ชงรื้อระบบลดหย่อนภาษี 19 รายการ ไม่เป็นธรรม ชี้เอื้อเฉพาะ "คนรวย"

ผู้เขียน: 
กองบรรณาธิการ

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปรับโครงสร้างภาษีว่า สศค.นำเสนอโครงร่างเบื้องต้นต่อนายธีระชัย ภูวนาถนรา นุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้ว แต่นายธีระชัยให้กลับไปศึกษาต่อในบางประเด็นร่วมกับกรมสรรพากร โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องค่าลดหย่อนที่มีมากถึง 19 รายการ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรมไม่เอื้อประโยชน์กับคนบางกลุ่ม ซึ่งคงใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง เพื่อศึกษาข้อดีข้อเสียอย่างรอบคอบอีกครั้ง

แหล่ง ข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่า สำหรับการปรับโครงสร้างค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่มีอยู่ถึง 19 รายการในปัจจุบันและกำลังจะเพิ่มขึ้นอีก 2 รายการจากค่าซ่อมบ้านและซ่อมรถหลังเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในประเทศนั้น ผู้ที่ได้ประโยชน์ส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้สูง ขณะที่ผู้ที่มีรายได้ปานกลาง ถึงรายได้น้อยแทบจะไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการลดหย่อนเหล่านี้

แหล่งข่าวกล่าวว่า แนวทางที่เคยเสนอให้ รมว.คลัง ประกอบด้วย 1.ให้ยังคงค่าลดหย่อน ทั้ง 19 รายการไว้เช่นเดิม แต่จำกัดเพดาน การลดหย่อนสูงสุดทุกรายการรวมกันไม่เกิน 5 แสนบาทถึง 1 ล้านบาทต่อราย ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ซึ่งกรมสรรพากรอยู่ระหว่างพิจารณากลุ่มที่ได้ประโยชน์ในแต่ละรายการ

สำหรับทางเลือกที่ 2 คือ ตัดค่าลดหย่อนบางรายการที่ไม่มีความจำเป็นหรือเอื้อประโยชน์สำหรับบุคคล บางกลุ่มออกไป คือ ค่าลดหย่อนสำหรับซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือแอลทีเอฟ เนื่องจากวัตถุประสงค์เพื่อใช้สำหรับพัฒนาตลาดทุนนั้นไม่มีความจำเป็นแล้ว เนื่องจากตลาดทุนไทยมีความแข็งแกร่งในระดับต้นๆ ของภูมิภาคและสามารถเดินหน้าได้โดยไม่ต้องพึ่งเงินจากแอลทีเอฟอีก

ส่วนทางเลือกที่ 3 เป็นข้อเสนอแบบสุดโต่งคือการยกเลิกค่าลดหย่อนทุกรายการให้หมดไปและเพิ่มเงินได้สุทธิพึงประเมินสำหรับผู้ที่เสียภาษีจากปัจจุบันที่อยู่ 150,000 บาท เป็น 400,000 บาท หรือ 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายแก้ปัญหาความซับซ้อนของระบบลดหย่อนที่มีมากเกินไปใน ปัจจุบัน แต่จะมีผู้เสียประโยชน์ค่อนข้างมาก อาจจะทำให้มีคนออกมาคัดค้าน

"แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ต้องรอผลการศึกษาอย่างชัดเจนจากกรมสรรพากรและ สศค.ก่อน แต่ท้ายที่สุดก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก่อน เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)" แหล่งข่าวกล่าว

ที่มา หนังสือพิมพ์มติชน