<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ราชศักดิ์ กุลกัลยา &#8211; สำนักกฎหมายธรรมนิติ</title>
	<atom:link href="https://www.dlo.co.th/author/ratchasakk/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.dlo.co.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 14 Nov 2019 07:22:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.3.5</generator>
	<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนธันวาคม 2559</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2705</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2705#respond</comments>
				<pubDate>Thu, 08 Dec 2016 03:55:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ราชศักดิ์ กุลกัลยา]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2705</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’S Tax Newsletter &#160; ฉบับที่ 72 เดือนธันวาคม 2559   กฎหมายใหม่ล่าสุด ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ส [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2705">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนธันวาคม 2559</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center;"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></h3>
<h3 style="text-align: center;"><strong>DLO’S Tax Newsletter</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: right;"><strong>ฉบับที่ </strong><strong>72 เดือนธันวาคม 2559</strong></p>
<p align="center"><strong><span style="text-decoration: underline;"> </span></strong></p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></strong></h5>
<p>ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับค่าบริการหรือค่าที่พักในการท่องเที่ยวปลายปี 2559</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span></strong></h5>
<p>1.    “คลัง” วางแผนจัดเก็บภาษีเจ้าของที่ดินที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล</p>
<p>2.    มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์</p>
<p>3.    ค่าจ้างผู้สูงอายุ หักรายจ่ายได้ 2 เท่า</p>
<p>4.   เลื่อนแผนเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ คาดบังคับใช้ในปี 2561</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"> </span></strong></p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></strong></h5>
<p><strong>คำพิพากษาฎีกาที่ 5150/2559</strong></p>
<table>
<tbody style="border: none;">
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 20%;">ระหว่าง</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">บริษัท ส.</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">โจทก์</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 20%;">กับ</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">กรมสรรพากร</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">จำเลย</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 20%;">เรื่อง</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 80%;" colspan="2">การประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 71(1) แห่งประมวลรัษฎากร</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></strong></h4>
<h5>ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับค่าบริการหรือค่าที่พักในการท่องเที่ยวปลายปี 2559</h5>
<p>ตามที่กฎกระทรวงฉบับที่ 322 (พ.ศ.2559) และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 280) กำหนดให้ยกเว้นเงินได้บุคคลธรรมดาเท่าที่จ่ายเป็นค่าบริการหรือค่าที่พัก สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศที่ได้จ่ายตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2559 ถึง 31 ธันวาคม 2559 โดยมีหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้</p>
<p>1)  กรณีโสด ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ไม่เกิน 15,000 บาท</p>
<p>2)  กรณีมีคู่สมรส</p>
<p>&#8211;  มีเงินได้ฝ่ายเดียว ผู้มีเงินได้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ไม่เกิน 15,000 บาท</p>
<p>&#8211;  ต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ แต่ละฝ่ายได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ไม่เกิน 15,000 บาท</p>
<p>3)  ผู้มีเงินได้ต้องเป็นผู้จ่ายค่าบริการหรือค่าที่พัก เพื่อการเดินทางท่องเที่ยวของตนเอง</p>
<p>4)  มีหลักฐานการรับเงินจากผู้ประกอบการดังกล่าว โดยระบุชื่อผู้มีเงินได้ จำนวนเงิน และวัน เดือน ปี ที่จ่ายเงิน</p>
<p>ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2559 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/d8bbWj">https://goo.gl/d8bbWj</a> และ <a href="https://goo.gl/SgYE65">https://goo.gl/SgYE65</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span></strong></h4>
<h5>1. “คลัง” วางแผนจัดเก็บภาษีเจ้าของที่ดินที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล</h5>
<p>ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาแนวทางการจัดเก็บภาษีจากเจ้าของที่ดินที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล เช่น การลงทุนถนน มอเตอร์เวย์ ท่าเรือ สนามบิน รถไฟ ฯลฯ โดยจะจัดเก็บภาษีเมื่อเจ้าของที่ดินนำที่ดินดังกล่าวออกขาย หรือหาผลประโยชน์อื่นๆ ซึ่งคาดว่าภายในปีงบประมาณ 2560 จะได้ข้อสรุปทั้งหมด</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐบาลประกาศกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/KSIapK">https://goo.gl/KSIapK</a></p>
<h5>2. มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์</h5>
<p>เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 ครม. มีมติอนุมัติหลักการ ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรฯ (ฉบับที่&#8230;) พ.ศ&#8230;. เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้ กรณีลงทุนในเครื่องชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้</p>
<p>1) ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่นิติบุคคล สำหรับค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนในอุปกรณ์รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์</p>
<p>2) ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมจากการรับชำระเงินด้วยบัตรเดบิตผ่านอุปกรณ์รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐบาลประกาศกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/BWBcKE">https://goo.gl/BWBcKE</a></p>
<h5>3. ค่าจ้างผู้สูงอายุ หักรายจ่ายได้ 2 เท่า</h5>
<p>เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 ครม. มีมติเห็นชอบและอนุมัติหลักการ ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรฯ (ฉบับที่&#8230;) พ.ศ&#8230;. เพื่อส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ โดยกำหนดให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่นายจ้างซึ่งเป็นนิติบุคคลให้สามารถนำรายจ่ายประเภทเงินเดือนและค่าจ้างของลูกจ้างที่เป็นผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป)  มาหักรายจ่ายได้ 2 เท่า ซึ่งต้องมีอัตราค่าจ้างไม่เกิน 15,000 บาทต่อคนต่อเดือน สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2559 โดยนายจ้างขอใช้สิทธิได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของจำนวนลูกจ้างทั้งหมด</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ลูกจ้างดังกล่าวต้องไม่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการ กรรมการ ผู้บริหาร หรือเคยเป็นผู้บริหารของกิจการ</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/ujjssp">https://goo.gl/ujjssp</a></p>
<h5>4. เลื่อนแผนเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ คาดบังคับใช้ในปี 2561</h5>
<p>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่นั้น ไม่สามารถเริ่มใช้บังคับได้ในปี 2560 ตามที่ตั้งเป้าไว้ แต่จะเร่งผลักดันกฎหมายดังกล่าวให้มีผลบังคับใช้ได้ประมาณปี 2561</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/h24b9o">https://goo.gl/h24b9o</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></strong></h4>
<p><strong>คำพิพากษาฎีกาที่ 5150/2559</strong></p>
<table>
<tbody style="border: none;">
