<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ถอดคำพิพากษาภาษี &#8211; สำนักกฎหมายธรรมนิติ</title>
	<atom:link href="https://www.dlo.co.th/category/%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.dlo.co.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 02 Sep 2025 08:29:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.3.5</generator>
	<item>
		<title>ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.32 ภาษีโรงเรือนและที่ดิน</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8784</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8784#respond</comments>
				<pubDate>Tue, 02 Sep 2025 08:29:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ถอดคำพิพากษาภาษี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8784</guid>
				<description><![CDATA[<p>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8941/2560 โจทก์ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด.2) ประจำปีภาษี 2538 ถึงปีภาษี 2547 เมื่อวันที่ 28  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8784">ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.32 ภาษีโรงเรือนและที่ดิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ </strong><strong>8941/2560</strong></p>
<p>โจทก์ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด.2) ประจำปีภาษี 2538 ถึงปีภาษี 2547 เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2547 ซึ่งตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 18 และ 19 กำหนดให้ผู้รับประเมินมีหน้าที่ยื่นแบบแจ้งรายการทรัพย์สินเพื่อเสียภาษีภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จึงเป็นกรณีที่โจทก์ไม่ยื่นแบบพิมพ์แสดงรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน ตามมาตรา 24 ทวิ วรรคสอง (1) ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจประเมินย้อนหลังได้ไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันสุดท้ายแห่งระยะเวลาที่กำหนดให้ยื่นแบบพิมพ์ตามมาตรา 19 คือนับแต่วันสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ในแต่ละปี พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการประเมินไปถึงโจทก์เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2548 แม้โจทก์เคยฟ้องจำเลยเกี่ยวกับการประเมินดังกล่าวมาแล้วตามคดีหมายเลขแดงที่ 81/2555 ของศาลภาษีอากรกลาง ซึ่งศาลดังกล่าวพิพากษาให้เพิกถอนการแจ้งการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดิน เนื่องจากใบแจ้งรายการประเมินขาดรายละเอียด เหตุผล ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายซึ่งไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 37 และให้เพิกถอนคำวินิจฉัยชี้ขาดของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและคดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาดังกล่าวแล้วก็ตาม ก็เห็นได้ว่า ศาลภาษีอากรกลางมิได้พิพากษาเพิกถอนการประเมินอันเป็นคำสั่งทางปกครองแต่อย่างใด และแม้การประเมินภาษีโรงเรือนของจำเลยที่ 1 ดังกล่าว จะไม่ได้จัดให้มีเหตุผลตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 37 วรรคหนึ่ง ก็ตาม แต่คำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางดังกล่าว ก็มีผลให้จำเลยที่ 1 สามารถจัดให้มีเหตุผลและแจ้งให้โจทก์ทราบในภายหลังได้ โดยไม่มีข้อจำกัดที่ต้องกระทำก่อนจำเลยที่ 2 มีคำชี้ขาดที่ถูกเพิกถอนไปแล้ว การที่จำเลยที่ 1 จัดให้มีเหตุผลและแจ้งให้โจทก์ทราบภายหลังย่อมมีผลให้ถือว่า การประเมินครั้งแรกที่แจ้งให้โจทก์ทราบเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2548 ที่ขาดเหตุผลมาแต่เดิมนั้นไม่เป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่สมบูรณ์ ถือได้ว่าการประเมินดังกล่าวสมบูรณ์มาแต่เดิมแล้ว การแจ้งเหตุผลเพิ่มเติมในภายหลังเป็นเพียงวิธีการในการจัดให้มีเหตุผลและแจ้งให้โจทก์ทราบภายหลังที่ทำให้ไม่เป็นเหตุให้การประเมินแต่เดิมนั้นไม่สมบูรณ์เท่านั้น มิได้ถือเป็นการประเมินใหม่ในภายหลังตามที่โจทก์อุทธรณ์แต่อย่างใด</p>
<p><strong>คำถาม  </strong> การประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินที่ไม่ได้จัดให้มีเหตุผลตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ มาตรา 37 ซึ่งศาลเคยพิพากษาให้เพิกถอนการแจ้งการประเมินแล้ว ภายหลังพนักงานเจ้าหน้าที่จะสามารถจัดให้มีเหตุผลและแจ้งให้โจทก์ทราบต่อไปได้หรือไม่ มีผลอย่างไร</p>
<p><strong>คำตอบ</strong></p>
<p>แม้โจทก์เคยฟ้องจำเลยเกี่ยวกับการประเมินและศาลได้พิพากษาให้เพิกถอนการแจ้งการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินดังกล่าว เนื่องจากใบแจ้งรายการประเมินขาดรายละเอียด เหตุผล ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายซึ่งไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 37 และให้เพิกถอนคำวินิจฉัยชี้ขาดของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและคดีถึงที่สุดแล้วก็ตาม แต่ศาลภาษีอากรกลางมิได้พิพากษาเพิกถอนการประเมินอันเป็นคำสั่งทางปกครองแต่อย่างใด จำเลยที่ 1 จึงสามารถจัดให้มีเหตุผลและแจ้งให้โจทก์ทราบในภายหลังได้ โดยไม่มีข้อจำกัดที่ต้องกระทำก่อนจำเลยที่ 2 มีคำชี้ขาดที่ถูกเพิกถอนไปแล้ว การที่พนักงานเจ้าหน้าที่จำเลยที่ 1 จัดให้มีเหตุผลและแจ้งให้โจทก์ทราบภายหลังย่อมมีผลให้ถือว่า การประเมินที่ขาดเหตุผลมาแต่เดิมนั้นไม่เป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่สมบูรณ์ ถือได้ว่าการประเมินดังกล่าวสมบูรณ์มาแต่เดิมแล้ว</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8786" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/09/โลโก้-ถาม-ตอบ-ep.32.jpg" alt="" width="800" height="800" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/09/โลโก้-ถาม-ตอบ-ep.32.jpg 800w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/09/โลโก้-ถาม-ตอบ-ep.32-300x300.