Menu

ENG

Menu

ยึดเเล้วยึดอีกได้หรือไม่

ในการฟ้องร้องคดีนั้น หากศาลได้มีคำพิพากษาแล้ว โจทก์จะมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา และจำเลยจะมีฐานะเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีหน้าที่ต้องร้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำบังคับ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องดำเนินการบังคับคดีภายใน 10 ปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา

การบังคับคดีเป็นกระบวนการภายหลังจากศาลได้มีคำพิพากษาเพื่อดำเนินการให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้ตามคำพิพากษา ซึ่งแตกต่างจากวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนศาลพิพากษาที่เป็นกระบวนการคุ้มครองคู่ความระหว่างการพิจารณาเพื่อป้องกันความเสียหายจากการกระทำของคู่ความ แม้ว่าในการคุ้มครองชั่วคราวนั้นศาลอาจมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยไว้ แต่ก็เป็นเพียงการยึดหรืออายัดชั่วคราวเท่านั้น

ดังนั้น ถ้าจำเลยถูกฟ้องเป็นคดีแพ่งหลายคดีและระหว่างการพิจารณาคดีอยู่นั้น โจทก์ได้ขอให้ศาลยึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยไว้ชั่วคราวด้วยเหตุว่าจำเลยพยายามจำหน่าย จ่าย โอนหรือใช้วิธีการอื่นใดยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินออกไป เพราะคาดว่าตนอาจแพ้คดีและต้องถูกบังคับคดีในที่สุด ทำให้เมื่อมีคำพิพากษาแล้ว โจทก์ไม่อาจบังคับคดีเอากับทรัพย์สินของจำเลยได้ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ศาลก็อาจมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาก็ได้ในระหว่างการพิจารณาหรือรอให้ศาลมีคำพิพากษา

หากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในอีกคดีหนึ่งได้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อบังคับคดีแล้ว โจทก์ในคดีที่ขอให้ยึดหรืออายัดชั่วคราวก่อนศาลมีคำพิพากษา ไม่อาจคัดค้านด้วยเหตุที่ว่าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาทำการยึดซ้ำหรืออายัดซ้ำได้ เพราะว่าตนไม่อยู่ในฐานะของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 290 วรรค 1 ซึ่งบัญญัติว่า

"เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินอย่างใดของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้แทนเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว ห้ามไม่ให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นยึดทรัพย์สินนั้นซ้ำอีก แต่ให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเช่นว่านี้ มีอำนาจโดยยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลที่ออกหมายบังคับให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้น เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ตนเข้าเฉลี่ยทรัพย์สินหรือเงินที่ขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นได้ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ "

ดังนั้น หากภายหลังศาลมีคำพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี โจทก์ย่อมมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่สามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลที่ออกหมายบังคับคดีให้ตนเข้าเฉลี่ยทรัพย์ได้เท่านั้น ไม่อาจขอให้ยึดหรืออายัดได้อีก เพราะจะเป็นการยึดหรืออายัดซ้ำ ดังตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ 9270/2547 ว่า

" การปฏิบัติตามคำสั่งอายัดชั่วคราวก่อนศาลพิพากษาของศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 254 (1) มิใช่กรณีที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการบังคับคดีโดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้เเทนเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามมาตรา 290 วรรคหนึ่ง เเม้หลังจากศาลชั้นต้นตัดสินให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดีคำสั่งอายัดชั่วคราวก่อนพิพากษาของศาลชั้นต้นยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปเท่าที่จำเป็นเพื่อบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามมาตรา 260 (2)ก็ตาม

เเต่ก็เป็นวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาไม่ใช่การบังคับคดีตามคำพิพากษา เมื่อโจทก์มิได้ขอออกหมายบังคับคดีอันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาเพื่อบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษา จึงถือไม่ได้ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการบังคับคดีโดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้เเทนโจทก์ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเเล้ว กรณีจึงไม่ต้องห้ามมิให้ยึดหรืออายัดซ้ำตามมาตรา 290 วรรคหนึ่ง "