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 20%;">ระหว่าง</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">บริษัท ส.</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">โจทก์</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 20%;">กับ</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">กรมสรรพากร</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">จำเลย</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 20%;">เรื่อง</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 80%;" colspan="2">การประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 71(1) แห่งประมวลรัษฎากร</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p>โจทก์ไม่ได้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่โจทก์ยื่นหลังจากที่โจทก์ได้รับหมายเรียก การที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ส่งมอบบัญชีเอกสารหรือหลักฐานอื่นไม่ครบถ้วนเพียงพอต่อการตรวจสอบนั้น ขัดแย้งกับคำให้การของจำเลยที่ว่า จำเลยได้นำผลการตรวจสอบด้านรายได้ ด้านรายจ่าย ภาษีที่ต้องชำระเพิ่มเติม ปรับปรุงกำไรสุทธิที่โจทก์ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ไว้แล้ว และสามารถคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลของโจทก์จากยอดกำไรสุทธิได้ ดังนั้น เจ้าพนักงานประเมินให้โจทก์เสียภาษีในอัตราร้อยละ 5 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ของรอบระยะเวลาบัญชี ตามประมวลรัษฎากร ตามมาตรา 71(1) จึงเป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ควร การประเมินภาษี ของเจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"> </span></strong></p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;">ความเห็นทางกฎหมายเพิ่มเติม</span></strong></h5>
<p>คำพิพากษาข้างต้นเป็นปัญหาเกี่ยวกับการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 5 ของยอดรายรับหรือยอดขายก่อนหักร่ายจ่ายใด ๆ มาตรา 71(1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษีเมื่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่ยื่นรายการที่จำเป็นในการคำนวณภาษีหรือมิได้ทำบัญชี หรือทำไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในมาตรา 17 และมาตรา 68 ทวิ หรือไม่นำส่ง เอกสาร หรือหลักฐานอื่น ตามมาตรา 23 อันเป็นเหตุให้ไม่สามารถคำนวณหากำไรสุทธิตามมาตรา 24 แห่งประมวลรัษฎากร ได้</p>
<p>แม้โจทก์จะมิได้ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 50 ภายในกำหนด แต่เมื่อโจทก์ได้รับหมายเรียกแล้ว ได้ดำเนินการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 50 พร้อมกับส่งมอบบัญชีเอกสารและหลักฐานอื่น ๆ ซึ่งเจ้าพนักงานประเมินอ้างว่า บัญชีเอกสารหรือหลักฐานอื่นไม่เพียงพอต่อการตรวจสอบนั้น แต่กลับปรากฏว่า เจ้าพนักงานประเมินสามารถคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลของโจทก์จากยอดกำไรสุทธิที่โจทก์ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 50 ดังกล่าวไว้ได้</p>
<p>ผู้เขียนเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษา เนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริงในคำให้การว่า จำเลยตรวจสอบรายได้รายจ่าย ภาษีที่ต้องชำระเพิ่มเติมและปรับปรุงกำไรที่โจทก์ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ไว้ เจ้าพนักงานจึงไม่สามารถประเมินภาษีจากยอดขายโดยอ้างว่าโจทก์ไม่ส่งเอกสารหรือส่งไม่ครบถ้วนซึ่งเป็นเหตุให้ประเมินภาษีตามมาตรา 71(1) ได้ ดังนั้น การที่ศาลมีคำสั่งให้พนักงานประเมินทำการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคลของโจทก์สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีพิพาทจากกำไรสุทธิของกิจการตามมาตรา 24 ประกอบมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร คำพิพากษาดังกล่าวจึงชอบแล้ว</p>
<p><strong> </strong></p>
<p align="center">นายราชศักดิ์ กุลกัลยา</p>
<p><span style="text-decoration: line-through;"> </span></p>
<p>หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด 2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9760 Email: <a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a>, <a href="mailto:sureelukt@dlo.co.th">chatwaleem@dlo.co.th</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="nl-box">
<div class="nl-box-services">
<p><strong><strong>    </strong><span style="text-decoration: underline;">บริการกฎหมายภาษีอากร</span> :</strong></p>
<p><strong>1. งานให้คำปรึกษาภาษี</strong></p>
<p><strong>2. งานขอคืนภาษี</strong></p>
<p><strong>3. งานวางแผนภาษี</strong></p>
<p><strong>4. งานตรวจสอบภาษี</strong></p>
<p><strong>5. งานกรอกแบบแสดงรายการภาษี</strong></p>
<p><strong>6. งานให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่</strong></p>
<p><strong>7. งานอุทธรณ์การประเมินภาษี</strong></p>
<p><strong>8. งานคดีภาษีอากร</strong></p>
<p><strong>    เป็นต้น</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact-title">
<p><strong>สอบถามบริการโปรดติดต่อ :</strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>กัมพล ทรัพย์ปรุง </strong></p>
<p><strong>+662 680-9724 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>พุทธิมา เกิดศิริ </strong></p>
<p><strong>+662 680-9751 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>ชัชวลี ไมตรี </strong></p>
<p><strong>+662 680-9760 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:chatwaleem@dlo.co.th">chatwaleem@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2705">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนธันวาคม 2559</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2705/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ต่อเติม ดัดแปลง หรือสร้างอาคารใหม่ ลดภาษีได้ทันใจ!</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2689</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2689#respond</comments>
				<pubDate>Wed, 05 Oct 2016 19:26:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ราชศักดิ์ กุลกัลยา]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2689</guid>
				<description><![CDATA[<p>ราชศักดิ์ กุลกัลยา บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด &#160; &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#038;nb [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/2689">ต่อเติม ดัดแปลง หรือสร้างอาคารใหม่ ลดภาษีได้ทันใจ!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;" align="right"><img class=" size-full wp-image-2687" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/10/news_13-18.png" alt="" width="700" height="365" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/10/news_13-18.png 700w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/10/news_13-18-300x156.png 300w" sizes="(max-width: 700px) 100vw, 700px" /></p>
<p align="right">ราชศักดิ์ กุลกัลยา</p>
<p align="right">บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด</p>
<p align="right">&nbsp;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เป็นโอกาสดีของผู้ประกอบที่เป็นนิติบุคคลไม่ว่าจะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จะทำการลงทุนในกิจการ ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติม ดัดแปลง หรือสร้างอาคารใหม่ ซึ่งจะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการนำค่าใช้จ่ายในการลงทุนดังกล่าวมาหักเป็นรายจ่ายได้อีก 1 เท่า<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%20%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%20%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%20%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%20-%20Final.doc#_edn1">[i]</a> โดยผู้เขียนขอนำเสนอดังต่อไปนี้</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; โดยปกติแล้วเมื่อผู้ประกอบการทำการต่อเติม ดัดแปลง หรือสร้างอาคารหลังใหม่ที่ใช้ในการประกอบกิจการ ประมวลรัษฎากรไม่อนุญาตให้ผู้ประกอบการนำรายจ่ายที่เกิดจากการดำเนินการดังกล่าวมาเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ เนื่องจากรายจ่ายดังกล่าวเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน<a style="line-height: 1.618;" title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%20%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%20%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%20%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%20-%20Final.doc#_edn2">[ii]</a> อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการสามารถหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของอาคารส่วนที่มีการต่อเติม ดัดแปลงหรือสร้างใหม่นั้น ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ประมวลรัษฎากรกำหนด<a style="line-height: 1.618;" title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%20%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%20%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%20%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%20-%20Final.doc#_edn3">[iii]</a>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #800000; text-decoration: underline;"><strong style="line-height: 1.618;">ตัวอย่างที่ 1.</strong></span></span></p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผู้ประกอบการสร้างอาคารถาวรหลังใหม่เพื่อใช้ในการประกอบกิจการสามารถหักค่าเสื่อมราคา ได้ไม่เกินร้อยละ 5 ต่อปี<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%20%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%20%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%20%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%20-%20Final.doc#_edn4">[iv]</a>&nbsp; หากผู้ประกอบการมีรายจ่ายในการลงทุนสร้างอาคารถาวรหลังใหม่นี้รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1,000,000 บาท ผู้ประกอบการสามารถหักค่าเสื่อมราคาและสามารถนำไปถือเป็นรายจ่ายเพื่อคำนวณกำไรสุทธิของกิจการได้จำนวน 50,000 บาท เป็นเวลา 20 ปี</p>
