้ถูกต้องมีหลักการ เห็นว่า วิวัฒนาการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ที่มีเครื่องมือช่วยยืดชีวิตผู้ป่วย บางครั้งทำให้ผู้ป่วยตกอยู่ในภาวะที่เรียกว่า “<strong>ฟื้นก็ไม่ได้ ตายก็ไม่ลง</strong>” กล่าวคือ ผู้ป่วยจะต้องอาศัยเครื่องช่วยหายใจเพื่อจะได้รับออกซิเจนอยู่ตลอดเวลา ขณะที่ผู้ป่วยอาจจะไม่มีความรู้สึกตัว หรือมีเพียงเล็กน้อยจนไม่มีโอกาสกลับมาเป็นปกติได้ การช่วยชีวิตแบบดังกล่าวทำให้ความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วยลดลง ผู้ป่วยจึงควรมีสิทธิที่จะตายโดยปฏิเสธการรักษาดังกล่าวได้ เพื่อให้กระบวนการตายมีสภาพเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง..สิทธิที่จะตายจึงเป็นสิทธิตามธรรมชาติ  มนุษย์สามารถกำหนดว่าตนเองจะใช้สิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ (the right to life) หรือสิทธิที่จะตาย (the right to die) ได้ตามความประสงค์ของแต่ละคน เป็นการยอมรับสิทธิในการเป็นเจ้าของร่างกายตนเองของมนุษย์ รวมทั้งความมีอิสระในการตัดสินโชคชะตาของตนเอง (the right to self-determination) สิทธิที่จะตายจึงแฝงเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นอิสระเสรีของมนุษย์นั่นเอง สิทธิที่จะการตาย ถือเป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทย แต่ในต่างประเทศมีมานานแล้ว สำหรับเมืองไทยที่ถกเถียงเรื่องนี้มีความชัดเจนมากขึ้นหลังมีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดออกมา สิทธินี้มีมาตั้งแต่ ปี 2550  แต่ผ่านมา 8 ปี ปรากฏว่าคนไทยใช้สิทธินี้ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากไม่รู้ถึงสิทธิดังกล่าว&#8221;</p>
<p><strong>สำหรับผู้สนใจศึกษาเพิ่มเติม</strong> แหล่งข้อมูลอ้างอิง</p>
<p>1 <a href="http://www.nationalhealth.or.th/sites/default/files/upload_files/18062015164537.pdf" target="_blank" rel="noopener noreferrer">คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ ฟ 11/2558 ฉบับสมบูรณ์ </a> ที่มา <a href="http://www.nationalhealth.or.th/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)</a></p>
<p>2. <a href="http://www.nationalhealth.or.th/sites/default/files/upload_files/58_06_18_Law%20Ministry.pdf" target="_blank" rel="noopener noreferrer">สรุปย่อคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ ฟ.11/2558 วันที่ 18 มิถุนายน 2558</a> ที่มา ข่าวสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)</p>
<p>3. <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A2%E0%B8%86%E0%B8%B2%E0%B8%95" target="_blank" rel="noopener noreferrer">การูณยฆาต วิกีพีเดีย </a></p>
<p>4. <strong>การุณยฆาต</strong> เป็นศัพท์ทางนิติศาสตร์ (euthanasia; mercy killing) ส่วน <strong>ปรานีฆาต</strong> เป็นศัพท์ทางแพทยศาสตร์ [1] หรือ แพทยานุเคราะหฆาต (physician-assisted suicide) ที่มา <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A2%E0%B8%86%E0%B8%B2%E0%B8%95" target="_blank" rel="noopener noreferrer">ศัพท์บัญญัติราชบัณฑิตยสถาน</a></p>
<p>5. พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 ฉบับสำนักงานกฤษฎีกาได้<a href="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/06/sukhphaaphaehngchaati_update.pdf"> ไฟล์ pdf </a></p>
<p>6. ข่าวอ้างอิง <a href="http://www.komchadluek.net/detail/20150620/208349.html" target="_blank" rel="noopener noreferrer">คมชัดลึก</a>  <a href="http://www.thairath.co.th/content/506046" target="_blank" rel="noopener noreferrer">ไทยรัฐ </a> <a href="http://www.nationalhealth.or.th/node/630" target="_blank" rel="noopener noreferrer">ข่าวสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองสุขภาพแห่งชาติ </a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/legal-articles/2480">รายงานพิเศษ : คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดครั้งประวัติศาสตร์ รับรองสิทธิของผู้ป่วยระยะสุดท้ายในการปฏิเสธการรักษาพยาบาล โดยการทำหนังสือแสดงเจตนาล่วงหน้า (living will)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/legal-articles/2480/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ก.ต. มีมติเอกฉันท์ตั้งนายวีระพล ตั้งสุวรรณเป็นประธานศาลฎีกา ตั้งนายศิริชัย วัฒนโยธินเป็นประธานศาลอุทธรณ์ตั้งแต่ 1 ตค.2558 เป็นต้นไป</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2472</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2472#respond</comments>
				<pubDate>Mon, 29 Jun 2015 09:41:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[พิชัย พืชมงคล]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2472</guid>
