Menu

ENG

Menu
  • ธรรมนิติ
  • /
  • ข่าว
  • /
  • ศาลปกครองรับคำฟ้อง น.ศ.กฎหมายปี 2 วัย 19 ร้องรัฐใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเกินจำเป็น

ศาลปกครองรับคำฟ้อง น.ศ.กฎหมายปี 2 วัย 19 ร้องรัฐใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเกินจำเป็น

เมื่อวันที่ 27 เมษายน นายพุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล นักศึกษากฎหมายปีที่ 2 ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ต่อศาลปกครองสูงสุด ในกรณีความมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และมาตรการคำสั่ง กฎ ระเบียบของฝ่ายปกครองอันเกินสมควรแก่เหตุและใช้อำนาจดุลยพินิจที่เกินความจำเป็น ซึ่งศาลปกครองสูงสุดได้รับพิจารณาคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ. 23/2553

ทั้งนี้ นายพุฒิพงศ์ ได้เขียนชี้แจงถึงจุดประสงค์ของการฟ้องครั้งนี้เผยแพร่ในเว็บไซต์หลายแห่ง ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

ในฐานะนักศึกษากฎหมายคนนึง ไม่ทราบจะ "ช่วย" ในสิทธิแห่งชีวิต และร่างกายของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน อย่างไร จึงขอใช้ความรู้เท่าที่พอจะทำได้ ในฐานะเช่นผม ก็คงเป็น "วิธี" นี้ โดยฟ้องไปยังศาลปกครองสูงสุด กรณีความมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และมาตรการคำสั่ง กฎ ระเบียบ ของฝ่ายปกครองอันเกินสมควรแก่เหตุและใช้อำนาจดุลยพินิจที่เกินความจำเป็น ฯลฯ (ซึ่งเป็นผู้ถูกฟ้องคดี คือ 1.นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ 2.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ)

ซึ่งศาลปกครองสูงสุด ในกรณีที่พิจารณาว่าอยู่ในเขตอำนาจศาลเพราะ "ทางเนื้อหา" เป็นการกระทำทางปกครอง ศาลก็คงต้องหยุดการพิจารณาคดีชั่วคราวโดยส่งคดีไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยบางมาตราตามบรรยายฟ้องหรือตามที่ศาลเห็นเอง ตามมาตรา 211 วรรค 1 แห่งรัฐธรรมนูญ โดยระหว่างรอคำพิพากษาผมได้ขอให้ทุเลาการบังคับตามกฎ ระเบียบ คำสั่งต่าง ๆ และขอคุ้มครองชั่วคราว ฯลฯ ซึ่งส่งผลถึงกรณีคุ้มครองการชุมนุมสาธารณะด้วยจากการใช้มาตรการปราบปรามโดยฝ่ายรัฐ "ถืออาวุธ" และ ยกเลิกคำสั่งตั้ง "ศอฉ."

แรกเริ่มผมลังเลว่าจะฟ้องดีมั้ย เพราะ "ผลคำวินิจฉัย" ? กับการ "ถูกเพ่งเล็งของผม" จากฝ่ายรัฐ จะคุ้มราคาที่ต้องจ่ายมั้ย? แต่ผมคงจะเสียใจหากตนไม่ได้ทำอะไรเลย ท่ามกลาง "ความสูญเสียชีวิตของเพื่อนมนุษย์ผู้ต่อสู้ทางอุดมการณ์การเมือง ตามชุดการรับรู้และรสนิยมทางการเมืองของตน" (ที่ถูกเหยียดหยามว่า "ไร้สติปัญญา" บ้าง "โง่" บ้าง !!! ) เดิมผมตั้งใจจะฟ้องตั้งแต่วันจันทร์ ที่ 26 เมษายน 2553 แต่ก็ด้วยความลังเล ในวันที่ 27 เมษายน 2553 ก็ได้เดินทางไปศาลปกครองโดยลำพังเพื่อยื่นคำฟ้องคดี (นั่งรถเมล์ 4 ต่อ)

แม้ว่าอาจจะ "คาดหวังศาล" เสียทีเดียวคงไม่ได้ แต่คงจะดีกว่าที่ผมไม่ได้ "ทำอะไรเลย" การออกแต่แถลงการณ์ หรือเสวนาฯ ผมรู้สึกเศร้าถ้าผมทำได้เพียงเช่นนั้น อย่างน้อยผมคงใช้สิทธิทางการศาล (ตามความรู้ที่พอจะมีบ้าง) เพื่อความ "คาดหวัง" ชะลอ ยืดเวลาหรือระงับ การสูญเสียลงได้บ้าง

ตามเอกสารที่ผมแนบมานี้ เป็นเฉพาะส่วนของ "คำฟ้องคดี" สำหรับเอกสารประกอบอื่น ๆ และพยานเอกสารไม่ได้แนบไว้ด้วยเนื่องจากมีจำนวนหลายสิบหน้า

ทั้งนี้ ผมซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ(ผมอายุ 19 ปี ย่าง 20 ปี) ยังเป็น ผู้ไร้ความสามารถ ตามข้อ 26 แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2553 ผมต้องทำหนังสือขอความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม (เช่น บิดาหรือมารดา ที่จดทะเบียนสมรสแล้ว, มารดาเท่านั้น กรณีมิได้จดทะเบียนสมรส) เอกสารฉบับนี้ ก็มิได้แนบไว้ในที่นี้ เพราะไม่เกี่ยวกับสาระของคดีที่จะรับทราบกัน

วันที่ 27 เมษายน 2553 ผมได้ยื่นคำฟ้อง ในเวลา 16.30 น ซึ่งเป็นนาทีสุดท้ายก่อนศาลปิดทำการ นับว่าทันท่วงที พอดี เป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ.23/2553 ราวบ่าย วันที่ 28 เมษายน 2553 ผมได้โทรไปสอบถามความคืบหน้าของคดี ทราบว่ายังอยู่ระหว่างเลือกองค์คณะตุลาการ สำหรับคดีนี้อยู่ และโดยที่ในทางอินเตอร์เน็ตเว็บศาลปกครอง ณ ขณะนี้ยังไม่อัพเดทคดีนี้ขึ้นสู่ระบบครับ

สำหรับการต่อสู้ทางรูปธรรมตามฐานานุรูปของผม คงจะทำได้ดีที่สุดเท่านี้

พุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล

หมายเหตุ : ผม (พุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล) ขอสงวนสิทธิ์ในการสืบค้นหรือเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว หรือ สิทธิในความเป็นส่วนตัว ของผมหรือครอบครัว ไม่ว่าทางใดๆ หรืออ้างมูลเหตุใด ผมขอสงวนความเป็นส่วนตัวนี้ โดยจะดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง ตามแต่กรณี อย่างถึงที่สุด

ปล.นี่เป็นการเขียนคำฟ้องครั้งแรกในชีวิตของผม อาจจะเขียน "ไม่ดี"นัก ในสายตานักกฎหมายอาชีพ ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา และความสามารถ จึงได้เท่าที่เห็น ผมคงทำได้เพียงเท่านี้ (นอกจากออกบทความ และแถลงการณ์ต่าง ๆ) สำหรับ "สถานการณ์นี้"

อ่านรายละเอียดคำฟ้องคดีของนายพุฒิพงศ์ได้ที่ http://www.scribd.com /doc/30667875/คดีหมายเลขดำที่-ฟ-๒๓ทับ๒๕๕๓