<p><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</span>แต่ตามกฎหมายฉบับนี้ให้สิทธิพิเศษทางภาษีแก่ผู้ประกอบให้สามารถนำค่าใช้จ่ายในการลงทุนเพื่อการต่อเติม ดัดแปลงหรือสร้างอาคารถาวรหลังใหม่ มาหักเป็นรายจ่ายได้อีก 1 เท่าในการคำนวณกำไรสุทธินับตั้งแต่ปีที่มีการต่อเติมหรือสร้างอาคารหลังใหม่นั้น แต่ถึงอย่างไรผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ดังต่อไปนี้</p>
<p><span style="color: #000080;">&nbsp;<strong style="line-height: 1.618;">1. อาคารถาวรที่ผู้ประกอบการลงทุนต้องมีลักษณะดังนี้</strong></span></p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span style="color: #3366ff;"> <strong>1.1 ต้องเป็นรายจ่ายเพื่อการลงทุน หรือการต่อเติม ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งอาคารถาวรที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการ</strong></span></p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ไม่ว่าผู้ประกอบการจะสร้างอาคารสำนักงานหลังใหม่ หรือแม้จะเป็นเพียงการต่อเติมอาคาร หรือทำการตกแต่งภายในที่มีลักษณะเป็นการทำให้อาคารดังกล่าวมีสภาพดีขึ้นไปกว่าเดิม แต่ไม่รวมถึงการซ่อมแซมอาคารให้คงสภาพเดิม หรือเป็นกรณีที่ผู้ประกอบการซื้อหรือเช่าซื้ออาคารถาวรหลังใหม่<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%20%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%20%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%20%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%20-%20Final.doc#_edn5">[v]</a></p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<span style="color: #3366ff;"> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<strong style="line-height: 1.618;">1.2 ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน</strong></span></p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ผู้ประกอบการไม่สามารถซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว นำมาใช้ในการต่อเติม ดัดแปลง หรือสร้างอาคารดังกล่าว</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<span style="color: #3366ff;"> &nbsp;<strong style="line-height: 1.618;">1.3 เป็นทรัพย์สินที่นำมาหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินได้</strong></span></p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ผู้ประกอบการต้องศึกษาเพิ่มเติมได้จาก พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<span style="color: #3366ff;"> &nbsp; &nbsp;&nbsp;<strong style="line-height: 1.618;">1.4 เป็นทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย</strong></span></p>
<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>หากเป็นกรณีที่ผู้ประกอบการลงทุนต่อเติม ดัดแปลง หรือสร้างอาคารของกิจการในต่างประเทศ รายจ่ายดังกล่าวไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามกฎหมายฉบับนี้</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<span style="color: #3366ff;"><strong style="line-height: 1.618;">1.5 ไม่เป็นทรัพย์สินที่ได้นำไปใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอื่นและใช้สิทธิในกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (</strong><strong style="line-height: 1.618;">BOI) ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน</strong></span></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>&nbsp;</strong></span></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong style="line-height: 1.618;">2. เงื่อนไขในการจ่ายเงินและการได้มาซึ่งทรัพย์สิน</strong></span></p>
<p><span style="color: #000080;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <span style="color: #3366ff;"><strong>2.1 ต้องเป็นรายจ่ายที่ได้จ่ายไปจริงตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559 </strong></span></span></p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;โดยปกติแล้ว ผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคลต้องใช้เกณฑ์สิทธิในการรับรู้รายจ่ายของกิจการ กล่าวคือ ในกรณีที่บริษัทตกลงว่าจ้างผู้รับเหมาในการต่อเติมอาคารเพื่อทำให้ดีขึ้นมูลค่า 100,000 บาท ในปี 2559 ซึ่งผู้ประกอบการต้องหักค่าเสื่อมราคาโดยใช้เกณฑ์สิทธิตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด แม้จะมีการจ่ายจริงในปี 2560 ผู้ประกอบการยังคงต้องเริ่มหักค่าเสื่อมราคาดังกล่าวในปี 2559 เช่นเดิม<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%20%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%20%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%20%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%20-%20Final.doc#_edn6">[vi]</a></p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;แต่ตามกฎหมายฉบับนี้กำหนดเงื่อนไขไว้ว่า<strong>ต้องเป็นรายจ่ายที่ได้จ่ายไปจริงเท่านั้น</strong><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%20%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%20%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%20%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%20-%20Final.doc#_edn7">[vii]</a> ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ดังนั้น ตามตัวอย่างข้างต้น ผู้ประกอบการจะไม่ได้รับสิทธิตามกฎหมายฉบับนี้ แม้จะมีการตกลงว่าจ้างกันจริงในปี 2559 แต่ได้มีการชำระเงินให้แก่ผู้เราเหมาจริงในปี 2560 ซึ่งไม่อยู่ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<span style="color: #3366ff;"><strong style="line-height: 1.618;">2.2 อาคารถาวรดังกล่าวอาจได้มาหรืออยู่ในสภาพพร้อมใช้การตามประสงค์ภายหลังวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ก็ได้</strong></span><a style="line-height: 1.618;" title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%20%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%20%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%20%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%20-%20Final.doc#_edn8">[viii]</a></p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การที่ผู้ประกอบการได้ทำการต่อเติม ดัดแปลง หรือสร้างอาคารถาวรให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาของกฎหมายฉบับนี้ย่อมเป็นการยาก เนื่องจากกฎหมายฉบับดังกล่าวมีระยะเวลาเพียง 14 เดือน ซึ่งกว่าผู้ประกอบการจะทำการวางแผนก่อสร้างและดำเนินการขอใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานอาจใช้เวลาไปแล้วพอสมควร กฎหมายฉบับนี้จึงอนุโลมให้การต่อเติม ดัดแปลง หรือสร้างอาคารถาวรดังกล่าวสามารถแล้วเสร็จหรือมีสภาพพร้อมใช้งานภายหลังระยะเวลาที่กฎหมายฉบับนี้กำหนดได้ แต่อย่างไรก็ดี กฎหมายมิได้อนุโลมถึงการชำระเงินจากการลงทุนดังกล่าว ยังคงถือหลักวันที่จ่ายจริงในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดเช่นเดิม เพราะมีเป้าหมายให้ผู้ประกอบการเร่งลงทุนเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเวลาดังกล่าว</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากนี้ ผู้ประกอบการต้องขออนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 โดยยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559 แต่หากเป็นกรณีที่ไม่ถือว่าเป็นการสร้างหรือดัดแปลงอาคารตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ผู้ประกอบการจะต้องมีหลักฐานจากการจ้าง ใบสั่งจ้างหรือข้อตกลงในลักษณะทำนองเดียวกันซึ่งได้กระทำตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559 <a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%20%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%20%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%20%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%20-%20Final.doc#_edn9">[ix]</a></p>
<p><span style="color: #000080;">&nbsp;</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong style="line-height: 1.618;">3. สิทธิประโยชน์ทางภาษี</strong></span></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>&nbsp;<span style="color: #000080;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span></strong><span style="color: #000080;">เมื่อปฏิบัติครบตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทั้งหมดดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ผู้ประกอบการจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในการหักรายจ่ายเพื่อการลงทุนดังกล่าวเพิ่มได้อีก 1 เท่า โดยกฎหมายกำหนดให้เฉลี่ยหักเป็นรายจ่าย 20 รอบระยะเวลาบัญชีติดต่อกัน ทั้งนี้ เพื่อความเข้าใจวิธีการหักรายจ่ายเพื่อการลงทุนตามกฎหมายฉบับนี้ ผู้เขียนขอยกตัวอย่างประกอบ ดังต่อไปนี้</span></span></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #800000; text-decoration: underline;">&nbsp;ตัวอย่างที่ 2.</span></span></strong></p>