				<description><![CDATA[<p>วันที่ 29 มิย. 2558 คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ได้มีการประชุมครั้งที่ 14/2558&#160;ที่ห้องประชุมศาลยุติธรรมชั้น 5 อาคารราชบุรีดิเรก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2472">ก.ต. มีมติเอกฉันท์ตั้งนายวีระพล ตั้งสุวรรณเป็นประธานศาลฎีกา ตั้งนายศิริชัย วัฒนโยธินเป็นประธานศาลอุทธรณ์ตั้งแต่ 1 ตค.2558 เป็นต้นไป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 29 มิย. 2558 คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ได้มีการประชุมครั้งที่ 14/2558&nbsp;ที่ห้องประชุมศาลยุติธรรมชั้น 5 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ถ.แจ้งวัฒนะ กทม. มีมีมติเอกฉันท์ตั้งนาย<strong>วีระพล ตั้งสุวรรณ&nbsp;</strong>เป็น<strong>ประธานศาลฎีกา</strong> คนที่ 43&nbsp;ตั้งแต่ 1 ตค.2558 เป็นต้นไป&nbsp;</p>
<p><img class=" size-full wp-image-2471" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/06/weerapol_0.jpg" alt="" width="550" height="303" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/06/weerapol_0.jpg 800w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/06/weerapol_0-300x165.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/06/weerapol_0-768x423.jpg 768w" sizes="(max-width: 550px) 100vw, 550px" /></p>
<p>(ภาพจาก&nbsp;<a href="http://www.matichon.co.th/online/2015/06/14355745081435574525l.jpg" target="_blank" rel="noopener noreferrer">มติชน</a>)</p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้มติแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญอื่น ๆ ดังนี้&nbsp;</p>
<p>&nbsp;แต่งตั้ง 1.นาย<strong>ชาติชาย อัครวิบูลย์</strong> ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลฎีกา 2.นาง<strong>พฤษภา พนมยันตร์</strong> ประธานแผนกคดีเยาวชนในศาลฎีกา 3.นาย<strong>ธนฤกษ์ นิติเศรณี</strong> ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา และ 4.นาย<strong>วิรุฬห์ แสงเทียน</strong> ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา ขึ้นเป็น<strong> รองประธานศาลฎีกา</strong>&nbsp;</p>
<p>แต่งตั้ง นาย<strong>ชีพ จุลมนต์</strong> รองประธานศาลฎีกาที่มีอาวุโสลำดับที่ 5 ได้ขึ้นเป็น <strong>รองประธานศาลฎีก</strong>า<strong>อาวุโสสูงสุดลำดับที่ 1</strong> , นาย<strong>วิรัช ชินวินิจกุล</strong> รองประธานศาลฎีกาอาวุโสลำดับที่ 6 ขึ้นเป็น <strong>รองประธานศาลฎีกาอาวุโสลำดับที่ 2</strong> ส่วน<strong>นายชาติชาย , นางพฤษภา , นายธนฤกษ์ และนายวิรุฬห์</strong> เป็น<strong>รองประธานศาลฎีกา อาวุโสลำดับที่ 3-6</strong> ตามลำดับ</p>
<p>แต่งตั้ง&nbsp;นาย<strong>ศิริชัย วัฒนโยธิน</strong>&nbsp;รองประธานศาลฎีกา ลำดับที่ 4&nbsp;เป็น <strong>ประธานศาลอุทธรณ์</strong>&nbsp;แต่งตั้ง นาย<strong>เกษม เกษมปัญญา</strong> ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็น <strong>ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา</strong> , นาย<strong>ปริญญา ดีผดุง</strong> ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็น<strong> ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา</strong> , นาย<strong>โสภณ โรจน์อนนท์</strong> ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็น<strong>ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา</strong> , นาย<strong>วิชัย เอื้ออังคณากุล</strong> ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็น<strong> ประธานแผนกคดีแรงงานในศาลฎีกา</strong> , นาย<strong>พรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว</strong> ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็น <strong>ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลฎีกา</strong> และนาย<strong>พิศล พิรุณ</strong> ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็น<strong> ประธานแผนกคดีเยาวชนในศาลฎีกา</strong></p>
<p>โดยการแต่งตั้งโยกย้ายและสับเปลี่ยนตำแหน่งทั้งหมดดังกล่าว <strong>ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้ เป็นต้นไป</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา&nbsp;<a href="http://www.komchadluek.net/detail/20150629/208888.html" target="_blank" rel="noopener noreferrer">คมชัดลึก&nbsp;</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2472">ก.ต. มีมติเอกฉันท์ตั้งนายวีระพล ตั้งสุวรรณเป็นประธานศาลฎีกา ตั้งนายศิริชัย วัฒนโยธินเป็นประธานศาลอุทธรณ์ตั้งแต่ 1 ตค.2558 เป็นต้นไป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2472/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>กฎหมายการดำเนินคดีแบบกลุ่มประกาศในราชกิจจานุเบิกษาแล้ว จะใช้บังคับในวันที่ 4 ธันวาคม 2558</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2442</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2442#respond</comments>
