<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ชิตพงษ์ กิตตินราดร &#8211; สำนักกฎหมายธรรมนิติ</title>
	<atom:link href="https://www.dlo.co.th/author/chidpongx/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.dlo.co.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 10 Feb 2020 07:45:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.3.5</generator>
	<item>
		<title>แบ่งปันอย่างเสรีบนโลกออนไลน์ด้วยครีเอทีฟคอมมอนส์</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/business-articles/1798</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/business-articles/1798#respond</comments>
				<pubDate>Thu, 28 Aug 2008 07:28:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ชิตพงษ์ กิตตินราดร]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความธุรกิจและการลงทุน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/1798</guid>
				<description><![CDATA[<div class="content">
<p>
ไม่นานหลังจาก<b>โจอิชิ อิโตะ</b> (Joichi Ito) ได้นำภาพถ่ายของ<b>วินตัน เซิร์ฟ</b><br />
(Vinton Cerf) ผู้บุกเบิกวงการอินเทอร์เน็ต ที่เขาเป็นผู้ถ่าย<br />
ขึ้นไปไว้ที่สารานุกรมออนไลน์วิกิพีเดีย (Wikipedia) เมื่อปีก่อน<br />
เขาสังเกตว่ามีอะไรแปลกๆ   </p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/business-articles/1798">แบ่งปันอย่างเสรีบนโลกออนไลน์ด้วยครีเอทีฟคอมมอนส์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<div class="content">
<p>ไม่นานหลังจาก<b>โจอิชิ อิโตะ</b> (Joichi Ito) ได้นำภาพถ่ายของ<b>วินตัน เซิร์ฟ </b>(Vinton Cerf) ผู้บุกเบิกวงการอินเทอร์เน็ต ที่เขาเป็นผู้ถ่ายขึ้นไปไว้ที่สารานุกรมออนไลน์วิกิพีเดีย (Wikipedia) เมื่อปีก่อน เขาสังเกตว่ามีอะไรแปลกๆ  ในตอนนั้น รูปถ่ายของคนที่มีชื่อเสียงในวงการอินเทอร์เน็ตและผู้นำทางเทคโนโลยีที่มีประวัติอยู่ในวิกิพีเดีย มักจะมีคุณภาพต่ำหรือไม่มีรูปเลย <b>มันไม่สมควรจะเป็นเช่นนั้น</b></p>
<p>อิโตะ ชาวญี่ปุ่นที่ได้รับการศึกษาในสหรัฐอเมริกา นักลงทุนร่วมจัดตั้งกิจการและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท<b>ดิจิตอล การาจ </b>(Digital Garage) ซึ่งทำธุรกิจสนับสนุนกิจการอินเทอร์เน็ตที่เกิดใหม่ในญี่ปุ่น กล่าวว่า “ผมได้ตระหนักว่า คนมีชื่อเสียงหลายคนไม่มีภาพถ่ายที่เผยแพร่อย่างเสรีบนอินเทอร์เน็ต”</p>
<p>อิโตะตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเพื่อแก้ไขปัญหานั้นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเขาเริ่มตระเวนถ่ายภาพคนที่เขาพบในระหว่างการเดินทางเกือบทุกคน ด้วยกล้องLeica และกล้องถ่ายรูปขนาดกลาง เขาใช้เวลาครึ่งปีในการเดินทางทั่วโลกเข้าร่วมประชุมและสัมนาหลายแห่ง และภายในไม่กี่เดือนเขาก็ได้ภาพถ่ายนับพันภาพ</p>
<p>ตั้งแต่ภาพของ<b>ทิม โอเรียลลี่ </b>(Tim O’Reilly) ผู้ก่อตั้งโอเรียลลีมีเดีย (O’Reilly Media) <b>จิมมี เวลส์ </b>(Jimmy Wales) ผู้ร่วมก่อตั้งวิกิพีเดีย , จนถึง<b>จอร์จ ลูคัส</b> (George Lucas) ผู้กำกับภาพยนต์และ<b>เจเจ อับรามส์ </b>(J.J. Abrams) ที่โด่งดังจากภาพยนต์เรื่อง Cloverfield และ Mission Impossible III แม้แต่ภาพของมิซูโกะ (Mizuko) น้องสาวของอิโตะและสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัวก็ถ่ายมาด้วย</p>