<p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>ผู้ประกอบการมีรายจ่ายในการลงทุนสร้างอาคารถาวรหลังใหม่รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1,000,000 บาท และได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทั้งหมดดังที่ได้กล่าวมาแล้วจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีดังนี้</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1. หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา (ดังที่อธิบายมาแล้วตามตัวอย่างที่ 1.)</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2. หักรายจ่ายเพื่อการลงทุนฯ เพิ่มได้อีก 1 เท่าตามกฎหมายฉบับนี้</p>
<p style="text-align: center;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<img class=" size-full wp-image-2688" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/10/001.JPG" alt="" width="771" height="208" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/10/001.JPG 1650w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/10/001-300x81.jpg 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/10/001-768x207.jpg 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/10/001-1024x276.jpg 1024w" sizes="(max-width: 771px) 100vw, 771px" /></p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; จากตัวอย่างดังกล่าว ในกรณีที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามกฎหมายฉบับนี้ ผู้ประกอบการจะได้รับสิทธิเพียงหักค่าเสื่อมราคา เป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพียง 50,000 บาท เป็นระยะเวลา 20 ปี รวมเป็นรายจ่ายทั้งสิ้น 1,000,000 บาท เท่ากับรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเพื่อทรัพย์สินดังกล่าว แต่ถ้าผู้ประกอบการได้รับสิทธิตามกฎหมายฉบับนี้ด้วยแล้ว จะทำให้ได้รับสิทธิในการหักค่าใช้จ่ายได้อีก 1 เท่า โดยเฉลี่ยเป็นเวลา 20 รอบระยะเวลาบัญชี ส่งผลให้ผู้ประกอบการหักค่าใช้จ่ายได้รอบบัญชีละ 100,000 บาท เป็นเวลา 20 ปี รวมเป็นรายจ่ายทั้งสิ้น 2,000,000 บาท มากกว่ารายจ่ายที่ได้จ่ายไปจริงเป็นจำนวน 1 เท่า</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์รายจ่ายเพื่อการลงทุน ฯ มีประเด็นค่อนข้างซับซ้อนยากต่อการตีความ ดังนั้น ควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษี ก็จะสามารถช่วยให้ท่านดำเนินการทางด้านภาษีได้อย่างถูกต้องและลดความเสี่ยงในการถูกประเมินภาษีจากเจ้าหน้าที่สรรพากร นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษียังสามารถช่วยให้ข้อมูลข่าวสารหรือกฎหมายภาษีท่านสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงประเด็นกฎหมายภาษีใหม่ๆ ที่สำคัญทุกประเด็น</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; นอกจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับตามกฎหมายฉบับนี้แล้ว ยังมีประเด็นทางภาษีที่ผู้ประกอบการต้องควรทราบเกี่ยวกับการต่อเติม ดัดแปลง หรือสร้างอาคารนี้ ซึ่งอาจต้องทำการเฉลี่ยภาษีซื้อจากการดำเนินการดังกล่าวในกรณีที่ผู้ประกอบการได้ประกอบกิจการทั้งประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หากผู้ประกอบการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว อาจเสียสิทธิที่ตัวเองจะได้รับในการเฉลี่ยภาษีซื้อและในบางกรณีอาจต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มอีกด้วย โดยผู้เขียนจะขอนำเสนอประเด็นดังกล่าวในบทความฉบับต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 align="center"><span style="color: #ff0000;"><strong>สนใจบริการด้านที่ปรึกษาภาษี กรุณาสอบถามรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่</strong></span></h4>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;">&nbsp;<strong style="line-height: 1.618;">02 &#8211; 6809708, 02 &#8211; 6809760, 02 &#8211; 6809753</strong></span></h4>
<div><br clear="all"></p>
<hr align="left" size="1" width="33%">
<div>
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%20%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%20%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%20%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%20-%20Final.doc#_ednref1">[i]</a> พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ. 2559</p>
</div>
<div>
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%20%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%20%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%20%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%20-%20Final.doc#_ednref2">[ii]</a> มาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
</div>
<div>
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%20%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%20%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%20%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%20-%20Final.doc#_ednref3">[iii]</a> มาตรา 65 ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527</p>
</div>
<div>
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%20%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%20%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%20%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%20-%20Final.doc#_ednref4">[iv]</a> มาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527</p>
</div>
<div>
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%20%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%20%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%20%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%20-%20Final.doc#_ednref5">[v]</a> มาตรา3 แห่งพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ. 2559</p>
</div>
<div>
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%20%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%20%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%20%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%20-%20Final.doc#_ednref6">[vi]</a> ทั้งนี้ อาคารที่ต่อเติมดังกล่าวต้องพร้อมใช้งานในปี 2559 ตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ในการหักค่าเสื่อมราคา</p>
</div>
<div>
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%20%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%20%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%20%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%20-%20Final.doc#_ednref7">[vii]</a> มาตรา3 วรรค 2 แห่งพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ. 2559</p>
</div>
<div>
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%20%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%20%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%20%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%20-%20Final.doc#_ednref8">[viii]</a> มาตรา 4 (2) แห่งพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ. 2559 ประกอบกับพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 622) พ.ศ. 2559</p>
</div>
<div>
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%20%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%20%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%20%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%20-%20Final.doc#_ednref9">[ix]</a> ข้อ 2 ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับเงินได้ (ฉบับที่ 266) ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับเงินได้ (ฉบับที่ 270)</p>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/2689">ต่อเติม ดัดแปลง หรือสร้างอาคารใหม่ ลดภาษีได้ทันใจ!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2689/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนมิถุนายน 2559</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2653</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2653#respond</comments>
				<pubDate>Fri, 17 Jun 2016 23:08:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ราชศักดิ์ กุลกัลยา]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2653</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’S Tax Newsletter ฉบับที่ 66 เดือนมิถุนายน 2559 &#160; กฎหมายใหม่ล่าสุด ยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2653">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนมิถุนายน 2559</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center;"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></h3>
