ประกาศที่ ๓/๒๕๕๐

เรื่อง หมายเหตุในโอกาส ๖๐ ปีธรรมนิติ ณ วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๐

    คณะกรรมการจัดการมีมติในการประชุมครั้งที่ ๓๘๘ เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๐ เห็นชอบหมายเหตุในโอกาส ๖๐ ปีธรรมนิติ ณ วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๐ แนบท้ายประกาศนี้ และให้ทั่วทั้งองค์กรและชาวธรรมนิติทุกคนศึกษา ทำความเข้าใจ และใช้เป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป

    ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๐

ในนามบริษัท ธรรมนิติ จำกัด (มหาชน)

(นายไพศาล พืชมงคล)

กรรมการประจำสำนักกรรมการจัดการ คนที่ ๑


แนบท้ายประกาศที่ ๓/๒๕๕๐

หมายเหตุ : ในโอกาส ๖๐ ปีธรรมนิติ ณ วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๐

    ๑. วิถีแห่งธรรมนิติ เป็น มติของคณะกรรมการบริหารชุดที่ ๕ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๖ ในโอกาสที่ธรรมนิติมีอายุครบ ๖๐ ปี ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๐ นี้ วิถีแห่งธรรมนิติ มติสภากรรมการและมติคณะกรรมการต่างๆ ดังที่ได้รวบรวมไว้ในคู่มือนี้ เป็นประสบการณ์และภูมิปัญญาของธรรมนิติ เป็นการสรุปหลักคิดชี้นำ การบริหารการจัดการและการนำของธรรมนิติและเป็นธงนำทางจิตวิญญาณ ที่จะนำพาธรรมนิติฝ่าข้ามกาลเวลาเพื่อจะได้ร่วมเฉลิมฉลองธรรมนิติครบ ๑๐๐ ปี ในปีพุทธศักราช ๒๕๙๐

    ๒. คนเราต่างกันเพราะหลักคิดชี้นำชีวิตต่างกัน องค์กรทั้งหลายต่างกันก็เพราะหลักคิดชี้นำในการบริหารจัดการองค์กรต่างกัน วิถีแห่งธรรมนิติ คือ หลักคิดในการบริหารจัดการ และการนำองค์กรที่ได้ผ่านการทดสอบจากการปฏิบัติ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๒๖ มาจนถึงปีพุทธศักราช ๒๕๕๐ เป็นเวลาถึง ๒๔ ปี

    เวลาที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นว่าวิถีแห่งธรรมนิติและหลักคิดสำคัญๆของเรา ถูกต้องและได้เป็นหลักในการบริหารจัดการและการนำพาองค์กรของเราให้ก้าวรุด หน้าต่อไป ธงนำทางความคิด ผืนนี้ คือสิ่งที่ทำให้เราต่างจากองค์กรอื่นๆ จึงเป็นเรื่องที่ชาวธรรมนิติทุกคนควรต้องศึกษาทำความเข้าใจและสรุปบทเรียน จากความเป็นจริงเพิ่มขึ้น เพื่อปรับปรุงและปรับใช้วิถีธรรมนิติให้สอดคล้องกับทุกสถานการณ์ต่อไป

    ๓. ในหลายปีที่ผ่านมานี้ ธรรมนิติของเราเข้มแข็งเติบใหญ่อย่างรวดเร็ว รากฐานแห่งความสำเร็จที่สำคัญ อาจสรุปได้ดังนี้

        ๓.๑ หลักคิดเรื่อง สถาบันวิชาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน ชาวธรรมนิติปฏิเสธหลักการที่ยอมรับกันโดยทั่วไปที่ว่าธุรกิจเป็นกิจการของครอบครัว ธรรมนิติไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของใครคนใดคนหนึ่งหรือครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง ธรรมนิติเป็นทั้งของผู้ถือหุ้นและทั้งเป็นของพนักงานด้วย ธรรมนิติเป็นสถาบันวิชาชีพที่สามารถสืบทอดผ่านชั่วอายุคน เป็นสถาบันที่ชาวธรรมนิติ สามารถฝากอนาคต ชีวิตและครอบครัวได้

        ด้วยเหตุนี้ ธรรมนิติจึงใช้หลักการกระจายหุ้นแก่ชาวธรรมนิติ ป้องกันไม่ให้ใครหรือครอบครัวใด ถือครองหุ้นข้างมากของกิจการได้ และให้ความสำคัญกับการสร้างคณะผู้รับช่วงภารกิจและสร้างระบบงานให้มีมาตรฐาน ทันสมัยเพื่อความเป็นสถาบันตลอดมา

