<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>หทัยรัตน์ สุขประเสริฐ &#8211; สำนักกฎหมายธรรมนิติ</title>
	<atom:link href="https://www.dlo.co.th/author/hatairats/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.dlo.co.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 10 Oct 2019 07:51:38 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.3.5</generator>
	<item>
		<title>ภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา/ ตอนที่ 1 กรณีชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทยโดยเป็นพนักงานประจำของบริษัทไทย</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2922</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2922#respond</comments>
				<pubDate>Sun, 03 Feb 2019 21:51:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[หทัยรัตน์ สุขประเสริฐ]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2922</guid>
				<description><![CDATA[<p>ภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตอนที่ 1 กรณีชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทยโดยเป็นพนักงานประจำของบริษัทไทย                ปัจจุบันมีชาวต่างชาต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/2922">ภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา/ ตอนที่ 1 กรณีชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทยโดยเป็นพนักงานประจำของบริษัทไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;" align="center"><strong>ภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</strong></p>
<p style="text-align: center;" align="center"><strong>ตอนที่ 1 กรณีชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทยโดยเป็นพนักงานประจำของบริษัทไทย</strong></p>
<p style="text-align: justify;" align="center"><strong> </strong></p>
<p style="text-align: justify;">             ปัจจุบันมีชาวต่างชาติไม่น้อยที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ซึ่งบางท่านเข้าใจว่าเพียงแค่เข้ามาระยะเวลาสั้น ๆ ก็ไม่ต้องเสียภาษีหรือขอแค่จ่ายภาษีที่ประเทศบ้านเกิดก็ไม่เป็นไร ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดเพราะหากเข้ามาทำงานเป็นพนักงานประจำของบริษัทไทยในประเทศไทยแล้วแม้เพียงหนึ่งวันก็มีหน้าที่ที่ต้องเสียภาษีเกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งการเสียภาษีที่ต่างประเทศในเงินก้อนเดียวกันนี้ก็ไม่อาจทำให้พ้นความรับผิดไม่เสียภาษีในประเทศไทย ผู้เขียนจึงขอนำเสนอให้ท่านผู้อ่านทำความเข้าใจดังนี้</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>            1. กรณีทำงานให้บริษัทไทยอย่างเดียว</strong></p>
<p style="text-align: justify;">             กรณีนี้ถือว่าหน้าที่ในการเสียภาษีในประเทศไทยจะเกิดขึ้นเพราะเหตุเนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการของนายจ้างในประเทศไทย ตามมาตรา 41 วรรคแรกแห่งประมวลรัษฎากร<sup>2</sup> ภาระภาษีจะไม่ต่างกับพนักงานซึ่งเป็นคนไทยเลย</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>             2. </strong><strong>กรณีทำงานให้ทั้งบริษัทไทยและบริษัทต่างประเทศ</strong></p>
<p style="text-align: justify;">             กรณีนี้จะต้องพิจารณาก่อนว่าบริษัทต่างประเทศดังกล่าวเกี่ยวข้องกับบริษัทในประเทศไทยหรือไม่ และเงินได้ดังกล่าวท่านนำเข้ามาในไทยหรือไม่ แยกพิจารณาได้ดังนี้</p>
<p style="text-align: justify;">             <span style="text-decoration: underline;">2.1 บริษัทต่างประเทศเกี่ยวข้องเป็นบริษัทแม่/บริษัทในเครือของบริษัทไทย</span></p>