<h3 style="text-align: center;"><strong>DLO’S Tax Newsletter</strong></h3>
<p style="text-align: right;"><strong>ฉบับที่ 66 เดือนมิถุนายน 2559</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></h4>
<h5>ยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ให้แก่กองทุนการออมแห่งชาติ</h5>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 605) และ (ฉบับที่ 606) พ.ศ. 2559 กำหนดให้กิจการกองทุนการออมแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนการออมแห่งชาติเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะและได้รับยกเว้นอากรแสตมป์</p>
<p>ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2554 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/0EYPh8">http://goo.gl/0EYPh8 </a> และ <a href="http://goo.gl/WoLvaJ">http://goo.gl/WoLvaJ </a></p>
<h5>สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับกิจการ SME กรณีจ้างนักเรียนหรือนักศึกษาปฏิบัติงานเกี่ยวกับบัญชี</h5>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 607) พ.ศ. 2559 กำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งมีสินทรัพย์ถาวร (ไม่รวมที่ดิน) ไม่เกิน 200 ล้านบาท และมีการจ้างงานไม่เกิน 200 คน สามารถหักรายจ่ายทางภาษีเพิ่มได้อีก 1 เท่า ของรายจ่ายที่ได้จ่ายแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่อยู่ระหว่างศึกษาในแผนกหรือสาขาวิชาบัญชีที่ได้รับการรับรองจากสถาบันการศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการสำหรับค่าจ้างให้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับบัญชี</p>
<p>ทั้งนี้ เฉพาะการจ่ายในรอบบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2559 แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2561 และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/Ev4qIS">http://goo.gl/Ev4qIS </a></p>
<h5>ยกเลิกการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ของกิจการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์</h5>
<p>เดิมมีพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 239), (ฉบับที่ 240) พ.ศ. 2534 และพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2500 ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ให้แก่กิจการของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงินและสิทธิเรียกร้องที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์นั้น</p>
<p>ปัจจุบันพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 608) (ฉบับที่ 609) และ (ฉบับที่ 610) พ.ศ. 2559 กำหนดให้สิทธิในการได้รับยกเว้นดังกล่าวสิ้นสุดลง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/yWgMmH">http://goo.gl/yWgMmH </a> , <a href="http://goo.gl/HfwKsF">http://goo.gl/HfwKsF </a> และ <a href="http://goo.gl/z6U6g4">http://goo.gl/z6U6g4 </a></p>
<h5>สิทธิประโยชน์ทางภาษีกรณีนิติบุคคลจัดสัมมนาภายในประเทศ</h5>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 611) พ.ศ. 2559 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 267) กำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งจ่ายเงินไปเป็นค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง หรือรายจ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องในการอบรมสัมมนาภายในประเทศที่ได้จัดขึ้นให้แก่ลูกจ้าง หรือรายจ่ายที่ได้จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์เพื่อการอบรมสัมมนาดังกล่าว สามารถหักรายจ่ายทางภาษีเพิ่มได้อีก 1 เท่าของค่าใช้จ่ายนั้น</p>
<p>ทั้งนี้ ต้องเป็นการจ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/rnPYOa">http://goo.gl/rnPYOa </a> และ <a href="http://goo.gl/sQiIoO">http://goo.gl/sQiIoO </a></p>
<h5>ยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะให้กับสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ</h5>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 612) พ.ศ. 2559 แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 586) พ.ศ. 2558 โดยยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะให้แก่สำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดสำหรับรายรับจากการบริหารเงินให้แก่วิสาหกิจในเครือ</p>
<p>ทั้งนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2558 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/zk7cJK">http://goo.gl/zk7cJK </a> และ <a href="http://goo.gl/XSVzNm">http://goo.gl/XSVzNm </a></p>
<h5>กำหนดหลักเกณฑ์การเสียอากรกรณีเช่าอสังหาริมทรัพย์และการจ้างทำของ</h5>
<p>ตามที่ได้มีประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37) ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 54) กำหนดให้การเช่าอสังหาริมทรัพย์และการจ้างทำของระหว่างเอกชนซึ่งมีมูลค่าตามสัญญาตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์นั้น</p>
<p>กรมสรรพากรได้ออกคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.153/2559 กำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่สรรพากรในเรื่องดังกล่าว พร้อมยกตัวอย่างประกอบเพื่อให้มีความชัดเจนขึ้น</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/pAqJ9h">http://goo.gl/pAqJ9h </a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span></h4>
<h5>กระทรวงการคลัง เผยความคืบหน้าการชำระภาษีผ่านระบบ “อีเพย์เมนต์”</h5>
<p>รมว. คลัง เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์โครงการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National E-Payment) มีข้อสรุปว่า การจัดเก็บภาษีเงินได้โดยการยื่นภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ (อีเพย์เมนต์) จะเริ่มต้นให้ยื่นในเดือนตุลาคม 2559 โดยจะเริ่มใช้กับผู้ประกอบการขนาดใหญ่ สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กจะเริ่มใช้ในปี 2560</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/nkAbND">http://goo.gl/nkAbND </a></p>
<h5>ยกเว้นภาษีกรณีโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุตรและให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีบางกรณี</h5>
<p>ครม. มีมติอนุมัติในหลักการเกี่ยวกับการยกเว้นภาษีกรณีโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์จากบิดาให้กับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายแต่ไม่รวมบุตรบุญธรรม โดยได้รับยกเว้นคนละ 20 ล้านบาทต่อปีต่อคน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีกรณีบริจาคให้แก่กองทุนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และกรณีที่บริษัทต่างประเทศถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย</p>
<p>ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐบาลจะประกาศกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/H1wWd9">http://goo.gl/H1wWd9 </a></p>
<h5>ครม. ปรับปรุงเงื่อนไขการหักรายจ่ายการลงทุน</h5>
<p>ครม. มีมติอนุมัติให้มีการปรับปรุงเงื่อนไขการหักรายจ่ายเพื่อการลงทุนในทรัพย์สิน “ประเภทเครื่องจักรและอาคารถาวรขนาดใหญ่” ซึ่งเดิมทรัพย์สินดังกล่าวต้องได้มาและอยู่ในสภาพพร้อมใช้การได้ตามประสงค์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2559 เป็นไม่จำเป็นต้องได้ทรัพย์สินดังกล่าวมาและอยู่ในสภาพพร้อมใช้การได้ตามประสงค์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2559</p>
<p>ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐบาลจะประกาศกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/Jidh2i">http://goo.gl/Jidh2i </a></p>
<h5>ยื่นงบการเงินฉบับจริงต่อกรมพัฒน์ฯ แล้ว ยังต้องนำส่งงบฯ ทางอิเล็กทรอนิกส์อีกครั้ง</h5>
<p>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า นิติบุคคลที่ได้ยื่นงบการเงิน รอบปีบัญชี 2558 ด้วยตนเองหรือนำส่งทางไปรษณีย์แล้ว จะต้องยื่นงบการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Filing) อีกครั้งหนึ่ง<br />
ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2559 นี้</p>
<p>โปรดติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://goo.gl/7a9ydL">http://goo.gl/7a9ydL </a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></h4>
<h5>คำพิพากษาฎีกาที่   15345/2558</h5>
<p>ระหว่าง    บริษัท ม .                                     โจทก์</p>
<p>กับ          กรมสรรพากร                                จำเลย</p>
<p>เรื่อง        การคำนวณกำไรหรือขาดทุนของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน</p>
<p>โจทก์ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 ในระหว่างรอบระยะเวลาบัญชีวันที่ 1 ตุลาคม 2529 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2530 ถึงรอบระยะเวลาบัญชีวันที่ 1 เมษายน 2541 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2542 รวมทั้งสิ้น 44 โครงการ ซึ่งโจทก์ได้ยื่น ภ.ง.ด. 50 ( ยื่นปกติ ) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวและได้ชำระภาษีไว้แล้ว แต่โจทก์ยังมิได้ใช้สิทธิประโยชน์ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการลงทุนฯ เนื่องจากสิทธิประโยชน์ดังกล่าวมีความซับซ้อนและไม่ชัดเจน โดยรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุด วันที่ 31 มีนาคม 2542 โจทก์ได้แสดงรายการผลขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกิน 5 รอบระยะเวลาบัญชีจำนวน 1,038,804,177 บาท</p>
