<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ภาณุกร ดุลสัมพันธ์ &#8211; สำนักกฎหมายธรรมนิติ</title>
	<atom:link href="https://www.dlo.co.th/author/phanukornd/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.dlo.co.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 18 Mar 2008 19:28:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.3.5</generator>
	<item>
		<title>กฎหมายการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/legal-articles/1768</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/legal-articles/1768#respond</comments>
				<pubDate>Tue, 18 Mar 2008 19:28:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ภาณุกร ดุลสัมพันธ์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความกฎหมาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/1768</guid>
				<description><![CDATA[<p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/legal-articles/1768">กฎหมายการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>
แม้ว่าในปัจจุบันมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคในด้านสัญญา และกำหนดให้คู่สัญญาสามารถเรียกเงินคืนได้ในกรณีที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติ ตามสัญญาก็ตาม  แต่ทางปฏิบัติแล้วก็ยังไม่สามารถป้องกันความเสียหายหรือประกันว่าผู้เสียหายได้รับเงินคืนครบถ้วนได้
</p>
<p>
<b>ระบบเอสโครว์</b> (Escrow) เป็นระบบการค้ำประกันการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินในสัญญาต่างตอบแทนต่างๆ โดยการกำหนดให้มีคนกลางหรือ Escrow Agent ซึ่งมีความมั่นคงและน่าเชื่อถือ ทำหน้าที่ดูแลการชำระหนี้ตามสัญญาให้ถูกต้องและสมบูรณ์ตามเจตนาของคู่สัญญา  โดยคนกลางจะเป็นผู้ดำเนินการตามข้อตกลงของคู่สัญญา  และถือเงินของคู่สัญญาฝ่ายที่จะต้องชำระเงินให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งในเวลาที่ได้รับการปฏิบัติจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งตามที่ตกลงกัน
</p>
<p>
ระบบดังกล่าวได้ถูกนำมาใช้ในพระราชบัญญัติการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ.2551  ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2551 เป็นต้นไป  เหตุผลการมีกฎหมายฉบับนี้คือเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือระหว่างคู่สัญญาในการชำระหนี้ต่อกันตามสัญญาสัญญาต่างตอบแทนต่างๆ   อาทิเช่นการทำสัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์ในโครงการบ้านจัดสรร   ซึ่งเจ้าของโครงการมีหน้าที่ต้องก่อสร้างบ้านให้ถูกต้องเรียบร้อยตรงตามกำหนดเวลาในสัญญาจะซื้อจะขาย  ส่วนผู้ซื้อก็ต้องมีหน้าที่ชำระเงินตามงวดที่กำหนดไว้ให้แก่ผู้ขาย   ปัญหาเกิดขึ้นกรณีผู้ซื้อวางเงินจองและชำระเงินดาวน์แล้วผู้ขายไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือก่อสร้างล่าช้ากว่ากำหนดหรือไม่ได้มาตรฐาน   หรือปัญหาจากการที่ผู้ประกอบการนำเงินมัดจำจองและเงินดาวน์ของลูกค้าไปใช้หมุนเวียนของธุรกิจแล้วเกิดปัญหาสภาพคล่อง  ทำให้ผู้ซื้อต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ขายและบางรายไม่อาจบังคับเรียกร้องเงินที่ชำระไปแล้ว
</p>
<p>