				<pubDate>Wed, 08 Apr 2015 22:38:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[พิชัย พืชมงคล]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2442</guid>
				<description><![CDATA[<p>พรบ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ฉบับที่ 26 พศ.2558 เรื่องการดำเนินคดีแบบกลุ่ม ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 8 เมษ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2442">กฎหมายการดำเนินคดีแบบกลุ่มประกาศในราชกิจจานุเบิกษาแล้ว จะใช้บังคับในวันที่ 4 ธันวาคม 2558</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p><strong>พรบ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ฉบับที่ 26 พศ.2558 เรื่องการดำเนินคดีแบบกลุ่ม ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2558 โดยให้มีผลใช้บังคับในอีก 240 วันถัดไปคือวันที่ 4 ธันวาคม 2558</strong></p>
<p><img class=" size-full wp-image-2441" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/04/protest.jpg" alt="" width="1024" height="768" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/04/protest.jpg 1024w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/04/protest-300x225.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/04/protest-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>(ภาพชาวบ้านประท้วงเหมืองแร่โปแตซ จาก <a href="https://www.flickr.com/photos/prachatai/6769748225/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">ประชาไท</a> )</p>
<p>เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือ การดําเนินคดีแบบกลุ่มเป็นกระบวนการดําเนินคดี ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการอํานวยความยุติธรรมต่อประชาชน เนื่องจากเป็นวิธีการที่สามารถคุ้มครองผู้เสียหายจํานวนมากได้ในการดําเนินคดีเพียงคดีเดียว สามารถอํานวยความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียหายที่ไม่มีความสามารถฟ้องคดีเพื่อเยียวยาความเสียหายด้วยตนเองหรือผู้เสียหายที่ได้รับความเสียหายจํานวนเพียงเล็กน้อย เช่น คดีที่ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย</p>
<p>การดําเนินคดีแบบกลุ่ม จึงเป็นมาตรการที่สร้างความเข้มแข็งให้แก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาสในสังคม เป็นวิธีการที่ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ลดความซ้ำซ้อนในการฟ้องคดีและป้องกันการขัดแย้งกันของคําพิพากษา เป็นมาตรการในการลดปริมาณคดีที่จะขึ้นสู่ศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกทางหนึ่ง จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเพื่อกําหนดกระบวนพิจารณาแบบกลุ่มขึ้น</p>
<p>พรบ.การดำเนินคดีแบบกลุ่มนี้ได้กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการในการดำเนินคดีแบบกลุ่มไว้โดยเฉพาะ โดยคดีประเภทที่อาจใช้วิธีพิจารณาแบบกลุ่มได้เป็นคดีที่มีสมาชิกกลุ่มจํานวนมาก คือ&nbsp;</p>
<p><strong>(๑) คดีละเมิด&nbsp;(๒) คดีผิดสัญญา&nbsp;(๓) คดีเรียกร้องสิทธิตามกฎหมายต่างๆ เช่น กฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;แรงงาน หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ การแข่งขันทางการค้า</strong> ( ม. ๒๒๒/๘ )</p>
<p>กฎหมายนี้ได้กำหนดวิธีการพิจารณาคดีที่ทันสมัยหลายอย่าง ทำนองเดียวกับวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค วิธีพิจารณาคดีปกครอง เช่น <strong>การใช้วิธีพิจารณาแบบไต่สวน การให้อำนาจศาลในการเรียกพยานหลักฐานจากผู้เกี่ยวข้องเข้ามาในคดี คำร้องขอดำเนินคดีแบบกลุ่มต้องได้รับอนุญาตจากศาล เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว หากจะถอนฟ้องก็ต้องได้รับอนุยาตจากศาลด้วย การใช้บันทึกคำพยาน ฯลฯ โดยผลคำพิพากษาคดีแบบกลุ่มสามารถใช้กับสมาชิกทั้งกลุ่ม แม้เป็นบุคคลนอกคดี ซึ่งเป็นการยกเว้นหลักทั่วไปที่ว่า &#8220;คำพิพากษาผูกพันเฉพาะคู่ความในคดี&#8221;</strong></p>
<p>บทมาตราที่น่าสนใจ เช่น&nbsp;</p>
<p>มาตรา ๒๒๒/๑ &nbsp;“กลุ่มบุคคล” หมายความว่า บุคคลหลายคนที่มีสิทธิอย่างเดียวกันอันเนื่องมาจากข้อเท็จจริงและหลักกฎหมายเดียวกัน และมีลักษณะเฉพาะของกลุ่มเหมือนกัน แม้ว่าจะมีลักษณะของความเสียหายที่แตกต่างกันก็ตาม</p>
<p>“การดําเนินคดีแบบกลุ่ม” หมายความว่า การดําเนินคดีที่ศาลอนุญาตให้เสนอคําฟ้องต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคําพิพากษาแสดงสิทธิของโจทก์และสมาชิกกลุ่ม&nbsp;</p>
<p>มาตรา ๒๒๒/๙ ในการร้องขอให้ดําเนินคดีแบบกลุ่มให้โจทก์ยื่นคําร้องต่อศาลพร้อมกับคําฟ้องเริ่มคดี เพื่อขอให้ดําเนินคดีแบบกลุ่มได้ตามบทบัญญัติแห่งหมวดนี้ คําร้องขอให้ดําเนินคดีแบบกลุ่มตามวรรคหนึ่ง โจทก์ต้องแสดงเหตุตามสมควรที่ศาลจะอนุญาตให้ดําเนินคดีแบบกลุ่ม</p>
<p>มาตรา ๒๒๒/๒๘ เมื่อศาลมีคําสั่งอนุญาตให้ดําเนินคดีแบบกลุ่มแล้วโจทก์จะถอนคําฟ้องไม่ได้&nbsp;เว้นแต่ศาลจะอนุญาต&nbsp;ในกรณีที่จําเลยยื่นคําให้การแล้ว ห้ามไม่ให้ศาลอนุญาตให้ถอนฟ้องโดยมิได้ฟังจําเลยก่อน</p>