<p>ตอนนี้ เขาวางแผนที่จะตีพิมพ์หนังสือรวมภาพถ่ายเหล่านั้น ชื่อว่า <b>ฟรีโซลส์</b> (Freesouls) แต่อิโตะไม่ได้คาดหวังว่า จะทำกำไรจากการขายหนังสือโดยในเดือนกันยายน เมื่อหนังสือวางจำหน่ายที่เว็บไซ้ท์อเมซอน อิโตะจะแจกจ่ายภาพเหล่านั้นฟรีบนอินเทอร์เน็ต</p>
<p>ทุกคนสามารถดาวน์โหลดนำไปใช้ เผยแพร่และแก้ไขภาพเหล่านั้นได้ โดยมีเงื่อนไขข้อเดียว คือ ต้องอ้างชื่ออิโตะว่า เป็นเจ้าของภาพเขาคิดว่าคนส่วนมากคงดาวน์โหลดภาพมากกว่าซื้อหนังสืออิโตะที่ดูอ่อนกว่าวัย 42 กล่าวว่า “ถ้าเราขายหนังสือได้เพียงไม่กี่พันเล่ม (ให้คุ้มกับต้นทุน) ก็เพียงพอแล้ว”</p>
<p>อิโตะไม่ใช่แค่ผู้หวังดีมือสมัครเล่น เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เขาเข้ารับตำแหน่งผู้นำของครีเอทีฟคอมมอนส์ ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่พัฒนาและเผยแพร่สัญญาอนุญาตให้ใช้งานสร้างสรรค์ตามลิขสิทธิ์ครีเอทีฟคอมมอนส์ก่อตั้งโดย<b>ลอว์เรนซ์ เลสซิก </b>(Lawrence Lessig) ศาสตราจารย์กฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด</p>
<p>ในปี 2001 <b>เลสซิก </b>ได้จัดทำสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ขึ้น เพราะเขารู้สึกว่ากฎหมายลิขสิทธิ์แบบเดิมอาจเป็นอุปสรรคต่อการแบ่งปันงานสร้างสรรค์อย่างเสรีบนอินเทอร์เน็ต โดยทั่วไปสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ทำให้เจ้าของลิขสิทธิ์ สามารถเผยแพร่ผลงานบนอินเทอร์เน็ตได้อย่างเสรีแต่ก็สามารถกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ใช้นำผลงานไปใช้เพื่อการค้าได้ถ้าเจ้าของต้องการ ซึ่งเป็นแบบสัญญาอนุญาตที่หนังสือของอิโตะใช้หรืออาจให้นำผลงานไปใช้ในลักษณะที่ไม่ใช่เพื่อการค้าก็ได้</p>
<p>การส่งผ่านตำแหน่งผู้นำจากเลสซิกไปสู่อิโตะเป็นการเปิดยุคใหม่เลสซิกเป็นเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่ใช้ความน่าเชื่อถือในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและอดีตเสมียนศาลสูงสุดในการสร้างความน่าเชื่อถือในวงการกฎหมาย แต่อิโตะมีสิ่งอื่นที่ต่างออกไป</p>
<p>เขาเป็นผู้สร้างเว็บหน้าแรกๆในโลก เคยทดลองเจาะเข้าระบบเครือข่ายก่อตั้งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเชิงพานิชย์รายแรกในญี่ปุ่นก่อนที่กระแสอินเทอร์เน็ตจะมาแรงและเขียนบลอกบนอินเตอร์เน็ตมาตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 90 ก่อนที่การเขียนบล็อกจะกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับคนทั่วไป</p>
<p>หลายคนคาดหวังว่าอิโตะจะนำผู้ประกอบการ นักธุรกิจและผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไปเข้ามาในครีเอทีฟคอมมอนส์มากขึ้น  <b>รอยเบน สไตเกอร์ </b>(Reuben Steiger) อดีตผู้สนับสนุนหลักของลินเดนแล็บส์ (Linden Labs) และประธานบริหารบริษัทที่ปรึกษามิลเลียนออฟอัส (Million of Us) ที่ซานฟรานซิสโก กล่าวว่า “อิโตะนำมาซึ่งประสบการณ์ประยุกต์จากโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยขวากหนามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”</p>
