<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ผกามาศ สงวนราษฎร์ &#8211; สำนักกฎหมายธรรมนิติ</title>
	<atom:link href="https://www.dlo.co.th/author/pakamass/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.dlo.co.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 14 Nov 2019 07:12:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.3.5</generator>
	<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนกุมภาพันธ์ 2560</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2715</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2715#respond</comments>
				<pubDate>Wed, 08 Feb 2017 20:58:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ผกามาศ สงวนราษฎร์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2715</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’S Tax Newsletter &#160; ฉบับที่ 74 เดือนกุมภาพันธ์ 2560 &#160; กฎหมายใหม่ล่าสุด 1. สิทธิประโยชน์ทางภาษ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2715">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนกุมภาพันธ์ 2560</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center;"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></h3>
<h3 style="text-align: center;"><strong>DLO’S Tax Newsletter</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: right;"><strong>ฉบับที่ </strong><strong>74 เดือนกุมภาพันธ์ 2560</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></strong></h5>
<p>1. สิทธิประโยชน์ทางภาษีกรณีนิติบุคคลในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจ่ายเงินเพื่อการลงทุน</p>
<p>2. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่ SME ที่ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ</p>
<p>3. ยกเว้นเงินได้จากเงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่ได้รับเนื่องจากการขายหน่วยลงทุนคืนให้แก่กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span></strong></h5>
<p>1. สรรพากรไม่บังคับทำพร้อมเพย์ ยังจ่ายเช็คคืนภาษีตามปกติ</p>
<p>2. สรรพากรชี้แจงมาตรการภาษียกเว้นเงินได้สำหรับการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้</p>
<p>3. สรรพากรชี้แจงมาตรการหักลดหย่อนภาษีในกรณีค่าซ่อมบ้านและรถยนต์ที่เสียหายจากน้ำท่วม</p>
<p>4. สรรพากรชี้แจงขยายเวลามาตรการภาษีเพื่อการลงทุน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></strong></h5>
<p><strong>                คำพิพากษาฎีกาที่ 4862/2559</strong></p>
<p>ระหว่าง                    ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.                                             โจทก์</p>
<p>กับ                          กรมสรรพากร                                                      จำเลย</p>
<p>เรื่อง                       การออกใบกำกับภาษีเนื่องจากการโอนสินค้าจากสำนักงานใหญ่ให้แก่สาขา</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></strong></h4>
<h5>1. สิทธิประโยชน์ทางภาษีกรณีนิติบุคคลในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจ่ายเงินเพื่อการลงทุน</h5>
<p class="NoSpacing">                พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 626) พ.ศ.2560 ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้เท่ากับรายจ่ายที่ได้จ่ายเพื่อการลงทุนหรือต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ (จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา) แต่ต้องไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม เป็นจำนวน 100% (1 เท่า) ของรายจ่ายนั้นโดยต้องเป็นรายจ่ายที่จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2559 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563</p>
<p>                ทั้งนี้ ลักษณะทรัพย์สิน หลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่จะได้รับยกเว้นต้องเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ และที่อธิบดีประกาศกำหนด</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก  <a href="https://goo.gl/9oiuHZ">https://goo.gl/9oiuHZ</a></p>
<h5>2. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่ SME ที่ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ</h5>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 627) พ.ศ.2560 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่นิติบุคคลที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ (จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา) เท่านั้นเป็นระยะเวลา 5 รอบระยะเวลาบัญชี โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้</p>
<p>1)   ต้องจดทะเบียนตั้งนิติบุคคล ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทและมีรายได้จากการขายสินค้าและให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท</p>
<p>2)   มีรายได้จากกิจการที่ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมายหรือเกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของรายได้ทั้งหมดในรอบระยะเวลาบัญชี</p>
<p>3)   ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร</p>
<p>4)   ไม่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก  <a href="https://goo.gl/zAJrQ9">https://goo.gl/zAJrQ9</a> และ <a href="https://goo.gl/GNJ2kf">https://goo.gl/GNJ2kf</a></p>
<h5>3. ยกเว้นเงินได้จากเงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่ได้รับเนื่องจากการขายหน่วยลงทุนคืนให้แก่กองทุนรวม เพื่อการเลี้ยงชีพ</h5>