<p style="text-align: justify;">             หากท่านมีเงินได้ตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร<sup>1</sup> เช่น เงินเดือน โบนัส หรือค่าเช่าบ้าน เป็นต้น จากบริษัทในต่างประเทศซึ่งมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับบริษัทไทย นั่นก็อาจจะทำให้ท่านมีภาระภาษีเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากกรมสรรพากรเคยมีแนววินิจฉัยว่า กรณีพนักงานมีฐานะเป็นพนักงานของทั้งบริษัทไทยและบริษัทแม่ในต่างประเทศนั้น จะต้องนำเงินได้ที่ได้รับในประเทศไทยและต่างประเทศมารวมคำนวณเป็นเงินได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย เนื่องจากมาตรา 41 แห่งประมวลรัษฎากร<sup>2</sup>กำหนดไว้ว่าต้องเสียภาษีในประเทศไทยไม่ว่าจะจ่ายเงินได้จากในหรือต่างประเทศก็ตาม ประกอบกับอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างประเทศไทยและประเทศนั้น ๆ (“อนุสัญญาภาษีซ้อนฯ”) กำหนดให้จัดเก็บภาษีในประเทศไทยได้ ยกเว้นแต่ท่านสามารถพิสูจน์ให้เจ้าพนักงานกรมสรรพากรเชื่อได้ว่าเงินได้จากต่างประเทศนั้นไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่การงานของท่านในบริษัทไทย ทั้งนี้ เทียบเคียงข้อหารือกรมสรรพากรที่ กค 0702/4899 ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2552</p>
<p style="text-align: justify;">             อย่างไรก็ตาม แม้ประเทศนั้น ๆ จะยังไม่มีการทำอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศไทย ท่านก็อาจยังคงต้องนำเงินได้จากบริษัทแม่ในต่างประเทศมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทยตามมาตรา 41 แห่งประมวลรัษฎากรนั่นเอง</p>
<p style="text-align: justify;">             <span style="text-decoration: underline;">2.2 บริษัทต่างประเทศไม่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทไทย</span></p>
<p style="text-align: justify;">             หากบริษัทต่างประเทศนั้นไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องใด ๆ กับบริษัทไทย เช่น ไม่ได้เป็นบริษัทแม่/บริษัทในเครือของบริษัทไทย ก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะไม่ต้องเสียภาษีจากเงินได้นั้นในประเทศไทย ท่านอาจจะต้องนำเงินได้จากต่างประเทศดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นเงินได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทยก็ได้ หากเป็นเงินได้จากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ และท่านได้นำเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีที่ได้รับเงินนั้น ตามมาตรา 41 วรรคสองแห่งประมวลรัษฎากร<sup>2</sup></p>
<p style="text-align: justify;"><strong>             3.  </strong><strong>การเครดิตภาษี</strong></p>
<p style="text-align: justify;">             การทำงานเป็นพนักงานประจำให้แก่บริษัทไทยในประเทศไทยจะส่งผลให้ท่านมีภาระภาษีเสมือนคนไทยแม้จะทำงานแค่วันเดียวก็ตาม แต่ระยะเวลาดังกล่าวก็ยังคงมีความจำเป็นที่จะต้องคำนึงเพื่อพิจารณาว่าท่านเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยหรือไม่ เพื่อทำการขอเครดิตภาษีกรณีที่ท่านยังคงมีหน้าที่ในการเสียภาษีในต่างประเทศจากเงินได้ที่ท่านต้องเสียภาษีในประเทศไทยนี้</p>
<p style="text-align: justify;">                ยกตัวอย่างเช่น หากท่านเป็นคนอเมริกันซึ่งมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทยและประเทศอเมริกาในเงินได้เดียวกัน จะสามารถทำการเครดิตภาษีภายใต้เงื่อนไขดังนี้</p>
<p style="text-align: justify;">(1) กรณีท่านอยู่ในประเทศไทย<em>มากกว่าหรือเท่ากับ</em> 180 วัน ถือว่า<span style="text-decoration: underline;">มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย</span> ดังนั้น จึงต้องยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ประเทศอเมริกา พร้อมทั้งขอหนังสือรับรองเพื่อการรัษฎากรจากกรมสรรพากรอเมริกา จากนั้นให้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย โดยนำเงินได้ที่ได้รับทั้งในและต่างประเทศทั้งหมดมารวมคำนวณโดยสามารถนำจำนวนที่ได้รับและเสียภาษีในประเทศอเมริกาแล้วมาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระในประเทศไทย ทั้งนี้ไม่เกินกว่าภาษีที่ต้องเสียในประเทศไทย ตามมาตรา 41 วรรคสามแห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับ ข้อ 4 ข้อ 16 และข้อ 25 ของอนุสัญญาภาษีซ้อนฯ<sup>3</sup></p>