        ๓.๒ หลักคิดเรื่องสถาบันวิชาชีพที่เป็นอิสระเป็นตัวของตัวเองและพึ่งตนเอง ชาวธรรมนิติปฏิเสธหลักการที่ยอมรับกันโดยทั่วไปที่ว่าองค์กรวิชาชีพต้องเข้าสังกัดกลุ่มธุรกิจหรือกลุ่มการเมือง เพื่อจะได้รับการปกป้องคุ้มครองและสนับสนุน จึงจะประสบความสำเร็จได้ ธรรมนิติส่งเสริมการสร้างความสัมพันธ์อันดี การแสวงหาความร่วมมือและการสนับสนุนจากองค์กรและมิตรสหายในทุกวงการ บนพื้นฐานที่เสมอภาคกัน เคารพกันและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แต่ธรรมนิติจะไม่เข้าไปสังกัดหรือเป็นบริวารกลุ่มธุรกิจหรือกลุ่มการเมืองใด จะไม่ตั้งตนเป็นศัตรูและจะไม่เข้าไปมีผลประโยชน์กับกลุ่มธุรกิจหรือกลุ่มการเมืองใดเป็นพิเศษ

        ธรรมนิติเห็นความสำคัญของการสนับสนุนจากมิตรสหาย แต่ก็เห็นว่า ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือ จะต้องพึ่งและอาศัยกำลังของตนเองเป็นหลักในการดำเนินงาน แผนและกิจการงานทั้งปวงของธรรมนิติ จึงเริ่มต้นและตั้งอยู่บนรากฐานกำลังของธรรมนิติเองทั้งสิ้น

        ๓.๓ หลักคิดเรื่องเอกภาพของธรรมนิติ ชาวธรรมนิติปฏิเสธหลักการที่ยอมรับกันโดยทั่วไปที่ว่าในองค์กรย่อมมีความเหลื่อมล้ำต่ำสูง มีขาใหญ่ มีพรรคพวก ใน ธรรมนิติทุกคนเสมอภาคกัน ที่แตกต่างกันคือหน้าที่การงานของแต่ละคนในองค์กร ชาวธรรมนิติทุกคนอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกันและอยู่ภายใต้ร่มธงผืนเดียวกัน

        การตัดสินเรื่องราวทั้งหลายในธรรมนิติ ใช้หลักเหตุผล ความถูกต้องชอบธรรมและสามารถปฏิบัติได้เป็นสำคัญ ชาวธรรมนิติดำเนินงานโดยใช้หลักความเห็นพ้องต้องกัน ยิ่งกว่าการออกเสียงลงคะแนน เว้นแต่กรณีจำเป็นต้องมีข้อสรุปเพื่อใช้ในการดำเนินงานอย่างเร่งด่วน

        ในขณะที่ธรรมนิติส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของทุกคนอย่างเต็มที่ แต่ธรรมนิติก็เรียกร้องให้มีเอกภาพในทางความคิด ในทางความรับรู้ และในทางการปฏิบัติทั่วทั้งองค์กรด้วย

        ๓.๔ หลักคิดเรื่องธุรกิจต้องคำนึงถึงคนและเรื่องที่มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างทั่วถึง ชาวธรรมนิติปฏิเสธหลักการที่ยอมรับกันโดยทั่วไปที่ว่าธุรกิจต้องทำทุกอย่างเพื่อเงินหรือกำไรสูงสุด

        ชาวธรรมนิติถือว่าลูกค้าคือผู้มีอุปการะคุณหลักของกิจการ เป็นรากฐานแห่งการดำรงอยู่และเติบโตของกิจการ ชาวธรรมนิติต้องซื่อสัตย์ภักดีต่อลูกค้า ใช้บริการและสินค้าของธรรมนิติตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีและคุ้มค่า ที่สุด ดังนั้นลูกค้าคือเรื่องสำคัญเรื่องแรกที่ชาวธรรมนิติคำนึงถึง

        ชาวธรรมนิติเห็นว่าพนักงานเป็นปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยชี้ขาดในความสำเร็จของ ธรรมนิติ ดังนั้นพนักงานคือเรื่องสำคัญอันดับสอง ที่ชาวธรรมนิติคำนึงถึง

