Menu

ENG

Menu

มาตรการทางภาษีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ปี 2554

“น้ำท่วมน้องว่าดีกว่าฝนแล้ง…” ตอนนี้คงไม่มีคนไทยคนไหนเห็นด้วยกับเนื้อพลงประโยคนี้ แต่น่าจะเห็นด้วยกับเนื้อเพลงประโยคต่อไปที่ว่า "พี่ว่าน้ำแห้ง ให้ฝนแล้งซะยังดีกว่า…” เพราะภาพคนหนีน้ำขึ้นไปอยู่บนหลังคา และภาพใบหน้าของบรรดาผู้ประสบภัยที่ร่ำไห้ด้วยน้ำตานองหน้า สิ้นเนื้อประดาตัว สะเทือนใจของคนที่พบเห็นมาก

น้ำท่วมปี 2554 เป็นเหตุการณ์ที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะบานปลายและรุนแรงมากถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะการเกิดน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงอันศิวิไลย์ของประเทศ ผู้ประสบภัยหลายท่านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยเจอ!!

วิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ไม่ใช่แค่อุทกภัย แต่เป็น “มหาอุทกภัย” ครั้งใหญ่ของประเทศ เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคนไทยในจังหวัดที่เกิดเหตุการณ์มีมากเหลือเกิน บางคนสูญเสียชีวิตของบุคคลอันเป็นที่รัก บางคนสูญเสียทรัพย์สินที่ตรากตรำหามาได้ ส่วนบางคนแม้น้ำไม่ท่วมบ้านก็ยังได้รับผลกระทบในแง่ของการดำรงชีพ แต่สำคัญที่สุดปัญหากำลังใจของผู้คน

การรับมือกับมหาอุทกภัยน้ำท่วมนั้นว่ายากแล้ว แต่สิ่งที่น่าคิดยิ่งกว่าและเป็นโจทย์สำคัญที่คนไทยต้องร่วมกันแก้ไขเยียวยาต่อไปคือ “การฟื้นฟูความเสียหายหลังน้ำลด” ทั้งนี้ ผู้เขียนเชื่อว่าคนไทยจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายและจิตใจที่เอื้ออาทรต่อกัน  หลังจากน้ำลด ไม่ใช่แค่ตอที่จะผุด แต่คำถามที่ต้องการคำตอบที่สุดข้อหนึ่งของผู้ประสบภัยเกี่ยวกับภาษีอากร นั่นคือ

รัฐบาลมีมาตรการด้านภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหรือไม่ อย่างไร?  

รัฐบาลได้ออกมาตรการด้านภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตั้งแต่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป สรุปได้ ดังนี้

1. ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับผู้ประสบภัย ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล(ผู้ประสบภัยฯ)1

(1) สำหรับเงินชดเชยที่ผู้ประสบภัยฯ ได้รับจากรัฐบาล แต่ทั้งนี้มีเงื่อนไขว่า ผู้ประสบภัยต้องไปลงทะเบียนเป็นผู้ประสบภัยต่อศูนย์หรือหน่วยงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยของทางราชการ จึงจะได้รับสิทธิยกเว้น

(2) สำหรับเงินหรือทรัพย์สินที่ผู้ประสบภัยฯ ได้รับบริจาคเพื่อชดเชยความเสียหายจากผู้ใจบุญอื่นๆ นอกเหนือจากเงินชดเชยช่วยเหลือที่ได้รับจากรัฐบาล แต่ต้องไม่เกินกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งผู้ใจบุญที่ว่านี้ไม่กำหนดว่า จะเป็นหน่วยงานใด อาจมีความเกี่ยวพันกับผู้ประสบภัยหรือไม่ก็ตาม หรือบางกรณีผู้ประสบภัยที่เป็นลูกจ้างได้รับการช่วยเหลือทางด้านการเงินจากนายจ้าง ก็เข้าข่ายได้รับยกเว้นด้วยเช่นกัน

ดังนั้น ในปีภาษีหรือรอบระยะเวลาบัญชีที่ผู้ประสบภัยฯ ได้รับเงินหรือทรัพย์สินเพื่อชดเชยความเสียหายจากภัยน้ำท่วม ผู้ประสบภัยฯ ไม่ต้องนำมาเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือภาษีเงินได้นิติบุคคลแต่อย่างใด

2. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับผู้ประสบภัยที่ได้รับค่าสินไหมทดแทนเพื่อชดเชยความเสียหายจากบริษัทที่ประกอบธุรกิจประกันภัย2

ผู้ประสบภัยน้ำท่วมเฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งได้ทำประกันภัยทรัพย์สินของตนไว้กับบริษัทประกันภัย แล้วได้รับค่าสินไหมทดแทนเพื่อชดเชยความเสียหาย เนื่องจากการที่ทรัพย์สินที่ได้ทำประกันภัยนั้นได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม รัฐบาลก็ได้ออกมาตรการช่วยเหลือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเหล่านั้นอีกทาง โดยค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับ ผู้ประสบภัยไม่ต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้รับค่าสินไหมทดแทน แต่ทั้งนี้ จะยกเว้นให้เฉพาะส่วนที่เกินมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินที่เหลือจากการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามกฎหมายแล้ว

3. ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ประสบภัยที่มีเงินได้ตามมาตรา 40 (5) (6) (7) หรือ (8) แห่งประมวลรัษฎากร3

นอกจากรัฐบาลมีมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินและทรัพย์สินที่ผู้ประสบภัยฯ ได้รับการช่วยเหลือชดเชยจากรัฐบาลและผู้ใจบุญอื่นๆ แล้ว สำหรับผู้ประสบภัยที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และมีเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน, จากการประกอบวิชาชีพอิสระ เช่น กฎหมาย การประกอบโรคศิลปะ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี จากการรับเหมาก่อสร้าง และจากการประกอบธุรกิจและการพาณิชย์ต่างๆ ก็ยังได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีกด้วย

โดยผู้ประสบภัยที่ได้รับเงินได้ประเภทที่กล่าวมาข้างต้นในปีภาษี 2554 ไม่ต้องนำเอาเงินได้นั้นมาเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตอนสิ้นปี แต่มีเงื่อนไขว่า จะได้รับยกเว้นเท่ากับจำนวนความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ตามที่ผู้ประสบภัยได้ลงทะเบียนแจ้งมูลค่าความเสียหายไว้กับศูนย์หรือหน่วยงานให้ความช่วยเหลือของทางราชการ

มาตรการด้านภาษีของรัฐบาลที่กล่าวมาข้างต้น คงไม่ใช่คำตอบทั้งหมดในการเยียวยาความเสียหาย แต่อย่างน้อยก็น่าจะผ่อนคลายความทุกข์ร้อนของประชาชนผู้ประสบอุทกภัยได้บางส่วน

—————————————————————————————-

1 มาตรา 3 พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 527) พ.ศ. 2554 ประกอบ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 206)

2 มาตรา 4 พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 527) พ.ศ. 2554 

3 ข้อ 2 (82) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 ประกอบ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 207)