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/09/โลโก้-ถาม-ตอบ-ep.32-150x150.jpg 150w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/09/โลโก้-ถาม-ตอบ-ep.32-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8784">ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.32 ภาษีโรงเรือนและที่ดิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8784/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.31 ภาษีกรมศุลกากร</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8743</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8743#respond</comments>
				<pubDate>Wed, 02 Jul 2025 03:56:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ถอดคำพิพากษาภาษี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8743</guid>
				<description><![CDATA[<p>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6129/2564 จำเลยมีหน้าที่ต้องรับผิดในส่วนเงินเพิ่มตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในเวลานั้น เมื่อคดีนี้จำเลยนำเข้าสินค้าตามใบขน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8743">ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.31 ภาษีกรมศุลกากร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6129/2564</strong></p>
<p>จำเลยมีหน้าที่ต้องรับผิดในส่วนเงินเพิ่มตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในเวลานั้น เมื่อคดีนี้จำเลยนำเข้าสินค้าตามใบขนสินค้าขาเข้าเลขที่ 2801 &#8211; 00351 &#8211; 80702 ในเดือนมกราคม 2551 ต่อมาพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจปล่อยสินค้าหรือจำเลยนำของออกไปจากอารักขาของศุลกากร ความรับผิดอากรขาเข้าตามใบขนสินค้าขาเข้าฉบับดังกล่าว จึงเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ยังคงมีผลใช้บังคับอยู่ โดยตามพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว มาตรา 112 จัตวา บัญญัติว่า &#8220;เมื่อผู้นำของเข้าหรือผู้ส่งของออกนำเงินมาชำระค่าอากรที่ต้องเสียหรือเสียเพิ่ม ให้เรียกเก็บเงินเพิ่มในอัตราร้อยละหนึ่งต่อเดือนของค่าอากรที่นำมาชำระโดยไม่คิดทบต้นนับแต่วันที่ได้ส่งมอบหรือส่งของออก จนถึงวันที่นำเงินมาชำระ&#8230;&#8221; ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวมิได้บัญญัติว่าเงินเพิ่มอากรขาเข้าจะต้องไม่เกินอากรขาเข้าที่ต้องเสียหรือเสียเพิ่ม ดังนี้ เมื่อจำเลยชำระอากรขาเข้าไม่ครบถ้วน โจทก์ที่ 1 จึงมีสิทธิเรียกเงินเพิ่มอากรขาเข้าได้โดยไม่มีข้อจำกัดว่าจะต้องไม่เกินอากรขาเข้าที่ต้องเสียหรือเสียเพิ่มตามบทกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในเวลานั้น แม้ต่อมาวันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 จะได้มี พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 ใช้บังคับ และให้ยกเลิก พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 โดย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 22 บัญญัติว่า &#8220;&#8230;โดยเงินเพิ่มที่เรียกเก็บนี้ต้องไม่เกินอากรที่ต้องเสียหรือเสียเพิ่ม&#8230;&#8221; เป็นผลให้โจทก์ที่ 1 ไม่มีสิทธิตามกฎหมายที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรขาเข้าเฉพาะส่วนที่เกินอากรขาเข้านับแต่วันที่ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มีผลใช้บังคับแล้วได้อีกต่อไปก็ตาม แต่ก็มิได้เป็นการลบล้างเงินเพิ่มที่เกิดขึ้นแล้วตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ดังนั้น โจทก์ที่ 1 ย่อมมีสิทธิคำนวณเรียกเงินเพิ่มส่วนที่เกินอากรขาเข้าได้จนถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 ส่วนนับแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 หากเงินเพิ่มยังไม่เท่าอากรขาเข้าตามการประเมิน โจทก์ที่ 1 คงมีสิทธิคำนวณเรียกเงินเพิ่มอากรขาเข้าดังกล่าวต่อไปได้จนกว่าจำนวนเงินเพิ่มจะเท่าจำนวนอากรขาเข้าตามการประเมินดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 22 ดังกล่าว</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>คำถาม  </strong>การเรียกเก็บเงินเพิ่มอากรขาเข้าตามพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 และพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 สามารถเรียกเกินอากรขาเข้าที่ต้องเสียหรือเสียเพิ่มได้หรือไม่ อย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>คำตอบ</strong> ความรับผิดในส่วนเงินเพิ่มอากรขาเข้านั้น ต้องพิจารณาตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในเวลาที่นำเข้าของนั้น เมื่อจำเลยนำเข้าสินค้าในขณะซึ่งพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 ยังคงมีผลใช้บังคับ โดยมาตรา 112 จัตวา มิได้บัญญัติว่าเงินเพิ่มอากรขาเข้าจะต้องไม่เกินอากรขาเข้าที่ต้องเสียหรือเสียเพิ่ม ดังนี้ โจทก์ที่ 1 จึงมีสิทธิเรียกเงินเพิ่มอากรขาเข้าได้โดยไม่มีข้อจำกัดว่าจะต้องไม่เกินอากรขาเข้าที่ต้องเสียหรือเสียเพิ่ม และแม้ต่อมาได้มีพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 ใช้บังคับ โดยมาตรา 22 กำหนดให้เรียกเงินเพิ่มได้ไม่เกินอากรที่ต้องเสียหรือเสียเพิ่มก็ตาม แต่ก็มิได้เป็นการลบล้างเงินเพิ่มที่เกิดขึ้นแล้วตามพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 ดังนั้น โจทก์ที่ 1 ย่อมมีสิทธิคำนวณเรียกเงินเพิ่มส่วนที่เกินอากรขาเข้าได้จนถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 ส่วนนับแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 คงมีสิทธิคำนวณเรียกเงินเพิ่มอากรขาเข้าต่อไปได้จนกว่าจำนวนเงินเพิ่มจะเท่าจำนวนอากรขาเข้าตามการประเมิน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8744" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/07/โลโก้-ถาม-ตอบ-ep.31.jpg" alt="" width="800" height="800" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/07/โลโก้-ถาม-ตอบ-ep.31.jpg 800w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/07/โลโก้-ถาม-ตอบ-ep.31-300x300.