<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ชัยศิริ ลิ่วสัมฤทธิ์ &#8211; สำนักกฎหมายธรรมนิติ</title>
	<atom:link href="https://www.dlo.co.th/author/chaisiril/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.dlo.co.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 14 Nov 2019 05:04:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.3.5</generator>
	<item>
		<title>ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Tax Point) ของสินค้าไม่มีรูปร่าง</title>
		<link>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2557</link>
				<comments>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2557#respond</comments>
				<pubDate>Sun, 31 Jan 2016 20:47:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[ชัยศิริ ลิ่วสัมฤทธิ์]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.dlo.co.th/legal-articles/2557</guid>
				<description><![CDATA[<p>ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Tax Point) กับสินค้าไม่มีรูปร่าง นายชัยศิริ ลิ่วสัมฤทธิ์ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด &#160; &#160;&#038; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/2557">ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Tax Point) ของสินค้าไม่มีรูปร่าง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<h3 align="center"><strong>ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (</strong><strong>Tax Point) กับสินค้าไม่มีรูปร่าง</strong></h3>
<p align="right">นายชัยศิริ ลิ่วสัมฤทธิ์</p>
<p align="right">บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด</p>
<p align="right">&nbsp;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ภาษีมูลค่าเพิ่มถือเป็นภาษีอีกหนึ่งประเภทที่สำคัญเพราะภาครัฐจัดเก็บได้สูงเป็นอันดับต้นๆ โดยวิธีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นรัฐจะให้ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นผู้จัดเก็บและนำส่งภาษีให้แก่รัฐ เมื่อผู้ประกอบการที่จดทะเบียนได้ขายสินค้าหรือให้บริการแก่ลูกค้า ผู้ประกอบการมีหน้าที่ออกใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%20%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%20final%202%20(1).doc#_ftn1">[1]</a> หากผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่ทำหน้าที่ของตนกล่าวคือไม่ออกใบกำกับภาษีให้กับผู้ซื้อสินค้าหรือรับบริการ อาจต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม หรือโทษปรับและจำคุก<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%20%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%20final%202%20(1).doc#_ftn2">[2]</a> แล้วแต่กรณี ดังนั้น หลักเกณฑ์ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่ผู้เสียภาษีควรทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อประโยชน์ในการออกใบกำกับภาษีได้อย่างถูกต้อง</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายสินค้าในกรณีทั่วไปเกิดขึ้นเมื่อได้มีการส่งมอบสินค้าให้กับผู้ซื้อ หรือโอนกรรมสิทธิ์สินค้า หรือได้รับชำระราคาสินค้า หรือได้ออกใบกำกับภาษี ให้ถือว่าความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้นๆ โดยผู้ขายมีหน้าที่ออกใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ซื้อในขณะนั้น<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%20%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%20final%202%20(1).doc#_ftn3">[3]</a> ส่วนใหญ่แล้วกรณีนี้จะเป็นการขายสินค้าที่จับต้องได้ เช่น โทรทัศน์ เสาเข็ม ฯลฯ ซึ่งถือเป็นการซื้อขายสินค้าที่มีรูปร่าง แต่จากที่กล่าวมานี้อาจจะเกิดคำถามว่า ถ้าเป็นการขายสินค้าที่ไม่มีรูปร่าง!!! ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจะเกิดขึ้นเมื่อใด</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ก่อนอื่นผู้เขียนขอกล่าวถึงลักษณะของสินค้าไม่มีรูปร่างก่อนว่ามีลักษณะอย่างไร ซึ่งประมวลรัษฎากรได้กล่าวถึงการขายสินค้าไม่มีรูปร่างไว้ในมาตรา 78/3(1) โดยยกตัวอย่าง เช่น “สิทธิในสิทธิบัตร กู๊ดวิลล์ การขายกระแสไฟฟ้า การขายสินค้าที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน หรือการขายสินค้าบางชนิดที่ตามลักษณะของสินค้าไม่อาจกำหนดได้แน่นอนว่ามีการส่งมอบเมื่อใด”</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;จากตัวอย่างดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่า การขายสินค้าที่ไม่มีรูปร่างเป็นการขายสินค้าที่มีความแตกต่างกับการขายสินค้าในกรณีทั่วไป เนื่องจากสินค้าไม่มีรูปร่างนั้นเป็นสินค้าที่เราไม่สามารถจับต้องได้ เช่น กรณีสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ไฟฟ้า น้ำประปา เป็นต้น จึงเป็นการยากที่จะทราบได้ว่าสินค้านั้นได้ส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อเมื่อใด กรมสรรพากรจึงได้วางแนวทางกำหนดความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของสินค้าไม่มีรูปร่างไว้ใน กฎกระทรวง ฉบับที่ 189 (พ.