Budhima Kerdsiri

สิทธิประโยชน์ทางภาษีหักรายจ่ายเพื่อการลงทุนเพิ่มได้ 2 เท่าตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ. 2559 หมดลงไปแล้วแต่ ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2560 ให้หักรายจ่ายดังกล่าวเพิ่มเพื่อเป็นการส่งเสริมให้มีการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงได้ขยายเวลาให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม 1.5 เท่าตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 642) พ.ศ. 2560 ซึ่งมีเงื่อนไข ดังนี้

ประเภททรัพย์สินที่ลงทุน 

(1) เครื่องจักร ส่วนประกอบ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องตกแต่ง และเฟอร์นิเจอร์

(2) โปรแกรมคอมพิวเตอร์

(3) ยานพาหนะที่จดทะเบียนในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยยานพาหนะนั้นๆ แต่ไม่รวมถึงรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตที่มิใช่ได้มาเพื่อนําออกให้เช่า

(4) อาคารถาวร แต่ไม่รวมถึงที่ดินและอาคารถาวรที่ใช้เพื่อการอยู่อาศัย

โดยต้องจ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม 2560 ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกําหนดต่อไป

นอกจากนี้ พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 642) พ.ศ.2560 ยังได้เพิ่มความหมายของเครื่องจักรไว้เพื่อให้การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับรายจ่ายเพื่อการลงทุนมีความชัดเจนยิ่งขึ้น ดังนี้

เครื่องจักร” หมายความว่า สิ่งที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนหลายชิ้นสําหรับใช้ก่อกําเนิด พลังงาน เปลี่ยน หรือแปลงสภาพพลังงาน หรือส่งพลังงาน ทั้งนี้ ด้วยกําลังน้ำ ไอน้ำ เชื้อเพลิง ลม ก๊าซ ไฟฟ้า หรือ พลังงานอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันและหมายความรวมถึงเครื่องอุปกรณ์ ไฟลวีล ปุลเล สายพาน เพลา เกียร์ หรือสิ่งอื่นที่ทํางานสนองกัน แต่ไม่รวมถึงยานพาหนะที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยยานพาหนะนั้น ๆ

ซึ่งความหมายดังกล่าวยังถูกนำไปใช้กับการให้สิทธิประโยชน์ตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ.2559 อีกด้วย[1]  

กรณีเครื่องจักร ส่วนประกอบ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หากได้ซื้อทรัพย์สินดังกล่าวข้างต้นมาไว้เพื่อใช้ในการประกอบกิจการ และเป็นไปตามกรอบและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดแล้ว ท่านย่อมสามารถหักรายจ่ายได้เพิ่ม 0.5 เท่า โดยคาดว่าหลักเกณฑ์ที่จะกำหนดตามมาคือการเฉลี่ยหักตามงวดปี (3 ปี 5 ปี และ 20 ปี ดังเช่นหลักเกณฑ์ตามที่ปรากฏในประกาศอธิบดีเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 266))  

สำหรับยานพาหนะนั้น ต้องเป็นยานพาหนะที่จดทะเบียนในประเทศไทยตามกฎหมายว่าด้วยยานพาหนะนั้นๆ เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ซึ่งต้องจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก เรือซึ่งต้องจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี เป็นต้น แต่กรณีที่จะได้รับสิทธิหักรายจ่ายเพิ่ม 0.5 เท่านี้จะไม่รวมถึงรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ยกเว้นกรณีนำไปใช้ในการประกอบธุรกิจให้เช่ารถยนต์ทั้งหมด

กรณีอาคารถาวร แต่ไม่รวมถึงที่ดินและอาคารถาวรที่ใช้เพื่อการอยู่อาศัย และไม่ให้สิทธิหักรายจ่ายเพิ่ม 0.5 เท่าสำหรับการซื้ออาคารหรือเช่าซื้ออาคาร

ช่วงเวลาที่ต้องจ่ายลงทุน

ต้องจ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม 2560 ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกําหนด ซึ่งอธิบดีกรมสรรพากรจะออกหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ชัดเจนอีกครั้งต้องติดตามรายละเอียดต่อไป ผู้เขียนคาดว่าหลักเกณฑ์ใหม่น่าจะไม่แตกต่างจากหลักเกณฑ์ตามประกาศอธิบดีเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่  266) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 300) มากนัก