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/07/โลโก้-ถาม-ตอบ-ep.31-150x150.jpg 150w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/07/โลโก้-ถาม-ตอบ-ep.31-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8743">ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.31 ภาษีกรมศุลกากร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8743/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.30 ภาษีกรมสรรพากรประเภทภาษีเงินได้</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8508</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8508#respond</comments>
				<pubDate>Wed, 19 Mar 2025 03:22:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ถอดคำพิพากษาภาษี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8508</guid>
				<description><![CDATA[<p>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1193/2566 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 243, 253 ซึ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8508">ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.30 ภาษีกรมสรรพากรประเภทภาษีเงินได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ </strong><strong>1193/2566</strong></p>
<p>โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 243, 253 ซึ่งการกระทำความผิดตามข้ออ้างในคำฟ้องข้อ 1.1 ของโจทก์เป็นการกระทำในขณะ พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 ใช้บังคับ โดยความหมายในมาตรา 2 คำว่า &#8220;อากร&#8221; ตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 หมายถึงค่าอากรในทางศุลกากรเท่านั้น หาหมายรวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มอันเป็นภาษีอากรฝ่ายสรรพากร ภาษีสรรพสามิต และภาษีมหาดไทยด้วยไม่ อย่างไรก็ตาม แม้คำฟ้องของโจทก์ข้อ 1.1 ไม่มีจำนวนอากรขาเข้าที่จำเลยทั้งสามต้องเสียเพิ่ม แต่เมื่อคำฟ้องข้อ 1.1 บรรยายด้วยว่า การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงบทกฎหมายและข้อจำกัดใด ๆ เกี่ยวกับการนำเข้าสินค้ารถยนต์ใช้แล้วครบชุดสมบูรณ์โดยเจตนาจะฉ้อค่าภาษี ซึ่งจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ และ พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 244 ยังบัญญัติให้การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดอยู่ จำเลยทั้งสามจึงมีความผิดตามฟ้องข้อ 1.1 ด้วย ภายหลังจำเลยทั้งสามกระทำความผิดได้มี พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 ใช้บังคับ ซึ่งอัตราโทษใหม่ตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 244 เป็นคุณมากกว่า จึงต้องใช้กฎหมายที่แก้ไขใหม่บังคับแก่จำเลยทั้งสามในส่วนที่เป็นคุณตาม ป.อ. มาตรา 3</p>
<p><strong>คำถาม </strong><strong>         </strong></p>
<p>การกระทำความผิดเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้า ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ก่อนวันที่ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 244 ที่แก้ไขภายหลังมีผลใช้บังคับ จะมีบทลงโทษอย่างไร</p>
<p><strong>คำตอบ </strong><strong>         </strong></p>
<p>ความผิดเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้า ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 นั้น แม้เป็นการกระทำขณะ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ใช้บังคับก็ตาม แต่เมื่อ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 244 ที่แก้ไขใหม่ภายหลัง ยังบัญญัติให้การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดอยู่และเป็นคุณมากกว่า กรณีจึงต้องใช้อัตราโทษตามที่แก้ไขใหม่ภายหลังบังคับในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ดังนั้น ในความผิดดังกล่าว จึงต้องใช้อัตราโทษจําคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่งริบของนั้นได้ ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคําพิพากษาหรือไม่ ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 244</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8509" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/03/โลโก้-ถาม-ตอบ-ep.30.jpg" alt="" width="800" height="800" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/03/โลโก้-ถาม-ตอบ-ep.30.jpg 800w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/03/โลโก้-ถาม-ตอบ-ep.30-300x300.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/03/โลโก้-ถาม-ตอบ-ep.30-150x150.jpg 150w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/03/โลโก้-ถาม-ตอบ-ep.30-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8508">ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.30 ภาษีกรมสรรพากรประเภทภาษีเงินได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8508/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.29 ภาษีกรมสรรพากรประเภทภาษีเงินได้</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8501</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8501#respond</comments>