<p>มาตรา ๒๒๒/๓๕ คําพิพากษาของศาลมีผลเป็นการผูกพันคู่ความและสมาชิกกลุ่มและในกรณี&nbsp;ที่ศาลมีคําพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ให้โจทก์หรือทนายความฝ่ายโจทก์มีอํานาจดําเนินการบังคับคดี&nbsp;แทนโจทก์และสมาชิกกลุ่ม</p>
<p>มาตรา ๒๒๒/๓๘ ในกรณีที่ศาลมีคําพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ให้ศาลมีอํานาจกําหนดหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ และเงื่อนไขในการปฏิบัติตามคําพิพากษา โดยจะกําหนดไว้ในคําพิพากษาหรือโดยคําสั่ง&nbsp;ในภายหลังก็ได้ และในระหว่างการบังคับคดี ให้ศาลมีอํานาจออกคําบังคับเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นไปตาม&nbsp;คําพิพากษาได้ตามที่เห็นสมควร</p>
<p>มาตรา ๒๒๒/๔๕ ให้คู่ความมีสิทธิอุทธรณ์และฎีกาคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาล โดยไม่นํา&nbsp;ข้อจํากัดสิทธิเรื่องทุนทรัพย์ของการอุทธรณ์และฎีกาในข้อเท็จจริงมาใช้บังคับ</p>
<p>มาตรา ๒๒๒/๔๖ สมาชิกกลุ่มไม่มีสิทธิอุทธรณ์และฎีกาคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาล ยกเว้น&nbsp;ในกรณีตามมาตรา ๒๒๒/๔๒</p>
<p>ดู พรบ.ฉบับเต็มได้ตามลิ้งด้านล่าง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2442">กฎหมายการดำเนินคดีแบบกลุ่มประกาศในราชกิจจานุเบิกษาแล้ว จะใช้บังคับในวันที่ 4 ธันวาคม 2558</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2442/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>พรบ.การทวงถามหนี้ พศ.2558 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาโดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 กย.ศกนี้</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2436</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2436#respond</comments>
				<pubDate>Tue, 17 Mar 2015 09:09:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[พิชัย พืชมงคล]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2436</guid>
				<description><![CDATA[<p>พรบ.การทวงถามหนี้ พศ.2558 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 6 มีค 2558 โดยให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนด 180 วันนับแต่วันประกาศคือตั้งแ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2436">พรบ.การทวงถามหนี้ พศ.2558 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาโดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 กย.ศกนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>พรบ.การทวงถามหนี้ พศ.2558 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 6 มีค 2558 โดยให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนด 180 วันนับแต่วันประกาศคือตั้งแต่วันที่ 2 กย.ศกนี้เป็นต้นไป &nbsp;เพื่อป้องกันและแก้ไขการทวงหนี้ที่ไม่เหมาะสมต่อลูกหนี้ เช่น การใช้ถ้อยคําที่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างรุนแรง การคุกคาม ขู่เข็ญ ใช้กําลังประทุษร้าย หรือการทําให้เสียชื่อเสียง รวมถึงการให้ข้อมูลเท็จและการสร้างความเดือดร้อนรําคาญให้แก่บุคคลอื่น มีสาระสำคัญ ดังนี้</p>
<p><img class=" size-full wp-image-2435" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/03/8265146095_a98c8ce050_b.jpg" alt="" width="1024" height="683" /></p>
<p>( ที่มาของภาพ&nbsp;<a href="https://www.flickr.com/photos/86530412@N02/8265146095" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Chris Potter</a> )</p>
<p>1.นิยาม &#8220;<strong>ผู้ทวงถามหนี้</strong>&#8221; ได้แก่ เจ้าหนี้ซึ่งเป็นผู้ให้สินเชื่อ ผู้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้จัดให้มีการเล่นการพนันเป็นปกติธุระตามกฎหมายว่าด้วยการพนันและเจ้าหนี้อื่น ซึ่งมีสิทธิรับชําระหนี้อันเกิดจากการกระทําที่เป็นทางการค้าปกติหรือเป็นปกติธุระของเจ้าหนี้ ทั้งนี้ ไม่ว่าหนี้ดังกล่าวจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ก็ตาม และให้หมายความรวมถึง ผู้รับมอบอํานาจจากเจ้าหนี้ดังกล่าว ผู้รับมอบอํานาจช่วงในการทวงถามหนี้ ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้และผู้รับมอบอํานาจจากผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ด้วย และ “<strong>ธุรกิจทวงถามหนี้</strong>” คือ การรับจ้างทวงถามหนี้ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมเป็นปกติธุระ <strong>แต่ไม่รวมถึงการทวงถามหนี้ของทนายความซึ่งกระทําแทนลูกความของตน&nbsp;</strong>(มาตรา 3)</p>
<p>2. กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้จะ&nbsp;<strong>ต้องจดทะเบียนการประกอบธุรกิจต่อนายทะเบียน&nbsp;</strong>ตามที่กฎกระทรวงกําหนด หากผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้เป็นทนายความหรือสํานักงานทนายความให้คณะกรรมการสภาทนายความทําหน้าที่นายทะเบียนรับจดทะเบียน (มาตรา 5-6)</p>
<p>3 <strong>ห้ามทวงถามหนี้กับบุคคลอื่น</strong> เว้นแต่เป็นบุคคลที่ลูกหนี้ได้ระบุไว้ รวมทั้งกำหนดวิธีติดต่อสอบถามข้อมูลลูกหนี้จากบุคคลอื่น (มาตรา 8)</p>