คุณลักษณะของทรัพย์สินที่จะลงทุน

กฎหมายได้กำหนดลักษณะของทรัพย์สิน ที่ผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์หักรายจ่ายเพื่อการลงทุนได้เพิ่ม 0.5 เท่าต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

(1) ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน กรณีนี้ต้องเรียกว่าเป็นทรัพย์สินใหม่แกะกล่อง  

(2) ต้องสามารถหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามมาตรา 65 ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากร และต้องได้ทรัพย์สินนั้นมาและอยู่ในสภาพพร้อมใช้การได้ตามประสงค์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2560 เว้นแต่ทรัพย์สินประเภทเครื่องจักร และอาคารถาวร ที่อาจได้มาหรืออยู่ในสภาพพร้อมใช้การตามประสงค์ภายหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ก็ได้

(3) ต้องอยู่ในราชอาณาจักร ยกเว้นให้เฉพาะแต่ยานพาหนะ 

(4) ไม่เป็นทรัพย์สินที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในประมวลรัษฎากร ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่เป็นทรัพย์สินที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 604) พ.ศ. 2559

(5) ไม่เป็นทรัพย์สินที่นําไปใช้ในกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่เป็นการนําไปใช้ในโครงการตามมาตรการเร่งรัดการลงทุนของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนที่ยังไม่มีการลงทุนจริงและเลือกที่จะไม่ใช้สิทธิประโยชน์นั้น

ข้อกำหนดใหม่

ผู้สนใจใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ จะต้องดําเนินการดังนี้

(1) จัดทําโครงการลงทุนและแผนการจ่ายเงิน และแจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากร ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาที่อธิบดีประกาศกําหนด

(2) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดลงทุน หรือต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออกหรือทําให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการ แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร และได้รับสิทธิตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ. 2559 แล้ว แต่การจ่ายเงินเพื่อการลงทุนดังกล่าว ยังไม่ได้จ่ายให้ครบถ้วนตามจํานวนที่ตกลงกันไว้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น จะต้องแจ้งแผนการจ่ายเงินที่จะจ่ายระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2560 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ต่ออธิบดีกรมสรรพากร โดยไม่จําต้องแจ้งโครงการลงทุนตาม (1) ก็ได้

อีกทั้งยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการสิ้นสิทธิ ซึ่งเบื้องต้นคาดหมายได้ว่าน่าจะคล้ายคลึงกันกับหลักเกณฑ์ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 266) กล่าวคือให้หักรายจ่ายเพื่อการลงทุนเพิ่ม 0.5 เท่าโดยให้หักเฉลี่ยตามระยะเวลาที่เริ่มใช้สิทธิหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามประเภททรัพย์สินและระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้หากได้ขายทรัพย์สินหรือทรัพย์สินนั้นถูกทำลาย หายหรือสิ้นสภาพไปก็สิ้นสิทธิหักรายจ่ายเพื่อการลงทุนเพิ่ม 0.5 เท่าไปในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้ขายทรัพย์สินหรือทรัพย์สินนั้นถูกทำลาย สูญหายหรือสิ้นสภาพแล้วแต่กรณี

 ทำอย่างไรเมื่อสิ้นสิทธิประโยชน์หรือต้องการใช้สิทธิย้อนหลัง

กรณีนี้เป็นข้อสำคัญที่ผู้ที่ประสงค์จะใช้สิทธิยกเว้นภาษีต้องพึงระวัง เพราะหากไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น ฝ่าฝืนเงื่อนไขในรอบระยะเวลาบัญชีใดกฎหมายก็กำหนดให้สิทธิที่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกานี้สิ้นสุดลง เสมือนไม่เคยได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

ในกรณีสิ้นสิทธินั้นมีข้อยกเว้นที่ไม่ต้องเสียภาษีย้อนหลัง หากเป็นกรณีดังนี้

1. มีการขายทรัพย์สินหรือ

2. ทรัพย์สินถูกทําลายหรือ

3. สูญหายหรือ

4. สิ้นสภาพ

ให้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นั้นสิ้นสุดลงนับแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่ได้ขายทรัพย์สินหรือทรัพย์สินนั้นถูกทําลายหรือสูญหายหรือสิ้นสภาพ แล้วแต่กรณี โดยไม่ต้องนําเงินได้ที่ได้รับจากการใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ที่ได้รับแล้วไปรวมเป็นรายได้ในการคํานวณกําไรสุทธิอีก

สำหรับรายละเอียดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่จะออกตามความในมาตรา 3 วรรคสอง  มาตรา 5 และมาตรา 6 ของพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 642) พ.ศ.2560 ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนเนื่องจากยังไม่มีประกาศอธิบดีกรมสรรพากรกำหนดรายละเอียดออกมา แต่ผู้เขียนจะขอนำเสนอหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการยกเว้นเงินได้ที่อธิบดีกำหนดตามความในมาตรา 3 วรรคสองและมาตรา 5 ของพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ.2559  เพราะคาดหมายว่าน่าจะใช้หลักเกณฑ์ที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกันแต่จะมีการเพิ่มเติมกรณีการหักรายจ่ายต่อเนื่องจากพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ.2559 ที่จ่ายไม่ทันภายในปี 2559 แต่เมื่อมาจ่ายในปี 2560 คาดว่าจะมีหลักเกณฑ์รองรับให้หักรายจ่ายส่วนนี้เพิ่มเติมได้โดยใช้สิทธิประโยชน์ตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 642) พ.ศ.2560 

เนื่องจากรายจ่ายลงทุนตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ.2559 ภาคแรกมีการแก้ไขหลักเกณฑ์การหักรายจ่ายลงทุนประเภทอาคารกล่าวคือประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 266) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 300) (ถูกแก้ไขเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2560) ได้กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการหักรายจ่ายเพื่อการลงทุนเพิ่มอีก 1 เท่าตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ.2559  (ฉบับเดิม)  ให้สิทธิผู้ที่มีการขอใบอนุญาตก่อสร้าง หรือแจ้งก่อสร้างดัดแปลงอาคารต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ก่อนวันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 แล้วแต่ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างตามที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างหรือได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างดัดแปลงอาคารดังกล่าว ต่อมาจึงมาดำเนินการทำสัญญาจ้าง หรือสั่งซื้อสั่งจ้างในช่วงที่พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ.2559 มีผลใช้บังคับ (3 พฤศจิกายน 2558 – 31 ธันวาคม 2559) ไม่ว่าอาคารจะสร้างเสร็จในปี 2559 หรือไม่ แต่ได้จ่ายรายจ่ายเพื่อการลงทุนไประหว่างวันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 – 31 ธันวาคม 2559 ก็จะได้รับสิทธิหักรายจ่ายเพิ่ม 1 เท่า รวมเป็น 2 เท่าตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ.2559 เช่นกัน นับเป็นการช่วยเพิ่มความเสมอภาคในการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ลงทุนจริงในช่วงเวลาดังกล่าวให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างเท่าเทียมกัน

ดังนั้นหากท่านสนใจจะใช้สิทธิประโยชน์ดังกล่าว ท่านต้องขอคืนภาษีเงินได้ในปีที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติม ซึ่งท่านต้องไม่ลืมเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือการตรวจสอบภาษีจากเจ้าหน้าที่สรรพากรด้วย เพราะมิเช่นนั้นแล้วท่านอาจจะต้องเสียภาษีเพิ่มมากกว่าที่ได้ยื่นขอคืนภาษีดังกล่าวไว้ก็เป็นได้

มาตรการส่งเสริมให้มีการจ่ายลงทุนในปี 2560 เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่ม 0.5 เท่านี้ได้เพิ่มความชัดเจนเรื่องต่าง ๆ เช่น ความหมายของเครื่องจักร การให้สิทธิประโยชน์หักรายจ่ายต่อเนื่องจากพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ.2559 ที่จ่ายในปี 2560 ผู้ที่สนใจลงทุนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอาจต้องเร่งการตัดสินใจลงทุน นอกจากนี้ควรต้องระมัดระวังในการลงทุนให้ดีเพราะการก่อสร้างโดยจ่ายค่าก่อสร้างล่วงหน้าจำนวนมาก เพื่อเร่งใช้สิทธิประโยชน์ในทางภาษี ท่านอาจประสบปัญหาอื่น ก็เป็นได้

  

สนใจบริการด้านที่ปรึกษาภาษี  Tax review กรุณาสอบถามรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่

 02 - 6809708, 02 - 6809760, 02 - 6809753




[1] พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 643) พ.ศ.2560 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 3 ของพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ.2559