				<pubDate>Wed, 26 Feb 2025 03:46:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ถอดคำพิพากษาภาษี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8501</guid>
				<description><![CDATA[<p>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3465/2566 การลงโทษปรับแก่ผู้กระทำความผิดหลายคนที่ร่วมกันนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรในขณะที [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8501">ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.29 ภาษีกรมสรรพากรประเภทภาษีเงินได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3465/2566</strong></p>
<p>การลงโทษปรับแก่ผู้กระทำความผิดหลายคนที่ร่วมกันนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรในขณะที่ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 มีผลใช้บังคับ ต้องกำหนดให้ผู้ร่วมกระทำความผิดรับผิดรวมกันเป็นเงินจำนวนสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว เมื่อมาตรา 27 ทวิ เป็นบทบัญญัติต่อท้ายและเป็นความผิดต่อเนื่องจากมาตรา 27 ก็ต้องบังคับเรื่องโทษปรับเช่นเดียวกัน แต่ต่อมาภายหลังได้มี พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 3 ให้ยกเลิก พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 โดย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242 บัญญัติให้การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสี่ตามฟ้องฐานร่วมกันนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของนั้นไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่ เห็นได้ว่า พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242 บัญญัติไว้แตกต่างจาก พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 โดย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242 ไม่มีข้อความว่า “สำหรับความผิดครั้งหนึ่ง ๆ” ดังเช่น พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ดังนั้น พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242 ซึ่งเป็นกฎหมายที่บัญญัติขึ้นภายหลังและใช้ในขณะจำเลยทั้งสี่ร่วมกันกระทำความผิดจึงมีวัตถุประสงค์ลงโทษปรับแก่จำเลยเป็นรายบุคคลโดยไม่พักต้องคำนึงถึงจำนวนรวมของค่าปรับสำหรับความผิดครั้งหนึ่ง ๆ ดังเช่น พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่เดิม ไม่อาจนำกรณีของมาตรา 27 กับมาตรา 27 ทวิ ซึ่งอยู่ใน พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 ฉบับเดียวกันมาใช้เทียบเคียงได้</p>
<p><strong>คำถาม</strong></p>
<p>บทลงโทษสำหรับการกระทำความผิดฐานเอาของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านพิธีศุลกากรในขณะที่ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 มีผลบังคับใช้ แต่ต่อมาถูกยกเลิกและบังคับใช้ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242 จะมีผลทางกฎหมายเป็นอย่างไร</p>
<p><strong>คำตอบ</strong></p>
<p>บทบัญญัติการลงโทษตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242 แตกต่างจาก พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 เนื่องจากตัวบทกฎหมายใหม่ไม่มีข้อความว่า “สำหรับความผิดครั้งหนึ่ง ๆ” แสดงว่า พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242 มีวัตถุประสงค์ลงโทษปรับแก่จำเลยเป็นรายบุคคลโดยมิพักต้องคำนึงถึงจำนวนรวมของค่าปรับสำหรับความผิดครั้งหนึ่ง ๆ ดังเช่น พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ที่เป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่เดิม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8502" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/02/ถอดคำพิพากษา-Ep.29-1.png" alt="" width="800" height="800" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/02/ถอดคำพิพากษา-Ep.29-1.png 800w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/02/ถอดคำพิพากษา-Ep.29-1-300x300.png 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/02/ถอดคำพิพากษา-Ep.29-1-150x150.png 150w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/02/ถอดคำพิพากษา-Ep.29-1-768x768.png 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8501">ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.29 ภาษีกรมสรรพากรประเภทภาษีเงินได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8501/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.28 ภาษีกรมสรรพากรประเภทภาษีเงินได้</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8497</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8497#respond</comments>
				<pubDate>Wed, 19 Feb 2025 04:25:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ถอดคำพิพากษาภาษี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8497</guid>
