<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ขอคืนภาษี &#8211; สำนักกฎหมายธรรมนิติ</title>
	<atom:link href="https://www.dlo.co.th/tag/%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.dlo.co.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 26 Aug 2020 08:17:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.3.5</generator>
	<item>
		<title>การขอคืนภาษีอากร ตอนที่ 2 ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/tax-articles/5817</link>
				<pubDate>Wed, 26 Aug 2020 08:16:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[สกาวบุญ คุณสุข]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ขอคืนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ขอคืนภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษากฎหมายภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[บริการภาษี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=5817</guid>
				<description><![CDATA[<p>สกาวบุญ คุณสุข บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด      ในตอนที่แล้ว ผู้เขียนได้นำเสนอเรื่องการขอคืนภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลไปแล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5817">การขอคืนภาษีอากร ตอนที่ 2 ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: right;">สกาวบุญ คุณสุข<br />
บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด</p>
<p><code>     </code>ในตอนที่แล้ว ผู้เขียนได้นำเสนอเรื่อง<strong><a href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5712" target="_blank" rel="noopener noreferrer">การขอคืนภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล</a></strong>ไปแล้ว ในตอนนี้เราจึงมาว่ากันต่อในเรื่องการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ</p>
<p><code>     </code>ในการดำเนินการทางภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีธุรกิจเฉพาะของผู้ประกอบกิจการ อาจมีกรณีที่ผู้ประกอบกิจการเสียภาษีเกินไปกว่าที่ต้องเสีย นำส่งภาษีไว้เกิน หรือเสียภาษีไปโดยไม่มีหน้าที่ต้องเสีย ดังนั้น กรมสรรพากรจึงมีมาตรการในการคืนภาษีอากรให้แก่บุคคลดังกล่าวตามประมวลรัษฎากร โดยผู้เขียนได้สรุปหลักเกณฑ์ในการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 84 84/1และ 84/2 แห่งประมวลรัษฎากร และการขอคืนภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/11 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้</p>
<p><strong>การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม</strong></p>
<p><strong>1. ผู้ที่มีสิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม</strong></p>
<p><code>     </code>ในการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 84 แห่งประมวลรัษฎากรนั้น ผู้ที่มีสิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้คือผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งมีเหตุให้ขอคืนภาษีได้ดังนี้</p>
<p><code>     </code>1.1 มีเครดิตภาษีเหลืออยู่ในแต่ละเดือนภาษี<br />
<code>     </code>1.2 เสียภาษีมูลค่าเพิ่มไว้เกิน ผิด หรือ ซ้ำ<br />
<code>     </code>1.3 มีหน้าที่นำส่งภาษีโดยได้นำส่งภาษีไว้เกิน ผิด หรือ ซ้ำ<br />
<code>     </code>1.4 ไม่มีหน้าที่เสียภาษีแต่ได้ชำระภาษีไว้</p>
<p><strong>2. วิธีการขอคืนภาษีอากร</strong></p>
<p><code>     </code>ผู้มีสิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม อาจขอคืนภาษีด้วยวิธีการดังต่อไปนี้</p>
<p><code>     </code>2.1 ยื่นคำร้องขอคืนภาษีตามแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร (“ภ.พ.30”) โดยลงลายมือชื่อในช่อง “การขอคืนภาษี” เพื่อใช้เป็นคำร้องในการขอคืนภาษี ในกรณีดังนี้<br />
<code>          </code>1) กรณีมีภาษีที่ชำระเกินในแต่ละเดือนภาษี และไม่ประสงค์จะใช้เครดิตภาษีในเดือนภาษีถัดไป<br />
<code>          </code>2) กรณีมีภาษีที่ชำระเกินตามการยื่นแบบ ภ.พ.30 เพิ่มเติม เนื่องจากยื่นแบบ ภ.พ.30 ไว้ไม่ถูกต้องครบถ้วน<sup>1</sup> เช่น ยื่นแบบ ภ.พ.30 โดยที่แสดงยอดซื้อหรือภาษีซื้อไว้ขาด แสดงยอดขายหรือภาษีขายไว้เกิน<br />
<code>     </code>2.2 ยื่นคำร้องขอคืนภาษีตามแบบคำร้องขอคืนภาษีอากร (“ค. 10”) ในกรณีดังนี้<br />
<code>          </code>1) กรณีมีภาษีที่ชำระเกินในเดือนภาษี แต่ไม่ได้ลงลายมือชื่อในช่อง “การขอคืนภาษี” ตามแบบแสดงรายการภาษี ภ.พ.30 และไม่ได้นำภาษีชำระเกินนั้นไปใช้เครดิตภาษีในเดือนถัดไป<br />