ศ. 2534) ดังนี้</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1. สำหรับสินค้าไม่มีรูปร่างที่เกี่ยวกับสิทธิ ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระค่าสินค้าแล้ว เว้นแต่จะได้มีการกระทำดังต่อไปนี้ ก) โอนกรรมสิทธิ์สินค้า หรือ ข) ได้ออกใบกำกับภาษี เกิดขึ้นก่อนการชำระค่าสินค้า ก็ให้ถือว่าความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นแล้วตามส่วนของการกระทำดังกล่าว<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%20%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%20final%202%20(1).doc#_ftn4">[4]</a></p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; โดยกรมสรรพากรได้เคยวินิจฉัยในกรณีที่บริษัท ก ขายสิทธิเวลาโฆษณาทั้งหมดให้แก่บริษัท ข <a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%20%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%20final%202%20(1).doc#_ftn5">[5]</a> ตามสัญญาซื้อขายสิทธิเวลาขายโฆษณา กรรมสิทธิ์ในสินค้าดังกล่าวได้มีการโอนไปยังผู้ซื้อแล้วตั้งแต่วันที่ได้มีการทำสัญญาซื้อขาย ดังนั้น ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจึงเกิดขึ้นตั้งแต่วันทำสัญญา และบริษัท ก มีหน้าที่ออกใบกำกับภาษีให้แก่บริษัท ข ตามราคาที่ได้กำหนดไว้ในสัญญา</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2. สำหรับการขายไฟฟ้า หรือน้ำประปา ซึ่งถือเป็นสินค้าที่ไม่สามารถกำหนดแน่นอนได้ว่ามีการส่งมอบเมื่อใด ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อมีการชำระค่าสินค้า หรือ มีการออกใบกำกับภาษีก่อนการชำระราคาค่าสินค้า ทั้งนี้ ตามส่วนของการกระทำดังกล่าว<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%20%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%20final%202%20(1).doc#_ftn6">[6]</a></p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อย่างไรก็ตาม หากการขายสินค้าที่ไม่อาจกำหนดจำนวนได้แน่นอนว่ามีการส่งมอบกันเมื่อใด สามารถกำหนดปริมาณการขายได้อย่างแน่นอนและชัดเจน เช่น มีมิเตอร์วัดปริมาณการขายสินค้าและมีรายงานการสรุปการขายเป็นรายวัน ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยว่าความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อได้มีการส่งมอบสินค้าตามหลักเกณฑ์สำหรับการขายสินค้าทั่วไป มิใช่ยึดตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการขายกระแสไฟฟ้าที่ได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 189 ดังกล่าวข้างต้น<a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%20%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%20final%202%20(1).doc#_ftn7">[7]</a></p>
<p>ดังนั้น การขายสินค้าที่ไม่มีรูปร่างและไม่สามารถกำหนดได้แน่นอนว่ามีการโอนเมื่อใด ให้ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น เมื่อมีการชำระค่าสินค้า หรือ มีการออกใบกำกับภาษีก่อนการชำระราคาค่าสินค้า แต่อย่างไรก็ตามหากสินค้าที่ไม่มีรูปร่างและไม่สามารถกำหนดได้แน่นอนว่ามีการโอนเมื่อใด แต่สามารถกำหนดปริมาณสินค้าได้อย่างชัดเจนก็ต้องถือว่าให้ความรับผิดเกิดขึ้น ตามหลักของการขายสินค้าในกรณีทั่วไปกล่าวคือ เมื่อได้มีการส่งมอบสินค้า หรือได้ชำระราคาหรือได้ออกใบกำกับภาษีก่อนการส่งมอบสินค้า</p>
<p>ผู้เขียนเห็นว่า หลักเกณฑ์ของกฎหมายภาษีที่ดีนั้นจะต้องมีความชัดเจนและถือปฏิบัติได้อย่างไม่ก่อให้เกิดข้อสงสัย คลุมเครือ เพราะหลักเกณฑ์มีความชัดเจนก็จะเป็นแนวทางการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้เสียภาษีอีกทางหนึ่ง เพราะการจัดเก็บภาษีเป็นการใช้อำนาจของรัฐในการลิดรอนสิทธิในทรัพย์สินของเอกชนกรณีจึงต้องตีความอย่างเคร่งครัด มีความชัดเจนและแน่นอนตามหลักนิติธรรม</p>
<div><br clear="all"></p>
<hr align="left" size="1" width="33%">
<div>
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%20%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%20final%202%20(1).doc#_ftnref1">[1]</a> มาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร</p>
</div>
<div>
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%20%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%20final%202%20(1).doc#_ftnref2">[2]</a> มาตรา 90/2(3) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
</div>
<div>
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%20%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%20final%202%20(1).doc#_ftnref3">[3]</a> มาตรา 78(1) แห่งประมวลรัษฎากร</p>
</div>
<div>
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%20%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%20final%202%20(1).doc#_ftnref4">[4]</a> ข้อ 2 กฎกระทรวง ฉบับที่ 189 (พ.ศ. 2534) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มบางกรณี</p>
</div>
<div>
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%20%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%20final%202%20(1).doc#_ftnref5">[5]</a> ข้อหารือ กรมสรรพากร ที่ กค 0811/พ./11978 (28 ธันวาคม 2544)</p>
</div>
<div>
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%20%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%20final%202%20(1).doc#_ftnref6">[6]</a> ข้อ 1 กฎกระทรวง ฉบับที่ 189 (พ.ศ. 2534) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มบางกรณี</p>
</div>
<div>
<p><a title="" href="file:///C:/Documents%20and%20Settings/mae/My%20Documents/Downloads/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%20%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%20final%202%20(1).doc#_ftnref7">[7]</a> คำพิพากษาฎีกาที่ 3293/2547</p>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th/tax-articles/2557">ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Tax Point) ของสินค้าไม่มีรูปร่าง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.dlo.co.th">สำนักกฎหมายธรรมนิติ</a>.</p>
]]></content:encoded>
							<wfw:commentRss>https://www.dlo.co.th/tax-articles/2557/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
							</item>
	</channel>
</rss>