				<description><![CDATA[<p>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1206/2566 บริษัทจำเลยถูกศาลล้มละลายกลางพิพากษาให้ล้มละลาย บริษัทจำเลยย่อมเลิกกันตามป.พ.พ. มาตรา 1236 (5) แต่ตามมาตรา 124 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8497">ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.28 ภาษีกรมสรรพากรประเภทภาษีเงินได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1206/2566</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บริษัทจำเลยถูกศาลล้มละลายกลางพิพากษาให้ล้มละลาย บริษัทจำเลยย่อมเลิกกันตามป.พ.พ. มาตรา 1236 (5) แต่ตามมาตรา 1249 ก็ให้พึงถือว่าบริษัทจำเลยยังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี ให้จัดทำไปตามบทกฎหมายลักษณะล้มละลายที่คงใช้อยู่ตามแต่จะทำได้ ตามป.พ.พ. มาตรา 1247 วรรคแรก ซึ่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 บัญญัติว่า “เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้วเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจดังต่อไปนี้ (1) จัดการและจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้หรือกระทำการที่จำเป็นเพื่อให้กิจการของลูกหนี้ที่ค้างอยู่เสร็จสิ้นไป…” แม้บริษัทจำเลยจะถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือพิพากษาให้ล้มละลายและอยู่ระหว่างจัดการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดให้บริษัทจำเลยได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ เมื่อยังมิได้มีการแจ้งการเลิกกิจการของบริษัทจำเลยตามประมวลรัษฎากร มาตรา 85/15 บริษัทจำเลยจึงยังมีหน้าที่และความรับผิดในฐานะผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่จะต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายสินค้าหรือบริการแล้วนำส่งกรมสรรพากร เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทจำเลยซึ่งมีหน้าที่จัดการกิจการและทรัพย์สินของบริษัทจำเลยต้องปฏิบัติตามประมวลรัษฎากรเช่นเดียวกับที่บริษัทจำเลยปฏิบัติก่อนศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลาย</span></p>
<p><strong>คำถาม</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศาลล้มละลายมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือพิพากษาให้บริษัทล้มละลาย กรณีจะถือว่าบริษัทได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีหรือไม่ และหากไม่ได้รับยกเว้นจะเป็นหน้าที่ของใครในการยื่นรายการภาษี ?</span></p>
<p><strong>คำตอบ</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้บริษัทจำเลยจะถูกศาลพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือพิพากษาให้ล้มละลายและอยู่ระหว่างจัดการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดให้บริษัทจำเลยได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อยังมิได้มีการแจ้งการเลิกกิจการของบริษัทจำเลย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องปฏิบัติตามประมวลรัษฎากรเช่นเดียวกับที่บริษัทจำเลยปฏิบัติก่อนศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและพิพากษาให้บริษัทจำเลยล้มละลาย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8499" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/02/ถอดคำพิพากษา-Ep.28.png" alt="" width="800" height="800" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/02/ถอดคำพิพากษา-Ep.28.png 800w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/02/ถอดคำพิพากษา-Ep.28-300x300.png 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/02/ถอดคำพิพากษา-Ep.28-150x150.png 150w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2025/02/ถอดคำพิพากษา-Ep.28-768x768.png 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8497">ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.28 ภาษีกรมสรรพากรประเภทภาษีเงินได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8497/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.27 ภาษีกรมสรรพากรประเภทภาษีเงินได้</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8454</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8454#respond</comments>
				<pubDate>Mon, 02 Dec 2024 09:40:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ถอดคำพิพากษาภาษี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8454</guid>
				<description><![CDATA[<p>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3292/2561 โจทก์กับ จ. ขายอสังหาริมทรัพย์อันเป็นสินสมรส มีราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8454">ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.27 ภาษีกรมสรรพากรประเภทภาษีเงินได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3292/2561</strong></p>
<p>โจทก์กับ จ. ขายอสังหาริมทรัพย์อันเป็นสินสมรส มีราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดินเป็นเงิน 546,000 บาท อันเป็นเงินได้จากการขายสินสมรสนั้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1357 ให้สันนิษฐานว่าเจ้าของรวมกันมีส่วนเท่ากัน ทรัพย์สินอันเป็นสินสมรสก็ถือว่าต่างฝ่ายมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมกันคนละกึ่งหนึ่งเช่นกัน เมื่อโจทก์กับ จ. ไม่ได้มีสัญญาตกลงกันไว้เป็นอื่นในเรื่องการจัดการสินสมรส ก็ถือว่าโจทก์กับ จ. มีเงินได้คนละกึ่งหนึ่ง กรณีไม่ใช่เป็นเงินได้ที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ชัดแจ้งว่าเป็นของสามีและภริยาแต่ละฝ่ายจำนวนเท่าใด จึงไม่ต้องด้วยมาตรา 57 ฉ วรรคสอง โจทก์กับ จ. จะแบ่งเงินได้พึงประเมินของแต่ละฝ่ายตามส่วนที่ตกลงกันตามมาตรา 57 ฉ วรรคสองตอนท้ายไม่ได้ การที่โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาว่าโจทก์มีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จำนวน 414,960 บาท ส่วน จ. มีเงินได้จำนวน 131,040 บาท จึงไม่ถูกต้อง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>คำถาม</strong></p>
<p>เงินได้จากการขายสินสมรส ถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ไม่อาจแยกได้อย่างชัดแจ้งว่าเป็นของสามีหรือภริยาคนละจำนวนเท่าใด ใช่หรือไม่ อย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>คำตอบ</strong></p>