<p>กฎกระทรวงฉบับที่ 324 (พ.ศ.2560) แก้ไขเพิ่มเติมการยกเว้นเงินได้ในข้อ 2 (92) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ.2509) เพื่อกำหนดให้ยกเว้นเงินได้จากเงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่บุคคลธรรมดาได้รับเนื่องจากการขายหน่วยลงทุนคืนให้แก่กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2559 เป็นต้นไป โดยหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องเป็นหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพที่ได้จากการโอน หรือเกี่ยวเนื่องจากการโอนมาจากกองทุนสํารองเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ เฉพาะกรณีที่ผู้มีเงินได้ขายหน่วยลงทุนนั้นเมื่อมีอายุไม่ต่ำกว่าห้าสิบห้าปีบริบูรณ์และมีระยะเวลาการเป็น สมาชิกกองทุนสํารองเลี้ยงชีพกับระยะเวลาถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี หรือทุพพลภาพหรือตาย</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/lQe1jC">https://goo.gl/lQe1jC</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span></strong></h4>
<h5>1. สรรพากรไม่บังคับทำพร้อมเพย์ ยังจ่ายเช็คคืนภาษีตามปกติ</h5>
<p>สรรพากรชี้แจงไม่บังคับให้ประชาชนสมัครพร้อมเพย์เพื่อรับเงินภาษีคืน แต่เพื่อให้ได้รับเงินภาษีคืนอย่างรวดเร็ว สรรพากรจะโอนเงินภาษีคืนผ่านระบบพร้อมเพย์ก่อน หลังจากนั้นจึงจะจ่ายเป็นเช็คคืนภาษีให้แก่ประชาชนที่ไม่ได้สมัครพร้อมเพย์</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/9sALpa">https://goo.gl/9sALpa</a></p>
<h5>2. สรรพากรชี้แจงมาตรการภาษียกเว้นเงินได้สำหรับการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้</h5>
<p>ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมทางภาคใต้ โดยให้สิทธิผู้บริจาคสามารถนำเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินที่ได้บริจาคในระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2560 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2560 มาหักเป็นค่าลดหย่อนหรือหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีได้ 1.5 เท่า<strong> </strong>โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเบื้องต้น ดังต่อไปนี้</p>
<p>1) บุคคลธรรมดา ต้องบริจาคเป็นเงินเท่านั้น</p>
<p>2) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล บริจาคเป็นเงินหรือทรัพย์สินก็ได้</p>
<p>3) ต้องมีหลักฐานการรับบริจาคในระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2560 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2560 โดยระบุว่าเป็นโครงการหรือการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ และอาจระบุช่วงเวลาที่เกิดอุทกภัย หรือหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารในช่วงเวลาดังกล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ โปรดติดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/YzDokb" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://goo.gl/YzDokb</a></p>
<h5>3. สรรพากรชี้แจงมาตรการหักลดหย่อนภาษีในกรณีค่าซ่อมบ้านและรถยนต์ที่เสียหายจากน้ำท่วม</h5>
<p>ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้ในระหว่างวันที่ 1   ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 โดยให้สิทธิผู้มีเงินได้ที่เป็นบุคคลธรรมดาสามารถหักลดหย่อนภาษีค่าซ่อมบ้านตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท และค่าซ่อมรถยนต์ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาทตามที่กรมสรรพากรได้ออกหนังสือแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดดังกล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ โปรดติดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก  <a href="https://goo.gl/VSRTxQ">https://goo.gl/VSRTxQ</a> และ <a href="https://goo.gl/mA98tN">https://goo.gl/mA98tN</a></p>
<h5>4. สรรพากรชี้แจงขยายเวลามาตรการภาษีเพื่อการลงทุน</h5>
<p>ตามที่พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ.2559 กำหนดให้หักรายจ่ายที่ได้จ่ายเพื่อการลงทุน ต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการ แต่ต้องไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมได้เพิ่มอีก 1 เท่า (รวมเป็น 2 เท่า) ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559 นั้น</p>
<p>ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติขยายเวลามาตรการภาษีดังกล่าวออกไปอีก 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม &#8211; 31 ธันวาคม 2560 โดยปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขบางส่วน เช่น สิทธิในการหักรายจ่ายจากเดิมหักได้ 1 เท่า (รวมเป็น 2 เท่า) เหลือ 0.5 เท่า (รวมเป็น 1.5 เท่า) เท่านั้น</p>
<p>ทั้งนี้ โปรดติดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/A1JYu5">https://goo.gl/A1JYu5</a> และ <a href="https://goo.gl/Vko6P7">https://goo.gl/Vko6P7</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong><span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></strong></h4>
<p><strong>                คำพิพากษาฎีกาที่ 4862/2559</strong></p>
<p>ระหว่าง                    ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.                                             โจทก์</p>
<p>กับ                          กรมสรรพากร                                                      จำเลย</p>