<code>          </code>2) กรณียื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำเดือนภาษี โดยที่แสดงภาษีขายไว้เกินและ/หรือแสดงภาษีซื้อไว้ขาด โดยยอดขายและยอดซื้อถูกต้อง<br />
<code>          </code>3) กรณีเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เสียภาษีจากยอดรายรับ หรือเป็นผู้นำส่งภาษี ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำเดือนภาษีและชำระภาษีไว้ซ้ำ</p>
<p><strong>3. กำหนดเวลายื่นขอคืนภาษี</strong></p>
<p><code>     </code>ในการยื่นคำร้องขอคืนภาษี มาตรา 84/1 และ 84/2 แห่งประมวลรัษฎากรได้กำหนดระยะเวลาในการยื่นคำร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ ดังนี้</p>
<p><code>     </code>3.1 กรณีการขายสินค้าหรือการให้บริการ<br />
<code>          </code>1) การขายสินค้าหรือการให้บริการซึ่งผู้ประกอบการอาจยื่นคำร้องขอคืนภาษีพร้อมกับภ.พ.30 ตามข้อ 2.1 ได้ แต่ไม่ได้ยื่น ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนภาษีตามแบบค.10 ได้ภายใน 3 ปี นับแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีสำหรับเดือนภาษีนั้น<sup>2</sup><br />
<code>          </code>2) การขายสินค้าหรือการให้บริการในกรณีอื่น เช่น บริษัท A เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ขายสินค้าและได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว แต่มีเหตุที่จะต้องได้ภาษีคืนเพราะบริษัท A ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายสินค้านั้น กรณีนี้ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนภาษีภายใน 3 ปี นับแต่วันที่ได้ชำระภาษี<sup>3</sup><br />
<code>     </code>3.2 กรณีนําเข้า ผู้นำเข้ามีข้อโต้แย้งตามกฎหมายศุลกากรหรือเป็นคดีในศาล ให้ยื่นคําร้องภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคําวินิจฉัยข้อโต้แย้งอากรขาเข้าเป็นหนังสือ หรือนับแต่วันที่มีคำพิพากษาของศาลซึ่งคดีถึงที่สุด<sup>4</sup></p>
<p><strong>การขอคืนภาษีธุรกิจเฉพาะ</strong></p>
<p><code>     </code>สำหรับการขอคืนภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/11 แห่งประมวลรัษฎากรนั้น ผู้ประกอบกิจการที่มีหน้าที่เสียภาษีซึ่งได้ชำระภาษีไว้เกินหรือผิด หรือซ้ำ หรือผู้ไม่มีหน้าที่เสียภาษีแต่ได้ชำระภาษีไว้มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีภายใน 3 ปีนับแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี โดยยื่นคำร้องขอคืนภาษีตามแบบ ค.10</p>
<p><code>     </code>ในตอนสุดท้าย ผู้เขียนจะนำเสนอเรื่องการขอคืนเงินอากร/อากรแสตมป์ โดยจะมีเนื้อหา และหลักเกณฑ์อย่างไรบ้างนั้น ท่านสามารถติดตามได้ในตอนต่อไปค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p><sup>3</sup>มาตรา 84/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร<br />
<sup>4</sup>มาตรา 84/2(1) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5817">การขอคืนภาษีอากร ตอนที่ 2 ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
										</item>
		<item>
		<title>การขอคืนภาษีอากร ตอนที่ 1 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/tax-articles/5712</link>
				<pubDate>Fri, 12 Jun 2020 07:51:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[สกาวบุญ คุณสุข]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[ขอคืนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[บริการภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักกฎหมายธรรมนิติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=5712</guid>
				<description><![CDATA[<p>การขอคืนภาษีอากร ตอนที่ 1 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล สกาวบุญ คุณสุข บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด ในการเสียภาษีเงินได้ของบุคคลธรร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5712">การขอคืนภาษีอากร ตอนที่ 1 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>การขอคืนภาษีอากร</strong><br />
<strong>ตอนที่ 1 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล</strong></p>
<p style="text-align: right;">สกาวบุญ คุณสุข<br />
บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด</p>
<p>ในการเสียภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล อาจมีกรณีที่ผู้เสียภาษีได้เสียภาษีเกินไปกว่าที่ต้องเสีย หรือเสียไปโดยไม่มีหน้าที่ต้องเสีย ทั้งจากการชำระเอง หรือถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ ดังนั้น กรมสรรพากรจึงมีมาตรการในการคืนภาษีอากรให้แก่ผู้บุคคลดังกล่าวตามประมวลรัษฎากร โดยผู้เขียนได้สรุปหลักเกณฑ์ในการขอคืนภาษีเงินได้ตามมาตรา 63 และ 27 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้</p>