<p>การที่สามีและภริยามีเงินได้จากการขายทรัพย์สินอันเป็นสินสมรสนั้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1357 ให้สันนิษฐานว่าเจ้าของรวมกันมีส่วนเท่ากัน ทรัพย์สินอันเป็นสินสมรสก็ถือว่าต่างฝ่ายมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมกันคนละกึ่งหนึ่ง เมื่อสามีและภริยาไม่ได้มีสัญญาตกลงกันไว้เป็นอื่นในเรื่องการจัดการสินสมรส ก็ถือว่าแต่ละฝ่ายมีเงินได้คนละกึ่งหนึ่ง ดังนั้น เงินได้ดังกล่าว จึงไม่ใช่เป็นเงินได้ที่ไม่อาจแบ่งแยกได้อย่างชัดแจ้งว่าเป็นของสามีและภริยาแต่ละฝ่ายจำนวนเท่าใด ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 57 ฉ วรรคสอง</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8455" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/12/โลโก้-ถาม-ตอบ-ep.27.png" alt="" width="800" height="800" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/12/โลโก้-ถาม-ตอบ-ep.27.png 800w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/12/โลโก้-ถาม-ตอบ-ep.27-300x300.png 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/12/โลโก้-ถาม-ตอบ-ep.27-150x150.png 150w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/12/โลโก้-ถาม-ตอบ-ep.27-768x768.png 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8454">ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.27 ภาษีกรมสรรพากรประเภทภาษีเงินได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8454/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.26 ภาษีกรมสรรพากรประเภทภาษีเงินได้</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8436</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8436#respond</comments>
				<pubDate>Fri, 15 Nov 2024 03:29:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ถอดคำพิพากษาภาษี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8436</guid>
				<description><![CDATA[<p>ถอดคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6054/2549 จำเลยเป็นลูกจ้างของบริษัท อ. ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการรับเหมาก่อส [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8436">ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.26 ภาษีกรมสรรพากรประเภทภาษีเงินได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ถอดคำพิพากษาศาลฎีกาที่ </strong><strong>6054/2549</strong></p>
<p>จำเลยเป็นลูกจ้างของบริษัท อ. ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างทั้งภายในและนอกประเทศไทย การที่บริษัท อ. ส่งจำเลยไปทำงานที่บริษัท อ. รับจ้างถมทะเลให้แก่กรมทางของประเทศสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นงานในกิจการของนายจ้างในประเทศไทย ค่าจ้างที่บริษัท อ. จ่ายให้แก่จำเลยจึงเป็นเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานตามประมวลรัษฎากรมาตรา 40(1) ที่จำเลยได้รับเนื่องจากปฏิบัติงานให้แก่กิจการของนายจ้างในประเทศไทย จึงต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่ประเทศไทยตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p><strong>คำถาม</strong></p>
<p>กรณีลูกจ้างได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างจากนายจ้างที่ประกอบกิจการในประเทศไทย ในระหว่างที่ตนทำงานอยู่ในต่างประเทศตามคำสั่งของนายจ้างดังกล่าว ลูกจ้างมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทยหรือไม่ อย่างไร</p>
<p><strong>คำตอบ</strong></p>
<p>การที่ลูกจ้างไปทำงานต่างประเทศตามคำสั่งของนายจ้างซึ่งประกอบกิจการในประเทศไทย และได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างจากนายจ้างเพื่อตอบแทนการทำงานนั้น เงินดังกล่าวถือเป็นเงินได้ที่ลูกจ้างได้รับเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้างที่ประกอบกิจการในประเทศไทยซึ่งไม่ว่าลูกจ้างจะทำงานในหรือนอกประเทศไทย และไม่ว่านายจ้างจะจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างในหรือนอกประเทศไทยก็ตาม ถือว่าลูกจ้างมีเงินได้จากแหล่งเงินได้ในประเทศไทย ลูกจ้างจึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทยตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8437" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/11/ถอดคำพิพากษาภาษี-Ep.26.png" alt="" width="800" height="800" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/11/ถอดคำพิพากษาภาษี-Ep.26.png 800w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/11/ถอดคำพิพากษาภาษี-Ep.26-300x300.png 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/11/ถอดคำพิพากษาภาษี-Ep.26-150x150.png 150w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/11/ถอดคำพิพากษาภาษี-Ep.26-768x768.png 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8436">ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.26 ภาษีกรมสรรพากรประเภทภาษีเงินได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8436/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.25 ภาษีกรมสรรพากรประเภทภาษีเงินได้</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8347</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8347#respond</comments>
				<pubDate>Fri, 06 Sep 2024 07:15:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ถอดคำพิพากษาภาษี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8347</guid>
