<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ทิพย์ระวี ขุดขำ &#8211; สำนักกฎหมายธรรมนิติ</title>
	<atom:link href="https://www.dlo.co.th/author/thipraweek/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.dlo.co.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 08 Jul 2020 08:09:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.3.5</generator>
	<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนสิงหาคม 2561</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2876</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2876#respond</comments>
				<pubDate>Sun, 29 Jul 2018 19:36:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ทิพย์ระวี ขุดขำ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2876</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’s Tax Newsletter ฉบับที่ 92 สิงหาคม 2561 &#160; กฎหมายใหม่ล่าสุด 1. แก้ไขหลักเกณฑ์การยกเว้นเงินได้ดอกเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2876">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนสิงหาคม 2561</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 align="center"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></h3>
<h3 align="center"><strong>DLO’s Tax Newsletter</strong></h3>
<p align="right"><strong>ฉบับที่ 92 สิงหาคม 2561</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><span style="text-decoration: underline;"><strong>กฎหมายใหม่ล่าสุด</strong></span></h5>
<p>1. แก้ไขหลักเกณฑ์การยกเว้นเงินได้ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในประเทศ</p>
<p>2. หลักเกณฑ์การหักเงินได้พึงประเมินของข้าราชการและลูกจ้างประจำหน่วยงานของรัฐเพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)</p>
<p>3. กำหนดเขตพื้นที่ท่องเที่ยวสำหรับการจัดอบรมสัมมนา และการเดินทางท่องเที่ยวและที่พัก</p>
<p>เพิ่มเติมจากจังหวัดท่องเที่ยวรอง</p>
<p><strong> </strong></p>
<h5><span style="text-decoration: underline;"><strong>ข่าวภาษี</strong></span></h5>
<p>1. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ &#8230;) พ.ศ. &#8230; กรณีการขยายเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม</p>
<p>2. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ &#8230;)  พ.ศ. &#8230; กรณีมาตรการภาษีเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ</p>
<p>3. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ &#8230;) พ.ศ. &#8230;  กรณีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Business) ในต่างประเทศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><span style="text-decoration: underline;"><strong>คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</strong></span></h5>
<p class="Default">คำพิพากษาฎีกาที่   1104/2561</p>
<p class="Default">ระหว่าง                บริษัท ฮ          โจทก์</p>
<p class="Default">                           กรมสรรพากร  จำเลย</p>
<p class="Default">เรื่อง                     ห้ามมิให้บุคคลซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือมิใช่ผู้มีสิทธิออกใบกำกับภาษี ออกใบกำกับภาษี ตามมาตรา 86/13</p>
<p><strong> </strong></p>
<h5><span style="text-decoration: underline;"><strong>กฎหมายใหม่ล่าสุด</strong></span></h5>
<p>1. แก้ไขหลักเกณฑ์การยกเว้นเงินได้ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในประเทศ</p>
<p>กฎกระทรวง ฉบับที่ 339 (พ.ศ. 2561) กำหนดให้แก้ไขหลักเกณฑ์ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ข้อ 2 (38) โดยยกเว้นเงินได้ดอกเบี้ยและผลตอบแทนจากการฝากเงินในประเทศโดยเพิ่มการยกเว้นผลตอบแทนจากการฝากเงินตามหลักการของศาสนาอิสลามที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามตามหลักการวะดีอะฮ์ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปีภาษี พ.ศ.2546 และต้องยื่นภายในปี พ.ศ. 2547 เป็นต้นไป เป็นจำนวนรวมกันทั้งสิ้นไม่เกินสองหมื่นบาทตลอดปีภาษี</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก https://bit.ly/2NIln65</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>2.หลักเกณฑ์การหักเงินได้พึงประเมินของข้าราชการและลูกจ้างประจำหน่วยงานของรัฐเพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)</p>