<p><strong>1. กรณีตามมาตรา 63 แห่งประมวลรัษฎากร</strong><br />
<code>     </code>1.1 ผู้ที่มีสิทธิขอคืนภาษีเงินได้ตามมาตรา 63 มี 2 กรณี ได้แก่<br />
<code>        </code>กรณี 1 เป็นผู้ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งแล้วเป็นจำนวนเงินเกินกว่าที่ควรต้องเสียภาษี<br />
<code>        </code>กรณี 2 เป็นผู้ที่ถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายและนำส่งไว้แล้ว โดยไม่มีหน้าที่ต้องยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินในปีภาษี เช่น เป็นบุคคลธรรมดามีสามีหรือภริยาและมีเงินได้พึงประเมินทุกประเภท (ตามมาตรา 40(1)-(8)) ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วไม่เกิน 120,000 บาท<br />
<code>     </code>1.2 ระยะเวลาในการขอคืนภาษีเงินได้ของผู้มีสิทธิตามมาตรา 63 เป็นดังนี้<br />
<code>        </code>&#8211; สำหรับกรณีที่ 1 ให้ยื่นคำร้องขอคืนภาษีภายใน 3 ปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นรายการภาษีตามที่กฎหมายกำหนด เช่น บริษัทจำกัด มีรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม ในรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่ 1 มกราคม 2558 – 31 ธันวาคม 2558 มีภาษีที่ถูกหักไว้เกิน เมื่อบริษัทจำกัดมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภายใน 150 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีตามมาตรา 68 บริษัทจำกัดดังกล่าวต้องยื่นคำร้องขอคืนภาษีภายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2562<br />
<code>        </code>&#8211; สำหรับกรณีที่ 2 ให้ยื่นคำร้องขอคืนภาษีภายใน 3 ปีนับแต่วันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดจากปีที่ถูกหักภาษีไว้ เช่น ในปี 2558 นาย ก. ไม่มีหน้าที่ต้องยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมิน และถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ นาย ก. ต้องยื่นคำร้องขอคืนภายในวันที่ 31 มีนาคม 2562</p>
<p><strong>2. กรณีตามมาตรา 27 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร</strong><br />
<code>     </code>การขอคืนภาษีอากรตามมาตรา 27 ตรีนี้ เป็นการขอคืนภาษีอากรตามบททั่วไปแห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น สำหรับการขอคืนภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล <u>หากมิใช่การขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 63 ซึ่งเป็นบทบัญญัติเฉพาะแล้ว ผู้มีสิทธิขอคืนภาษีอากรสามารถยื่นคำร้องขอคืนภาษีอากรได้ตามมาตรานี้</u> เช่น กรณีได้เสียหรือนำส่งภาษีเงินได้ไว้เกิน เนื่องจากการยื่นแบบแสดงรายการ หรือจากการประเมินภาษีเงินได้ของเจ้าพนักงานประเมิน หรือกรณีที่ไม่มีหน้าที่ต้องเสีย<br />
<code>     </code>โดยการขอคืนภาษีอากรตามกรณีนี้ ให้ยื่นคำร้องขอคืนภาษีภายใน 3 ปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นรายการภาษีตามที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่<br />
<code>     </code>2.1 ในกรณีผู้มีสิทธิขอคืนได้ยื่นรายการ เมื่อพ้นเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือได้ยื่นรายการภายในเวลาที่รัฐมนตรีหรืออธิบดีขยายหรือเลื่อนออกไป ให้ผู้มีสิทธิขอคืนยื่นคำร้องขอคืนภายใน 3 ปีนับแต่วันที่ได้ยื่นรายการ<br />
<code>     </code>2.2 ในกรณีผู้มีสิทธิขอคืนได้อุทธรณ์การประเมินภาษี หรือฟ้องเป็นคดีในศาล และเป็นผลให้มีสิทธิขอคืนภาษี ให้ผู้มีสิทธิขอคืนยื่นคำร้องขอคืนภายใน 3 ปีนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์การประเมินเป็นหนังสือหรือนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด แล้วแต่กรณี</p>
<p><strong>3. วิธีการขอคืนภาษีอากร</strong><br />
<code>     </code>3.1 ยื่นคำร้องขอคืนภาษีต่อเจ้าพนักงานประเมิน ตามแบบแสดงรายการที่ยื่น เช่น ภ.ง.ด. 90, ภ.ง.ด. 91, ภ.ง.ด. 50, ภ.ง.ด. 52 และภ.ง.ด. 55 หรือ<br />
<code>     </code>3.2 ยื่นคำร้องขอคืนภาษีตามแบบ ค. 10<br />
<code>     </code>ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิขอคืนภาษีอาจดำเนินการยื่นขอคืนภาษีต่อสรรพากรโดยตรง หรือผ่านเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นของกรมสรรพากรก็ได้</p>
<p><code>     </code>สำหรับการขอคืนภาษีอากรประเภทภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ จะมีหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการ รวมถึงระยะเวลาในการขอคืนอย่างไรนั้น โปรดติดตามตอนต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/5712">การขอคืนภาษีอากร ตอนที่ 1 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
										</item>
	</channel>
</rss>