<p>4. กำหนดข้อปฏิบัติในการทวงถามหนี้ตามที่กฏหมายนี้กำหนด เช่น&nbsp;สถานที่ติดต่อ เวลาในการติดต่อ จํานวนครั้งที่ติดต่อ &nbsp;ให้ผู้ทวงถามหนี้แจ้งชื่อตัวและชื่อสกุล หรือชื่อหน่วยงานของตนและของเจ้าหนี้ จํานวนหนี้ และ หลักฐานการมอบอํานาจ (ถ้ามี)&nbsp;(มาตรา 9)</p>
<p>5. ห้ามทวงถามหนี้โดยการใช้ความรุนแรง หรือใช้วิธีที่ไม่เหมาะสม เช่น</p>
<p>(1) การข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทําอื่นใดที่ทําให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกายชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น<br />(2) การใช้วาจาหรือภาษาที่เป็นการดูหมิ่นลูกหนี้หรือผู้อื่น<br />(3) การแจ้งหรือเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้แก่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทวงถามหนี้เว้นแต่เป็นกรณีตามมาตรา 8 วรรคสอง<br />(4) การติดต่อลูกหนี้โดยไปรษณียบัตร เอกสารเปิดผนึก โทรสาร หรือสิ่งอื่นใดที่สื่อให้ทราบว่าเป็นการทวงถามหนี้อย่างชัดเจน เว้นแต่กรณีการบอกกล่าวบังคับจํานองด้วยวิธีการประกาศหนังสือพิมพ์ซึ่งเจ้าหนี้ไม่สามารถติดต่อลูกหนี้โดยวิธีการอื่น หรือกรณีอื่นใดตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด<br />(5) การใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมายในการติดต่อลูกหนี้ที่ทําให้เข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่ชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้ไม่ได้สื่อให้ทราบได้ว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหน<br />(6) การทวงถามหนี้ที่ไม่เหมาะสมในลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการประกศกําหนด<br />ความใน (5) มิให้นํามาใช้บังคับกับการทวงถามหนี้เป็นหนังสือเพื่อจะใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาล (มาตรา 11)</p>
<p>6. ห้ามผู้ทวงถามหนี้กระทําการทวงถามหนี้ในลักษณะที่เป็นเท็จ หรือทําให้เกิดความเข้าใจผิด เช่น แสดงหรือการใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือเครื่องแบบที่ทําให้เข้าใจว่าเป็นการกระทําของศาล เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐ หรือทนายความ สํานักงานทนายความ หรือสํานักงานกฎหมาย เป็นต้น&nbsp;(มาตรา 12)</p>
<p>7. ห้ามทวงถามหนี้ในลักษณะที่ไม่เป็นธรรม เช่น เรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ เกินกว่าอัตราที่คณะกรรมการประกาศกําหนด เสนอหรือจูงใจให้ลูกหนี้ออกเช็คทั้งที่รู้อยู่ว่าลูกหนี้อยู่ในฐานะที่ไม่ &nbsp; &nbsp; สามารถชําระหนี้ได้&nbsp;&nbsp;(มาตรา 13)</p>
<p>8.&nbsp;ห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ ทวงถามหนี้หรือสนับสนุนการทวงถามหนี้ ซึ่งไม่ใช่หนี้ของตน หรือของสามี หรือภริยา หรือบุพการี หรือผู้สืบสันดาน เว้นแต่มีอํานาจทวงหนี้ได้ตามกฎหมาย&nbsp;(มาตรา 14)</p>
<p>9. ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการกํากับการทวงถามหนี้” มีอํานาจหน้าที่ในการกํากับดูแลการทวงถามหนี้ของผู้ทวงถามหนี้ (มาตรา 15)</p>
<p>10.<span style="font-family: Tahoma;">การฝ่าฝืนคำสั่งของคณะกรรมการกํากับการทวงถามหนี้ ที่ออกคำสั่งตามกฎหมายหมายนี้ อาจถูกลงโทษปรับทางปกครองและถูกเพิกถอนการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้&nbsp;(มาตรา 34-38)&nbsp;<span>และ&nbsp;ก<span>ารฝ่าฝืนต่อกฎหมายนี้ อาจต้องรับผิดทางอาญา ซึ่งมีทั้งโทษจำคุกและปรับ&nbsp;(มาตรา 39-45)&nbsp;</span></span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Tahoma;">ข้อมูลเพิ่มเติม ดู พรบ.ฉบับประกาศในราชกิจจานุเบกษา และ<span style="font-family: Tahoma;">รายงานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ&nbsp;</span>ได้ตามลิ้งด้านล่างนี้</span></span></span></p>
<p align="LEFT"><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Tahoma;">&nbsp;</span></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2436">พรบ.การทวงถามหนี้ พศ.2558 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาโดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 กย.ศกนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2436/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>พรบ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พศ.2558 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยใช้บังคับในอีก 180 วัน</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2434</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2434#respond</comments>
				<pubDate>Sat, 14 Mar 2015 10:15:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[พิชัย พืชมงคล]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2434</guid>