<p>อิโตะได้ตั้งเป้าหมายที่ทะเยอทะยานไว้ นั่นคือ การทำให้ครีเอทีฟคอมมอนส์ เป็นตราสินค้าระดับโลกสำหรับตลาดของคนส่วนใหญ่ เขากล่าวว่า ” เป้าหมายคือการทำให้สัญญาอนุญาตเข้าใจได้ง่าย ทำให้คนธรรมดาสามารถใช้สัญญาอนุญาตได้ โดยไม่ต้องจ้างที่ปรึกษากฎหมาย”</p>
<p>หนทางไปสู่เป้าหมายนั้น ยังยาวไกล ครีเอทีฟคอมมอนส์ได้ประเมินว่า มีผลงานสร้างสรรค์บนอินเทอร์เน็ตเพียง 140 ล้านชิ้นที่ติดป้ายครีเอทีฟคอมมอนส์ นักวิจารย์กล่าวว่า สัญญาอนุญาตดังกล่าว เพิ่มความซับซ้อนทางกฎหมาย เมื่อเกิดกรณีพิพาทด้านลิขสิทธิ์</p>
<p>แม้กระนั้น การเคลื่อนไหวนี้ ก็มีผู้สนับสนุนที่ทรงอิทธิพลโปรแกรมเวิร์ด (Microsoft Word) เอ็กซ์เซล (Excel) และเพาเวอร์พอยท์ (Powerpoint) รุ่นล่าสุดของบริษัท<b>ไมโครซอฟท์</b> มาพร้อมกับเครื่องมือที่ช่วยให้เจ้าของงาน สามารถเลือกใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ส่วน<b>กูเกิ้ล</b> (Google) และ<b>ยาฮู </b>(Yahoo!) อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถเลือกใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์กับวีดีโอ ภาพถ่าย และหนังสือ</p>
<p>สถาบันการศึกษากว่า 200 แห่งทั่วโลกได้เข้าร่วมโครงการ<b>โอเพนคอร์สแวร์ </b>(Open CourseWare) เพื่อเผยแพร่สื่อการศึกษาอย่างเสรี   <b>ธนาคารชินไซ</b> (Shinsei Bank) ของญี่ปุ่น กล่าวเมื่อเดือนเมษายนว่า โอเพนคอร์สแวร์ทำให้<b> สถาบันเทคโนโลยี่ของอินเดีย</b> ( Indian Institute of Technology ) สามารถสอนเนื้อหาที่ซับซ้อนของระบบเครือข่ายของธนาคารได้</p>
<p>เมื่อเดือนมีนาคม วงดนตรี <b>ร็อคไนน์อินช์เนลส์</b> (Nine Inch Nails) ได้เผยแพร่เพลงโดยใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ และเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์แห่งสหรัฐอเมริกาที่กรุงวอร์ชิงตัน ได้ตัดสินคดีที่ระบุว่า ศิลปินและโปรแกรมเมอร์ สามารถใช้สัญญาทางพาณิชย์เพื่อเผยแพร่ซอฟท์แวร์และงานศิลปกรรมดิจิตอลเพื่อประโยชน์ของสาธารณะได้โดยชอบด้วยกฎหมาย</p>
<p>การจัดพิมพ์หนังสือฟรีโซลส์ของอิโตะ ทำให้เขากลายเป็นประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับครีเอทีฟคอมมอนส์และนั่นก็เป็นหนทางหนึ่งที่จะค้นพบจุดอ่อนของครีเอทีฟคอมมอนส์ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากในเวลาที่ การเผยแพร่งานสร้างสรรค์อย่างเสรีกำลังพัฒนาไปอย่างกว้างขวาง</p>
<p>อิโตะกล่าวว่า “ผมเชื่อว่าคนจำนวนมาก จะหาเงินได้จากผลงานที่เผยแพร่ ผมต้องการพิสูจน์ว่าการหาเงินจากการเผยแพร่ผลงานนั้นทำได้จริง โดยการเขียนหนังสือและการลงทุนในบริษัทที่สร้างผลตอบแทนจากงานสร้างสรรค์ และหวังว่าคนจำนวนมาก คงทำตาม”</p>
<p>แต่อิโตะก็แสดงความกังวลถึง ความเป็นไปได้ที่อาจเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์จากบทบาทของเขาที่เป็นทั้งนักธุรกิจและประธานบริหารของครีเอทีฟคอมมอนส์เพื่อลดเสียงวิจารณ์ เขาได้เปิดเผยข้อมูลการลงทุนมูลค่ากว่า 40 ล้านเหรียญสหรัฐอย่างสม่ำเสมอรวมถึงข้อมูลการเป็นสมาชิกบอร์ดในบริษัทต่างๆของเขาต่อสาธารณชนอย่างสม่ำเสมอ</p>