<p>ต่อมาเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 โจทก์ได้ยื่น ภ.ง.ด. 50 ( ยื่นเพิ่มเติม ) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าว ซึ่งโจทก์นำผลขาดทุนของโครงการที่ได้รับสิทธิประโยชน์ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการลงทุน<span style="text-decoration: underline;"><strong>รายโครงการ</strong></span>มาใช้คำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุด วันที่ 31 มีนาคม 2541 และสิ้นสุดลง วันที่ 31 มีนาคม 2542 โดยแสดงรายการผลขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกิน 5 รอบระยะเวลาบัญชีจำนวน 4,532,611,630 บาท</p>
<p>จำเลยประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบบัญชีสิ้นสุด วันที่ 31 มีนาคม 2541 และสิ้นสุด วันที่ 31 มีนาคม 2542 โดยให้นำรายได้และรายจ่ายทุกโครงการในรอบระยะเวลาบัญชีเดียวกันมาคำนวณรวมกัน จึงนำผลขาดทุนสุทธิยกไปหักได้ไม่เกิน 5 รอบระยะเวลาบัญชี ทั้งนี้ แม้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนและคณะกรรมการกฤษฎีกาจะเคยมีคำวินิจฉัยว่าให้หักผลขาดทุนเป็นรายโครงการ แต่ท้ายที่สุดแล้วได้มีการนำคดีนี้ขึ้นสู่ศาลและศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของจำเลย</p>
<p>ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โดยเห็นว่า พ.ร.บ. ส่งเสริมการลงทุนฯ และประกาศสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่ ป.13/2541 ไม่ได้กำหนดวิธีการคำนวณกำไรหรือขาดทุนเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลไว้ ดังนั้น บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนย่อมต้องอยู่ภายใต้บังคับของประมวลรัษฎากร การที่จำเลยนำมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร มาคำนวณผลกำไรหรือขาดทุนของโจทก์ โดยพิจารณาจากกิจการของโจทก์ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน<span style="text-decoration: underline;"><strong>ทุกโครงการ</strong></span>เพราะเป็นนิติบุคคลเดียวกัน จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว</p>
<h5>ความเห็นทางกฎหมายเพิ่มเติม</h5>
<p>จากคำพิพากษาศาลฎีกาข้างต้น นอกจากสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่โจทก์ได้รับภายใต้ พ.ร.บ. ดังกล่าวแล้ว โจทก์ยังได้รับสิทธิให้นำผลขาดทุนประจำปีของโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนที่เกิดขึ้นในระหว่างระยะเวลาที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนไปหักออกจากกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นภายหลังระยะเวลาที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยมีกำหนดไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 31 แห่ง พ.ร.บ. ส่งเสริมการลงทุนฯ</p>
<p>เมื่อครบกำหนดเวลาที่กิจการของโจทก์ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล โจทก์ได้นำผลขาดทุนจากกิจการแต่ละโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนมาคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุด วันที่ 31 มีนาคม 2541 และสิ้นสุด วันที่ 31 มีนาคม 2542 ซึ่งศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคลเดียวและประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน 44 โครงการ ต้องคำนวณผลกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิรวมกัน หากมีผลขาดทุนสุทธิเท่าใดจึงนำไปหักออกจากกำไรสุทธิในการคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ด้วยความเคารพต่อคำพิพากษาศาลฎีกา</p>
<p>ผู้เขียนมีความเห็นที่แตกต่างออกไป จึงขอเสนอความเห็นส่วนตัวด้วยเหตุผล ดังต่อไปนี้</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ประการแรก</strong></span> พ.ร.บ. ส่งเสริมการลงทุนฯ ให้สิทธิประโยชน์เฉพาะกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนเท่านั้น มิใช่ว่าเมื่อนิติบุคคลใดได้รับการส่งเสริมการลงทุนแล้ว จะได้รับสิทธิประโยชน์ครอบคลุมทุกกิจการ จึงแสดงให้เห็นว่า กฎหมายฉบับนี้มุ่งให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่โครงการนั้น ๆ มิใช่แก่ตัวนิติบุคคล ดังนั้น การที่ศาลกำหนดให้นิติบุคคลผู้ได้รับสิทธินำกำไรขาดทุนของทุกโครงการไปรวมคำนวณจึงน่าจะขัดแย้งกับวัตถุประสงค์หลักของ พ.ร.บ. ส่งเสริมการลงทุนฯ</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ประการที่สอง</strong></span> หากผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนต้องคำนวณกำไรสุทธิรวมทุกโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน การดำเนินการดังกล่าวย่อมก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันในการใช้สิทธิทางภาษีระหว่างผู้ลงทุนเพียงหนึ่งโครงการกับผู้ลงทุนหลายโครงการ กล่าวคือ ผู้ลงทุนเพียงโครงการเดียวจะได้รับสิทธิหักผลขาดทุนที่เกิดในระหว่างได้รับสิทธิอย่างเต็มที่ ในขณะที่ผู้ลงทุนหลายโครงการต้องนำผลขาดทุนและกำไรจากต่างโครงการมาหักลบกันก่อนจึงจะได้รับสิทธินำไปหักออกจากกำไรสุทธิในการคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ประการที่สาม</strong></span> การคำนวณกำไรขาดทุนจากผลรวมของทุกโครงการนั้น หากอายุของโครงการส่งเสริมการลงทุนที่ผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนได้รับนั้นมิได้ครบกำหนดพร้อมกันทุกโครงการ อาจเกิดปัญหาว่า จะคำนวณกำไรขาดทุนรวมทุกโครงการซึ่งบางโครงการหมดอายุลงแล้วอย่างไร</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ประการสุดท้าย</strong></span> นโยบายสำหรับการลงทุนดังกล่าว ให้สิทธิผู้เสียภาษีได้รับสิทธิประโยชน์หักผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนภายหลังเมื่อสิ้นระยะเวลาการส่งเสริมการลงทุน โดยมิได้มุ่งให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนแต่เพียงอย่างเดียว ยังมุ่งให้สิทธิประโยชน์แก่โครงการที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ในประเทศ เพื่อจูงใจผู้ลงทุนชาวต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นอันจะนำมาซึ่งการพัฒนาศักยภาพของประเทศชาติให้มีความก้าวหน้าในทางอุตสาหกรรม ดังนั้น เมื่อศาลมีคำพิพากษาในเชิงลงโทษผู้เสียภาษีให้สิ้นสิทธิที่ควรจะได้รับตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการลงทุนฯ แล้ว ก็อาจส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติตัดสินใจไม่ลงทุนในประเทศไทย หรือย้ายการลงทุนไปยังประเทศอื่น และอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงในอนาคต</p>
<p>นอกจากนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ออกมานั้น มีลักษณะเป็นการลดทอนความน่าเชื่อถือของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนและคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งเป็นหน่วยงานของภาครัฐ ที่มีคำวินิจฉัยให้สามารถหักผลขาดทุนเป็นรายโครงการได้ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ผู้ที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจะมีความมั่นใจได้อย่างไรว่า คำวินิจฉัยอื่น ๆ ของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนและคณะกรรมการกฤษฎีกาจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง สามารถยึดเป็นแนวปฏิบัติได้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนขอเสนอแนะว่า กรมสรรพากรและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ควรร่วมมือกันในการกำหนดหลักเกณฑ์หรือแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการคำนวณกำไรหรือขาดทุนของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรทั้งสองซึ่งเป็นหน่วยงานของภาครัฐ และสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุน</p>
<p style="text-align: center;">นายราชศักดิ์ กุลกัลยา<br />
ที่ปรึกษาภาษีอากร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใดๆเกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด 2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9753 Email:  <a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a>, <a href="mailto:sureelukt@dlo.co.th">sureelukt@dlo.co.th</a></p>
<div class="nl-box">
<div class="nl-box-services">
<p><strong><strong>    </strong>บริการกฎหมายภาษีอากร :</strong></p>
<p><strong>1. งานให้คำปรึกษาภาษี</strong></p>
<p><strong>2. งานขอคืนภาษี</strong></p>
<p><strong>3. งานวางแผนภาษี</strong></p>
<p><strong>4. งานตรวจสอบภาษี</strong></p>
<p><strong>5. งานกรอกแบบแสดงรายการภาษี</strong></p>
<p><strong>6. งานให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่</strong></p>
<p><strong>7. งานอุทธรณ์การประเมินภาษี</strong></p>
<p><strong>8. งานคดีภาษีอากร</strong></p>
<p><strong>    เป็นต้น</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact-title">
