<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ชำนาญ จันทร์เรือง &#8211; สำนักกฎหมายธรรมนิติ</title>
	<atom:link href="https://www.dlo.co.th/author/chamnanx/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.dlo.co.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 10 Feb 2020 09:39:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.3.5</generator>
	<item>
		<title>ความสับสนระหว่างการขาดคุณสมบัติกับลักษณะต้องห้าม</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/legal-articles/1913</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/legal-articles/1913#respond</comments>
				<pubDate>Sat, 01 Aug 2009 10:37:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ชำนาญ จันทร์เรือง]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความกฎหมาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/1913</guid>
				<description><![CDATA[<p>ประเด็นข้อกฎหมายที่ค้างใจผมมากที่สุดในช่วงหลัง ๆ นี้คงไม่มีประเด็นใดเกินไปกว่า ความสับสนระหว่างการขาดคุณสมบัติ กับลักษณะต้องห้าม เริ่มตั้งแต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/legal-articles/1913">ความสับสนระหว่างการขาดคุณสมบัติกับลักษณะต้องห้าม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>
ประเด็นข้อกฎหมายที่ค้างใจผมมากที่สุดในช่วงหลัง ๆ นี้คงไม่มีประเด็นใดเกินไปกว่า ความสับสนระหว่างการขาดคุณสมบัติ กับลักษณะต้องห้าม เริ่มตั้งแต่การมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้คุณสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุที่เคยทำรายการอาหารโชว์ทางโทรทัศน์ แต่ก็ไหวตัวเลิกทำเสีย เมื่อเข้าดำรงตำแหน่งได้สักระยะหนึ่ง
</p>
<p>
เมื่อมีผู้ท้วงติงว่า น่าจะเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖๗ ที่ห้ามมิให้นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งใดในห้างหุ้นส่วน บริษัทหรือองค์การที่ดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งหาผลกำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน หรือเป็นลูกจ้างของบุคคลใดก็มิได้ด้วย ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ ก็มีมติเป็นเอกฉันท์ ๙ ต่อ ๐ ว่าคุณสมัครเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามนี้ (แม้ว่าจะเลิกทำไปแล้ว) และมีผลทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไป</p>
<p>จากคำวินิจฉัยดังกล่าว ได้สร้างความงุนงงสงสัยให้นักกฎหมายอย่างผมและบรรดาครูบาอาจารย์วิชากฎหมายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ศึกษามาทางด้านกฎหมายมหาชนทั้งในและต่างประเทศว่า เกิดอะไรขึ้นกับการตีความในระบบกฎหมายไทย และล่าสุดยังมีกรณีของการตีความของคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.ตีความซ้ำในทำนองเดียวกันอีก ในกรณีการถือหุ้นของ ๑๖ ส.ว.และ ๑๓ ส.ส.ประชาธิปัตย์
</p>
<p>
โดยจะยังไม่จบเพียงเท่านี้เพราะยังมี ส.ส.ของพรรคอื่นที่เหลืออีกเป็นจำนวนมาก จริงอยู่ การตีความของ กกต.ยังไม่มีผลเป็นการสิ้นสุดสมาชิกภาพของบรรดา ส.ส. ส.ว.ทั้งหลาย เพราะยังต้องส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีก จึงจะเป็นที่สิ้นสุด ประเด็นจึงมีอยู่ว่า แล้วศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยอย่างไร</p>