        ชาวธรรมนิติเห็นว่าผู้ถือหุ้นของธรรมนิติควรต้องได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า และยั่งยืน ดังนั้น ผู้ถือหุ้น คือเรื่องสำคัญอันดับสาม ที่ชาวธรรมนิติคำนึงถึง

        นอกจากนี้ มิตรสหาย องค์กรพันธมิตร องค์กรวิชาชีพ หน่วยงานของรัฐ เจ้าหนี้สถาบันการเงิน เจ้าหนี้การค้า ตลอดจนถึงประชาชนทั่วไปในสังคมไทย เป็นกลุ่มคนที่ธรรมนิติ ล้วนต้องคำนึงถึงทั้งสิ้น

        นอกจากสินทรัพย์ หนี้สิน รายได้ รายจ่าย กำไร ขาดทุนของกิจการที่เป็นตัวเงินแล้ว ชาวธรรมนิติยังเห็นว่าธุรกิจยังมีสินทรัพย์ หนี้สิน รายได้ รายจ่าย กำไร ขาดทุนของกิจการที่ไม่เป็นตัวเงินอีกด้วย เช่น ชื่อเสียง เกียรติภูมิ พนักงาน ประสบการณ์ ความรู้ ระบบงาน ความสุขใจ ฯลฯ

        เหล่านี้มีความสำคัญยิ่งและบางเรื่องก็สำคัญยิ่งกว่าสิ่งที่เป็นตัวเงินมากนัก

        ๓.๕ หลักคิดเรื่องกิจการคือการเข้าหุ้นกันระหว่างทุนกับแรงงาน ชาวธรรมนิติปฏิเสธหลักการที่ยอมรับกันโดยทั่วไปที่ว่าธุรกิจต้องทำทุกอย่างเพื่อผลตอบแทนสูงสุดต่อผู้ถือหุ้น

        ทุนเป็นส่วนของผู้ถือหุ้น แรงงานเป็นส่วนของพนักงาน ธรรมนิติให้ความสำคัญกับ ๒ ส่วนนี้อย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้นผลกำไรขององค์กร ธรรมนิติจึงจัดสรรเป็น ๒ ส่วน ครึ่งหนึ่งเป็นการตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในรูปของเงินปันผลและเงินทุนสำรอง เพื่อความเจริญเติบโตและมีเสถียรภาพขององค์กร อีกครึ่งหนึ่งเป็นส่วนของแรงงาน ที่จัดสรรในรูปของโบนัสและค่าตอบแทนอื่นๆแก่พนักงาน ซึ่งองค์กรนำ เป็นผู้พิจารณาจัดสรรแก่ผู้บริหารและพนักงานทุกคน

        ๓.๖ หลักคิดเรื่องตอบแทนคนตามผลงาน โดยคำนึงถึงผลประกอบการรวมขององค์กรและความสามารถของตัวบุคคล ชาวธรรมนิติ ปฏิเสธหลักการที่ยอมรับกันโดยทั่วไปที่ว่าค่าตอบแทนของคน ให้ถือตามวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ อาวุโส ฯลฯ ความแตกต่างของคน เช่นการเป็นผู้มาก่อน ญาติ คนสนิทอายุที่มากกว่า เพศ ปริญญา วุฒิบัตร ทรัพย์สิน ฐานะทางสังคม เชื้อชาติ ศาสนา ฯลฯ ไม่ใช่เหตุสำคัญ ที่ทำให้คนได้รับค่าตอบแทนที่ต่างกัน

        ในขณะที่ธรรมนิติเรียกร้องให้พนักงานอุทิศตนทำงาน สร้างผลงานให้ดีที่สุด ธรรมนิติก็ใช้ผลงานเป็นหลักในการพิจารณาความดีความชอบและจ่ายค่าตอบแทนแก่ พนักงานด้วย

        เพราะทุกคนได้รับผลตอบแทนตามผลงาน โดยคำนึงถึงผลประกอบการและความสามารถเช่นนี้จึงทำให้พนักงานส่วนใหญ่อุทิศตน ทุ่มเทอย่างเต็มที่ให้กับธรรมนิติ เพราะผลประโยชน์ของธรรมนิติก็คือผลประโยชน์ของทุกคน นี่คือหลักการตอบแทนคนอย่างเป็นธรรม