หลักการของกฎหมายฉบับนี้คือกำหนดให้มีคนกลาง (Escrow Agent)  เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ให้คู่สัญญาปฏิบัติการชำระหนี้ตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนดไว้   ตลอดจนรักษาเงิน ทรัพย์สินหรือเอกสารแห่งหนี้   และจัดให้มีการชำระหนี้และโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในทรัพย์สินให้แก่คู่สัญญาทั้งสองฝ่าย    ซึ่งคู่สัญญาที่ประสงค์จะให้มีคนกลางทำหน้าที่เช่นนี้ต้องทำสัญญาดูแลผลประโยชน์  กับผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา    และระบุกำหนดระยะเวลา และเงื่อนไขในการส่งมอบทรัพย์สินหรือเอกสารแห่งหนี้ไว้ด้วย   ซึ่งผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาจะทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายตามที่ระบุในสัญญาดูแลผลประโยชน์นั้น   อย่างไรก็ตามกฎหมายห้ามไม่ให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญามีส่วนได้เสียกับคู่สัญญาทั้งทางตรงหรือโดยอ้อมด้วย
</p>
<p>
สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551  ได้ดังนี้
</p>
<blockquote>
<p>
	1. <b>สัญญาที่สามารถตกลงให้ผู้ดูแลผลประโยชน์<br />
	</b>
	</p>
<p>
	ได้แก่ สัญญาต่างตอบแทนทุกชนิด  ซึ่งคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งมีหนี้และหน้าที่ต้องโอนหรือส่งมอบทรัพย์สินหรือเอกสารให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง  และคู่สัญญาอีกฝ่ายนั้นก็ต้องชำระเงินตอบแทนให้ด้วย    เช่น  สัญญาให้บริการ สัญญาซื้อขายทรัพย์สินทั่วไป   และสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์  เป็นต้น
	</p>
<p>
	2. <b>การทำสัญญาดูแลผลประโยชน์<br />
	</b>
	</p>
<p>
	เป็นสัญญาที่ทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของคู่สัญญาและลงลายมือชื่อของผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา    เป็น สัญญาทั้งสามฝ่ายและต้องมีรายการที่กฎหมายกำหนดด้วย เช่น ชื่อและที่อยู่ของคู่สัญญา และชื่อที่อยู่ของผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา, ระยะเวลาหรือเงื่อนไขในการส่งมอบทรัพย์สินหรือเอกสารแห่งหนี้    และการส่งมอบเงินของคู่สัญญา, ค่าตอบแทนของผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาเป็นต้น   และกฎหมายยังห้ามไม่ให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญารับดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา  หากมีส่วนได้เสียกับคู่สัญญานั้น
	</p>
<p>
	3. <b>ผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา<br />
	</b>
	</p>
<p>
	เป็นนิติบุคคลหรือสถาบันการเงินทำหน้าที่เป็นคนกลางหรือ Escrow Agent เพื่อดูแลการชำระหนี้ของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย  โดยจะได้รับค่าตอบแทนจากคู่สัญญา    ทั้งนี้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์ตามกฎหมายฉบับนี้ด้วย
	</p>
<p>
	4.  <b>หน้าที่ของผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา<br />
	</b>
	</p>
<blockquote>
<p>
		4.1 จัดทำสัญญาดูแลผลประโยชน์
		</p>
<p>
		4.2 ทำการเปิดบัญชีเงินฝากเพื่อประโยชน์ของคู่สัญญา (หรือเรียกว่าบัญชีดูแลผลประโยชน์) ไว้กับสถาบันการเงิน  เช่น ธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทเงินทุน   กับทั้งต้องทำบัญชีทรัพย์สินแยกเก็บทรัพย์สินของคู่สัญญาแต่ละราย ออกจากของผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา
		</p>
<p>
		4.3 ออกหลักฐานรับรองการฝากเงินของคู่สัญญาฝ่ายที่ต้องชำระเงินให้แก่ฝ่ายที่มอบ เงินนั้น (ถือว่าเป็นหลักฐานในการปฏิบัติการชำระหนี้เงินด้วย) และแจ้งเป็นหนังสือให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบทันที
		</p>
<p>
		หากเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาจะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบและบันทึกเป็นหลักฐาน ว่าอสังหาริมทรัพย์นั้นอยู่ภายใต้สัญญาดูแลผลประโยชน์ และห้ามจดทะเบียนโอนจนกว่าจะได้รับแจ้งจากผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา
		</p>
<p>
