Menu

ENG

Menu

มาตรการยกเว้นภาษีบ้านหลังแรก

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ออกพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 528) พ.ศ.25541  เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สนับสนุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และเพื่อให้สิทธิประโยชน์แก่คนไทยผู้ซื้อ “บ้านสำเร็จรูปพร้อมที่ดิน” หรือ “ห้องชุดในอาคารชุด” ที่มีมูลค่าไม่เกิน 5 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของตนเองเป็นครั้งแรก เรียกว่า “มาตรการยกเว้นภาษีบ้านหลังแรก”    

พระราชกฤษฎีกากำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งเป็นผู้ซื้อบ้านใหม่พร้อมที่ดิน หรือซื้อห้องชุดในอาคารชุด ที่สร้างใหม่ มีราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของผู้นั้นเองโดยผู้มีเงินได้ต้องชำระราคาค่าซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ในระหว่างวันที่ 21 กันยายน 2554  ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555

ค่าภาษีเงินได้ที่มีสิทธิได้รับยกเว้นตามมาตรการนี้ คือ ค่าภาษีไม่เกิน 10% ของมูลค่าบ้านหลังแรกที่ซื้อ โดยได้รับสิทธิยกเว้นปีละ 2% เป็นเวลา 5 ปี ปีละเท่าๆ กัน  เริ่มจากปีภาษีแรกที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ นั่นเอง

ตัวอย่างเช่น ท่านซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมในปี 2555 ราคา 5 ล้านบาท (5,000,000 x 10% = 500,000 ÷ 5) ก็จะมีสิทธิได้รับยกเว้นภาษีปีละไม่เกิน 100,000 บาท ถ้าปีนี้ท่านต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 30,000 บาท ก็ได้รับยกเว้น 30,000 บาท ปี 2556 ต้องเสียภาษี 120,000 บาท ก็ได้รับยกเว้น 100,000 บาท เป็นต้น  

โดยท่านต้องมีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ใน ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 213)2  คือ ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยมาก่อน และไม่เคยเป็น “เจ้าบ้าน” ในทะเบียนบ้าน ยกเว้นว่า ท่านไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์เอง

มาตรการยกเว้นภาษีนี้ ให้เฉพาะการซื้อบ้านหลังใหม่ หรือห้องชุดในอาคารชุดห้องใหม่ที่ไม่เคยมีใครถือกรรมสิทธิ์มาก่อน รวมไปถึงตัวบุคคลผู้ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเองก็ต้องไม่เคยมีบ้านเป็นของตัวเองมาก่อน สรุปคือ “เป็นครั้งแรกท้้งตัวอสังหาริมทรัพย์และเป็นครั้งแรกทั้งตัวเจ้าของ” นั่นเอง

หลายท่านอาจสงสัยว่า ถ้าท่านมีที่ดินเปล่าแล้วสร้างบ้านใหม่ จะได้รับยกเว้นภาษีตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวหรือไม่? คำตอบคือ ไม่ได้ นั่นเพราะพระราชกฤษฎีกาให้ยกเว้นภาษีจาก “ราคาซื้อ” มิใช่ “ราคาค่าก่อสร้าง” จึงไม่รวมกรณีการก่อสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง เรื่องนี้สอดคล้องกับมาตรการที่รัฐต้องการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยและส่งเสริมให้คนทำงานที่ไม่เคยมีที่อยู่อาศัย เป็นของตนเองมีโอกาสเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขที่สำคัญอีกอย่างคือ ท่านจะต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในบ้านหลังแรกเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีต่อเนื่องกัน นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนซื้อ มิฉะนั้น ท่านจะไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีและยังต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนจากค่าภาษีที่ต้องเสียด้วย

สำหรับคำถามว่า ถ้าท่านกู้เงินไปซื้อบ้านหลังแรก ท่านจะสามารถนำค่าดอกเบี้ยเงินกู้มาใช้หักลดหย่อนภาษีได้หรือไม่? คำตอบคือ “ได้” แต่ก็ต้องอยู่ในเงื่อนไขเดิมที่ว่า ก่อนหน้าที่จะซื้อบ้านหลังใหม่เพื่อใช้สิทธินี้ท่านไม่เคยใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีจาก “ดอกเบี้ยเงินกู้”3 จากการขอกู้เพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารพร้อมที่ดินเพื่ออยู่อาศัย เพื่อยืนยันว่า ผู้ที่จะได้รับสิทธิตามกฎหมายยกเว้นภาษีบ้านหลังแรก ต้องไม่เคยมีบ้าน หรือที่อยู่อาศัยมาก่อน

ท้ายที่สุดนี้ ผู้เขียนขอเอาใจช่วยทุกท่านที่ยังไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ให้มีกำลังใจ ริเริ่มเตรียมการเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ภายในเวลา 31 ธันวาคม 2555 ตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งนอกจากท่านจะได้รับสิทธิหักลดหย่อนค่าบ้านหลังแรกแล้ว หากท่านกู้ยืมเงินเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ ท่านยังสามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนดอกเบี้ยเงินที่ใช้กู้ยืมเพื่อซื้อบ้านได้ด้วย ทั้งยังได้ที่อยู่อาศัยที่เป็นของตนเองและครอบครัวอีก นับว่าน่าชื่นใจกันไปหลายสถานเลยทีนี้….

———————————————————————————————————————–

http://www.rd.go.th/publish/39290.0.html
http://www.rd.go.th/publish/33067.0.html

ประมวลรัษฎากร มาตรา 47 (1) (ซ) และกฎกระทรวง (ฉบับที่ 126) พ.ศ.2509 ข้อ 2 (53) : ให้หักลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยตามจำนวนดอกเบี้ยที่จ่ายไปจริง เป็นจำนวน 100,000 บาท