<p>เรื่อง                       การออกใบกำกับภาษีเนื่องจากการโอนสินค้าจากสำนักงานใหญ่ให้แก่สาขา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โจทก์เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มีสถานประกอบการสองแห่ง คือ สำนักงานใหญ่ และสาขา เมื่อโจทก์โอนน้ำมันจากสำนักงานใหญ่ไปยังสาขา สำนักงานใหญ่ออกใบกำกับภาษีขายให้แก่สาขา โดยยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม และสาขานำใบกำกับภาษีที่ได้รับไปถือเป็นภาษีซื้อในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย</p>
<p>ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 82/3 ประกอบมาตรา 77/1 (5) (17) และ (18) กำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มโดยการคำนวณภาษีซื้อหักภาษีขายตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร ต้องมีสถานะเป็นบุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล หรือนิติบุคคลตามมาตรา 77/1 (1) ซึ่งภาษีซื้อและภาษีขายต้องเกิดจากการขายระหว่างผู้ประกอบการกับบุคคลอื่นตามมาตรา 77/1 (17) และ (18) เมื่อสำนักงานใหญ่และสาขาต่างมีฐานะเป็นบุคคลเดียวกัน การโอนน้ำมันจากสำนักงานใหญ่ไปยังสาขาจึงเป็นเพียงการจัดการภายในของโจทก์เอง ไม่ถือเป็นการขายตามมาตรา 77/1 (8) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>ดังนั้น เมื่อสำนักงานใหญ่ออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิออกตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร และสาขานำใบกำกับภาษีไปถือเป็นภาษีซื้อในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร จึงถือเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (5) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong><span style="text-decoration: underline;">ความเห็นทางกฎหมายเพิ่มเติม</span></strong></h5>
<p>จากคำพิพากษาฎีกาข้างต้น เป็นปัญหาเกี่ยวกับการออกใบกำกับภาษีโดยผู้ไม่มีสิทธิออก ซึ่งมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร ห้ามมิให้นำภาษีซื้อซึ่งออกโดยผู้ไม่มีสิทธิออกมาใช้ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้เขียนเห็นพ้องกับศาลฎีกาในกรณีที่มีการโอนสินค้าจากสำนักงานใหญ่ให้แก่สาขา ถือว่าเป็นเพียงการจัดการภายในของนิติบุคคล สำนักงานใหญ่จึงไม่มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีให้แก่สาขา เพราะถือเป็นเป็นนิติบุคคลเดียวกันตามประมวลรัษฎากร นอกจากนี้หากให้มีการออกใบกำกับภาษีระหว่างสำนักงานใหญ่และสาขาได้ ก็อาจจะเกิดกรณีโยกย้ายภาษีซื้อและภาษีขาย เพื่อให้แต่ละสถานประกอบการเสียภาษีลดลงหรือมากขึ้นตามแต่ใจของผู้ประกอบการ ทั้งที่เป็นกิจการเดียวกัน เมื่อสำนักงานใหญ่เป็นผู้ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร และสาขานำใบกำกับดังกล่าวไปใช้เป็นภาษีซื้อในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงถือเป็นการแจ้งยอดภาษีซื้อไว้เกิน ทำให้สาขาต้องรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามมาตรา 86/13 ประกอบมาตรา 88/1 แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>ดังนั้น ผู้เขียนจึงเห็นว่าในการออกใบกำกับภาษี ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะต้องปฏิบัติตามประมวลรัษฎากร นอกจากนี้ กรมสรรพากรยังมีแนวทางปฏิบัติในการออกใบกำกับภาษีตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.86/2542 เพื่อจะสามารถนำใบกำกับภาษีที่ได้รับไปถือเป็นภาษีซื้อในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ และทำให้ผู้ประกอบการลดความเสี่ยงที่จะต้องถูกประเมินภาษีพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;">ผกามาศ สงวนราษฎร์</p>
<p align="center">
<p>                หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด 2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9760 Email: <a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a>, <a href="mailto:sureelukt@dlo.co.th">chatwaleem@dlo.co.th</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="nl-box">
<div class="nl-box-services">
<p><strong><strong>    </strong><span style="text-decoration: underline;" data-mce-mark="1">บริการกฎหมายภาษีอากร</span> :</strong></p>
<p><strong>1. งานให้คำปรึกษาภาษี</strong></p>
<p><strong>2. งานขอคืนภาษี</strong></p>
<p><strong>3. งานวางแผนภาษี</strong></p>
<p><strong>4. งานตรวจสอบภาษี</strong></p>
<p><strong>5. งานกรอกแบบแสดงรายการภาษี</strong></p>
<p><strong>6. งานให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่</strong></p>
<p><strong>7. งานอุทธรณ์การประเมินภาษี</strong></p>
<p><strong>8. งานคดีภาษีอากร</strong></p>
<p><strong>    เป็นต้น</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact-title">
<p><strong>สอบถามบริการโปรดติดต่อ :</strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>กัมพล ทรัพย์ปรุง </strong></p>
<p><strong>+662 680-9724 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>พุทธิมา เกิดศิริ </strong></p>
<p><strong>+662 680-9751 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a></strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>ชัชวลี ไมตรี</strong></p>
<p><strong>+662 680-9760 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:chatwaleem@dlo.co.th">chatwaleem@dlo.co.th</a></strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>สุนทรี จุงเลียก </strong></p>
<p><strong>+662 680-9753 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:soontreej@dlo.co.th">soontreej@dlo.co.th</a></strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>ราชศักดิ์ กุลกัลยา </strong></p>
<p><strong>+662 680-9708 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:ratchasakk@dlo.co.th">ratchasakk@dlo.co.th</a></strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>ชัยศิริ ลิ่วสัมฤทธิ์ </strong></p>