				<description><![CDATA[<p>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2646/2566 การมีค่าความนิยมคงเหลือ ณ วันเลิกประกอบกิจการถือเป็นการขายที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม ป.รัษฎากร  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8347">ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.25 ภาษีกรมสรรพากรประเภทภาษีเงินได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ </strong><strong>2646/2566</strong></p>
<p>การมีค่าความนิยมคงเหลือ ณ วันเลิกประกอบกิจการถือเป็นการขายที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม ป.รัษฎากร มาตรา 77/2 (1) และมาตรา 77/1 (8) (ฉ) โจทก์ยื่นคำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยมีเจตนาเพียงแจ้งเลิกกิจการ มิได้ยื่นเพื่อขอใช้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีอากรในกรณีการควบเข้ากันหรือโอนกิจการทั้งหมดให้แก่กัน การขายกิจการของโจทก์จึงไม่เป็นไปตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการควบเข้ากันหรือโอนกิจการทั้งหมดให้แก่กันของบริษัทมหาชน จำกัด หรือบริษัทจำกัด เพื่อยกเว้นรัษฎากร ลงวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2542 สัญญาขายและโอนกิจการระหว่างโจทก์กับบริษัท อ. เป็นการซื้อขายกิจการและโอนกิจการบางส่วนหาใช่การควบเข้ากันหรือโอนกิจการทั้งหมดให้แก่กัน จึงไม่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 77/1 (8) (ฉ) แห่ง ป.รัษฎากร กรณีของโจทก์จึงเป็นกรณีที่มีสินค้าคงเหลือและหรือทรัพย์สินที่ผู้ประกอบการมีไว้ในการประกอบกิจการ ณ วันเลิกกิจการ เมื่อโจทก์มีการขายสินค้าอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โจทก์จึงยังคงมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม</p>
<p><strong>คำถาม</strong></p>
<p>ค่าความนิยมคงเหลือ ณ วันเลิกประกอบกิจการถือเป็นการขาย และอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ อย่างไร</p>
<p><strong>คำตอบ</strong></p>
<p>การมีค่าความนิยมคงเหลือ ณ วันเลิกประกอบกิจการถือเป็นการขายตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1(8)(ฉ) แม้ต่อมาจะได้เลิกประกอบกิจการแล้ว แต่เมื่อได้มีการซื้อขายกิจการและโอนกิจการดังกล่าวบางส่วน ค่าความนิยมคงเหลือนั้น ยังคงอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p><img class="size-full wp-image-8348 aligncenter" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/09/ถอดคำพิพากษาภาษี-Ep.25.png" alt="" width="800" height="800" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/09/ถอดคำพิพากษาภาษี-Ep.25.png 800w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/09/ถอดคำพิพากษาภาษี-Ep.25-300x300.png 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/09/ถอดคำพิพากษาภาษี-Ep.25-150x150.png 150w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/09/ถอดคำพิพากษาภาษี-Ep.25-768x768.png 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8347">ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.25 ภาษีกรมสรรพากรประเภทภาษีเงินได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8347/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.24</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8281</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8281#respond</comments>
				<pubDate>Tue, 04 Jun 2024 09:05:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ถอดคำพิพากษาภาษี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8281</guid>
				<description><![CDATA[<p>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5251/2534 แม้โจทก์และบริษัท ส. จะเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน แต่โจทก์และบริษัท ส. ต่างเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกันและต่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8281">ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.24</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5251/2534</strong><br />
แม้โจทก์และบริษัท ส. จะเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน แต่โจทก์และบริษัท ส. ต่างเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกันและต่างก็มีสิทธิหน้าที่ไปคนละอย่าง โจทก์จะอ้างว่าเงินที่โจทก์นำไปชำระให้แก่ธนาคาร ก. แทนบริษัท ส. เป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของโจทก์ย่อมไม่ได้ เพราะมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการของโจทก์โดยเฉพาะ จึงต้องห้ามมิให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4438/2533</strong><br />
โจทก์เป็นผู้กู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินแล้วนำเงินจำนวนนั้นไปให้บริษัท ฟ. โดยข้อเท็จจริง ไม่ปรากฏว่าโจทก์มีหน้าที่ข้อผูกพันในกิจการของตนในอันที่จะต้องจ่ายเงินตามจำนวนที่กู้ยืมมาให้กับบริษัท ฟ. ดอกเบี้ยที่โจทก์จ่ายตามเงินยืมดังกล่าวจึงมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะตามที่กำหนดไว้ในประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ตรี (13)</p>
<p><strong>คำถาม</strong><br />
กรณีบริษัทชำระหนี้แทนบริษัทในเครือกับกรณีการจ่ายดอกเบี้ยจากการกู้ยืมเงินแล้วนำไปให้อีกบริษัทหนึ่งใช้ ทั้งสองกรณีสามารถนำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้หรือไม่ อย่างไร</p>
<p><strong>คำตอบ</strong><br />