				<description><![CDATA[<p>พรบ.ฯ นี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่&#160;13 มีค.2558 โดยจะมีผลใช้บังคับในอีก 180 วันถัดไป&#160;เหตุผลในการประกาศใช้คือ เพื่อกำหนดมาต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2434">พรบ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พศ.2558 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยใช้บังคับในอีก 180 วัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>พรบ.ฯ นี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่&nbsp;13 มีค.2558 โดยจะมีผลใช้บังคับในอีก 180 วันถัดไป&nbsp;เหตุผลในการประกาศใช้คือ เพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้ถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ และป้องกันมิให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ เพื่อให้สอดคล้องกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ตามพันธกรณีที่ประเทศไทยได้ตกลงเข้าเป็นประเทศภาคีสมาชิกของปฏิญญาฯดังกล่าว</p>
<p><img class=" size-full wp-image-2432" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/03/2065881870_7a689a2f7f_z_0.jpg" alt="" width="653" height="436" /></p>
<p>( ภาพป้ายสัญญลักษณ์ความเท่าเทียมกันทางเพศ ที่มา <a href="https://www.flickr.com/photos/opendemocracy/2065881870/in/photostream/lightbox/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">openDemocracy</a>&nbsp;)</p>
<p>พรบ.นี้ได้กำหนดให้ &nbsp;“<strong>การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ</strong>” หมายความว่า <strong>การกระทําหรือไม่กระทําการใดอันเป็นการแบ่งแยก กีดกัน หรือจํากัดสิทธิประโยชน์ใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยปราศจากความชอบธรรม เพราะเหตุที่บุคคลนั้นเป็นเพศชายหรือเพศหญิง หรือมีการแสดงออกที่แตกต่างจากเพศโดยกําเนิด</strong> (มาตรา 3)</p>
<p>โดยให้มี “คณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ”เรียกโดยย่อว่า &nbsp;“คณะกรรมการ สทพ.” &nbsp;ให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ เรียกโดยย่อว่า “คณะกรรมการ วลพ.” ให้มีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และ กองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ</p>
<p>พรบ.นี้บัญญัติว่า &#8220;<strong>การกําหนดนโยบาย กฎ ระเบียบ ประกาศ มาตรการ โครงการ หรือวิธีปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชน หรือบุคคลใดในลักษณะที่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศจะกระทํามิได้</strong><br />การดําเนินการตามวรรคหนึ่ง เพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น หรือเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพและความปลอดภัย หรือการปฏิบัติตามหลักการทางศาสนา หรือเพื่อความมั่นคงของประเทศ ย่อมไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ&#8221; (ม.17)</p>
<p>โดย &#8221; บุคคลใดเห็นว่าตนได้รับหรือจะได้รับความเสียหายจากการกระทําในลักษณะที่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ และมิใช่เป็นเรื่องที่มีการฟ้องร้องเป็นคดีอยู่ในศาลหรือที่ศาลพิพากษาหรือมีคําสั่งเด็ดขาดแล้ว ให้มีสิทธิยื่นคําร้องต่อคณะกรรมการ วลพ. เพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่า มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศหรือไม่ คําวินิจฉัยของคณะกรรมการ วลพ. ให้เป็นที่สุด&nbsp;ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นคําร้อง การพิจารณา และการวินิจฉัยให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนดโดยคําแนะนําของคณะกรรมการ สทพ.</p>
<p>การร้องขอตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นการตัดสิทธิผู้ร้องในอันที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดต่อศาลที่มีเขตอํานาจ โดยให้ศาลมีอํานาจกําหนดค่าเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินให้แก่บุคคลซึ่งถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศได้ และหากการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศนั้นเป็นการกระทําโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ศาลจะกําหนดค่าเสียหายในเชิงลงโทษให้แก่บุคคลซึ่งถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศไม่เกินสี่เท่าของค่าเสียหายที่แท้จริงด้วยก็ได้</p>
<p>การใช้สิทธิตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง บุคคลซึ่งถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศอาจขอให้องค์กรที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ยื่นคําร้องหรือฟ้องคดีแทนได้<br />การฟ้องคดีตามวรรคสอง ให้ฟ้องภายในระยะเวลา<strong>สองปีนับแต่วันที่คณะกรรมการ วลพ.มีคําวินิจฉัย หรือนับแต่วันที่ศาลปกครองมีคําพิพากษาถึงที่สุด แล้วแต่กรณี&nbsp;</strong>&#8221; (ม.18)</p>
<p>ผู้ใดเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศโดยไม่เป็นธรรม มีโทษทั้งจำคุกและปรับ</p>