<p><strong>+662 680-9708 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:chaisiril@dlo.co.th">chaisiril@dlo.co.th</a></strong></p>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2715">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนกุมภาพันธ์ 2560</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2715/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนพฤศจิกายน 2559</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2702</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2702#respond</comments>
				<pubDate>Mon, 07 Nov 2016 18:55:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ผกามาศ สงวนราษฎร์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2702</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’S Tax Newsletter &#160; ฉบับที่ 71 เดือนพฤศจิกายน 2559            น้ำตาชนร่ำไห้ หลั่งทั่วแผ่นดิน น้อมส [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2702">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนพฤศจิกายน 2559</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center;"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></h3>
<h3 style="text-align: center;"><strong>DLO’S Tax Newsletter</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p align="right"><strong>ฉบับที่ </strong><strong>71 เดือนพฤศจิกายน 2559</strong></p>
<p style="text-align: left;" align="right"><strong><span style="text-decoration: underline;"> </span></strong></p>
<table style="width: 325px; margin: 0px auto; height: 106px;">
<tbody style="border: none;">
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">         น้ำตาชนร่ำไห้</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">หลั่งทั่วแผ่นดิน</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">น้อมส่งองค์ภูมินทร์</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">สู่ฟ้า</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">สิ้นแล้วมิ่งอมรินทร์</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">ธ ท่านปกไทย</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">สูรย์ไม่สาดส่องหล้า</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 50%;">ดั่งฟ้าลาดิน</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><em> พุทธิมา เกิดศิริ : ผู้ประพันธ์</em></p>
<p style="text-align: left;" align="center"><strong><span style="text-decoration: underline;" data-mce-mark="1"> </span></strong></p>
<h5><span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></h5>
<p>1.    หลักเกณฑ์ และเงื่อนไข ค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม</p>
<p>2.    ขยายเวลาจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7 ต่อไปอีก 1 ปี</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"> </span></strong></p>
<h5><span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span></h5>
<p>1.    ครม.ไฟเขียวคลังแก้กฎหมายภาษีเงินได้ขายอสังหาริมทรัพย์</p>
<p>2.    คลังวางแผนเก็บภาษีเพิ่มจากเจ้าของที่ดิน หลังราคาพุ่งจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ</p>
<p>3.    คลังมั่นใจ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ บังคับใช้ปี 60</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"> </span></strong></p>
<h5><span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></h5>
<p><strong>คำพิพากษาฎีกาที่ 2050/2559</strong></p>
<table>
<tbody style="border: none;">
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 20%;">ระหว่าง</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">บริษัท อ.</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">โจทก์</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 20%;">กับ</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">กรมสรรพากร</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">จำเลย</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 20%;">เรื่อง</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 80%;" colspan="2">ค่าลิขสิทธิ์อันเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (3)</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></h4>
<h5>1. ค่าตอบแทนจากการให้บริการผลิตรถยนต์ต้นแบบฯ ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม</h5>
<p>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 210) ได้เพิ่มเติมข้อความในข้อ 2 (22) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 40 โดยกำหนดให้ค่าตอบแทนที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับจากการให้บริการผลิตรถยนต์ต้นแบบ หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบที่ใช้เพื่อการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ ที่ได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิตนั้น ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>หากผู้ประกอบการประสงค์จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีดังกล่าว ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือรับรองการยกเว้นภาษีสรรพสามิตและการอนุมัติให้เป็นผู้วิจัยพัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะยานยนต์จากกรมสรรพสามิตมาแสดง</p>
<p>ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/xVDScu">https://goo.gl/xVDScu</a></p>