<p>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 กำหนดให้กระทรวง ทบวง กรม สำนักงานหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร หักเงินได้พึงประเมินของข้าราชการและลูกจ้างประจำในสังกัดซึ่งเป็นผู้กู้ยืมเงินของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 ตามจำนวนที่กองทุนแจ้งให้ทราบ แล้วนำส่งผ่านระบบของกรมบัญชีกลาง เพื่อให้กรมบัญชีกลางโอนเงินดังกล่าวให้กรมสรรพากร ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/2zYRTz9">https://bit.ly/2zYRTz9</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>3. กำหนดเขตพื้นที่ท่องเที่ยวสำหรับการจัดอบรมสัมมนา และการเดินทางท่องเที่ยวและที่พักเพิ่มเติมจากจังหวัดท่องเที่ยวรอง</p>
<p>ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 กำหนดรายชื่อเขตพื้นที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติมจากจังหวัดท่องเที่ยวรองโดยคำแนะนำของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตามรายชื่อเขตพื้นที่ท่องเที่ยวแนบท้ายประกาศดังกล่าว ให้เป็นเขตพื้นที่ท่องเที่ยวสำหรับการจัดอบรมสัมมนาที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจัดให้แก่ลูกจ้าง และการเดินทางท่องเที่ยวและที่พักในจังหวัดท่องเที่ยวรอง เช่น อำเภอเขาพนม อำเภอปลายพระยา อำเภอลำทับ ในจังหวัดกระบี่ และ อำเภอบ้านลาด อำเภอหนองหญ้าปล้อง ในจังหวัดเพชรบุรี ฯลฯ</p>
<p>ทั้งนี้ ให้ประกาศนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/2NGeFxE">https://bit.ly/2NGeFxE</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><span style="text-decoration: underline;"><strong>ข่าวภาษี</strong></span></h5>
<p>1. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ &#8230;) พ.ศ. &#8230; กรณีการขยายเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ &#8230;) พ.ศ. &#8230;. กำหนดให้มีการขยายเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มโดยยังคงจัดเก็บในอัตราร้อยละ 6.3 (ไม่รวมภาษีท้องถิ่น) หรือร้อยละ 7 (รวมภาษีท้องถิ่น) ต่อไปอีกเป็นระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2561 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2562</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/2mFqGI1">https://bit.ly/2mFqGI1</a></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>2. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่&#8230;)  พ.ศ. &#8230; กรณีมาตรการภาษีเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ</p>
<p>เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2561 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. &#8230; กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เป็นจำนวนร้อยละ 15 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าจ้างรายวันให้แก่ลูกจ้าง ให้แก่</p>
<p>2.1 บุคคลธรรมดา ซึ่งมีการจ้างแรงงาน<strong>ไม่เกินสองร้อยคน</strong> และมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5) (6) (7) หรือ (8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 48 (1) แห่งประมวลรัษฎากร รวมกัน<strong>ไม่เกินหนึ่งร้อยล้านบาทต่อปี</strong>ก่อนหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ทั้งนี้ ในปีภาษีที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้</p>
<p>2.2 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งมีการจ้างแรงงาน<strong>ไม่เกินสองร้อยคน</strong> และมีรายได้จากการขายสินค้าและให้บริการรวมกัน<strong>ไม่เกินหนึ่งร้อยล้านบาทต่อปี</strong> ทั้งนี้ ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป</p>
<p><strong>            </strong>ติดตามรายละเอียดได้จาก<a href="https://bit.ly/2OhbFsO">https://bit.ly/2OhbFsO</a></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>3. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ &#8230;) พ.ศ. &#8230;  กรณีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Business) ในต่างประเทศ</p>
<p>เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2561 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. &#8230; กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม วิธีการส่งหมายเรียกหรือหนังสือแจ้งให้เสียภาษีอากร อัตราภาษีที่ใช้ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม การยื่นแบบแสดงรายการภาษี และการชำระภาษีของผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรซึ่งประกอบกิจการให้บริการโดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้รับบริการซึ่งไม่ได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และได้ใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด</p>
<p><strong>            </strong>ติดตามรายละเอียดได้จากhttps://bit.ly/2LiB1sl</p>
<p><strong> </strong></p>