<p>ตามหลักการ เมื่อศิลปินเผยแพร่งานของตนอย่างเสรีเพื่อแสดงความสามารถต่อสาธารณชนอาจทำให้เขาได้รับงานที่มีค่าจ้างในภายหลังแต่ไม่ใช่ทุกคนที่เผยแพร่งานใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์จะรู้กฎในการใช้งาน</p>
<p>ตัวอย่างเช่น เมื่อเดือนกรกฎาคม นิตยสาร<b>บิซิเนสวีค </b>(BusinessWeek) ได้เผยแพร่งานภาพสไลด์ของอิโตะ ซึ่งเป็นภาพถ่ายของปีแอร์โอมิดยาร์ (Pierre Omidyar) ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ประมูลอีเบย์ (eBay) ที่เว็บไซต์แลกเปลี่ยนภาพฟลิกเกอร์ (Flickr) แต่ไม่ได้อ้างอิงว่าอิโตะเป็นเจ้าของภาพหลังจากนั้นมีคนพบและแจ้งไปที่อิโตะเขาได้ส่งอีเมลมาเพื่อขอให้มีอ้างอิงชื่อของเขาในงานดังกล่าว วันรุ่งขึ้นบิซิเนสวีคได้ใส่ชื่อของเขาไว้ที่คำบรรยายภาพ</p>
<p>เหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นอีกกับหนังสือฟรีโซลส์ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นอิโตะได้ขอให้คนที่ปรากฏในภาพถ่ายทุกคนเซ็นยินยอม (ซึ่งอิโตะกล่าวว่าเป็นเรื่องยุ่งยากมาก ) โดยเขาได้อธิบายให้ทุกคนเข้าใจว่า พวกเขาไม่เพียงอนุญาตให้อิโตะใช้ภาพถ่ายเหล่านั้น แต่สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ยังอนุญาตให้ใครก็ตามสามารถดาวน์โหลดภาพและเผยแพร่ภาพนั้นออกไปรวมถึงการได้รับผลกำไรทั้งหมดไว้ด้วย</p>
<p><b>ที่มา</b> &#8211; <a href="http://www.businessweek.com/globalbiz/content/aug2008/gb20080815_901512.htm?campaign_id=rss_tech" target="_blank" rel="noopener noreferrer">นิตยสาร Businessweek</a></p>
<p>ขอขอบคุณ คุณ<a href="http://gotoknow.org/blog/guopai" target="_blank" rel="noopener noreferrer">ชิตพงษ์ กิตตินราดร</a> ในการแปลและเรียบเรียงงานชิ้นนี้</p>
<p>เผยแพร่ครั้งแรกที่ <a href="http://cc.in.th/archives/73">ครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทย</a></p>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/business-articles/1798">แบ่งปันอย่างเสรีบนโลกออนไลน์ด้วยครีเอทีฟคอมมอนส์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/business-articles/1798/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>คำพิพากษาคดีในอเมริกาเป็นชัยชนะของผู้สนับสนุนซอฟท์แวร์เสรี</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/legal-articles/1793</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/legal-articles/1793#respond</comments>
				<pubDate>Sat, 16 Aug 2008 23:55:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ชิตพงษ์ กิตตินราดร]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความกฎหมาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/1793</guid>
				<description><![CDATA[<div class="field field-type-text field-field-author">
<div class="field-items">
<div class="field-item">
<div class="field-label-inline-first">
โดย นายจอห์น มาร์คอฟ (John Markoff)
</div>
</div>
</div>
</div>
<p>
ข้อพิพาททางกฎหมายเกี่ยวกับนักพัฒนาโมเดลรางรถไฟ<br />
เป็นชัยชนะทางศาลครั้งยิ่งใหญ่ของ ขบวนการซอฟท์แวร์เสรี<br />