<h5>2. ขยายเวลาจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7 ต่อไปอีก 1 ปี</h5>
<p>เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ออกคำสั่งที่ 65/2559 กำหนดขยายเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยจัดเก็บในอัตราร้อยละ 6.3 ซึ่งเมื่อรวมกับภาษีท้องถิ่นแล้วรวมเป็นอัตราร้อยละ 7 ในระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2559 ถึง 30 กันยายน 2560</p>
<p>ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/NJoUaW">https://goo.gl/NJoUaW</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span></h4>
<h5>1. ครม.เห็นชอบให้คลังแก้กฎหมายภาษีเงินได้ขายอสังหาริมทรัพย์</h5>
<p>เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2559 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่&#8230;) พ.ศ. &#8230; เกี่ยวกับฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ โดยกำหนดให้ใช้ราคาที่ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ตามความเป็นจริง หรือราคาประเมินของเจ้าพนักงานที่ดินแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า เป็นฐานในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการโอนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเดิมใช้ราคาประเมินพียงเป็นฐานในการคำนวณภาษีเงินได้ดังกล่าว</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/oHiLm7">https://goo.gl/oHiLm7</a></p>
<h5>2. คลังวางแผนเก็บภาษีเพิ่มจากเจ้าของที่ดิน หลังราคาพุ่งจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ</h5>
<p>ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยว่ากระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางการจัดเก็บภาษีจากรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นจากส่วนต่างของราคาที่ดินที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล ทั้งการลงทุนถนน มอเตอร์เวย์ ท่าเรือ สนามบิน หรือรถไฟต่างๆรวมไปถึงโครงการลงทุนผ่านงบประมาณของรัฐวิสาหกิจ</p>
<p>ทั้งนี้ ในเบื้องต้นจะจัดเก็บภาษีเจ้าของที่ดินซึ่งมีที่ดินสอดรับกับแผนการลงทุนของรัฐบาลมีการนำที่ดินมาหาผลประโยชน์ ทำให้ราคาที่ดินดังกล่าวมีการปรับตัวสูงขึ้น โดยกระทรวงการคลังก็จะเข้าไปพิจารณาจัดเก็บภาษีจากส่วนต่างราคาที่ดินที่ปรับเพิ่มขึ้นดังกล่าว</p>
<p>นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการจัดเก็บภาษีที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนขึ้นในปี 2560</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/M8jW81">https://goo.gl/M8jW81</a></p>
<h5>3. คลังมั่นใจ พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ บังคับใช้ปี 60</h5>
<p>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลังกล่าวในงานสัมมนา &#8220;ข้อควรรู้เกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่&#8221; จัดโดยคณะกรรมการกฎหมายภาษีและกฎระเบียบ หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยว่า ร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้ผ่านการตีความจากคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว และมีการตั้งข้อสังเกตอยู่ 2-3 เรื่องที่จะต้องนำมาปรับปรุง ก่อนจะเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาในเร็วๆ นี้ จากนั้นจะมีการเสนอรัฐบาลเห็นชอบในส่วนของอัตราการจัดเก็บจริง ซึ่งคาดว่าจะสามารถมีผลบังคับใช้ได้ภายในปี 2560 พร้อมยืนยันว่าการจัดเก็บภาษีดังกล่าว จะไม่ส่งผลกระทบกับประชาชนผู้มีรายได้น้อยและมีบ้านหลังแรกอย่างแน่นอน โดยการจัดเก็บภาษีหลักๆ จะอยู่ในกลุ่มที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมเป็นหลัก</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://goo.gl/7jGdWS">https://goo.gl/7jGdWS</a></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"> </span></strong></p>
<h4><span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></h4>
<p><strong>คำพิพากษาฎีกาที่ 2050/2559</strong></p>
<table>
<tbody style="border: none;">
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 20%;">ระหว่าง</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">บริษัท อ.</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">โจทก์</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 20%;">กับ</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">กรมสรรพากร</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 40%;">จำเลย</td>
</tr>
<tr>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 20%;">เรื่อง</td>
<td style="border: none; padding: 0.5em 0; vertical-align: top; width: 80%;" colspan="2">ค่าลิขสิทธิ์อันเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (3)</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p>โจทก์นำสินค้าพิพาทเข้ามาในราชอาณาจักร โดยแยกรายการชิ้นส่วนของระบบตู้สาขาโทรศัพท์อัตโนมัติในใบขนสินค้าขาเข้าด้วยการแยกรายการแผ่นบันทึกข้อมูล FD (Software) และราคาออกจากอุปกรณ์อื่น แต่เนื่องจากแผ่นบันทึกข้อมูลดังกล่าวเป็นระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์พื้นฐาน ซึ่งเป็นโปรแกรมที่จำเป็นในการทำงานของเครื่องและใช้ได้กับเครื่องที่ระบุไว้เท่านั้น จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องควบคุมของระบบตู้สาขาโทรศัพท์อัตโนมัติ เพราะหากไม่มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์พื้นฐานดังกล่าว ระบบตู้สาขาโทรศัพท์อัตโนมัติก็ไม่สามารถทำงานได้ และข้อเท็จจริงยังฟังได้อีกว่า การนำเข้าสินค้าพิพาทไม่ใช่การซื้อแบบแยกชิ้นเฉพาะส่วนที่เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งมีลักษณะเป็นสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ แต่เป็นการซื้อสินค้าชนิดที่ต้องประกอบไปด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์พื้นฐาน ซึ่งจำเป็นเฉพาะสินค้าชิ้นนั้น เพื่อสามารถใช้งานได้ในลักษณะที่ไม่สามารถแยกจากส่วนประกอบอื่นได้</p>