<h5 class="Default"><span style="text-decoration: underline;"><strong>คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ </strong></span></h5>
<p class="Default">คำพิพากษาฎีกาที่   1104/2561</p>
<p class="Default">ระหว่าง                 บริษัท ฮ         โจทก์</p>
<p class="Default">                            กรมสรรพากร จำเลย</p>
<p class="Default">เรื่อง                      ห้ามมิให้บุคคลซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือมิใช่ผู้มีสิทธิออกใบกำกับภาษีได้ออกใบกำกับภาษี ตามมาตรา 86/13</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชน จำกัด ได้รับเงินสนับสนุนเพื่อทำการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์สินค้าจากบริษัท อ ซึ่งตั้งอยู่ที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยในเดือนภาษีตุลาคม 2551 และเดือนภาษีมกราคม 2552โจทก์ได้นำเงินสนับสนุนการประชาสัมพันธ์สินค้าที่โจทก์ได้รับไปรวมคำนวณในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม และเสียภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ต่อมาเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยเห็นว่าเงินสนับสนุนเพื่อทำการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์สินค้าที่โจทก์ได้รับ ไม่เข้าลักษณะเป็นค่าตอบแทนจากการขายหรือให้บริการจึงไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/1(8)(10) และมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร โจทก์จึงเป็น ผู้ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีและต้องรับผิดในภาษีมูลค่าเพิ่มตามจำนวนที่ปรากฏในใบกำกับภาษี ตามมาตรา 86/13 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร พร้อมเบี้ยปรับอีกสองเท่าของจำนวนภาษีตามมาตรา 89 (6) แห่งประมวลรัษฎากร และเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระหรือนำส่ง ตามมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร แต่เนื่องจากเมื่อคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ปรากฏว่าในเดือนภาษีดังกล่าวมีภาษีสุทธิชำระเกินอยู่ โจทก์จึงไม่ต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร แต่ยังคงต้องรับผิดเบี้ยปรับสองเท่าของจำนวนเงินภาษีที่รับผิดในเดือนภาษีตุลาคมและเดือนภาษีมกราคม เจ้าพนักงานประเมินจึงออกหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มแก่โจทก์</p>
<p>โจทก์อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เห็นว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินชอบแล้ว นอกจากนี้การที่โจทก์ออกใบกำกับภาษีขายดังกล่าวน่าจะเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนในข้อกฎหมาย เชื่อได้ว่าโจทก์มิได้มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีและให้ความร่วมมือในการตรวจสอบเป็นอย่างดี จึงให้งดเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาในเวลาต่อมา</p>
<p>ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่า เงินที่โจทก์ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทในเครือเพื่อทำการประชาสัมพันธ์สินค้าไม่เป็นมูลค่าของฐานภาษีจากการขายสินค้าและการให้บริการแต่อย่างใด จึงไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม และไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษี ดังนั้น เมื่อโจทก์เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีย่อมต้องห้ามตามบทบัญญัติมาตรา 86/13 ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><span style="text-decoration: underline;">ความเห็น</span></h5>
<p>ผู้เขียนเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลฎีกาข้างต้นด้วยเหตุว่า ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าและการให้บริการตามที่กำหนดในประมวลรัษฎากร ได้แก่ มูลค่าทั้งหมดที่ผู้ประกอบการได้รับ หรือพึงได้รับจากการขายสินค้าและการให้บริการ ซึ่งมูลค่าของฐานภาษีให้รวมถึง เงิน ทรัพย์สิน ค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือประโยชน์ใด ๆ ซึ่งอาจคำนวณได้เป็นเงิน ทั้งนี้ตามมาตรา 79 ประกอบ มาตรา 77/1 (19) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น เงินที่โจทก์ได้รับการสนับสนุนจาก    บริษัท อ เพื่อทำการประชาสัมพันธ์สินค้า ซึ่งมีลักษณะเป็นการให้เปล่าไม่มีข้อผูกพันที่โจทก์จะต้องกระทำการใด ๆ ตอบแทน ไม่เข้าลักษณะเป็นค่าตอบแทนจากการขายสินค้าหรือให้บริการ จึงไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และไม่เป็นมูลค่าของฐานภาษีการขายสินค้าและการให้บริการแต่อย่างใด ดังนี้ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษี การที่โจทก์ออกใบกำกับภาษีกรณีเงินสนับสนุนดังกล่าว ทั้งลงรายงานภาษีขายและนำมารวมคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มในแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงเป็นกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีได้ออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิที่จะออกตามกฎหมาย การที่โจทก์ต้องรับผิดจากการกระทำดังกล่าวจึงชอบแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p align="center">ทิพย์ระวี  ขุดขำ</p>