การชำระหนี้แทนแม้จะเป็นบริษัทในเครือเดียวกันแต่ต่างเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกัน ไม่ว่าจะมีกิจการเกี่ยวเนื่องกันหรือไม่ ไม่ใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการของบริษัทโดยเฉพาะ และการที่บริษัทกู้ยืมเงินมาจากสถาบันการเงินแล้วนำไปให้อีกบริษัทหนึ่งใช้โดยไม่ปรากฏหน้าที่ข้อผูกพันที่จะต้องให้เงิน ดอกเบี้ยที่จ่ายตามเงินกู้ยืมดังกล่าวไม่ใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะเช่นกัน จึงเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-8283" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/06/ถอดคำพิพากษาภาษี-Ep.24.png" alt="" width="800" height="800" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/06/ถอดคำพิพากษาภาษี-Ep.24.png 800w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/06/ถอดคำพิพากษาภาษี-Ep.24-300x300.png 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/06/ถอดคำพิพากษาภาษี-Ep.24-150x150.png 150w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/06/ถอดคำพิพากษาภาษี-Ep.24-768x768.png 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8281">ถอดคำพิพากษาภาษี Ep.24</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8281/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ถอดคำพิพากษาภาษีอากร EP.23 ภาษีกรมสรรพากร ประเภทภาษีเงินได้</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8227</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8227#respond</comments>
				<pubDate>Wed, 10 Apr 2024 07:08:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ถอดคำพิพากษาภาษี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/?p=8227</guid>
				<description><![CDATA[<p>ถาม: กรณีบริษัทกู้ยืมเงินมาเพื่อซื้อหุ้นและที่ดิน ดอกเบี้ยจากการกู้ยืมเงินดังกล่าวสามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8227">ถอดคำพิพากษาภาษีอากร EP.23 ภาษีกรมสรรพากร ประเภทภาษีเงินได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p><strong><u>ถาม</u>: </strong>กรณีบริษัทกู้ยืมเงินมาเพื่อซื้อหุ้นและที่ดิน ดอกเบี้ยจากการกู้ยืมเงินดังกล่าวสามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้หรือไม่ อย่างไร</p>
<p><strong><u>ตอบ</u>: </strong>หุ้นและที่ดินถือเป็นทุนรอนที่บริษัทมีไว้ใช้ประโยชน์ในการประกอบกิจการของบริษัทต่อไป เงินกู้ยืมที่บริษัทจ่ายเป็นค่าซื้อหุ้นและที่ดินจึงเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน เพราะเป็นรายจ่ายที่ทำให้บริษัทได้หุ้นและที่ดินมาโดยตรง โดยดอกเบี้ยที่เกิดจากการกู้ยืมดังกล่าวถือเป็นรายจ่ายอันเป็นผลโดยตรงที่ต่อเนื่องจากการกู้ยืมเงินจึงเป็นส่วนหนึ่งของค่าซื้อหุ้นและที่ดินอันเป็นทรัพย์สินที่เป็นต้นทุนของบริษัท ดังนั้นดอกเบี้ยจากการกู้ยืมเงินของบริษัทมาซื้อหุ้นและที่ดินจึงเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุนซึ่งต้องห้ามมิให้ลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3291/2547</strong></p>
<p>การที่โจทก์กู้ยืมเงินมาเพื่อซื้อหุ้นและที่ดิน หุ้นและที่ดินที่ซื้อมาย่อมตกเป็นทรัพย์สินของโจทก์ถือเป็นทุนรอนของโจทก์เพื่อใช้ประโยชน์ในการประกอบกิจการของโจทก์ต่อไป เงินกู้ยืมที่โจทก์จ่ายเป็นค่าซื้อหุ้นและที่ดินนั้นจึงเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุนตามที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ตรี (5) เพราะเป็นรายจ่ายที่ทำให้โจทก์ได้หุ้นและที่ดินมาโดยตรง ดอกเบี้ยอันเกิดจากการกู้ยืมดังกล่าว แม้จะไม่ใช่รายจ่ายที่โจทก์จ่ายเป็นค่าซื้อหุ้นและที่ดินโดยตรง แต่ดอกเบี้ยนั้นก็เกิดจากการกู้ยืมเงินมาซื้อหุ้นและที่ดินซึ่งโจทก์มีหน้าที่ต้องจ่าย เมื่อโจทก์ทำการกู้ยืมเงินมาจนกว่าจะชำระต้นเงินเสร็จ ดอกเบี้ยดังกล่าวถือเป็นรายจ่ายอันเป็นผลโดยตรงที่ต่อเนื่องจากการกู้ยืมเงินของโจทก์ จึงเป็นส่วนหนึ่งของค่าซื้อหุ้นและที่ดินอันเป็นทรัพย์สินที่เป็นต้นทุนของโจทก์ ดังนั้นดอกเบี้ยซึ่งเกิดจากการกู้ยืมเงินของโจทก์มาซื้อหุ้นและที่ดินจึงเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุนที่ต้องห้ามมิให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (5)</p>
<p><strong>ถอดคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 949/2509</strong></p>
<p>รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุนตามประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ตรี (5) มิใช่หมายถึงรายจ่ายที่บริษัทได้รับประโยชน์จากรายจ่ายเท่านั้น แต่ต้องเป็นรายจ่ายที่ยังเกิดเป็นทุนรอนของบริษัทขึ้นมาลักษณะที่จะเป็นทุนรอนของบริษัทขึ้นมาก็คือเป็นทรัพย์สินของบริษัท รายจ่ายที่โจทก์จ่ายไปในการสร้างท่าเรือ สร้างทางแยก และสร้างถนนที่ไม่บังเกิดเป็นทุนรอน หรือทรัพย์สินของบริษัท จึงไม่ใช่รายอันมีลักษณะเป็นการลงทุนตามประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ตรี (5)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="size-full wp-image-8230 aligncenter" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/04/ถอดคำพิพากษาภาษี-EP.23-1.png" alt="" width="800" height="800" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/04/ถอดคำพิพากษาภาษี-EP.23-1.png 800w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/04/ถอดคำพิพากษาภาษี-EP.23-1-300x300.png 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/04/ถอดคำพิพากษาภาษี-EP.23-1-150x150.png 150w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2024/04/ถอดคำพิพากษาภาษี-EP.23-1-768x768.png 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8227">ถอดคำพิพากษาภาษีอากร EP.23 ภาษีกรมสรรพากร ประเภทภาษีเงินได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/8227/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
	</channel>
</rss>