<p>กรณีของโจทก์จึงไม่อาจฟังได้ว่า โจทก์นำเข้าระบบตู้สาขาโทรศัพท์อัตโนมัติจากผู้ผลิตในต่างประเทศ โดยแยกราคาโปรแกรมคอมพิวเตอร์พื้นฐานออกจากโครงสร้างหลักให้แก่ผู้ขายในต่างประเทศ ที่จะถือเป็นค่าลิขสิทธิ์อันเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (3) โจทก์จึงไม่มีหน้าที่หักภาษี ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 70 และไม่ถือว่าเป็นการให้บริการที่ทำในต่างประเทศและมีการใช้บริการในราชอาณาจักร อันจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6 แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<h5><span style="text-decoration: underline;">ความเห็นทางกฎหมายเพิ่มเติม</span></h5>
<p>จากประเด็นข้างต้น กรมสรรพากรได้เคยวินิจฉัยตามหนังสือตอบข้อหารือกรมสรรพากรที่ กค 0706/1347 ว่าการซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ติดมากับเครื่องจักรอุปกรณ์ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่จะควบคุมเครื่องจักรอุปกรณ์ให้ทำงานได้ หากมีการเรียกเก็บราคาค่าเครื่องจักรอุปกรณ์แยกต่างหากจากค่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ผู้จ่ายเงินต้องหักภาษีสำหรับการจ่ายค่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์เนื่องจากเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ส่วนค่าเครื่องจักรและอุปกรณ์ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่อย่างใด</p>
<p>ผู้เขียนเห็นพ้องกับศาลฎีกาในประเด็นที่ว่าในกรณีที่มีการซื้อเครื่องจักรอุปกรณ์พร้อมโปรแกรมคอมพิวเตอร์โดยมีลักษณะการใช้งานอย่างสินค้าสำเร็จรูป (Complete Set) ทำนองเดียวกับการซื้อเครื่องจักรที่ใช้ในโรงงานโดยทั่วไป และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังกล่าวเป็นโปรแกรมพื้นฐานที่ควบคุมให้เครื่องจักรอุปกรณ์หลักใช้งานได้ โดยไม่สามารถนำไปใช้กับเครื่องจักรอุปกรณ์อื่นได้ ถือว่าโปรแกรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องจักรอุปกรณ์ แม้จะมีการแยกราคาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ออกจากราคาเครื่องจักรอุปกรณ์ ก็ไม่ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (3) อันอยู่ในบังคับต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร และเมื่อการซื้อเครื่องจักรอุปกรณ์พร้อมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังกล่าวมีลักษณะเช่นเดียวกับการซื้อสินค้าทั่วไป จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการให้บริการที่ทำในต่างประเทศและมีการใช้บริการในราชอาณาจักร อันจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6 แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>ดังนั้น กรมสรรพากรจึงควรกำหนดทางปฏิบัติในการแนะนำเจ้าหน้าที่ในการพิจารณาว่าโปรแกรมพื้นฐานของเครื่องจักรอุปกรณ์ ไม่ถือเป็นค่าแห่งลิขสิทธิ์อันเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (3) เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าว</p>
<p style="text-align: center;"> นางสาวผกามาศ สงวนราษฎร์</p>
<p><span style="text-decoration: line-through;"> </span></p>
<p>หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด 2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9760 Email: <a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a>, <a href="mailto:chatwaleem@dlo.co.th">chatwaleem@dlo.co.th</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="nl-box">
<div class="nl-box-services">
<p><strong><strong>    </strong><span style="text-decoration: underline;">บริการกฎหมายภาษีอากร</span> :</strong></p>
<p><strong>1. งานให้คำปรึกษาภาษี</strong></p>
<p><strong>2. งานขอคืนภาษี</strong></p>
<p><strong>3. งานวางแผนภาษี</strong></p>
<p><strong>4. งานตรวจสอบภาษี</strong></p>
<p><strong>5. งานกรอกแบบแสดงรายการภาษี</strong></p>
<p><strong>6. งานให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่</strong></p>
<p><strong>7. งานอุทธรณ์การประเมินภาษี</strong></p>
<p><strong>8. งานคดีภาษีอากร</strong></p>
<p><strong>    เป็นต้น</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact-title">
<p><strong>สอบถามบริการโปรดติดต่อ :</strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>กัมพล ทรัพย์ปรุง </strong></p>
<p><strong>+662 680-9724 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>พุทธิมา เกิดศิริ </strong></p>
<p><strong>+662 680-9751 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>ชัชวลี ไมตรี </strong></p>
<p><strong>+662 680-9760 </strong></p>
<p><strong><a href="mailto:chatwaleem@dlo.co.th">chatwaleem@dlo.co.th</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2702">จดหมายข่าวภาษีอากรสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนพฤศจิกายน 2559</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2702/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>ค่าใช้จ่าย R&#038;D หักทางภาษีได้ 3 เท่า!!!</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2587</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2587#respond</comments>
				<pubDate>Tue, 01 Mar 2016 04:06:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ผกามาศ สงวนราษฎร์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2587</guid>
