Budhima Kerdsiri

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2560 เห็นชอบขยายเวลามาตรการภาษี เพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศตามที่กระทรวงการคลังเสนอออกไปอีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2560 ขณะนี้ได้ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 642) พ.ศ.2560 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยมีการปรับเงื่อนไขบางส่วนในเรื่องของจำนวนการหักรายจ่ายจากเดิม 2 เท่า เหลือ 1.5 เท่า  สำหรับรายจ่ายที่จ่ายไปเพื่อการลงทุนในทรัพย์สิน โดยให้หักรายจ่ายได้ 1.5 เท่า ให้แก่บริษัทที่มีการจ่ายเงินลงทุนในทรัพย์สินประเภท

     - เครื่องจักร ส่วนประกอบ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องตกแต่ง และเฟอร์นิเจอร์

     - โปรแกรมคอมพิวเตอร์

     - ยานพาหนะที่มิใช่รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารไม่เกิน 10 ที่นั่ง ยกเว้นเพื่อนำออกให้เช่า

     - อาคารถาวรแต่ไม่รวมที่ดินและที่อยู่อาศัย

ทรัพย์สินที่จะนำมาหักรายจ่าย 1.5 เท่าตามมาตรการภาษีนี้ จะต้องเป็น

     - ทรัพย์สินใหม่ที่มีการจ่ายเงินลงทุนในปี 2560 และพร้อมใช้งานภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2560 เว้นแต่เครื่องจักรและอาคารถาวรจะพร้อมใช้งานหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ก็ได้ นอกจากนี้ยังได้มีการกำหนดความหมายของเครื่องจักรไว้ในพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ และแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ.2559 โดยพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 643) พ.ศ.2560 ดังนี้

     “เครื่องจักร” หมายความว่า สิ่งที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนหลายชิ้นสําหรับใช้ก่อกําเนิด พลังงาน เปลี่ยน หรือแปลงสภาพพลังงาน หรือส่งพลังงาน ทั้งนี้ ด้วยกําลังน้ำ ไอน้ำ เชื้อเพลิง ลม ก๊าซ ไฟฟ้า หรือ พลังงานอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันและหมายความรวมถึงเครื่องอุปกรณ์ ไฟลวีล ปุลเลสายพาน เพลา  เกียร์ หรือสิ่งอื่นที่ทํางานสนองกัน แต่ไม่รวมถึงยานพาหนะที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยยานพาหนะนั้น ๆ

     - กรณีที่เป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้สิทธิหักรายจ่าย 2 เท่าตามมาตรการภาษีของเดิมที่สิ้นสุดไปแล้ว แต่ยังจ่ายเงินลงทุนไม่ครบถ้วนและมาจ่ายต่อในปี 2560 ก็ได้รับสิทธิหักรายจ่าย 1.5 เท่าตามมาตรการภาษีนี้ได้ ทั้งนี้ ต้องมีการจัดทำโครงการลงทุนและแผนการจ่ายเงินให้กรมสรรพากรทราบด้วย

ที่มา : ราชกิจจานุเบกษา