		4.4 ทำหนังสือแจ้งให้คู่สัญญาทราบถึงรายการฝากเงินหรือการโอนเงิน ตลอดจนจำนวนเงินที่คงเหลือในบัญชีดูแลผลประโยชน์
		</p>
<p>
		4.5 เมื่อคู่สัญญาได้ปฏิบัติตามข้อตกลงที่กำหนดในสัญญาดูแลผลประโยชน์ครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว    ผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาจะโอนเงินและดอกผลในบัญชีดูแลผลประโยชน์ให้แก่ฝ่ายที่ต้องโอนหรือมอบทรัพย์สิน   และจัดให้มีการโอนหรือส่งมอบทรัพย์สินให้แก่ฝ่ายที่ชำระเงินนั้น
		</p>
<p>
		ในกรณีที่คู่สัญญามีข้อโต้แย้งกันเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ของตนตามสัญญาดูแลผลประโยชน์  ผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาจะต้องไม่ส่งมอบเงินหรือโอนทรัพย์สินให้แก่คู่สัญญาฝ่ายใด   จนกว่าจะมีการตกลงกันเรียบร้อยแล้ว   หรือศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด
		</p>
</blockquote>
<p>
	5. <b>ค่าบริการของผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา<br />
	</b>
	</p>
<p>
	ผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาจะได้รับค่าบริการตามอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยคู่สัญญาเป็นผู้ออกฝ่ายละครึ่งเท่ากัน  เว้นแต่คู่สัญญาจะตกลงกันเป็นอย่างอื่น  และห้ามผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาเรียกเก็บจากเงินในบัญชีที่ตนดูแลผลประโยชน์
	</p>
<p>
	6. <b>การคุ้มครองเงินของคู่สัญญา<br />
	</b>
	</p>
<p>
	กรณีที่ผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาถูกคำพิพากษาศาลให้ต้องชำระหนี้ในคดีใดๆ  หรือถูกพิทักษ์ทรัพย์หรือถูกสั่งให้ระงับกิจการบางส่วนหรือทั้งหมดก็ตาม   เงินในบัญชีดูแลผลประโยชน์จะได้รับความคุ้มครองโดยจะไม่ถูกยึดหรืออายัด  และไม่ต้องห้ามการจำหน่ายจ่ายโอน  นอกจากนั้นคู่สัญญายังมีสิทธิขอเลิกสัญญาดูแลผลประโยชน์และรับเงินคืน หรือโอนให้แก่บุคคลอื่นที่จะเข้ามาเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาแทน
	</p>
</blockquote>
<p>
กฎหมายลักษณะเช่นนี้ย่อมเกิดผลดีโดยตรงต่อคู่สัญญา  เพราะจะได้รับการปฏิบัติจากอีกฝ่ายหนึ่งตามที่ตกลงกันไว้     ช่วยลดความเสี่ยงหรือลดจำนวนความเสียหายให้น้อยลง   ในส่วนของสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อเงินกู้แก่คู่สัญญาก็มีความมั่นใจเพิ่มขึ้น และยังเกิดมีบริการประเภทใหม่ของสถาบันการเงินโดยได้รับค่าธรรมเนียมในการเปิดบัญชี ค่าบริการ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามสัญญาการให้บริการ
</p>
<p>
ในส่วนของ ผู้ประกอบการ การนำระบบนี้มาใช้ย่อมเรียกความเชื่อมั่นของผู้ซื้อ และส่งเสริมภาพลักษณ์ของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่แต่เดิมมีปัญหาเป็นจำนวนมาก  แต่อาจจะมีภาระเรื่องเงินทุนสำรองเพื่อสภาพคล่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการรายใหม่หรือที่ไม่มีความพร้อมของเงินทุนจำเป็นต้องปรับตัวมากขึ้น  และยังต้องระมัดระวังการลงทุนให้รัดกุมมากขึ้นไม่ให้ระยะเวลาการส่งมอบล่าช้าหรือสินค้าไม่ได้คุณภาพ  มิฉะนั้นผู้ซื้อก็สามารถที่จะทำเรียกร้องสิทธิของตนตามที่ระบุไว้ในสัญญา
</p>
<p>
อย่างไรก็ตามเชื่อว่าโดยภาครวมแล้วย่อมจะทำให้มีความมั่นใจและส่งผลให้มีการทำ ธุรกรรมมากขึ้น นอกจากนั้นยังเป็นการเพิ่มมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคและลดความเสี่ยงของผู้บริโภคได้อีกทางหนึ่ง  ตลอดจนจะช่วยลดข้อพิพาทและคดีความของคู่สัญญาได้ด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/legal-articles/1768">กฎหมายการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/legal-articles/1768/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
	</channel>
</rss>