        ๓.๗ หลักคิดเรื่องถนอมรักผู้ปฏิบัติงาน ชาวธรรมนิติปฏิเสธหลักการที่ยอมรับกันโดยทั่วไปที่ว่าพนักงานเป็นแค่ลูกจ้างธรรมดา ในธรรมนิติ พนักงานทุกคนคือศิษย์ร่วมสำนัก คือพี่น้องร่วมสำนัก คือเลือดเนื้อเชื้อไข ธรรมนิติจึงลงทุนในการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมและปลูกฝังความรักความสามัคคี ฉันท์พี่น้อง ฉันท์ศิษย์ร่วมสำนัก ส่งเสริมการร่วมแรงร่วมใจกันทำงาน ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

        ชาวธรรมนิติปฏิเสธหลักการที่ยอมรับกันโดยทั่วไปที่ว่าพนักงานเป็นต้นทุนและค่าใช้จ่ายของกิจการ ชาวธรรมนิติ ถือว่าพนักงานของธรรมนิติคือทรัพยากรอันมีค่า คือสินทรัพย์สำคัญที่ก่อกำเนิดรายได้ของธรรมนิติ คือผู้รักษาและสืบทอดภารกิจและจิตวิญญาณของธรรมนิติจากรุ่นเก่าสู่รุ่นใหม่

        ๓.๘ หลักคิดเรื่องการนำรวมหมู่และการทำงานเป็นทีม ชาวธรรมนิติ ปฏิเสธหลักการที่ยอมรับกันโดยทั่วไปที่ยกย่องเชิดชูตัวบุคคล แต่ไหนแต่ไรมาธรรมนิติส่งเสริมหลักการนำรวมหมู่และหลักการทำงานเป็นทีมของ องค์กรทุกระดับ กิจการงานทั้งปวงของธรรมนิติต้องไม่ถูกชักนำหรือครอบงำโดยคนเพียงคนเดียว แต่ควรดำเนินไปด้วยความรับผิดชอบร่วมกันเป็นหมู่คณะ นี่คือหลักประกันให้การงานของธรรมนิติไม่ผิดพลาด หรือแม้เกิดความผิดพลาดขึ้นก็จะไม่ผิดพลาดในเรื่องใหญ่และได้รับการแก้ไขโดยเร็ว

        ๓.๙ หลักคิดเรื่องริเริ่มสร้างสรรค์ด้วยสัมฤทธิ์คติ ชาวธรรมนิติปฏิเสธหลักการที่ยอมรับกันโดยทั่วไปที่ว่าพนักงานควรทำงานเฉพาะที่ถูกสั่งให้ทำ ชาวธรรมนิติ เห็นว่าคนต่างกันที่ความคิดและการกระทำ ธรรมนิติจะก้าวหน้าก็ด้วยเหตุที่ชาวธรรมนิติก้าวหน้า ชาวธรรมนิติจะก้าวหน้าก็ต้องมีสัมฤทธิ์คติ คือความคิดที่ทำให้เกิดความสำเร็จ มีความน้อมใจ รับฟังคำแนะนำจากคนอื่นๆ หมั่นศึกษาติดตามความก้าวหน้าของโลก เลือกสรรและนำเทคโนโลยีและวิทยาการที่ก้าวหน้าของโลกมาใช้ในกิจการของเรา มุ่งมั่นและเพียรพยายาม แก้ไขปรับปรุงตนเอง และริเริ่มสร้างสรรค์กิจการงานของธรรมนิติให้ก้าวหน้าอยู่ตลอดเวลา

        ๓.๑๐ หลักคิดเรื่องคนสามารถเรียนรู้ ฝึกฝนได้จากการทำงาน ชาวธรรมนิติปฏิเสธหลักการที่ยอมรับกันโดยทั่วไปที่นับถือคนเก่งจากผลการศึกษาหรือวุฒิบัตร ชาวธรรมนิติเห็นว่าการทำงานเป็นที่มาของความรู้และความสามารถ และมีแต่การทำงานจึงเป็นไม้บรรทัดที่ใช้วัดความรู้และความสามารถของคนได้ คนๆหนึ่งขอเพียงน้อมใจและตั้งใจจริง โดยผ่านการทำงาน ย่อมสามารถเรียนรู้ฝึกฝนและพัฒนาตนเองจากไม่รู้สู่รู้ จากรู้น้อยสู่รู้มาก จากไม่เป็นสู่เป็น จากพอทำได้สู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญ

        ธรรมนิติจึงส่งเสริมและยกย่องการทำงานหนัก ใช้การทำงานหนัก ฝึกฝน หล่อหลอมคนดี คนเก่งและผู้เชี่ยวชาญของธรรมนิติตลอดมา