<p>หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด 2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9760<br />
Email: <a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="nl-box">
<div class="nl-box-services">
<p><strong>บริการกฎหมายภาษีอากร :</strong></p>
<p><strong>1. งานให้คำปรึกษาภาษี</strong></p>
<p><strong>2. งานขอคืนภาษี</strong></p>
<p><strong>3. งานวางแผนภาษี</strong></p>
<p><strong>4. งานตรวจสอบภาษี</strong></p>
<p><strong>5. งานกรอกแบบแสดงรายการภาษี</strong></p>
<p><strong>6. งานให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่</strong></p>
<p><strong>7. งานอุทธรณ์การประเมินภาษี</strong></p>
<p><strong>8. งานคดีภาษีอากร</strong></p>
<p><strong>   </strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact-title">
<p><strong>สอบถามบริการโปรดติดต่อ :</strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>กัมพล ทรัพย์ปรุง</strong></p>
<p><strong>+662 680-9724</strong></p>
<p><strong><a class="spamspan" href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong> </strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong> </strong></p>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2876">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนสิงหาคม 2561</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2876/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนมิถุนายน 2561</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/news/2865</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/news/2865#respond</comments>
				<pubDate>Thu, 31 May 2018 23:26:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ทิพย์ระวี ขุดขำ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายข่าวภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2865</guid>
				<description><![CDATA[<p>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ DLO’s Tax Newsletter ฉบับที่ 90 มิถุนายน 2561 &#160; กฎหมายใหม่ล่าสุด 1.เพิ่มประเภทเงินได้ที่ได้จากการถือห [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2865">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนมิถุนายน 2561</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 align="center"><strong>จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ</strong></h3>
<h3 align="center"><strong>DLO’s Tax Newsletter</strong></h3>
<p align="right"><span style="text-decoration: underline;"><strong>ฉบับที่ 90 มิถุนายน 2561</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></h5>
<p>1.เพิ่มประเภทเงินได้ที่ได้จากการถือหรือครอบครองโทเคนดิจิทัล หรือการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัล เป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (4) แห่งประมวลรัษฎากร<br />
2.แก้ไขหลักเกณฑ์การบริจาคเงินให้กับสถานศึกษาบริจาค ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และ อากรแสตมป์ ให้แก่ผู้สนับสนุนการศึกษา<br />
3.ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยให้หักรายจ่ายในการอบรมสัมมนาภายในประเทศ กรณีจังหวัดท่องเที่ยวรองได้ 2 เท่า<br />
4.ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยให้หักรายจ่ายเพื่อดำเนินโครงการพลังประชารัฐ หรือเพื่อสนับสนุนโครงการสานพลังประชารัฐให้แก่มูลนิธิพาณิชย์สงเคราะห์ได้เพิ่มอีก 1 เท่า<br />
5.ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับกำไรสุทธิ 5 รอบบัญชีให้แก่ SMEs ซึ่งประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือรายได้เกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการ<br />
6.ยกเว้นภาษีเงินได้แก่บริษัทห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลโดยให้หักค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กเพื่อเป็นสวัสดิการแก่ลูกจ้างได้ 2 เท่า</p>
<h5><span style="text-decoration: underline;">ข่าวภาษี</span></h5>