<p>ดูรายละเอียด <a href="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/03/ความเท่าเทียมระหว่างเพศ-%E0%B8%9E%E0%B8%A8.2558.PDF" target="_blank" rel="noopener noreferrer">พรบ.พรบ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พศ.2558 ทีประกาศราชกิจจานุเบกษา</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2434">พรบ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พศ.2558 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยใช้บังคับในอีก 180 วัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2434/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ จ่ายค่าเสียหาย 25 ล้านบาทแก่ชาวบ้าน 131 ราย</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2429</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2429#respond</comments>
				<pubDate>Fri, 27 Feb 2015 20:43:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[พิชัย พืชมงคล]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2429</guid>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 25 กพ.2558 ศาลปกครองเชียงใหม่ได้อ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ อ.1110-1128/2552 หมายเลขแดงที่ อ. 730-748/2557&#038;nbsp [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2429">ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ จ่ายค่าเสียหาย 25 ล้านบาทแก่ชาวบ้าน 131 ราย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 25 กพ.2558 ศาลปกครองเชียงใหม่ได้อ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ อ.1110-1128/2552 หมายเลขแดงที่ อ. 730-748/2557&nbsp;ระหว่างนายคำ อินคำปาหรืออินจำปากับพวกรวม 131&nbsp;คน (ผู้ฟ้องคดี) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(ผู้ถูกฟ้องคดี-กฟผ.)&nbsp;ในคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ</p>
<p><img class=" size-full wp-image-2427" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/02/25258003.jpg" alt="" width="866" height="567" /></p>
<p>(เครดิตภาพจาก&nbsp;<a href="http://www2.tnews.co.th/userfiles/image/25258003.jpg">Suriyan Tonghnueid</a>&nbsp;)</p>
<p>โดยศาลปกครองสูงสุดได้พิพากษาว่า โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง ปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์เกินกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ทำให้ชาวบ้าน อ.แม่เมาะหลายรายล้มป่วยและเสียชีวิต&nbsp;จึงพิพากษาให้ กฟผ.ชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยให้แก่ชาวบ้านผู้ฟ้องคดีทั้ง 131 ราย รายละ 10,00 บาท ถึง 246,000 บาทรวมรวมเป็นเงินประมาณ 25 ล้าน&nbsp;ภายใน 30-60 วัน</p>
<p>นางมะลิวรรณ นาควิโรจน์ ประธานเครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ กล่าวว่า พอใจในคำตัดสินของศาล แม้ว่าบางคนจะได้ค่าเยียวยาน้อยไปหน่อยก็ตาม ซึ่งเราได้ต่อสู้มาด้วยระยะเวลาที่ยาวนานถึง 11 ปี ตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน อย่างน้อยก็ได้พิสูจน์ให้สาธารณชนได้รู้ว่า พวกเราได้รับผลกระทบจริง <strong>ต่อจากนี้ไป ชุมชนแม่เมาะจะเป็นต้นแบบให้ชุมชนอื่นๆในสังคมไทยที่จะต้องลุกขึ้นต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเอง</strong> และกรณีดังกล่าว <strong>จะเป็นตัวอย่างให้ กฟผ.ต้องระมัดระวังในการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินต่อไป</strong></p>
<p><strong>ข้อพิจารณา</strong>&nbsp;</p>
<p>1.คดีนี้เป็นคดีสิ่งแวดล้อมที่ยุติว่า กฟผ.ผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินโดยละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติในการป้องกันมลพิษ ทำให้โรงไฟฟ้าแม่เมาะปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์เกินกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด&nbsp;ซึ่ง กฟผ.สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ แต่หาได้ทำไม่&nbsp;จึงมิใช่ <strong>เหตุสุดวิสัย</strong> ตาม มาตรา 8 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ถือเป็น <strong>การละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ</strong></p>
<p>2.คดีนี้ ศาลฯฟังพยานผู้เชี่ยวชาญที่เบิกความว่า ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์หากได้รับนานๆ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ จึงน่าเชื่อว่า ผู้ฟ้องคดีที่ป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ และโรคปอดระคายเคืองในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นเพราะได้รับผลกระทบจากการได้รับก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาเกินมาตรฐาน จากโรงไฟฟ้าแม่เมาะของ กฟผ.ผู้ถูกฟ้องที่ 7 ซึ่งเป็น<span>เจ้าของหรือผู้ครอบครอง</span> &#8220;แหล่งมลพิษ&#8221; นั้น ตาม พรบ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 มาตรา 96 ที่บัญญัติว่า</p>