				<description><![CDATA[<p>&#160; &#160; ผกามาศ สงวนราษฎร์ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160;สืบเนื่องจากร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/2587">ค่าใช้จ่าย R&#038;D หักทางภาษีได้ 3 เท่า!!!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p align="center">&nbsp;</p>
<p align="right"><img class=" size-full wp-image-2583" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/03/24130.jpg" alt="" width="899" height="469" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/03/24130.jpg 700w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/03/24130-300x156.jpg 300w" sizes="(max-width: 899px) 100vw, 899px" />&nbsp;</p>
<p align="right"><span style="color: #000080;"><strong>ผกามาศ สงวนราษฎร์</strong></span></p>
<p align="right"><span style="color: #000080;"><strong>บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด</strong></span></p>
<p align="right">&nbsp;</p>
<p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สืบเนื่องจากรัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริมและจูงใจให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนจัดให้มีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน จากเดิมกำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลโดยให้ลงเป็นรายจ่ายได้เป็น 2 เท่า<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20R&amp;amp;D%20%E0%B8%9D%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20(1).doc#_ftn1">[1]</a> สำหรับรายจ่ายในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นการวิจัยอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานและการวิจัยเชิงประยุกต์<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20R&amp;amp;D%20%E0%B8%9D%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20(1).doc#_ftn2">[2]</a> ที่จ่ายให้แก่หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20R&amp;amp;D%20%E0%B8%9D%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20(1).doc#_ftn3">[3]</a> แต่ปัจจุบันพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 598) พ.ศ. 2559 ได้ออกมายกเลิกกฎหมายดังกล่าวและกำหนดให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบการภาคเอกชนเพิ่มขึ้นโดยสามารถลงเป็นรายจ่ายได้เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 3 เท่าของรายจ่ายจริง โดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี้</p>
<p style="text-align: justify;">1. ผู้ประกอบการที่จะใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นี้ ต้องเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร มาตรา 39 และจะต้องไม่นำรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมนี้ ไปใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน</p>
<p style="text-align: justify;">2. ผู้ประกอบการจะได้ยกเว้นภาษี เฉพาะเงินได้ส่วนที่จ่ายไปเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้แก่หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่อธิบดีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา เพิ่มขึ้นอีก 1 เท่า จึงเป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปจริง<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20R&amp;amp;D%20%E0%B8%9D%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20(1).doc#_ftn4">[4]</a></p>
<p style="text-align: justify;">3. ผู้ประกอบการจะได้ยกเว้นภาษีเพิ่มอีก 1 เท่าจากข้อ 2 สำหรับเงินได้ส่วนที่จ่ายไปเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งได้จ่ายไปในระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562 แต่ทั้งนี้ เมื่อรวมกับเงินในข้อ 2. แล้วต้องไม่เกินร้อยละของรายได้ที่ต้องนำมาคำนวณกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายใดในรอบระยะเวลาบัญชี<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20R&amp;amp;D%20%E0%B8%9D%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20(1).doc#_ftn5">[5]</a> ตามตารางดังนี้</p>
<p style="text-align: center;"><img class=" size-full wp-image-2584" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/03/11.PNG" alt="" width="513" height="179" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/03/11.PNG 767w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/03/11-300x105.png 300w" sizes="(max-width: 513px) 100vw, 513px" /></p>
<p>เพื่อความเข้าใจ ผู้เขียนขอยกตัวอย่าง ดังนี้</p>
<p>&nbsp; &nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ตัวอย่าง หากในปี 2559 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล 3 รายต่างมีรายได้ 500 ล้านบาท โดยแต่ละบริษัทได้จ่ายค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาแตกต่างกัน ดังนี้</p>
<p>บริษัท A จ่ายเงินค่าวิจัยและพัฒนา 30 ล้านบาท</p>
<p>บริษัท B จ่ายเงินค่าวิจัยและพัฒนา 50 ล้านบาท</p>
<p>บริษัท C จ่ายเงินค่าวิจัยและพัฒนา 80 ล้านบาท</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แต่ละบริษัทจึงสามารถหักรายจ่ายได้ดังนี้</p>
<p><img class=" size-full wp-image-2585" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/03/22.PNG" alt="" width="807" height="212" style="display: block; margin-left: auto; margin-right: auto;" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/03/22.PNG 1108w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/03/22-300x79.png 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/03/22-768x202.png 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/03/22-1024x269.png 1024w" sizes="(max-width: 807px) 100vw, 807px" /></p>