<p>1. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มประมวลรัษฎากร (ฉบับที่..) พ.ศ. &#8230;.  เพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><span style="text-decoration: underline;">คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ</span></h5>
<p>คำพิพากษาฎีกาที่  7323/2560</p>
<p>ระหว่าง               บริษัท ด           โจทก์</p>
<p>กรมสรรพากร   จำเลย</p>
<p>เรื่อง                    เงื่อนไขการคำนวณกำไรสุทธิ ตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><span style="text-decoration: underline;">กฎหมายใหม่ล่าสุด</span></h5>
<h5>1. เพิ่มประเภทเงินได้ที่ได้จากการถือหรือครอบครองโทเคนดิจิทัล หรือการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือ    โทเคนดิจิทัล เป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (4) แห่งประมวลรัษฎากร</h5>
<p>พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 19) พ.ศ.2561 กำหนดให้เงินได้จากการซื้อขาย แลกเปลี่ยน คริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัล ถือเป็นรายได้ที่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีบุคคลธรรมดา โดยผู้จ่ายเงินได้มีหน้าที่หักภาษีในอัตราร้อยละ 15</p>
<p>ทั้งนี้ ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/2KZTfuW">https://bit.ly/2KZTfuW</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>2. แก้ไขหลักเกณฑ์การบริจาคเงินให้กับสถานศึกษาบริจาค ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และ อากรแสตมป์ ให้แก่ผู้สนับสนุนการศึกษา</h5>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 655) พ.ศ. 2561 กำหนดให้แก้ไขเพิ่มเติมประเภทสถานศึกษาที่ผู้บริจาคจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ โดยให้เพิ่มสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งคณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ อนุมัติโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตามคำสั่งของหัวหน้า คสช. ที่ 29/2560</p>
<p>ในกรณีบุคคลธรรมดาหักค่าลดหย่อนได้ 2 เท่า นิติบุคคลหักรายจ่ายได้ 2 เท่า ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด</p>
<p>ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับสำหรับเงินได้ที่จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/2KLhGer">https://bit.ly/2KLhGer</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>3. ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยให้หักรายจ่ายในการอบรมสัมมนาภายในประเทศ กรณีจังหวัดท่องเที่ยวรองได้ 2 เท่า</h5>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 656) พ.ศ. 2561 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้ สําหรับเงินได้เป็นจํานวนร้อยละหนึ่งร้อยของรายจ่ายในการอบรมสัมมนาที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจัดให้แก่ลูกจ้าง ณ ท้องที่ใดท้องที่หนึ่งในจังหวัดท่องเที่ยวรอง หรือในเขตพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นใดที่อธิบดีประกาศกําหนด โดยคําแนะนําของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561 ทั้งนี้ เฉพาะรายจ่ายดังต่อไปนี้</p>
<p>(1) ค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง หรือรายจ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการอบรมสัมมนาที่บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจ่าย</p>
<p>(2) ค่าบริการที่ได้จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนําเที่ยว และ มัคคุเทศก์เพื่อการอบรมสัมมนา ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกําหนด</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/2x3F6tF">https://bit.ly/2x3F6tF</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>4. ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยให้หักรายจ่ายเพื่อดำเนินโครงการพลังประชารัฐ หรือเพื่อสนับสนุนโครงการสานพลังประชารัฐให้แก่มูลนิธิพาณิชย์สงเคราะห์ได้เพิ่มอีก 1 เท่า</h5>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 657) พ.ศ.2561 กำหนดยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับเงินได้เท่ารายจ่ายที่ได้จ่ายเพื่อดำเนินโครงการภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐหรือเพื่อสนับสนุนโครงการสานพลังประชารัฐให้แก่มูลนิธิพาณิชย์สงเคราะห์ตามจำนวนที่จ่ายแต่ไม่เกินร้อยละห้าของกำไรสุทธิสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2560 แต่ไม่เกิน วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561</p>