        เหล่านี้ล้วนเป็นบทเรียนอันมีคุณค่ายิ่งและเป็นสิ่งที่ชาวธรรมนิติในรุ่น ปัจจุบันและอนาคตพึงศึกษา พึงพิจารณา พึงน้อมนำไปสู่การปฏิบัติ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นจริง

    ๔. ณ เวลาที่ธรรมนิติมีอายุครบ ๖๐ ปี บริษัท ธรรมนิติ จำกัด (มหาชน) ได้ดำรงสถานะบริษัทแม่ของกลุ่มธรรมนิติอย่างมั่นคง และมีเสถียรภาพยิ่งกว่าทุกระยะที่ผ่านมาเรามีบริษัทในเครือ ๓ กลุ่ม คือกลุ่มกฎหมาย กลุ่มบัญชี และกลุ่มสถาบันพัฒนาการบริหาร

    ทั้ง ๓ กลุ่มนี้มีบริษัทในสังกัดรวม ๗ บริษัท คือ บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด, บริษัท ธรรมนิติอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท ธรรมนิติการบัญชีและภาษีอากรจำกัด, บริษัท สอบบัญชีธรรมนิติ จำกัด, บริษัท สำนักพัฒนาการบริหารธรรมนิติ จำกัด, บริษัท ฝึกอบรมและสัมมนาธรรมนิติ จำกัด และบริษัท ธรรมนิติเพรส จำกัด นอกจากนี้เรายังได้เข้าร่วมลงทุนในกิจการอื่น ๆ อีกหลายบริษัท

    ณ เวลาเดียวกันนี้ การบริหารของเรามีสภากรรมการ ซึ่งมีสมาชิก ๑๖ ท่าน เป็นองค์กรบริหารสูงสุด มีคณะกรรมการจัดการ ซึ่งมีสมาชิก ๗ ท่าน เป็นองค์กรบริหารที่กำกับและปฏิบัติการทั้งปวงให้เป็นไปตามมติของสภากรรมการ

    กลุ่มกฎหมาย กลุ่มบัญชี และกลุ่มพัฒนาการบริหาร ต่างก็มีคณะกรรมการกลุ่ม ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการจัดการ โดยความเห็นชอบของสภากรรมการ ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการบริหารของแต่ละกลุ่ม เพื่อบริหารงานในความรับผิดชอบของแต่ละกลุ่มให้เป็นผลสำเร็จตามแนวทางนโยบาย และมติของคณะกรรมการจัดการ

    แต่ละกลุ่มมีหน่วยงานระดับฝ่ายรับผิดชอบในการปฏิบัติ และถ้าเงื่อนไขพร้อมก็จะจัดให้มีการทำงานเป็นทีมในรูปคณะกรรมการฝ่ายตามหลัก การการนำรวมหมู่และการทำงานเป็นทีมด้วย

    ๕. สรรพสิ่งไม่อยู่นิ่ง หากพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง บ้างก็ไปสู่ความสำเร็จ บ้างก็ไปสู่ความล้มเหลว หลักประกันที่จะทำให้ไม่ไปสู่ความล้มเหลวแต่จะไปสู่ความสำเร็จนั้นก็คือความ คิดชี้นำที่ถูกต้องและคนที่สามารถนำความคิดที่ถูกต้องนั้นไปสู่การปฏิบัติ

    ธรรมนิติมีหลักคิดชี้นำชัดเจนและผ่านการพิสูจน์แล้ว มีผู้คนอันเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเป็นจำนวนมากแล้ว สองสิ่งนี้ เป็นรากฐานที่สำคัญของการพัฒนาไปสู่ความสำเร็จในอนาคต แต่ทว่ากาลเวลาไม่ปรานีแก่ผู้ใด ดังนั้นการเสริมสร้างคนดีมีฝีมืออย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อรับช่วงภารกิจของธรรมนิติจึงยังคงเป็นภารกิจที่สำคัญยิ่งของชาวธรรม นิติต่อไป

    อีก ๔๐ ปีข้างหน้า ธรรมนิติของเราจะมีอายุครบ ๑๐๐ ปี ขอผองเราจงมาร่วมจิตร่วมใจ สามัคคีสมานฉันท์ พร้อมเพรียงกันก้าวรุดหน้าไปเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะและความสำเร็จในโอกาสที่ ธรรมนิติจะมีอายุครบ ๑๐๐ ปี.