<p><strong style="line-height: 1.618;"><em>1) บริษัท </em></strong><strong style="line-height: 1.618;"><em>A</em></strong></p>
<p>บริษัท A มีสิทธิหักรายจ่ายเพื่อการวิจัยฯเท่าแรกตามจำนวนเงินที่ได้จ่ายไปจริง คือ 30 ล้านบาท และหักรายจ่ายเท่าที่ 2 อีก 30 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีสิทธิหักรายจ่ายเท่าที่ 3 ได้ แต่ทั้งนี้เมื่อรวมกับรายจ่ายเท่าที่ 2 แล้วจะต้องไม่เกิน 61.5 ล้านบาท ดังนั้น ตามตารางคำนวณ แม้บริษัท A จะมีสิทธิเต็มที่ตามกฎหมายให้หักรายจ่ายเท่าที่ 3 ได้อีก 31.5 ล้านบาท แต่เนื่องจากบริษัทได้จ่ายจริงไปเพียง 30 ล้านบาท บริษัท A จึงสามารถหักรายจ่ายเท่าที่ 3 ได้เพียง 30 ล้านบาท รวมรายจ่ายที่บริษัท A มีสิทธิหักได้ทั้งสิ้นเท่ากับ 90 ล้านบาท</p>
<p><strong><em>2) บริษัท B</em></strong></p>
<p>บริษัท B มีสิทธิหักรายจ่ายเพื่อการวิจัยฯเท่าแรกตามจำนวนเงินที่ได้จ่ายไปจริง คือ 50 ล้านบาท และหักรายจ่ายเท่าที่ 2 อีก 50 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีสิทธิหักรายจ่ายเท่าที่ 3 แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายเท่าที่ 2 แล้วจะต้องไม่เกิน 61.5 ล้านบาท ดังนั้น บริษัท B จึงสามารถหักรายจ่ายเท่าที่ 3 ได้อีก 11.5 ล้านบาท รวมรายจ่ายที่บริษัท B มีหักได้ทั้งสิ้นเท่ากับ 111.5 ล้านบาท</p>
<p><strong><em>3) บริษัท C</em></strong></p>
<p>บริษัท C มีสิทธิหักรายจ่ายเท่าแรกตามจำนวนเงินที่ได้จ่ายไปจริง คือ 80 ล้านบาท และหักรายจ่ายเท่าที่ 2 อีก 80 ล้านบาท แต่บริษัท C ไม่มีสิทธิหักรายจ่ายเท่าที่ 3 เพราะเมื่อรวมรายจ่ายเท่าที่ 3 กับรายจ่ายเท่าที่ 2 แล้วมีจำนวนเกินกว่า 61.5 ล้านบาท ดังนั้นรายจ่ายทั้งสิ้นที่บริษัท C มีสิทธิได้รับยกเว้นเท่ากับ 160 ล้านบาท</p>
<p><strong>สรุป</strong>เงื่อนไขการหักรายจ่ายเท่าที่ 3:</p>
<h2 style="text-align: center;"><img class=" size-full wp-image-2586" src="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/03/33.PNG" alt="" width="864" height="85" srcset="https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/03/33.PNG 1179w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/03/33-300x30.png 300w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/03/33-768x76.png 768w, https://www.dlo.co.th/wp-content/uploads/2016/03/33-1024x101.png 1024w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></h2>
<p>&nbsp;บริษัท A มีสิทธิหักรายจ่ายเท่าที่ 3 = 61.5 – 30 = 31.5 ล้าน เมื่อจ่ายจริง 30 ล้านบาทหักได้ 30 ล้านบาท</p>
<p>บริษัท B มีสิทธิหักรายจ่ายเท่าที่ 3 = 61.5 – 50 = 11.5 ล้าน เมื่อจ่ายจริง 50 ล้านบาทหักได้ 11.5 ล้านบาท</p>
<p>บริษัท C มีสิทธิหักรายจ่ายเท่าที่ 3 = 61.5 – 80 = 0 แม้ว่าจะจ่ายจริง 80 ล้านบาท ก็หักรายจ่าย 3 เท่าไม่ได้</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ท้ายที่สุด นอกจากการทำวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีจะทำให้เกิดนวัตกรรมในการลดต้นทุน สร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆที่จะทำให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศด้วย ดังนั้น หากท่านเป็นผู้ประกอบการที่ได้จ่ายเงินเพื่อทำวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีซึ่งทำให้กิจการของท่านเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนแล้ว ท่านยังสามารถรับสิทธิประโยชน์ในการหักรายจ่ายได้ 3 เท่า โดยการวางแผนการจ่ายเงินค่าวิจัยดังกล่าวในแต่ละปีภาษี ไม่ให้เกินฐานรายได้ เพื่อประโยชน์สูงสุดในทางภาษี</p>
<p align="center">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-</p>
<div><br clear="all"></p>
<hr align="left" size="1" width="33%">
<div>
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20R&amp;amp;D%20%E0%B8%9D%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20(1).doc#_ftnref1">[1]</a> พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 297) พ.ศ.2539 มาตรา 4</p>
</div>
<div>
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20R&amp;amp;D%20%E0%B8%9D%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20(1).doc#_ftnref2">[2]</a> ประกาศกระทรวงการคลังเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 3)</p>
</div>
<div>
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20R&amp;amp;D%20%E0%B8%9D%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20(1).doc#_ftnref3">[3]</a> ประกาศกระทรวงการคลังเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 4)</p>
</div>
<div>
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20R&amp;amp;D%20%E0%B8%9D%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20(1).doc#_ftnref4">[4]</a> พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 598) พ.ศ. 2559 มาตรา 4</p>
</div>
<div>
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20R&amp;amp;D%20%E0%B8%9D%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20(1).doc#_ftnref5">[5]</a> พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 598) พ.ศ. 2559 มาตรา 5</p>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/2587">ค่าใช้จ่าย R&#038;D หักทางภาษีได้ 3 เท่า!!!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2587/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
	</channel>
</rss>