<p>ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/2IDGc0x">https://bit.ly/2IDGc0x</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>5. ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับกำไรสุทธิห้ารอบบัญชีให้แก่ SMEs ซึ่งประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือรายได้เกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการ</h5>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 658) พ.ศ. 2561 ยกเว้นภาษีเงินได้สําหรับกําไรสุทธิเป็นระยะเวลาห้ารอบระยะเวลาบัญชีให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งเป็น SMEs ที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิเช่น อุตสาหกรรมอาหาร, แพทย์, ท่องเที่ยว, วิจัย</p>
<p>ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกําหนด</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/2IZsIj7">https://bit.ly/2IZsIj7</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>6. ยกเว้นภาษีเงินได้แก่บริษัทห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลโดยให้หักรายจ่ายในการจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กเพื่อเป็นสวัสดิการแก่ลูกจ้างได้ 2 เท่า</h5>
<p>พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 659) พ.ศ.2561 กำหนดยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับเงินได้เป็นร้อยละร้อยของรายจ่ายที่ได้เป็นรายจ่ายในการจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กหรือศูนย์รับเลี้ยงเด็กที่จดแจ้งต่อกรมกิจการเด็กและเยาวชนหรือต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์จังหวัด เพื่อเป็นสวัสดิการของลูกจ้างสำหรับสถานประกอบการ ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 1 ล้านบาท สำหรับรายจ่ายที่จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2561 ถึง วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563</p>
<p>ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกําหนด</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="https://bit.ly/2kfd9pk">https://bit.ly/2kfd9pk</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><span style="text-decoration: underline;"><strong>ข่าวภาษี</strong></span></h5>
<h5>1. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มประมวลรัษฎากร (ฉบับที่..) พ.ศ. &#8230;.</h5>
<p>เพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ</p>
<p>เมื่อวันที่ 1-15 เม.ย. 2561 นี้ กรมสรรพากรเปิดให้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร เพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ <strong>(National e-Payment Master Plan)</strong> ที่ให้ธนาคารส่งข้อมูลธุรกรรมเหล่านี้เพื่อให้สรรพากรตรวจสอบภาษี กรณีฝากเงินหรือรับโอนรวมกันปีละ 3,000 ครั้ง ฝากเงินหรือรับโอนรวมกันปีละ 200 ครั้ง และยอดรวม 2,000,000 บาทขึ้นไป</p>
<p>ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด</p>
<p>ติดตามรายละเอียดได้จาก <a href="http://www.rd.go.th/publish/27837.0.html">http://www.rd.go.th/publish/27837.0.html</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><span style="text-decoration: underline;"><strong>คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ </strong></span></h5>
<p>คำพิพากษาฎีกาที่  7323/2560</p>
<p>ระหว่าง               บริษัท ด           โจทก์</p>
<p>กรมสรรพากร   จำเลย</p>
<p>เรื่อง                    เงื่อนไขการคำนวณกำไรสุทธิ ตามมาตรา 65 ตรีแห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเยอรมนีและมีสำนักงานใหญ่ในประเทศเยอรมนี มีสำนักงานภูมิภาคในประเทศสิงคโปร์ และได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ โดยมีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย โดยมีนาย ส. และนาย จ. เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน ซึ่งประเทศไทยกับประเทศเยอรมนีได้มีข้อตกลงเพื่อการยกเว้นภาษีซ้อนในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้และจากการลงทุน</p>
<p>ในรอบระยะเวลาบัญชี 1 มกราคม 2541 ถึง 31 ธันวาคม 2541 โจทก์นำค่าใช้จ่ายปันส่วนจากสำนักงานใหญ่ และสำนักงานภูมิภาคมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของสถานประกอบการถาวรในประเทศไทยของโจทก์ แต่จำเลยไม่ยอมให้โจทก์นำค่าใช้จ่ายจำนวนดังกล่าวมาหักเป็นรายจ่าย เนื่องจากไม่ถือว่าเป็นรายจ่ายที่มีขึ้นเพื่อกิจการในประเทศไทยโดยเฉพาะตามมาตรา 65 ตรี (14)<br />
แห่งประมวลรัษฎากร</p>