<p>แต่ก่อนที่จะไปถึงประเด็นที่ว่านี้ ผมอยากจะทำความเข้าใจกับคำว่า การขาดคุณสมบัติกับลักษณะต้องห้ามเสียก่อนว่า แตกต่างกันเช่นไร คำว่าลักษณะต้องห้ามนั้น ไม่ใช่คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามนั้น ไม่ได้ดูในวันที่เขาได้รับแต่งตั้ง แต่เป็นสิ่งต้องห้ามเมื่อดำรงตำแหน่งแล้วห้ามกระทำ แล้วผลของสองเรื่องนี้ ก็ไม่เหมือนกัน</p>
<p>การขาดคุณสมบัตินั้น เราตรวจสอบตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง ดังจะเห็นได้จากการที่เลขาธิการ ครม.จะเป็นผู้มีหน้าที่ในการตรวจสอบคุณสมบัติ ของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี หากพบว่าขาดคุณสมบัติหรือคุณสมบัติไม่ครบ ก็ไม่เสนอชื่อทูลเกล้าฯแต่งตั้ง หรือหากรอดหู รอดตา เมื่อไปพบเมื่อดำรงตำแหน่งไปแล้ว การดำรงตำแหน่งนั้นก็ไม่ชอบ ก็ต้องพ้นตำแหน่งไป เช่น
</p>
<p>
มีอายุหรือมีถิ่นที่อยู่ในเขตเลือกตั้ง ไม่ครบเกณฑ์ที่กำหนด ถึงแม้ว่า ต่อมาจะมีอายุมีถิ่นที่อยู่ในเขตเลือกตั้งครบตามเกณฑ์ก็ตาม แต่ก็ถือว่าขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่ต้น</p>
<p>แต่ลักษณะต้องห้ามเมื่อดำรงตำแหน่งแล้วหรือเมื่อพบ ก็ต้องเลิกกระทำ เช่น กรณีคุณสมัครที่ต่างชาติเขางง เพราะเขาเห็นว่า เราเป็นประเทศที่ทันสมัย ทัดเทียมต่างประเทศ แต่หลักอันนี้ ทำให้คนพ้นจากตำแหน่งได้อย่างไร คือการห้ามไม่ให้ไปเป็นลูกจ้าง กรณีคุณสมัครเป็นกรณีที่น่าประหลาดใจที่สุด</p>
<p>การไปทำรายการทำกับข้าวหรือ cooking show นี้ แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตีความ (ตามพจนานุกรรม) ว่าเป็นลูกจ้างก็ตาม ก็เป็นการกระทำในสิ่งต้องห้ามเท่านั้น มันไม่ใช่คุณสมบัติ มันก็มีผลเพียงว่า องค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบ ต้องแจ้งไปให้เขาเลิกกระทำเท่านั้น ถ้าเขาไม่เลิก ก็ต้องพ้นตำแหน่งไป แต่นี่ของไทยเรา <b>ทำไมแปลกประหลาดอย่างนี้</b> และเท่าที่ผมทราบ ไม่มีนักกฎหมายมหาชนออกมา ตั้งข้อสังเกตเลย เว้นแต่ท่านอาจารย์วิษณุ วรัญญู เพียงคนเดียวเท่านั้น</p>
<p>ในกรณีการถือหุ้นของ ส.ส.และ ส.ว.ก็เช่นเดียวกันคือ เป็นลักษณะต้องห้าม หาก ส.ส.หรือ ส.ว.คนใดถือหุ้น แล้วขายทิ้งไปแล้ว ก็ถือว่าหมดลักษณะต้องห้ามนั้นแล้ว เว้นเสียแต่ว่า ยังคงดื้อด้านกระทำการอันเป็นการเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามนั้น เช่น ยังคงถือหุ้นนั้นอยู่ต่อไป ก็เป็นอันว่าก็ต้องพ้นตำแหน่งไปอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเขาหรือเธอ เลือกที่จะยังคงลักษณะต้องห้ามนั้น มากกว่าการเลือกดำรงตำแหน่ง ส.ส.หรือ ส.ว.ที่ว่านี้</p>
<p>ในรัฐธรรมนูญปี ๕๐ บางเรื่อง ก็บัญญัติแยกส่วนไว้ชัดว่า อันไหนเป็นคุณสมบัติอันไหนเป็นลักษณะต้องห้าม ดังเช่น มาตรา ๑๐๑ กำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิสมัคร ส.ส.และมาตรา ๑๐๒ กำหนดลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สมัคร ส.ส. เป็นต้น
</p>
<p>
อีกทั้งในมาตรา ๑๐๖ ยังบัญญัติให้สมาชิกภาพของ ส.ส.สิ้นสุดลงไว้แยกกันโดยใน (๔) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๑๐๑ หรือ (๕) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา๑๐๒ หรือ (๖) กระทำการอันต้องห้ามตามมาตรา ๒๖๕ หรือ มาตรา ๒๖๖ ซึ่งจะเห็นได้ว่า หากคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม เป็นอันเดียวกันแล้วเหตุใด จึงไม่บัญญัติไว้ด้วยกันเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราว</p>