หรือที่รู้จักก</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/legal-articles/1793">คำพิพากษาคดีในอเมริกาเป็นชัยชนะของผู้สนับสนุนซอฟท์แวร์เสรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<div class="field field-type-text field-field-author">
<div class="field-items">
<div class="field-item">
<div class="field-label-inline-first">โดย นายจอห์น มาร์คอฟ (John Markoff)</div>
</div>
</div>
</div>
<p>ข้อพิพาททางกฎหมายเกี่ยวกับนักพัฒนาโมเดลรางรถไฟ เป็นชัยชนะทางศาลครั้งยิ่งใหญ่ของ ขบวนการซอฟท์แวร์เสรีหรือที่รู้จักกันในชื่อซอฟท์แวร์รหัสเปิด ศาลอุทธรณ์แห่งสหรัฐอเมริกา ที่กรุงวอชิงตันได้วินิจฉัยในคำพิพากษาคดีว่า <b>การที่โปรแกรมเมอร์ยินยอมให้ผู้อื่นนำผลงานของตนไปใช้ได้โดยเสรี ไม่ได้หมายความว่าผลงานนั้น ไม่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย</b></p>
<p>คำพิพากษาของศาลยังได้ระบุว่า <b>การใช้สัญญาทางพานิชย์เพื่อเผยแพร่ซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์และงานศิลปกรรมคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์สาธารณะ สามารถทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย </b></p>
<p>คำพิพากษาคดีนี้ ได้สนับสนุนขบวนการซอฟท์แวร์รหัสเปิด โดยช่วยลดความวิตกกังวลขององค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ซอฟท์แวร์เสรีที่เขียนโดยแฮกเกอร์และโปรแกรมเมอร์ที่ทำเป็นงานอดิเรก<br />
ซึ่งได้อุทิศเวลาและแรงงานโดยไม่มีค่าตอบแทน</p>
<p>คำพิพากษานี้ ยังมีผลต่อ<b>สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์ </b>ซึ่งเป็นโครงการเพื่อดัดแปลงและแบ่งปันงานสร้างสรรค์อย่างเสรี ที่นาย<b>ลารี่ เลสสิก</b>(Larry Lessig) ศาสตราจารย์กฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ริเริ่มขึ้นเมื่อปี 2002</p>
<p>สัญญาอนุญาตดังกล่าว ได้ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายโดยองค์กรเช่น  <b>MIT</b> เพื่อเผยแพร่เอกสารประกอบการเรียนการสอน และ <b>วิกีพีเดีย</b> (Wikipedia ) โครงการสารานุกรมออนไลน์</p>
<p>เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา วงดนตรีร็อคไนน์อินช์เนลส์( Nine Inch Nails) ก็ได้เผยแพร่อัลบั้มรวมดนตรี โดยใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์</p>
<p><b>โจอิชิ อิโตะ</b> (Joichi Ito) หัวหน้าคณะผู้บริหารของครีเอทีฟคอมมอนส์กล่าวว่า ความคลุมเครือของสัญญาอนุญาต เป็นอุปสรรคสำคัญของขบวนการ</p>
<p>เขากล่าวว่า “เมื่อบริษัทขนาดใหญ่และทีมกฎหมาย ดูสัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์ จากมุมมองทางปฏิบัติของธุรกิจจะมีปัญหาหลายอย่าง  ซึ่งทีมกฎหมายเหล่านั้น ก็จะถามต่อมาที่เรา”</p>
<p>คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ดังกล่าว เป็นการกลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแห่งสหรัฐที่ซานฟรานซิสโกเกี่ยวกับการใช้ซอฟท์แวร์โดยไม่ชอบของบริษัท ซึ่งเผยแพร่ซอฟท์แวร์แบบจำลองรางรถไฟของนักพัฒนาที่ทำเป็นงานอดิเรก</p>
<p>ชุมชนซอฟท์แวร์เสรีหรือซอฟท์แวร์รหัสเปิด  ได้โต้เถียงอย่างยาวนานกับ<b>นายแมททิว แคทเซอร์ </b>(Matthew Katzer) นักธุรกิจเจ้าของบริษัทอุตสาหกรรมแคม( Kam Industries )จากเมืองพอร์ทแลนด์ รัฐโอเรกอน</p>