<p>&#8220;<span>&nbsp;<em>แหล่งกำเนิดมลพิษใดก่อให้เกิดหรือเป็นแหล่งกำเนิดของการรั่วไหลหรือแพร่กระจายของมลพิษ อันเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย แก่ชีวิต ร่างกายหรือสุขภาพอนามัย หรือเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นหรือของรัฐเสียหายด้วยประการใด ๆ เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษนั้น มีหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหายเพื่อการนั้น ไม่ว่าการรั่วไหลหรือแพร่กระจายของมลพิษนั้น จะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือ ประมาทเลินเล่อของเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่ในกรณีที่พิสูจน์ได้ว่ามลพิษเช่นว่านั้นเกิดจาก</em></span><br /><em><img src="http://www.kodmhai.com/imeg/4/1/Spac1.gif" alt="" width="80">&nbsp;(1) เหตุสุดวิสัยหรือการสงคราม</em><br /><em><img src="http://www.kodmhai.com/imeg/4/1/Spac1.gif" alt="" width="80">&nbsp;(2) การกระทำตามคำสั่งของรัฐบาลหรือเจ้าพนักงานของรัฐ</em><br /><em><img src="http://www.kodmhai.com/imeg/4/1/Spac1.gif" alt="" width="80">&nbsp;(3) การกระทำหรือละเว้นการกระทำของผู้ที่ได้รับอันตรายหรือ ความเสียหายเองหรือของบุคคลอื่น ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงหรือโดยอ้อม ในการรั่วไหลหรือการแพร่กระจายของมลพิษนั้น</em><br /><em><img src="http://www.kodmhai.com/imeg/4/1/Spac1.gif" alt="" width="40"></em><span><em>&nbsp;ค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหาย ซึ่งเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่ง กำเนิดมลพิษมีหน้าที่ต้องรับผิดตามวรรคหนึ่ง หมายความรวมถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมด ที่ทางราชการต้องรับภาระจ่ายจริงในการขจัดมลพิษที่เกิดขึ้นนั้นด้วย</em>&#8220;</span></p>
<p>3.ค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหายตามมาตรา 96 วรรคสอง แห่ง&nbsp;พรบ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535&nbsp;มิได้มีความหมายเฉพาะค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่<span>ทางราชการ<span>ต้องรับภาระจ่ายจริงในการขจัดมลพิษที่เกิดขึ้น&nbsp;</span></span>เท่านั้น แต่ยังหมายถึง ค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ อนามัย หรือทรัพย์สินของผู้เสียหาย ที่ได้รับหรือเกิดจากแหล่งกำเนิดมลพิษด้วย เช่น&nbsp;ค่าเสื่อมสมรรถภาพ สุขภาพ อนามัย ความสูญเสียด้านจิตใจ เป็นต้น&nbsp;</p>
<p>4.คดีนี้แม้ศาลฯจะพิจารณากำหนดค่าเสียหายโดยคำนึงถึงพฤติการณ์ เพื่อให้ผู้ถูกฟ้องคดีระมัดระวังมิให้มีการแพร่กระจายของมลพิษจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับอันตรายหรือเสียหาย และเพื่อป้องปรามมิให้ผู้ถูกฟ้องคดีกระทำผิดเช่นเดิมอีก แต่การกำหนดค่าเสียหายให้<span>แก่ชาวบ้านผู้ฟ้องคดีรายละ 1200 บาทต่อครั้ง คิดเป็นค่าเสียหายรวม</span>เพียงรายละ&nbsp;10,000 บาท ถึง 246,000 บาท ก็น่าคิดว่า เป็นจำนวนค่าเสียหายที่ต่ำหรือน้อยเกินไป<span>หรือไม่</span> เมื่อเทียบกับค่ารักษาพยาบาลและคุณค่าทางเศรษฐกิจของชีวิตชาวบ้านคนหนึ่งๆ&nbsp;</p>
<p>5. คดีนี้ ใช้เวลาในการพิจารณาคดียาวนานถึง 11 ปี น่าจะถือได้ว่า ใช้เวลานานเกินไป ตามภาษิตกฎหมายที่ว่า &#8220;<strong>ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม</strong>&#8221; &#8211; (&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" target="_blank" rel="noopener noreferrer">justice delayed is justice denied </a>)&nbsp;แสดงถึงปัญหาความไม่มีประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมที่ควรต้องได้รับการปฏิรูปแก้ไขอย่างเร่งด่วนต่อไป</p>
<p><strong>อ้างอิง</strong>&nbsp;</p>
<p>1.<a href="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2015/02/Summary_Decision_SupremeAdminCourt_MeamohCompensationCase.pdf" target="_blank" rel="noopener noreferrer">สรุปคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดจากสำนักงานศาลปกครอง</a>&nbsp;</p>
<p>2.<a href="http://enlawfoundation.org/newweb/wp-content/uploads/Decision-MaemohEIA-SupremeAdminCourt.pdf" target="_blank" rel="noopener noreferrer">คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ฉบับสมบูรณ์</a></p>
<p>3.<a href="http://www.thairath.co.th/content/483527" target="_blank" rel="noopener noreferrer">ข่าวไทยรัฐ</a></p>
<p>4. <a href="http://web.krisdika.go.th/data/law/law2/%ca08/%ca08-20-9999-update.pdf">พรบ.<span>ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535&nbsp;ฉบับสำนักงานกฤษฎีกา&nbsp;</span></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2429">ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ จ่ายค่าเสียหาย 25 ล้านบาทแก่ชาวบ้าน 131 ราย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2429/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
	</channel>
</rss>