<p>ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้ออ้างของจำเลยฟังไม่ขึ้น เนื่องจาก มาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 กำหนดให้ยกเว้นภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรแก่บุคคลตามสัญญาว่าด้วยการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อนฯ ดังนั้น ในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้และจากทุนขัดแย้งกับประมวลรัษฎากร จะต้องถือตามความตกลงดังกล่าวซึ่งเป็นข้อยกเว้นของประมวลรัษฎากร ซึ่งข้อ 7(3) ของความตกลงดังกล่าวกำหนดว่า ในการกำหนดกำไรของสถานประกอบการถาวร ให้ยอมให้หักค่าใช้จ่ายซึ่งมีขึ้นเพื่อสถานประกอบกิจการถาวรนั้น รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการบริหารและการจัดการทั่วไปไม่ว่าจะมีขึ้นในรัฐผู้ทำสัญญาที่สถานประกอบการถาวรนั้นตั้งอยู่หรือที่อื่น ดังนั้นโจทก์จึงมีสิทธินำค่าใช้จ่ายเพื่อกิจการในประเทศไทยโดยเฉพาะและค่าใช้จ่ายในการบริหารและการจัดการทั่วไป ไม่ว่าจะมีขึ้นในประเทศไทยซึ่งสถานประกอบการถาวรของโจทก์ตั้งอยู่หรือที่อื่น มาหักเป็นรายจ่ายได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><span style="text-decoration: underline;"><strong>ความเห็น</strong></span></h5>
<p>ผู้เขียนเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลฎีกาข้างต้นด้วยเหตุว่า แม้ค่าใช้จ่ายปันส่วนดังกล่าวจะไม่สามารถพิสูจน์ได้ชัดเจนว่า เป็นรายจ่ายเพื่อกิจการในประเทศโดยเฉพาะหรือไม่ อันส่งผลให้ไม่อาจนำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ ตามความในมาตรา 65 ตรี (14) แห่งประมวลรัษฎากร แต่เนื่องด้วยมีความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (ความตกลงฯ) เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนในส่วนเกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้และจากทุนตามมาตรา 3 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 7 (3) ของความตกลงฯ กำหนดให้สามารถหักค่าใช้จ่ายซึ่งมีขึ้นเพื่อสถานประกอบการถาวรนั้น รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการบริหารและจัดการทั่วไปได้ทั้งหมดไม่ว่าจะมีขึ้นในรัฐผู้ทำสัญญาที่สถานประกอบการนั้นตั้งอยู่หรือที่อื่น เพราะในการประกอบธุรกิจที่ผู้ประกอบการมีสถานประกอบการหลายแห่งทั่วโลก ย่อมมีกำไร และค่าใช้จ่ายในการบริหารและการจัดการเกิดขึ้น ซึ่งกำไร และค่าใช้จ่ายดังกล่าวไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากสถานประกอบการในประเทศไทย หรือสถานประกอบการในต่างประเทศ ก็ย่อมถือได้ว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากองค์กรธุรกิจเดียวกัน ดังนั้นหากสถานประกอบการมีกำไรเกิดขึ้นก็ควรยอมให้หักค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการบริหารและการจัดการทั่วไปได้ ไม่ว่าสถานประกอบการถาวรนั้นจะตั้งอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ก็ตาม</p>
<p>ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการทำความตกลงฯ ที่มุ่งประสงค์ให้ลดปัญหาการเก็บภาษีซ้ำซ้อนในเงินจำนวนเดียวกัน จึงต้องถือตามความตกลงฯ ให้โจทก์นำค่าใช้จ่ายปันส่วนจากสำนักงานใหญ่และสำนักงานภูมิภาคมาหักเป็นรายจ่ายเพื่อคำนวณกำไรสุทธิของโจทก์ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p align="center">ทิพย์ระวี  ขุดขำ</p>
<p align="center"> หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด 2/2 อาคารภักดี ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 หรือโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 0-2680-9751, 0-2680-9760 Email: <a href="mailto:budhimak@dlo.co.th">budhimak@dlo.co.th</a></p>
<div class="nl-box">
<div class="nl-box-services">
<p><strong><span data-mce-mark="1">บริการกฎหมายภาษีอากร</span> :</strong></p>
<p><strong>1. งานให้คำปรึกษาภาษี</strong></p>
<p><strong>2. งานขอคืนภาษี</strong></p>
<p><strong>3. งานวางแผนภาษี</strong></p>
<p><strong>4. งานตรวจสอบภาษี</strong></p>
<p><strong>5. งานกรอกแบบแสดงรายการภาษี</strong></p>
<p><strong>6. งานให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่</strong></p>
<p><strong>7. งานอุทธรณ์การประเมินภาษี</strong></p>
<p><strong>8. งานคดีภาษีอากร</strong></p>
<p><strong>   </strong></p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div class="nl-box-contact-title">
<p><strong>สอบถามบริการโปรดติดต่อ :</strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact">
<p><strong>กัมพล ทรัพย์ปรุง</strong></p>
<p><strong>+662 680-9724</strong></p>
<p><strong><a href="mailto:kamphols@dlo.co.th">kamphols@dlo.co.th</a></strong></p>
</div>
<div class="nl-box-contact"></div>
<div class="nl-box-contact">
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/news/2865">จดหมายข่าวภาษีสำนักกฎหมายธรรมนิติ เดือนมิถุนายน 2561</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/news/2865/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
	</channel>
</rss>