<p>โดยก่อนหน้านี้ นายแคทเซอร์ ได้ฟ้องคดีนักพัฒนาซอฟท์แวร์เสรีหลายคนว่า ไปละเมิดสิทธิบัตรของเขา แต่นักพัฒนาซอฟแวร์เสรีเหล่านั้น ได้โต้แย้งว่า เขาไม่ได้เปิดเผยเทคโนโลยีที่มีอยู่ก่อนแล้ว ที่รู้จักกันในชื่อว่า ไพรออร์ อาท(prior art) ในคำขอจดสิทธิบัตรของเขา ทนายของนายแคทเซอร์ ไม่ได้ติดต่อกลับ เมื่อถูกขอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้</p>
<p>เมื่อเดือนมีนาคม 2006 นาย<b>โรเบิร์ท จาคอบสัน</b> (Robert Jacobsen )ศาสตราจารย์ฟิสิกส์แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ที่เบิร์คเลย์ ได้ฟ้องคดีนายแคทเซอร์ว่า<br />
บริษัทของเขาได้นำรหัสซอฟท์แวร์จากโครงการจาวาเรลโรดอินเตอร์เฟส(Java Model Railroad Interface) มาใช้และเผยแพร่โปรแกรมที่ใช้รหัสซอฟท์แวร์เพื่อการค้า <b>โดยไม่ได้อ้างอิงที่มาของรหัสซอฟท์แวร์ ตามเงื่อนไขการใช้งานที่ระบุในสัญญาอนุญาตของซอฟท์แวร์นั้น</b></p>
<p>การตัดสินใจอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่กล่าวว่าข้อตกลงในสัญญาอนุญาตซอฟแวร์รหัสเปิดนั้นกว้างเกินไปได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างรุนแรงในขบวนการซอฟท์แวร์เสรี</p>
<p>ผู้สนับสนุนซอฟท์แวร์รหัสเปิดบางกลุ่มได้แสดงความกังวลว่าการแพ้คดีในศาลอุทธรณ์ จะเป็นหายนะของชุมชนที่ได้พัฒนาเติบโตจนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ตลอดเวลา 25 ปีที่ผ่านมา นายจาคอบสันกล่าวว่า “ตอนนั้นผมกลัวจริงๆ ว่าเราจะแพ้ แต่ผมก็คิดว่า ผมได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง”</p>
<p>ความเชื่อมโยงระหว่างนักพัฒนาโมเดลรางรถไฟกับขบวนการซอฟท์แวร์เสรีมีมานานแล้ว ตัวอย่างเช่นในระหว่างปี 1950 นักพัฒนาที่ทำงานเดินสายไฟของโครงการคลับโมเดลรางรถไฟที่ MIT เป็นงานอดิเรก มีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า<b> แฮกเกอร์</b> ปรากฎตามหนังสือ “Hackers: Heroes of the Computer Revolution” ของ Steven Levy</p>
<p>คำนี้ในภายหลังได้ค่อยๆพัฒนามา จนมีความหมายรวมถึง<b>นักพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า รหัสซอฟท์แวร์สมควรแบ่งปันกันอย่างเสรี</b></p>
<p>ขอขอบคุณ คุณ<b>ชิตพงษ์ กิตตินราดร</b> ในการแปลและเรียบเรียงต้นร่างของงานชิ้นนี้</p>
<p><b>ที่มา </b>&#8211; <a href="http://cc.in.th/archives/52" target="_blank" rel="noopener noreferrer">โครงการครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทย</a></p>
<p>ที่มาของงานต้นฉบับ-<a href="http://www.iht.com/articles/2008/08/14/technology/14commons.php" target="_blank" rel="noopener noreferrer">หนังสือพิมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลเฮรัลทรีบูน</a> 14 สิงหาคม 2008</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/legal-articles/1793">คำพิพากษาคดีในอเมริกาเป็นชัยชนะของผู้สนับสนุนซอฟท์แวร์เสรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/legal-articles/1793/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
	</channel>
</rss>