<p style="text-align: justify;">(2)  กรณีท่านอยู่ในประเทศไทย<em>น้อยกว่า</em> 180 วัน ถือว่า<span style="text-decoration: underline;">มีถิ่นที่อยู่ในประเทศอเมริกา</span> ดังนั้น จึงต้องยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ประเทศไทย พร้อมทั้งขอหนังสือรับรองเพื่อการรัษฎากรจากกรมสรรพากรไทย จากนั้นให้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศอเมริกา โดยนำเงินได้ที่ได้รับทั้งในและต่างประเทศทั้งหมดมารวมคำนวณโดยสามารถนำจำนวนที่ได้รับและเสียภาษีในประเทศไทยแล้วมาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระในประเทศอเมริกา ทั้งนี้ไม่เกินกว่าภาษีที่ต้องเสียในประเทศอเมริกา ตามมาตรา 41 วรรคสามแห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับ ข้อ 4 ข้อ 16 และข้อ 25 ของอนุสัญญาภาษีซ้อนฯ</p>
<p style="text-align: justify;">             อย่างไรก็ตาม กฎหมายภาษีเป็นเรื่องละเอียดอ่อนซึ่งบางครั้งอาจมีการยกเว้นภาษีแก่ชาวต่างชาติในบางกรณี เช่น กรณีที่ท่านเป็นครูชาวต่างชาติซึ่งเข้ามาสอนในประเทศไทยโดยมีระยะเวลาไม่เกิน 2 ปีจะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ในประเทศไทย เป็นต้น นอกจากนี้ การเข้าใจในข้อเท็จจริงผิดไปแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ผลของภาระภาษีต่างกันได้</p>
<p style="text-align: justify;" align="center"><strong> </strong></p>
<p style="text-align: center;" align="center"><strong>ผู้เขียน  หทัยรัตน์ สุขประเสริฐ</strong></p>
<p style="text-align: justify;" align="center"><strong> </strong></p>
<p style="text-align: justify;" align="center">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p style="text-align: left;" align="right"><strong>ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง</strong></p>
<p style="text-align: justify;" align="right"><strong> </strong></p>
<p style="text-align: justify;"><sup>1</sup><strong>มาตรา 40</strong> เงินได้พึงประเมินนั้น คือเงินได้ประเภทต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด</p>
<p style="text-align: justify;">    (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน</p>
<p style="text-align: justify;"><sup>2</sup><strong>มาตรา 41</strong> ผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งาน หรือกิจการที่ทำในประเทศไทย หรือเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย ต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ</p>
<p style="text-align: justify;">             ผู้อยู่ในประเทศไทยมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ ต้องเสียภาษีเงินได้ตามบทบัญญัติในส่วนนี้เมื่อนำเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทย</p>
<p style="text-align: justify;">             ผู้ใดอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะ รวมเวลาทั้งหมดถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันในปีภาษีปีใด ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย</p>
<p style="text-align: justify;"><sup>3</sup><strong>อนุสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้</strong></p>
<p style="text-align: justify;">            ข้อ 4. ผู้มีถิ่นที่อยู่</p>
<p style="text-align: justify;">            ข้อ 16. บริการส่วนบุคคลที่ไม่เป็นอิสระ</p>
<p style="text-align: justify;">             ข้อ 25. การบรรเทาภาระจากภาษีซ้อน</p>
<p style="text-align: justify;" align="center">
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/2922">ภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา/ ตอนที่ 1 กรณีชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทยโดยเป็นพนักงานประจำของบริษัทไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2922/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
	</channel>
</rss>