<p>อย่างไรก็ตามในมาตรา ๑๑๕ ก็มีการบัญญัติให้สมาชิกวุฒิสภาและมาตรา ๑๗๔ ก็มีการบัญญัติให้รัฐมนตรี ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามไว้ด้วยกันเหมือนกัน ซึ่งอาจเป็นเพราะด้วยความไม่รู้ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญว่า คุณสมบัติกับลักษณะต้องห้ามนั้น ไม่เหมือนกันหรืออาจจะเป็นเพราะเหตุที่ตั้งใจจะให้มันอยู่ด้วยกัน เพราะไม่รู้ว่าอันไหนเป็นคุณสมบัติ อันไหนเป็นลักษณะต้องห้าม ก็เลยเอามาปน ๆ กันไว้เสียอย่างนั้น ซึ่งก็คือความสับสนของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ที่เป็นจุดบกพร่องของรัฐธรรมนูญฉบับนี้อีกอย่างหนึ่งนั่นเอง</p>
<p>แต่ที่แน่ ๆ นั้น มาตราที่เป็นข้อถกเถียงในปัจจุบัน กรณีของ ส.ส. ส.ว.รวมไปถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีนั้น เป็นไปตามบทบัญญัติในหมวด ๑๒ ส่วนที่ ๒ ที่ว่าด้วยการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตั้งแต่มาตรา ๒๖๕ จนถึงมาตรา ๒๖๙ นั้น เป็นลักษณะต้องห้ามโดยแท้ ไม่ใช่เรื่องของคุณสมบัติแต่อย่างใด</p>
<p><b>แล้วศาลรัฐธรรมนูญ ควรจะทำอย่างไร</b></p>
<p>คงไม่ยากต่อการคาดเดาเท่าใดนัก เพราะศาลรัฐธรรมนูญ ยังคงเป็นชุดเดียวกับที่วินิจฉัยให้คุณสมัครพ้นตำแหน่งไปแล้ว ก็คงวินิจฉัยไปในทางเดียวกันเช่นเคย เว้นเสียแต่ว่าจะกลับหลักเดิมของตนเองที่เคยวินิจฉัยไว้แล้ว โดยนำหลักการที่ผมได้ยกตัวอย่างข้างต้น มาวางแนวการวินิจฉัยใหม่ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
</p>
<p>
เพราะในอดีตศาลรัฐธรรมนูญชุดเดียวกัน ก็เคยกลับหลักการวินิจฉัยของตนเองมาแล้ว ดังเช่น ที่เคยวินิจฉัยว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ปี ๔๐ แต่ต่อมา ก็กลับหลักการวินิจฉัยโดยวินิจฉัยว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่จะมีสิทธิส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยเรื่องที่เกี่ยวกับขัดแย้งในอำนาจหน้าที่กับองค์กรตามรัฐธรรมนูญอื่น</p>
<p>แต่ผมไม่แน่ใจว่า ศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ จะกล้าทำเช่นนั้นหรือไม่ เพราะหากวินิจฉัยกลับหลักของตนเอง ที่เคยวินิจฉัยกรณีคุณสมัครไว้ ก็คงจะต้องถูกโจมตีว่า “สองมาตรฐาน” อย่างแน่นอน แต่การเป็นผู้พิพากษาหรือตุลาการนั้น <b>ความถูกต้องย่อมอยู่เหนือสิ่งอื่นใด</b> ศาลรัฐธรรมนูญต้องกล้าหาญที่จะกลับหลักของตนเองที่เคยวางไว้
</p>
<p>
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการวางบรรทัดฐานสำหรับหลักกฎหมาย ในการตีความรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายมหาชน ให้เป็นที่ยอมรับของบรรดานานอารยประเทศ โดยไม่ถูกหัวเราะอย่างขบขัน ดังเช่น กรณีที่นายกรัฐมนตรีไทย ต้องหลุดจากตำแหน่ง เพราะเหตุที่เคยทำกับข้าวโชว์ทางโทรทัศน์ จนนักกฎหมายมหาชนไทย ไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน เมื่อถูกถามจากนักกฎหมายต่างประเทศในกรณีนี้ นั่นเอง
</p>
<p>
ที่มา <a href="http://www.prachatai.com/journal/2009/07/25265" target="_blank" rel="noopener noreferrer">ประชาไท </a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/legal-articles/1913">ความสับสนระหว่างการขาดคุณสมบัติกับลักษณะต้องห้าม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/legal-articles/1913/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
	</channel>
</rss>