<p><strong>สอบถามบริการโปรดติดต่อ :</strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>กัมพล ทรัพย์ปรุง </strong></p>
<p><strong>+662 680-9724 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>พุทธิมา เกิดศิริ </strong></p>
<p><strong>+662 680-9751 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>สุรีย์ลักษณ์ ธนากิจไพศาล </strong></p>
<p><strong>+662 680-9753 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:sureelukt@dlo.co.th">sureelukt@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2653">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนมิถุนายน 2559</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2653/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>รายจ่ายที่เป็นค่าจ้างนักเรียนหรือนักศึกษาสาขาบัญชี นำมาหักรายจ่ายได้อีก 1 เท่า</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2626</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2626#respond</comments>
				<pubDate>Wed, 18 May 2016 21:05:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ราชศักดิ์ กุลกัลยา]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2626</guid>
				<description><![CDATA[<p>ราชศักดิ์ กุลกัลยา &#160;บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ผู้ประกอบการม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/2626">รายจ่ายที่เป็นค่าจ้างนักเรียนหรือนักศึกษาสาขาบัญชี นำมาหักรายจ่ายได้อีก 1 เท่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p><img class=" size-full wp-image-2625" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/05/news_13-8.png" alt="" width="550" height="287" style="display: block; margin-left: auto; margin-right: auto;" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/05/news_13-8.png 700w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/05/news_13-8-300x156.png 300w" sizes="(max-width: 550px) 100vw, 550px" /></p>
<p align="right">ราชศักดิ์ กุลกัลยา</p>
<p align="right">&nbsp;บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด</p>
<p><strong>&nbsp;</strong></p>
<p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีการจัดทำบัญชีให้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงได้ออกพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 607) พ.ศ. 2559 เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2559 และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจ้างนักเรียนหรือนักศึกษาซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในแผนกหรือสาขาบัญชีให้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับบัญชี โดยให้สิทธิผู้ประกอบการสามารถนำค่าจ้างที่จ่ายให้นักเรียนหรือนักศึกษาดังกล่าวนั้นมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้อีก 1 เท่า สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2559 แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/user/Desktop/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5%20%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%201%20%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2.doc#_edn1">[1]</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: left;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1. ผู้ประกอบการต้องเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย&nbsp;ดังนั้น กรณีบริษัทต่างประเทศที่เข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทย หรือสาขาของบริษัทต่างประเทศที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย จึงไม่สามารถรับสิทธิตามกฎหมายฉบับนี้ได้</p>
<p style="text-align: justify;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2. มีสินทรัพย์ถาวรมูลค่าไม่เกิน 200 ล้านบาท ทั้งนี้สินทรัพย์ถาวรดังกล่าวไม่รวมถึงที่ดิน</p>
<p style="text-align: justify;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 3. มีการจ้างแรงงานในการประกอบกิจการไม่เกิน 200 คน</p>
<p style="text-align: justify;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 4. ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/user/Desktop/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5%20%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%201%20%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2.doc#_edn2">[2]</a></p>
<p style="text-align: justify;">&nbsp;</p>
<p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับนักเรียนหรือนักศึกษาที่กำลังศึกษาในหลักสูตรบัญชีนั้น ต้องเป็นหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากสถาบันการศึกษาในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ วิทยาลัยชุมชน สถาบันราชภัฏ สถานศึกษาอาชีวศึกษา สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล เป็นต้น ทั้งนี้รวมถึงมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน เนื่องจากอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/user/Desktop/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5%20%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%201%20%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2.doc#_edn3">[3]</a> ซึ่งเป็นหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการ จึงถือว่ามหาวิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษาที่อยู่ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดต่อไป</p>
<p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ซึ่งโดยปกติแล้ว เมื่อผู้ประกอบการได้จ่ายค่าตอบแทนให้แก่นักเรียนหรือนักศึกษาแล้วแล้ว ค่าตอบแทนดังกล่าวเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการ ผู้ประกอบการมีสิทธินำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/user/Desktop/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5%20%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%201%20%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2.doc#_edn4">[4]</a> และเมื่อผู้ประกอบการปฏิบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขดังที่ได้กล่าวมาแล้ว กิจการนั้นย่อมสามารถได้รับสิทธินำค่าตอบแทนที่จ่ายไปนั้นมาเป็นรายจ่ายได้อีกเท่าหนึ่ง</p>
<p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong style="line-height: 1.618;">ตัวอย่าง &nbsp; กรณีบริษัทที่เข้าหลักเกณฑ์ที่กล่าวมาข้างต้น&nbsp;</strong>จ่ายค่าจ้างให้แก่พนักงานทั่วไปของบริษัท จำนวน 1,000,000 บาท&nbsp;และจ่ายค่าจ้างพนักงานที่เป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาปริญญาตรี สาขาบัญชีจำนวน 200,000 บาท&nbsp;</p>
<p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ค่าจ้างของพนักงานทั้งหมดรวม &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;1,200,000 บาท</p>
<p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;รายจ่ายที่หักเพิ่มได้อีกตาม พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 607 &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;200,000 &nbsp;บาท</p>
<p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>รวมรายจ่ายทั้งหมด &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;1</strong><strong>,400,000 บาท</strong></p>
<p style="text-align: justify;">&nbsp;</p>
<p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จากการออกพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ก็เพื่อสนับสนุนโครงการบัญชีเล่มเดียวที่ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการจัดทำบัญชีและงบการเงินให้สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของกิจการซึ่งรัฐบาลได้ออกกฎหมายดังกล่าวมาแล้วก่อนหน้านี้<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/user/Desktop/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5%20%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%201%20%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2.doc#_edn5">[5]</a> ผู้เขียนเห็นว่ามิใช่เฉพาะผู้ประกอบการเท่านั้นที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในการนำค่าจ้างมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้อีกเท่าหนึ่ง แต่ยังก่อให้เกิดการจ้างงานจากนักเรียนหรือนักศึกษาเป็นจำนวนมาก อีกทั้งบรรดานักเรียนหรือนักศึกษาที่ถูกจ้างงานย่อมได้รับประสบการณ์ในการทำงาน และฝึกทักษะด้านวิชาชีพบัญชี ไปพร้อมกัน และยังมีรายได้ระหว่างศึกษาอีกด้วย เมื่อนักเรียนหรือนักศึกษาเหล่านี้จบการศึกษาแล้ว ย่อมเป็นบุคลากรด้านวิชาชีพบัญชีที่มีคุณภาพ และเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานต่อไป</p>
<p style="text-align: justify;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>
<div><br clear="all"></p>
<hr align="left" size="1" width="33%">
<div style="text-align: justify;">
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/user/Desktop/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5%20%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%201%20%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2.doc#_ednref1">[1]</a>&nbsp; มาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 607)&nbsp; พ.ศ. 2559</p>
</div>
<div style="text-align: justify;">
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/user/Desktop/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5%20%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%201%20%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2.doc#_ednref2">[2]</a>&nbsp;ยังไม่มี หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ณ วันที่ 17&nbsp; พฤษภาคม 2559</p>
</div>
<div style="text-align: justify;">
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/user/Desktop/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5%20%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%201%20%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2.doc#_ednref3">[3]</a> มาตรา 16 แห่ง พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษา พ.ศ. 2546</p>
</div>
<div style="text-align: justify;">
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/user/Desktop/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5%20%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%201%20%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2.doc#_ednref4">[4]</a> มาตรา 65ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร</p>
</div>
<div style="text-align: justify;">
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/user/Desktop/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5%20%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%201%20%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2.doc#_ednref5">[5]</a> พระราชกำหนด&nbsp; ยกเว้นและสนับสนุนการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร พ.ศ.2558 และ&nbsp;</p>
<p>&nbsp; พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 595)&nbsp; พ.ศ.2558</p>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/2626">รายจ่ายที่เป็นค่าจ้างนักเรียนหรือนักศึกษาสาขาบัญชี นำมาหักรายจ่ายได้อีก 1 เท่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2626/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>สิทธิประโยชน์ทางภาษีของผู้ที่ซื้อบ้านหรืออาคารชุดก่อนสิ้นปี 2559</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2573</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2573#respond</comments>
				<pubDate>Wed, 17 Feb 2016 19:01:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ราชศักดิ์ กุลกัลยา]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2573</guid>
				<description><![CDATA[<p>สิทธิประโยชน์ทางภาษีของผู้ที่ซื้อบ้านหรืออาคารชุดก่อนสิ้นปี 2559 ราชศักดิ์ กุลกัลยา บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด                 ข่าวดีส [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/2573">สิทธิประโยชน์ทางภาษีของผู้ที่ซื้อบ้านหรืออาคารชุดก่อนสิ้นปี 2559</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong>สิทธิประโยชน์ทางภาษีของผู้ที่ซื้อบ้านหรืออาคารชุดก่อนสิ้นปี 2559</strong></p>
<p align="right"><strong>ราชศักดิ์ กุลกัลยา<br />
</strong>บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด</p>
<p>                ข่าวดีสำหรับคนที่ต้องการจะซื้อบ้านและห้องชุดในปีนี้ เนื่องจากท่านจะได้ประโยชน์ประหยัดภาษีของท่านเป็นของแถมด้วยเป็นระยะเวลาถึง 5 ปีติดต่อกัน โดยรัฐบาลได้มีนโยบายในการบรรเทาภาษีให้แก่ผู้ที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย รัฐมนตรีกระทรวงการคลังจึงออกกฎกระทรวงฉบับที่ 313 พ.ศ.2559ฯ โดยกำหนดให้ยกเว้นเงินได้ไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 ตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. จำนวนเงินได้ที่ท่านจะได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา<a title="" href="#_edn1"><strong>[1]</strong></a></strong></p>
<p>1.1 ท่านจะได้รับประโยชน์ในการประหยัดภาษีตามกฎกระทรวงฉบับนี้ ท่านต้องซื้อบ้านหรือห้องชุดมูลค่าไม่เกิน 3 ล้าน ไม่ว่าบ้านหรือห้องชุดที่ท่านซื้อมานั้น จะเป็นมือหนึ่งหรือมือสอง ทั้งนี้ต้องเป็นบ้านพร้อมที่ดิน หรือห้องชุดในอาคารชุดเท่านั้น ดังนั้นหากท่านซื้อที่ดินซึ่งไม่มีอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างเพื่ออยู่อาศัย ย่อมไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎกระทรวงฉบับนี้</p>
<p>1.2 จำนวนเงินได้ที่ท่านจะได้สิทธินำไปลดรายได้ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้นรวมตลอดทั้ง 5 ปี จะมีจำนวนเท่ากับ ร้อยละ 20 ของมูลค่าบ้านที่ท่านซื้อ หากท่านซื้อบ้านมูลค่า 3 ล้านบาท ท่านจะได้สิทธิลดรายได้ของท่านในการคำนวณภาษีเป็นจำนวน 6 แสนบาท</p>
<p>1.3 เงินจำนวน 6 แสนบาท ที่ท่านได้รับสิทธิตามที่ยกตัวอย่างมานั้นจะถูกนำมาเฉลี่ยเป็นจำนวนเท่าๆกัน เป็นเวลา 5 ปี ภาษีติดต่อกัน ดังนั้นแต่ละปีท่านจะได้สิทธินำไปลดรายได้ของท่านในการคำนวณภาษีจำนวน 120,000 บาท โดยนับตั้งแต่ปีที่จ่ายเงินซื้อบ้านหลังดังกล่าวเป็นต้นไป</p>
<p><strong>2. เงื่อนไขของผู้มีเงินได้</strong></p>
<p>2.1 ท่านต้องไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารพร้อมที่ดินหรือห้องชุดในอาคารชุดมาก่อน ดังนั้นหากท่านเคยมีบ้านหรือห้องชุดมาก่อน แม้ว่าจะได้จำหน่าย จ่าย โอนไปก่อนที่กฎกระทรวงนี้จะใช้บังคับ ท่านก็ไม่มีสิทธิที่จะได้รับประโยชน์ทางภาษีตามกฎหมายฉบับนี้ ทั้งนี้ไม่รวมถึงกรณีที่ท่านมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินเปล่า ไร่นา หรือ สวนผลไม้ ที่ไม่มีอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างเพื่ออยู่อาศัย</p>
<p>2.2 ท่านต้องจ่ายค่าซื้อบ้านหรือห้องชุดโดยต้องมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ในระหว่างวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559<a title="" href="#_edn2">[2]</a>  ดังนั้นหากท่านได้ชำระราคาค่าบ้านในช่วงเวลาดังกล่าว แต่กลับมีการโอนกรรมสิทธิ์หลังช่วงเวลานี้ ท่านจะเสียสิทธิไม่ได้รับประโยชน์ทางภาษีตามกฎกระทรวงฉบับนี้แต่อย่างใด</p>
<p>2.3 ท่านจะต้องมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในบ้านหรือห้องชุดที่ซื้อมาเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในบ้านหรือห้องชุดนั้น แต่ไม่รวมถึงกรณีผู้มีเงินได้ถึงแก่ความตายหรือกรณีที่อสังหาริมทรัพย์นั้นสิ้นสภาพไปทั้งหมด<a title="" href="#_edn3">[3]</a> ทั้งนี้การสิ้นสภาพไปทั้งหมดของอสังหาริมทรัพย์นั้นต้องเป็นกรณีที่เกิดจากเหตุสุดวิสัยเท่านั้น ย่อมไม่รวมถึงกรณีที่ท่านมีเจตนาทำลาย หรือทุบอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวทิ้ง</p>
<p><strong>ตัวอย่าง</strong></p>
<p>นายขาว ซื้อบ้านพร้อมที่ดินมูลค่า 3 ล้านบาท เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2559  เงินได้ของนายขาวจำนวน 6 แสนบาท (ร้อยละ 20 ของ 3 ล้านบาท) ถือว่าเป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ทั้งนี้นายขาวจะได้รับสิทธิไม่ต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้ปีละ 120,000 บาท (เฉลี่ย 5 ปีภาษี จาก 6 แสนบาท ) เป็นเวลา 5 ปี ติดต่อกัน ถ้าในปีภาษี 2559 นายขาวมีเงินได้พึงประเมินที่ต้องนำไปคำนวณภาษีเงินได้ จำนวน 1 ล้านบาท นายขาวจะได้รับสิทธิยกเว้นเงินได้ 120,000 บาท เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษี ดังนั้น นายขาวจะมีเงินได้พึงประเมินที่ต้องนำไปคำนวณภาษีเหลือเพียง 880,000 บาท</p>
<p>ท้ายที่สุดนี้ นอกจากท่านได้จะได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎกระทรวงฉบับนี้แล้ว หากท่านได้ซื้อบ้านหรือห้องชุด ภายในวันที่ 28 เมษายน 2559 ท่านยังได้สิทธิลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนการโอน จากค่าธรรมเนียมปรกติ 2% เหลือเพียง 0.01% ของราคาประเมินอสังหาริมทรัพย์เป็นของแถมอีกด้วย<a title="" href="#_edn4">[4]</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<div>
<hr align="left" size="1" width="33%" />
<div>
<p><a title="" href="#_ednref1">[1]</a> ข้อ 1. ของ กฎกระทรวง ฉบับที่ 313 (พ.ศ. 2559) ฯ</p>
</div>
<div>
<p><a title="" href="#_ednref2">[2]</a> ข้อ 2. ของ กฎกระทรวง ฉบับที่ 313 (พ.ศ. 2559) ฯ</p>
</div>
<div>
<p><a title="" href="#_ednref3">[3]</a> ข้อ 3. ของ กฎกระทรวง ฉบับที่ 313 (พ.ศ. 2559) ฯ</p>
</div>
<div>
<p><a title="" href="#_ednref4">[4]</a> หนังสือกรมที่ดินที่ มท.0505.4/ว26244 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2558</p>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/2573">สิทธิประโยชน์ทางภาษีของผู้ที่ซื้อบ้านหรืออาคารชุดก่อนสิ้นปี 2559</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2573/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
	</channel>
</rss>
